winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 6

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 61

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2562 07:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6
แบบอักษร

ก๊อกๆ

เบธลดกระจกลงเมื่อได้ยินเสียงคนมาเคาะกระจกรถ แล้วก็พบว่าใครคนนั้นคือ สาวน้อยของเบธ นั่นเอง

“ขอนั่งไปด้วยได้มั้ยคะ นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถเนี่ยแหละค่ะ คงไม่กล้าเข้าไปนั่งในใจ” เมธนภาในชุดนักศึกษาเรียบร้อยทำตาวิ๊งๆ ใส่

“จะนั่งตรงไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ บนคอยังนั่งมาแล้วเลย”

“อืม แล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรมั้ยคะ ณ จุดจุดนี้” ด้วยน้ำเสียงพริ๊ตตี้

“จุดน้งจุดนี้อะไรเล่า หืมม ขึ้นมาได้แล้ว ไอ้ตัวยุ่ง”

เมธหัวเราะชอบใจที่ได้กวนพี่สาวสุดที่รัก ก่อนจะเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งข้างๆ กัน แต่เผอิญว่า บนเบาะรถมีถุงใส่หนังสือที่เบธเพิ่งยืมมาจากห้องสมุด ก็เลยต้องหยิบแล้วมาวางไว้บนตัก

“เมธ เย็นนี้เราไม่กินกับข้าวที่บ้านกันวันนึงมั้ย”

“ฮั่นน่อว เดี๋ยวน้าปรางก็งอนให้หรอก”

“ก็โทรไปบอกก่อนไง เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง นานๆ ที”

“มีร้านเด็ดเหรอคะ เสี่ยขา”

“เสี่ยว่าจะถามหนูเนี่ยแหละค่ะ ว่ามีร้านแนะนำมั้ย”

“หนูไม่มีหรอกค่ะ แต่ว่าพี่แก้วตาน่ะ ต้องมีแน่ๆ”

เบธได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะในลำคอ หึหึ แล้วก็ขับรถมุ่งหน้าไปที่ร้านตาขวัญทันที อาหารมื้อเย็นวันนี้ คงจะอยู่ที่ร้านอาหารสักร้าน ที่อยู่ใกล้ๆ ร้านต้นไม้นั่นแหละ

“ลัล ล้า ลัล ลา ลัล ลา ลัล” เมธนั่งฮัมเพลง มองวิวริมทางอย่างสบายใจ

“นี่ถามจริง อารมณ์ดีเพราะพี่มารับ เพราะพี่จะพาไปกินอาหารนอกบ้าน หรืออารมณ์ดีที่ทำให้พี่กับลูกสาวตาขวัญได้เจอกัน”

“ทั้งหมดรวมๆ กันนั่นเลยค่ะ คุณพี่เบธเข้าใจถูกต้องทุกอย่าง”

“ถ้าพี่กับแก้ว เป็นแฟนกันจริงๆ เมธจะมีความสุขใช่มั้ย”

“เยส” สาวเมธตอย่างมั่นใจ

“แล้วถ้าไม่ล่ะ เมธจะว่ายังไง”

เมธชะงักไปครู่หนึ่ง ทำคิ้วขมวด เหมือนกำลังคิด

“ถ้าเป็นคนที่เมธไม่รู้จัก ก็คงต้องว่ากันอีกที”

“ยังไง พี่จะพาเมธไปเจอ ก่อนที่พี่จะตัดสินใจคบ ดีมั้ย”

“ทำไมพี่เบธพูดเหมือนกับว่าเล็งๆ ไว้แล้วเลยอะ”

“ก็มีบ้างแหละน่า”

“เชอะ”

“เอ๊า เชอะไปอีก”

เมธทำหน้างอนนิดๆ แล้วก็เลยเอาถุงหนังสือไปไว้ที่เบาะด้านหลัง ก่อนจะหันมานั่งกอดอก ยกเท้าขึ้นมาขัดสมาธิ ทำเอาเบธมันเขี้ยว จนต้องยื่นมือไปขยี้ผมเมธจนยุ่งเหยิง

