ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 48 ช่างทำรุนแรงเหลือเกิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 48 ช่างทำรุนแรงเหลือเกิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2562 07:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 48 ช่างทำรุนแรงเหลือเกิน
แบบอักษร

"ท่านพ่อกลับมาแล้วหรอ..."

 

 

 

ในขณะที่คาซึยะกำลังโอบกอดฮินาโมริให้หายคิดถึงก็มีเสียงของเด็กน้อยดังมาจากข้างหลังทุกคนในบ้านต่างพากันมองเด็กหญิงที่วิ่งออกมาด้วยสีหน้าสงสัย โดยเฉพาะคาสุมิและฮินาโมริ

 

 

 

"เธอเป็นใคร ?"

 

 

 

คาสุมิเดินมาประจันหน้ากับอาจิไซแบบไม่สบอารมณ์ เพราะเด็กคนนี้มาขัดจังหวะความสุขของเธอ แต่อาจิไซก็ไม่เกรงกลัวเธอยืดอกและเงยหน้ามองคาสุมิ ทั้งคู่จ้องตากันก่อนจะมีประกายสายฟ้าโผล่ออกมาจากความว่างเปล่า

 

 

 

"ฉันอุจิวะ อาจิไซลูกสาวของท่านพ่อคาซึยะแล้วเธอละเป็นใคร!"

 

 

 

"ลูกสาวของคาซึยะ ?"

 

 

 

ฮินาโมริที่กำลังถูกกอดถึงกับขมวดคิ้วเป็นปม สายตาจดจ้องคาซึยะราวพญาเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหยื่อ ทว่าคาซึยะที่กำลังเพลิดเพลินกับสัมผัสแสนนุ่มนิ่มอันใหญ่โตเกินวัยจากด้านหน้าของแฟนสาวมีหรือจะสนใจ

 

 

 

"เอ๋ ลูกสาวท่านพี่คาซึยะหรอ ถ้าแบบนั้นเธอก็ต้องเป็นหลานของฉันนะ อาจิไซ! ดังนั้นทักทายท่านอาผู้นี้ซะ"

 

 

 

คาสุมิได้ทีก็ยืดอกกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เหนือกว่าโดยไม่สนใจว่าพี่ชายมีลูกได้ยังไง ส่วนอาจิไซได้แต่ชักสีหน้าไม่สบอารมณ์ และเหล่มองไปทางคาซึยะเพื่อขอความช่วยเหลือ

 

 

 

"เอาละคาสุมิอย่าแกล้งหลานแบบนั้น"

 

 

 

"อะไรกันท่านพี่ชิซุยก็ยัยนี่... เออก็ได้"

 

 

 

เจอสายตาเด็ดขาดและตำหนิติเตียนคาสุมิก็ยอมแพ้ อาจิไซที่ได้รับการช่วยเหนือจากเด็กชายก็มองชิซุยอย่างสนอกสนใจ ดูเหมือนชายคนนี้จะเป็นท่านอาใหญ่ของเธอ

 

 

 

"ชิซุยฝากดูแลน้องและหลานด้วยที่พี่จะพายูกิมิไปหาท่านน้าซึนาเดะ"

 

 

 

"เข้าใจแล้วครับท่านพี่"

 

 

 

คาซึยะหันไปมองยูกิมิและกวักมือเรียกเธอให้เดินมากับเขา และเขาก็ชักชวนฮินาโมริไปกับเขาด้วย เพราะเขาต้องการพูดคุยเรื่องอาจิไซกับเธอเป็นการส่วนตัว

 

 

 

ทั้งสามพากันออกจากบ้านและมุ่งตรงไปทางโรงพยาบาลโคโนฮะ ที่อยู่แถวใจกลางหมู่บ้าน ไม่นานนักทั้งสามก็เดินทางมาถึงพบซึนาเดะและพูดคุยกับเธอเล็กน้อย และส่งตัวยูกิมิให้กับเธอก่อนจะจากไปพร้อมฮินาโมริ

 

 

 

"คาซึคุงเรื่องอาจิไซน่ะ"

 

 

 

"ขอโทษนะ คือเรื่องมันเป็นแบบนี้..."

