คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7: แค่อยากดูแล [3]

ชื่อตอน : บทที่ 7: แค่อยากดูแล [3]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2562 20:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7: แค่อยากดูแล [3]
แบบอักษร

 

 

 

 “เดินให้เร็วกว่านี้!” มือแข็งแรงกุมรอบข้อมือเล็ก บีบแน่น ดึงฉุดหล่อนให้เดินตามเขาออกมาด้านหน้าโรงแรม เสียงเฟื่องลดาน่ารำคาญมากร้องโวยวายให้เขาปล่อยมือ คนแถวนั้นหันมามองเข้าใจผิดหมดว่าเขาจะลากหล่อนไปข่มขืน ทั้งที่จริงแค่จะลากไปร้านอาหารเยื้องโรงแรมไปสามร้อยเมตรแค่นี้เอง จะร้องทำไม! 

“หิวข้าวก็ไม่บอก ลากแขนเหมือนจะฉุดไปฆ่า” 

“บ่นอะไรของเธอ นั่งลง แล้วรีบสั่งอาหารมาให้ฉันกิน” 

“อาหารในงานตั้งเยอะ ทำไมต้องมากินเสียเงินข้างนอกด้วย” 

“เธอนี่ยังไง ฉันมีปัญญาจ่ายก็แล้วกัน นั่ง!” 

เฟื่องลดาลากเก้าอี้อีกฝั่งออกนั่งก่อนเขาจะอารมณ์เสียไปมากกว่านี้ พนักงานเข้ามาส่งเมนูและยืนรอรับออร์เดอร์หล่อนไม่รู้ว่าเขาชอบกินอะไรจึงสั่งมาแค่สองสามอย่าง แต่พออาหารมาเสิร์ฟกลับถูกรณภพด่า “แค่นี้จะไปอิ่มอะไรมากันตั้งสองคน สั่งมาเพิ่มอีก!” ปากคอยแต่จะว่าจะบ่นให้คนอื่นไม่ยอมสั่งเอง เขายกมือขึ้นกอดอกเคยชินกับการถูกคนรอบข้างตามใจ ทำหน้ายิ่งกว่าเด็กเอาแต่ใจซะอีก ไม่ได้ดูน่ารักเลยแต่น่าตบมากกว่า 

“ได้ค่ะ” ยิ้มหวาน หยิบรายการอาหารเล่มเดิมมาเปิดออกแล้วร่ายยาวเมนูอาหารตั้งแต่หน้าแรกไปเรื่อยๆ 

บริกรหนุ่มฟังอย่างอึ้งๆ ไม่กล้าจด และก่อนที่เฟื่องลดาจะสั่งอะไรไม่คิดไปมากกว่านี้ รณภพร้อนตัวรีบแย่งเมนูมาสั่งอาหารเอง บวกกับแกล้มแล้วก็เหล้าอีกชุดใหญ่เหมือนตั้งใจจะดื่มให้เมาไปข้าง 

รอราวสิบห้านาทีอาหารก็ทยอยนำมาเสิร์ฟจนเกือบล้นโต๊ะ รณภพเจริญอาหารขึ้นเยอะเลย ให้ทนมองหน้าเฟื่องลดาอย่างน้อยก็ยังดีกว่าหน้าไอ้ฐานัสหรือนาตาลี เขาเติมข้าวถึงสองครั้ง อิ่มแปล้ มองจอถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกรอบสามทุ่ม ส่งเสียงเฮร่วมกับคนอื่นในร้าน แบ่งเป็นสองพรรคสองพวก เขม่นเกือบจะตีกันก็หลายรอบ 

อาหารเริ่มย่อยเขาเปลี่ยนมาผสมเหล้าเคล้ากับแกล้มดื่มพลางดูบอล ยิ่งดึกยิ่งเมา ยิ่งเมาก็ยิ่งรั่ว เชียร์บอลมั่วซั่วไปหมดใครยิงเข้าก็ฉลองกับเพื่อนใหม่โต๊ะข้างๆ  

เฟื่องลดาไม่อินกับอะไรทั้งนั้นนั่งตบยุงรอเขาจนกระทั่งบอลจบตอนห้าทุ่ม เขาเมามากแล้วพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ฟุบใบหน้าลงบนโต๊ะ 

“คุณภพ คุณเมาแล้วนะ กลับกันเถอะ” 

“อย่ายุ่ง… จะนอน ไปไกลๆ เลยไป” 

เงยหน้าขึ้นมาตวาดใส่ผมเผ้าเขายุ่งเหยิง แล้วนอนลงที่เดิม หน้าหล่อๆ ของเขาจมอยู่กับกองน้ำที่ละลายออกจากถังน้ำแข็ง สกปรกเปื้อนไปหมด 

เฟื่องลดามองภาพตรงหน้าด้วยความเพลียใจ ไม่รู้เลยว่าเขาเมาแล้วจะหมดสภาพได้ถึงขนาดนี้ เริ่มดึกแล้วโซนครัวใกล้จะปิดเหลือแค่พนักงานคอยดูแลลูกค้าให้นั่งต่อได้ไม่เกินตีหนึ่ง หล่อนแอบขโมยเงินในกระเป๋ารณภพมาจ่ายเพราะบิลเรียกเก็บมาสี่พันกว่า 