เบธเทียบรถขนานกับฟุตบาทอย่างสวยงามแต่ยังไม่ดับเครื่อง แล้วบอกให้เมธลงไปติดต่อสะใภ้ในฝันของเค้า ไม่นานนัก สองสาวก็เดินมาพร้อมกัน ทั้งคู่ก็เปิดประตูรถขึ้นมา เมธยังคงนั่งข้างหน้า ส่วนแก้วตาขวัญนั่งข้างหลัง ข้างๆ ถุงหนังสือของเบธนั่นแหละ

“สวัสดีค่ะพี่เบธ วันนี้พี่เบธเป็นเจ้ามือใช่มั้ยคะ ขอบคุณค่ะ” แก้วตากล่าวคำทักทาย

“จ้ะ จ้ะ เป็นเจ้าก็ได้จ้ะ ว่าแต่ สาวๆ ตกลงกันมาแล้วใช่มั้ยว่าจะไปร้านไหน”

“ข้างหน้าเลยค่ะพี่เบธ ถัดไปสองซอย ร้านจุ่มให้มิด เป็นร้านหมูจุ่มบุฟเฟต์ค่ะ ของกินอร่อย ๆ เพียบเลย ร้านประจำของแก้วกับครอบครัว”

“โอเค จัดไป”

“เย่ๆ” เมธนภาชูไม้ชูมือทำท่าดีใจ

เมื่อบอกพิกัดกันเรียบร้อยแล้ว พลขับอย่างเบธก็ขับรถไปอย่างไม่รีบร้อนนัก แก้วตาขวัญที่นั่งอยู่ข้างหลัง ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยหยิบหนังสือของเบธขึ้นมาดู

‘วิธีรับมือ คนเจ้าชู้’

อ่านชื่อหนังสือแล้วเธอก็อมยิ้ม เป็นใครก็คงจะอมยิ้มเหมือนกันนั่นแหละ เพราะคนที่เข้าข่ายว่าจะเจ้าชู้ ก็คือคนที่ยืมหนังสือเล่มนั้นมานั่นแหละ แล้วเป็นใคร ก็คงจะอดใจไม่ให้แซวไม่ได้

“พี่เบธ คิดยังไงถึงอ่านหนังสือ เล่มนี้คะเนี่ย ไปเจอคนเจ้าชู้ที่ไหนมาเหรอ”

“ไหนๆ คะพี่แก้วตา เอามาให้เมธดูหน่อย คิคิ”

สองสาวส่งหนังสือให้กัน หัวเราคิกคักสนุกสนาน

“ก็ยืมมาอ่านเพลินๆ ไม่เคยได้ยินเหรอ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” เบธว่าพลางตบไฟเลี้ยวเข้าซอย

“สัญญาณข้อแรกของคนเจ้าชู้ก็คือ มักขี้เอาใจเป็นพิเศษ หากคนที่คุณกำลังคบหาดูใจ เอาใจคุณออกนอกหน้านอกตา เอาใจทุกเรื่อง หลีกเลี่ยงการขัดใจคุณทุกอย่าง ให้สังหรณ์ใจไว้เลยว่า มีเชื้อความเจ้าชู้... สำหรับข้อแรก ชัดเจนเลยนะคะ ว่า เมธ กับ พี่แก้วตาอะ ไม่เจ้าชู้แน่ๆ แต่พี่เบธอะ เต็มๆ ”

“เอ๊า ไอ้ตัวแสบ ใส่ร้ายพี่ตัวเองก็ได้เหรอ หืม เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย”

“ฮ่าๆ ๆ ๆ”

โชคดีที่มาถึงจุดหมายปลายทางเสียก่อน ไม่เช่นนั้น เมธก็คงจะอ่านข้อต่อๆ ไป หรือไม่ก็คงจะอ่านจนหมดเล่ม แล้วเบธก็คงต้องมีอันร้อนๆ หนาวๆ เป็นแน่

“ลงกันได้แล้วค่ะสาวๆ ส่วนหนังสือเล่มนั้นน่ะ เลิกสนใจมันได้แล้วนะคะ”

เบธรีบปิดแอร์ รีบดับเครื่อง เพื่อบีบให้สองสาวรีบลงจากรถโดยเร็ว ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดี ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็ไปนั่งที่โต๊ะ เมธก็จัดแจงให้แก้วตาขวัญไปนั่งข้างๆ เบธ แล้วตัวเอง ก็นั่งอีกฝั่งคนเดียว