 

 

 

ในระหว่างเดินทางไปตามท้องถนนในหมู่บ้านคาซึยะก็เริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนที่เจออาจิไซรวมถึงการปลูกถ่ายเลือดและดวงตาของอาจิไซด้วย ถ้าเป็นไปตามปกติอาจิไซคงไม่พ้นเป็นเพียงลูกบุญธรรม 

 

 

 

แต่เนื่องจากทั้งคาซึยะและอาจิไซมีเลือดกรุ๊ปเดียวกันเขาจึงให้เลือดแก่เธอมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นดังนั้นถ้าให้ตรวจดีเอ็นเอตอนนี้อาจิไซจะถูกนับว่าเป็นลูกสาวแท้ๆของเขาอย่างสมบูรณ์

 

 

 

"แล้วจะไม่บอกเธอเรื่องนี้หรอ ?"

 

 

 

"ไม่จำเป็น ขอเพียงฮินะยอมประสานเลือดและเซลล์บางส่วนเข้าสู่ร่างกายของอาจิไซแค่นี้ก็ถือว่าเธอเป็นลูกสาวของพวกเราแล้ว"

 

 

 

ฮินาโมริถึงกับคิดหนัก แต่สักพักเธอก็ยิ้มและพยักหน้าอย่างเข้าใจ ทำให้คาซึยะรู้สึกโล่งอกเพราะในปัจจุบันอาจิไซยังไม่รู้ตัวว่าเธอเป็นเด็กที่ถูกเขาเก็บมาเลี้ยง เขาไม่อยากให้เธอมีปมในเรื่องนี้จึงต้องมาขอร้องแฟนสาว

 

 

 

"เรื่องนี้ฉันจะไปคุยกับท่านพ่อและเตือนคนในตระกูลให้ ยังไงเมื่อสองปีที่แล้วฉันก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหน จึงไม่มีปัญหาในเรื่องนี้"

 

 

 

นี่จึงทำให้คาซึยะโล่งอก ก่อนจะ้มออกมาและลากจูงมือฮินาโมริเข้าไปในตรอกซอยที่ไร้ผู้คน และผลักเธอเข้าติดผนังและจ้องตาเธออย่างหลงใหล ฮินาโมริก็ไม่เข้าใจว่าคาซึยะกำลังทำอะไร

 

 

 

"รู้หรือเปล่าว่าฉันคิดถึงฮินะมากเลยนะ ขอโทษที่ปล่อยให้เธอรับภาระหนักอยู่คนเดียวแบบนี้"

 

 

 

เขารู้ว่าพ่อและแม่ออกไปทำภารกิจลับนอกหมู่บ้านเป็นเวลาเกือบปีแล้วดังนั้นผู้ที่คอยดูและคาสุมิและชิซุยตลอดหนึ่งปีควรเป็นฮินาโมริ ทั้งที่มันเป็นหน้าที่ของคนเป็นพี่อย่างเขา เขารู้ดีว่าการดูแลคนอื่นนั้นมันเหนื่อย

 

 

 

"ฉันเข้าใจว่าคาซึคุงมีเรื่องต้องทำเพราะงั้น...อื้มมม"

 

 

 

คาซึยะก็จู่โจมฮินะแบบสายฟ้าแลบริมฝีปากเข้าประกบริมฝีปากเล็กของฮินะ ความซุกซนของเขาเริ่มเล่นกับริมฝีปากของฮินะอย่างช้าๆทั้งขบเม้มและดูดจนฮินะเริ่มหลับตาส่งแขนไปคล้องคอของแฟนหนุ่มและปล่อยกายและใจให้เป็นไปตามการชักนำของเขา จนกระทั่ง...

 

 

 

"นี่นี่ฮินะจัง!"

 

 

 

"เอ๊ะ!"