ลูกค้าหลายโต๊ะทยอยลากกันกลับไปแล้วเหลือกลุ่มหนุ่มๆ ชาวต่างชาติกับคนไทยอีกสองโต๊ะยังดื่มกันอย่างสนุกสนาน ร้องเพลงเสียงดังเอะอะโวยวาย เลยเที่ยงคืนมาแล้วเฟื่องลดาเริ่มทนความหนาวไม่ไหวจึงสะกิดปลุกเขาแรงๆ ลมหายใจเขาผ่อนเขาออกสม่ำเสมอ เกรงใจ แต่ก็ต้องปลุก 

“อย่าคิดว่าจะเก็บความลับไปได้ตลอด…” เขาเมามาก สะอึก ตอบกลับคนละเรื่อง พึมพำพูดคนเดียวไปเรื่อยเปื่อย 

“จะเอามันมาแทนที่งั้นเหรอ… น้ำหน้าอย่างมันเนี่ยนะจะดูแลงานได้ เป็นลูก… หรือไม่ใช่ลูก… ทำไมถึงไม่เข้าข้าง” หัวไหล่เขาสั่นไหวสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาเมาเกินกว่าจะคิดว่าอาจถูกเฟื่องลดาหัวเราะเยาะเหมือนกับที่เขาพยายามจะลดคุณค่าหล่อน “เกลียดนักไม่เอาแล้วก็ได้ แล้วอย่ามาเสียใจทีหลังก็แล้วกัน ฮือ…” 

หล่อนมองเขาที่กำลัง …ร้องไห้ 

ความใฝ่ฝันของเขาคือการขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ต่างจากหล่อนที่ชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรแค่อยากอยู่กับลูก 

ความฝันของเราต่างกัน ความพยายาม ความทุ่มเทก็ต่างกัน เฟื่องลดานั่งมองปล่อยให้เขาพร่ำเพ้ออยู่อย่างนั้นไม่ได้เข้าไปขัด 

ภายในหนึ่งถึงสองปีนี้ท่านเจ้าสัววิทยาประกาศจะลงจากตำแหน่ง และจะให้คนที่คู่ควรขึ้นมาเป็นผู้บริหาร คนๆ นั้นจะต้องพาบริษัทไปรอด ได้รับความเคารพจากพนักงานและบอร์ดบริหารสัดส่วนเกินครึ่ง เหตุเกิดจากช่วงกลางปีก่อนมีการหยั่งเสียงอย่างไม่เป็นทางการ แล้วมีข่าวลือออกมาว่าท่านเจ้าสัวเป็นหนึ่งในคนที่ไม่ยกมือเลือกรณภพ ทั้งที่รณภพเป็นลูกชายคนเดียว และคอยช่วยงานท่านเป็นเวลามากกว่าสิบปี เรื่องนี้ถือเป็นความลับแต่หล่อนรู้มาจากคุณแขไข 

ท่านสงสารลูกชายและอยากให้หล่อนช่วยอย่าเก็บคำพูดเขามาใส่ใจ ช่วงนี้รณภพเครียด ทั้งทะเลาะกับพ่อตัวเองเรื่องงาน ก็เลยกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขา เฟื่องลดาไม่รู้เลยว่าถ้าเป็นตัวเองจะรับมือกับปัญหายังไง ทุ่มเทมากขนาดนี้ แต่พ่อแท้ๆ กลับมองไม่เห็นคุณค่า ถึงจะปากร้ายใจร้ายแต่เรื่องนี้หล่อนเห็นใจเขา 

เฟื่องลดาปล่อยให้เขานอนต่ออีกพักใหญ่จนเกือบจะเหลือแค่โต๊ะเราจึงตัดสินใจปลุกเขาอีกรอบ ส่งเสียงให้ดังมากกว่าเดิม 

“คุณภพ ตื่นเถอะ กลับไปนอนต่อที่ห้องนะคะ” เขาได้ยินแต่ไม่สนใจหล่อนจำเป็นต้องเดินเข้าไปใกล้แล้วงัดตัวงัดแขนขึ้น 

“อะไรของเธอเนี่ย สะกิดอยู่นั่นแหละ ฉันง่วงนอนจะแย่” 

“เที่ยงคืนแล้ว ถ้าคุณภพจะนอนต่อก็นอนแต่เฟื่องจะกลับ” งัดแขนเขาขึ้นมาอีกครั้ง รณภพขัดใจแต่ก็ยอมนั่งตัวตรง 

“กลับก็กลับ น่ารำคาญเสียงเธอชะมัด”  

เขามองแล้วบ่นด้วยนัยน์ตาฉ่ำปรือ เกาหน้า เกาต้นคอ คงจะเป็นยุงที่บินมากัดถึงได้คันขนาดนี้ รณภพลุกขึ้นยืนแต่เซเล็กน้อยล้มหน้าคว่ำลงบนโต๊ะขวดโซดาหล่นลงพื้นแตกกระจาย พนักงานชายที่คอยดูแลสถานที่ต้องเข้ามาตรวจเช็คเผื่อมีแก้วแตก เฟื่องลดารีบตามไปงัดจับแขนไว้ทว่าเขากลับสะบัดทิ้ง 

“อย่ายุ่ง ไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว” 

 

 

 

 

 

ไรท์เขียนหน้าบทความผิด เรื่องนี้มีทั้งหมด 22 บทนะคะ  

(แต่งเองก็ยังหลงๆ ลืมๆ เขียนไว้แค่ 21 บท ฮ่าๆ) 

 

ยาวจุใจมาก ระหว่างรอเรื่องของคุณรัน ฝากเปย์พี่ภพกับเฟื่องด้วยน้าา  

จะได้มีน้องกัปตันไปนอนกลิ้งเล่นให้เอ็นดูกัน ^//^ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น