“พี่แก้วตานั่งตรงนั้นนะคะ จะได้คอยบริการเติมน้ำแข็ง” ปากก็พูดไปแบบนั้น อันที่จริงไม่ได้ตรงกับที่ใจคิดแม้แต่น้อย

“ระหว่างรอน้ำเดือด เดี๋ยวพี่ไปหยิบอะไรอร่อยๆ มาให้กินกันไปพลางๆ เนาะ สองสาวอยากได้อะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ” เบธพูดไปตามปกติ แต่สองสาวกลับมองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย

เบธก็เลยคิดได้ว่า หรือว่าตัวเอง กำลังพยายามเอาใจคนอื่นอีกแล้ว เหมือนในหนังสือเป๊ะเลย

“เอ่อ แต่ละคนคงชอบกินไม่เหมือนกันเนอะ ต่างคนต่างไปหยิบก็แล้วกัน โต๊ะคงไม่หายไปไหนหรอกเนอะ” เบธว่า แล้วก็เดินทำตัวเลิ่กลั่กไปหยิบอาหารทานเล่น ทีทางร้านจัดไว้ให้ และสามารถกินได้ไม่อั้น

แต่นิสัยคนเรา มันไม่สามารถเปลี่ยนได้ภายในเวลาไม่กี่นาที เบธหายไปไม่นาน ก็กลับมาที่โต๊ะ ในมือเต็มไปด้วย อาหาร ถ้วยน้ำจิ้ม ชามช้อน ตะเกียบ ครบทั้ง 3 ชุด

“พี่เบธ เมธอยากกินปีกไก่ทอด พี่แก้วตาอยากกินสลัดผัก”

“โอเคค่ะ รอแป๊บนึงนะ”

เบธรับคำสั่งจากน้องสาว ซึ่งกำลังแกล้งตัวเองอยู่ แล้วก็รีบเดินไปปฏิบัตตามทันที ทำเอาเมธกับแก้วตาขวัญหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน

“น้องเมธ อย่าแกล้งพี่เบธเลย สงสารนาง”

“ไอ้แกล้ง ก็ส่วนแกล้งค่ะ แต่เอาจริงๆ เมธรู้ ว่ามันเป็นนิสัยของเค้า และเค้าก็เปลี่ยนมันไม่ได้หรอกค่ะพี่แก้วตา พี่เบธเค้าเป็นอย่างนี้มันก็น่ารักดีนะคะ ดูอบอุ่น ดูน่ารัก แต่เมธกลัวเหลือเกิน ว่าเค้าจะเจ้าชู้เหมือนในหนังสือ”

“คงไม่หรอกมั้งคะ น้องเมธเป็นคนบอกพี่เองนะคะ ว่ากับแฟนเก่าเค้า พี่เบธเค้ารักของเค้ามากแค่ไหน” แก้วตาขวัญทบทวนความทรงจำให้เมธนภา

“อืม จริงด้วยค่ะ ตอนเค้าคบกับพี่พีร์ เมธก็เห็นเค้าอยู่แต่กับพี่พีร์ ไม่เคยมองสาวที่ไหนเลย”

“คนเขียนหนังสือเค้าก็เขียนมาจากประสบการณ์ของเค้า ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดกับทุกคน” แก้วตาขวัญคิดพิจารณาแล้วก็พูดออกไปแบบนั้น แม้ในใจจะเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเบธขึ้นมาเล็กน้อย

“พี่แก้วตา เมธตามตรงๆ นะคะ”

“ค่ะ ถามมาได้เลย”

“พี่แก้วตาชอบพี่เบธหรือเปล่าคะ”

“คะ! เอ่อ คือ ก็ พี่เบธเค้าก็น่ารักดีค่ะ” แก้วตาขวัญแอบตะกุกตะกักนิดหน่อย

“ถ้าพี่เบธจีบพี่แก้วตา พี่แก้วตาจะทำยังไงคะ”

“ก็ เอ่อ ก็คงดูๆ กันไปก่อนน่ะค่ะ แต่พี่เบธเค้าคงไม่จีบพี่หรอกค่ะ น้องเมธ”

“เดี๋ยวเมธจะเชียร์ให้เอง”