 

 

 

ฮินะหลุดออกจากภวังค์และจ้องมองคาซึยะอย่างสับสน เธอยกมือและใช้นิ้วลูบริมฝีปากของตนเองและก็พบว่ามันไม่บวมหรือชุ่มช่ำอย่างที่คิด เธอมองแฟนหนุ่มที่ยืนเอียงคอมองเธออย่างสงสัยก็ถอนหายใจอย่างเซ็งแซ่ นี่เธอจินตนาการไปเอง ?

 

 

 

"กลับกันเถอะ"

 

 

 

"อะ อืม"

 

 

 

'ไอเราก็คิดว่าเขาจะ...'

 

 

 

หน้าตาของฮินาโมริแดงก่ำซึ่งคาซึยะที่เดินจับมือพานาโมริเข้าซอยตรอกเงียบไม่ได้คิดจะทำอะไรตอนนี้ แต่เพราะเส้นทางมันเงียบเฉียบไม่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกจับตามองจากสายลับที่คอยจับตามองเขาอยู่

 

 

 

'ดูท่าเราจะทำเอิกเริกมากเกินไป แต่ช่างสิใครสน' ว่าจบคาซึยะก็พาฮินะออกมานอกซอยซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตของตระกูลอุจิวะแล้วสายลับจึงไม่กล้าเหยียบย่างเข้ามา

 

 

 

"ช่วงนี้การฝึกเป็นยังไงบ้างละ ?"

 

 

 

"ก็ดีตอนนี้ฉันสามารถใช้Hakke Hyaku Nijūhasshō(มวยอ่อนแปดทิศร้อยยี่สิบแปดฝ่ามือ)ได้อย่างสบายๆแล้ว จะเหลือก็แค่เสริมกระบวนท่าด้วยแปรรูปแบบจักระให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ฉันพัฒนาไทจุสสุผสานนินจุสสึรูปแบบใหม่อยากลองรับมันดูไหม ?"

 

 

 

คาซึยะรู้สึกสนใจไม่น้อยเขาพยักหน้าและให้ฮินาโมริพาเขามุ่งตรงไปยังลานฝึกที่สาม ซึ่งไม่มีใครใครใช้ มันเป็นสถานฝึกซ้อมของกลุ่มทีมของคาคาชิในอนาคต ทั้งคู่ยืนตรงข้ามกันเพราะครั้งนี้เป็นการซ้อมดวล

 

 

 

"ใช้ซูซาโนโอะป้องกันหน่อยก็ดีนะคาซึคุง อย่าหาว่าฉันไม่เตือน"

 

 

 

"โอ้ขนาดนั้นเลย"

 

 

 

คลื่นนนนนน~

 

 

 

เคลื่อนแรงกดดันจากร่างของฮินะทำให้คาซึยะถึงกับแปลกใจและมองไปที่ฝ่ามือของเธอ ฝ่ามือของเธอมีจักระสีฟ้าแปรสภาพเป็นมือยักษ์ครอบคลุมไปทั่วทั้งแขน 

 

 

 

พอมองดูเขาก็รู้สึกสงสัยเพราะมันไม่ค่อยแตกต่างจากเมื่อสามปีที่แล้ว แค่มือใหญ่จักระใหญ่ขึ้นเท่านั้นเอง ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะใช้ซูซาโนโอะตามคำแนะนำของเธอ แต่พริบตาเดียวความคิดประมาทก็ต้องเปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน

 

 

 

"Yasogami Kūgeki(หมัดสุญญากาศ อสีติเทพ)"

 

 

 

ฝ่ามือยักษ์ขนาดเท่าดาวหางสีม่วงจำนวนแปดสิบหมัดโผล่ออกมาจากความว่างปล่าวก่อนจะระดมต่อยมาที่คาซึยะด้วยความเร็วเสียงจนเกิดคลื่นพลังทำร้ายล้างที่น่าหวาดผวา

 

 

 

'บัดซบนี่มัน...!'