ในขณะที่กำลังถูกนินทา เบธยังคงง่วนอยู่กับการเดินไปหยิบทั้งอาหารที่พร้อมทาน และวัตถุดิบสำหรับนำมาต้มในหม้อ สองสาวก็กินไปนั่งคุยกันไปอย่างเพลิดเพลิน จนเริ่มจะอิ่มเล็กน้อย เบธถึงได้มานั่งกินอย่างจริงจัง

“อร่อยมั้ยแก้ว อยากกินอะไรอีกมั้ย เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้”

“พี่เบธกินเถอะค่ะ เดินไปเดินมา ยังไม่ค่อยได้กินเลย”

“เอากุ้งมั้ย พี่แกะให้”

“เอาอย่างอื่นได้ป้ะล่ะ”

“หืม แก้วอยากกินอะไรเหรอ”

“พี่เบธขึ้นเวทีไปร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ เค้าให้ลูกค้าไปร้องได้ แก้วจำได้ ว่าเมื่อก่อนพี่เบธเป็นนักร้อง”

“เอ้อ ก็ดีเหมือนกันนะพี่เบธ ร้องเพลงที่พี่เบธชอบร้อง ในทุกๆ คืนที่พระจันทร์เต็มดวงสิ เมธว่าเพราะดี”

“ค่า รอสักครู่นะคะ”

เบธผู้หิวโหย ตักอาหารใส่ปาก เคี้ยวตุ้ยๆ กินไปก็หันไปมองเวที รอให้จังหวะให้ลูกค้าท่านอื่นวางไมค์ แล้วจึงค่อยเดินไป

ไม่นานนัก เบธก็ขึ้นไปอยู่บนเวที พร้อมกีตาร์โปร่งที่ทางร้านจัดไว้ให้

“ขอร้องเพลงนี้ให้กับสองสาวที่โต๊ะ 22 นะคะ หากไพเราะโดนใจ ปรบมือได้ ทิปได้นะคะ”

เบธพูดอะไรสักนิดแก้เขิน ก่อนจะร้องเพลงประจำตัว เพลงที่แต่งมันขึ้นมาเอง และที่ผ่านมา เบธมักจะร้องเพลงนี้ให้พระจันทร์ฟัง เพราะตัวเองไม่รู้เลยว่า จริงๆ แล้ว ใครกันแน่ ที่อยู่ในเพลงๆ นี้

 

‘…ในคืนนี้ มันเหงา มันว่างเปล่า ใจร้าวๆ ต้องการ ใครสักคน 

มาปลอบโยน กล่อมใจ ไม่ให้ร้อนรน แต่ว่าใคร สักคน นั้น คือใคร 

 

ก็เลยแหงน มองฟ้า ถามพระจันทร์ ว่าเธอคนนั้น น่ะอยู่ ตรงที่ใด 

จะมีรัก ให้ฉัน จริงๆ ใช่ไหม แล้วทำไม ต้องแกล้ง ให้ฉันรอ 

 

ถ้าหากเธอ ใจร้าย ปล่อยให้ฉันรัก แล้วก็จาก พรากฉัน ไปแสนไกล 

ถ้าหากต้องมี น้ำตา เพราะรักหมดใจ แล้วฉัน จะต้องทำ เช่นใด 

 

ไม่รัก ก็คง จะไม่สูญเสีย แต่ฉัน ก็คง ต้องเหงาต่อไป 

สับสนอย่างนี้ มันวุ่นวาย หัวใจ แล้วทำไม พระจันทร์ ไม่ตอบฉันเลย...’  

 

เบธลงเวทีมาพร้อมกับธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทจากสาวใหญ่ที่นั่งอยู่หน้าเวที เสียงปรบมือก็ยังคงดังเกรียวกราว ระหว่างทางเดินกว่าจะกลับมาถึงโต๊ะก็มีแต่คนจับตามอง บ้างก็เข้ามาขอถ่ายรูป ราวกับว่าเบธเป็นดาราดัง

เมื่อมาถึงโต๊ะ เบธก็ส่งเงินให้เมธ ยักคิ้วให้สองที แล้วก็ก้มหน้าก้มตากินต่อ โดยหารู้ไม่ว่า ตัวเองได้กระชากหัวใจสาวน้อยอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ไปเรียบร้อยแล้ว น้ำเสียงที่ออกไปทางทุ้มต่ำ นุ่มๆ กินใจ ไหนจะเสน่ห์บนเวทีนั่นอีก แต่แน่นอนว่า เธอยังคงเก็บอาการและความรู้สึกไว้ได้ดี