 

 

 

ดวงตาของคาซึยะเปลี่ยนเป็นเนตรนิรันดร์โครงกระดูกจักระขาวดำโผล่ออกมาครอบคลุมร่างและต้านรับหมดที่ระดมต่อยเข้ามาแบบไม่ยั้ง แกร็กเพียงหมัดแรกซูซาโนโอะขั้นแรกก็เกิดรอยแตกร้าวเล็กๆทันที

 

 

 

ตุ้มๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

 

 

 

หมัดยักษ์ระดมต่อยคาซึยะแบบไม่ยั้งมือจนร่างเขาปลิวไปราวกระสุนแต่หมัดที่เหลือก็ยังตามไปซ้ำ จนถึงหมัดที่เจ็ดสิบห้าซูซาโนโอะขั้นที่สองก็เอาไม่อยู่ ดังนั้นเขาจึงรับหมัดยักษ์อีกห้าหมัดไปเต็มๆ ต้องบอกเลยว่าเกือบไปแล้ว ถ้าไม่ใช้ลูกแก้วแสวงสัจธรรมแล้วละก็สาหัสแน่

 

 

 

'หมัดนั่นแฝงเร้นพลังธรรมชาติไว้!! รุนแรงมากแต่วิชานี้มันของ โอซึซึกิ คางุยะไม่ใช่หรอ ?'

 

 

 

"เป็นยังไงบ้างคาซึคุง"

 

 

 

"เกือบตายยังไงละ!"

 

 

 

คาซึยะถึงกับกล่าวออกมาอย่างหวาดเสียวและเก็บลูกแก้วสัจธรรมกลับเข้ามาในร่างกาย สายตาเหล่มองพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อราวกับถูกสะเก็ดดาวตกพุ่งลงมาชน

 

 

 

"เธอใช้วิชาเซียนได้ด้วย ?"

 

 

 

"นิดหน่อยน่ะ ฉันเอาข้อมูลวิชาเซียนบางส่วนในห้องวิจัยของคาซึคุงมาลองปรับใช้ดู"

 

 

 

คาซึยะถึงกับหวาดผวาดูเหมือนการที่เธอได้เลือดและเซลล์ของเขาไปจะทำให้เธอมีจักระระดับสูงและคุณสมบัติของกายเซียน พอรวมเข้ากับเนตรสีขาวจึงทำให้เธอมีพลังเนตรคล้ายคลึงกับคางุยะ ?

 

 

 

"มีใครใช้แบบฮินะจังได้อีกไหม ไอ้เจ้าท่าเมื่อกี้"

 

 

 

"ไม่มีแม้แต่ท่านพี่ฮิอาชิและท่านพี่ฮิซาชิก็ไม่สามารถใช้มันได้ นี่น่าจะผลจากการที่ฉันได้รับเซลล์และเลือดของคาซึคุงมาละมั้ง มันค่อนข้างคล้ายขีดจำกัดทางสายเลือดน่ะ"

 

 

 

"แบบนี้นี่เอง Kekkei Mōra(ขีดจำกัดทางสายเลือดสูงสุดแบบเฉพาะ) สินะ"

 

 

 

เขาเริ่มมีความคิดแปลกๆขึ้นมา ถ้าการวิจัยอักขระสาปเป็นไปได้ด้วยดีเขาสามารถใช้มันกับฮินาโมริ ถ้าเธอได้พลังอักขระสาปไป เชื่อได้เลยว่าสงครามโลกนินจาครั้งที่สี่ตาแก่มาดาระได้มีการนอนจุกตัวงอเป็นกุ้งแน่

 

 

 

แค่คิดก็น่าสนุกแล้วดูเหมือนเขาจะต้องจริงจริงในเรื่องอักขระสาปให้มากเป็นพิเศษด้วยพลังของฮินะที่สามารถทำลายซูซาโนโอะได้เกรงว่าถ้าเธอแข็งแกร่งมากกว่านี้เนตรสีขาวของเธออาจเข้าถึงระดับสายเลือดหลักอย่างตระกูลโอซึซึกิ ที่สามารถใช้มองได้ทุกสิ่งไม่เว้นแม้แต่โชคชะตาชีวิตของผู้อื่น!

 

 

 

 

Yasogami Kūgeki

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น