“เสียงดีแบบพี่เบธเนี่ย ดีจริงๆ เลย ดูสิ จู่ๆ ก็มีคนจ่ายเงินให้” แก้วตาขวัญแซว

“ถ้าไม่ติดว่าต้องเป็นทหารนะ พี่เป็นนักร้องดังไปแล้ว” เบธก็ตบมุกแก้เขินไป

“เงินทอนที่เหลือ ของเมธใช่ปะคะพี่เบธคนหล่อ”

“จ้ะ”

สามสาวกินอาหารกันไป คุยกันไปอย่างสนุก เมื่อเห็นว่าเริ่มจะดึกแล้ว ก็พากันกลับบ้าน ระหว่างที่กำลังเดินไปลานจอดรถ เบธก็ชี้ให้แก้วตาขวัญดู เจ้าแคคตัสน้อย หน้าตาแปลกๆ อยู่ในกระถางที่เจ้าของร้านวางประดับไว้

“ต้นนี้น่ารักดีอะ ที่ร้านแก้วมีหรือเปล่า แล้วมันชื่อว่าอะไรอะ”

“มันชื่อว่า นักกล้าม ค่ะพี่เบธ แล้วก็ต้นนี้น่ะ มาจากร้านแก้วเนี่ยแหละค่ะ”

“โหย ไรอะ มีของดีแต่ไม่ยอมให้อะนะ คนเรา”

“พี่เบธก็ต้องใจเย็นๆ สิคะ หัดเลี้ยงต้นนั้นไปก่อน ถ้าสามเดือนผ่านไปแล้วไม่ตาย เดี๋ยวแก้วจัดเด็ดๆ ให้เลย” แก้วตาพยายามอธิบาย

“เด็ดแค่ไหนเหรอ อยากรู้จัง” เบธยิ้มกรุ้มกริ่ม

“พี่เบธ ทะลึ่งปะเนี่ย ฮะ! ”

“ทะลึ่งตรงไหน ก็หมายถึงแคคตัส”

“แล้วจะยิ้มแบบนั้นทำไมล่ะ”

“อ้าว ยิ้มแบบนี้ มันต้องแปลว่า ทะลึ่งเหรอคะ”

“กลับบ้านไปเปิดหนังสือดูเลยนะคะ แก้วเชื่อว่า ในหนังสือต้องมีบอกค่ะ ว่าคนที่ยิ้มแบบนี้ มีเชื้อเจ้าชู้”

“เนี่ย ใส่ร้ายพี่กันอีกละ เนอะเมธเนอะ” เบธหันไปฟ้องน้องสาว

“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ พี่เบธสุดที่รัก เดี๋ยวให้ถึงรถก่อน”

เบธก็ยังคงเดินยิ้มกรุ้มกริ่ม ขนาบด้วยสองสาวไปกระทั่งถึงรถ เมธรีบเปิดประตูไปหยิบหนังสือที่เบาะหลัง ก่อนจะมานั่งข้างหน้า

“เมธ เอาจริงดิ เราอะ” เบธมีทักท้วงนิดหน่อย

เมธหันมายักคิ้วให้ เปิดไฟในรถ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเปิดหนังสือ เบธรู้สึกว่า คิดผิด ที่สอนเมธยักคิ้วข้างเดียว 

เมื่อกวาดตาไปมาได้สักพัก สาวเมธก็ยิ้มขึ้นมา ก่อนจะอ่านออกเสียงดัง

 

“หากคุณรู้สึกว่า ตกหลุมรักใคร เพราะรอยยิ้มของเค้า ทั้งๆ ที่รู้สึกว่า มันเป็นยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจ ให้สังหรณ์ใจไว้เลยว่า คุณกำลังติดกับดัก ของคน เจ้าชู้... เป๊ะเลยพี่เบธ! ”

 

“อะไรอ่า ยิ้มน่ารักก็ผิดด้วยเหรอ”

“มันจะไม่ผิดเลยนะคะพี่เบธสุดที่รักของเมธ ถ้าพี่ไม่ยิ้มแบบนี้ให้กับทุกคน”

“ก็ไม่ทุกคนนะ พูดจริงๆ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น