เจ้าชิบะ

ฝากสนับสนุนนิยายด้วยนะคะ

รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 34

ชื่อตอน : รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 34

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37.1k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2562 19:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รักร้ายๆ ของผู้ชายอันตราย# 34
แบบอักษร

34  

  

  

  

“มึงจะนอนที่นี่หรือเปล่า?” เพลิงถามขึ้นหลังจากที่หมอตรวจร่างกายเสร็จแล้วเดินออกไป พีคที่ยืนรออยู่ไม่ไกลรีบผละจากโทรศัพท์แล้วเดินกลับไปหาเพลิงข้างเตียงตามเดิม  

“ไม่ให้นอนที่นี่แล้วใครจะดูมึง” พีคพูดเสียงเรียบพร้อมนั่งลงเก้าอี้ข้างเตียง  

“แล้วไม่ไปทำงานหรือไง?” เพลิงเลิกคิ้วนิดๆถามพีค  

“กูไม่ไปยังไงก็มีคนดูร้านให้ แต่มึงอ่ะ กูไม่อยากปล่อยมึงไว้คนเดียว กูเป็นห่วง” เพลิงหน้าขึ้นสีระเรื่อเมื่อได้ยินคำว่าห่วงจากปากพีคที่พูดบอกเขาได้เพียงง่ายๆไม่ขัดเขินเลยสักนิด แต่กลายเป็นคนฟังเสียเองที่กลับเขินแทน หลังจากยอมตกลงเป็นแฟนกันจริงๆจังๆ เพลิงสัมผัสได้ว่าพีคค่อนข้างอ่อนโยนกับเขามาก เรียกได้ว่าด้านร้ายๆที่เคยเจอแทบไม่แสดงออกมาเลย นอกจากนิสัยขี้แกล้ง กวนตีน ที่ดูจะติดเป็นนิสัย เพลิงแอบไม่ชินอยู่ลึกๆ อาจจะด้วยที่พึ่งใจตรงกัน ทำให้เพลิงมีอาการขัดเขินทุกครั้งที่พีคพูดจาดีๆใส่  

“แล้วเรื่องที่มีปัญหาอยู่ไม่ไปจัดการหรอ?” เพลิงยังคงถามต่อเรื่อยๆ จนพีคเริ่มรู้สึกตะหงิดๆ  

“กูส่งเรื่องให้ตำรวจกับลูกน้องจัดการแล้ว ไม่ต้องห่วงแทนกูหรอก” พีคตอบ  

“งั้นหรอ แล้ว...”  

“ถามขนาดนี้กลัวกูหนีหรือไง” พีคพูดแทรกเพลิงขึ้นมาพลางใช้แขนข้างนึงยกขึ้นมาเท้าคางเอาไว้ เพลิงหันหน้าหลบรอยยิ้มกวนทันที พีคยกยิ้มมองหน้าที่หันหนีไปอย่างนึกขำ จะว่าเดาถูกก็คงไม่ใช่ เพราะเพลิงดูเกร็งๆตลอดเวลาหลังจากที่ยอมคบกับเขา เพลิงคงไม่ชินกับสถานะใหม่ระหว่างเขากับตนเอง บางทีคงต้องให้เพลิงอยู่กับตัวเองสักพัก  

“มึงอยากกินอะไรมั้ย เดี๋ยวลงไปซื้อ” คำถามของพีคทำให้เพลิงหันหน้ากลับมามองพีคเหมือนเดิม พร้อมทำตาแป๋วราวกับเป็นสิ่งที่ตนเองอยากได้ยินอย่างนั้น   

“เต้าทึง” ” พีคเลิกคิ้วขึ้นนิดๆ เพราะเพลิงรีบตอบอย่างไม่ลังเล  

“เต้าทึงใช่มั้ย เดี๋ยวไปเดินดูข้างล่างให้” พูดจบจนเตรียมจะลุกออกไป แต่เพลิงกลับรีบใช้มือรั้งแขนพีคเอาไว้พร้อมจ้องหน้าของพีคที่ก้มลงมา   

“ไม่ๆ กูไม่ได้อยากกินเต้าทึงแถวนี้” เพลิงบอกปัดจนพีคถึงกับขมวดคิ้วงง  

“ไม่ได้อยากกินแถวนี้ แล้วมึงจะกินที่ไหน” พีคถามขึ้น   

“เยาวราชร้านสวีทที ต้องร้านนี้เท่านั้นนะ เครื่องแน่นมาก อ้อๆ เอาบัวลอยงาดำมาด้วยไม่ต้องใส่ไข่นะ แล้วก็ขอขนมปังเจ้าเด็ดเยาวราชด้วย ราดช็อกโกแลตสามชิ้นนะ” เรียกว่าสั่งรัวๆเหมือนคนอดอยาก พีคยืนทึ้งไปนิดนึงก่อนจะเขยิบตัวมาคุยกับเพลิงดีๆ  

“สองทุ่มให้กูไปเยาวราช มึงไปตายอดตายอยากน้ำตาลมาจากไหนไอ้เพลิง แล้วให้กูถ่อสังขารไปเยาวราช มึงคิดว่าห้านาทีถึงหรือไงห๊ะ” ถึงกับต้องยืนบ่นคนที่นอนแหมะอยู่บนเตียง แต่คนโดนบ่นไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร กลับทำหน้าระรื่นใช้มือไปตบแขนพีคเบาๆ  

“เอาหน่า ไหนๆก็บอกว่าจะดูแลกูแล้วอ่ะ ทำหน้าที่ลูกผู้ชายหน่อย เกี๊ยวกุ้งก็อร่อยนะ” เรื่องกินสำหรับเด็กคหกรรมนี่ต้องยกให้เลย แล้วยังจะมีหน้ามาเกี๊ยวกุ้งเพิ่มอีก พีคหรี่ตามองคนตะกละแดกก่อนจะส่ายหน้าเพลียที่ต้องยอมออกไปซื้อตามที่เพลิงอยาก  

“ไอ้ที่ถามๆว่าไม่ออกไปไหนนี่คือ..อยากฝากกูซื้อของกินใช่มั้ย”  

“หลักๆก็..เออ กูอยากแดก กูรอจังหวะตั้งนานมึงก็เสือกบอกไม่ไปๆ ดีนะที่จู่ๆมึงถามอ่ะ ไม่งั้นกูคงเป็นบ้าเพราะอาหารโรงพยาบาลแน่” เปิดเผยความในใจสุดๆ ตอนแรกพีคคิดว่าเพลิงดูอิดออดเพราะต้องการอยู่คนเดียวหรือไม่ก็กลัวว่าเขาจะหนี แต่ที่ไหนได้ เจ้าตัวดันรอจังหวะฝากซื้อของกินซะงั้น  

“แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่ทีแรก ทำยึกยักๆเพื่อ?” พีคว่า  

“เอ้า ก็กูเกรงใจมึงอ่ะ เห็นมึงยอมอยู่กับกูตลอดเวลา จะใช้ให้เข้าๆออกๆมันก็ใช่เรื่องมั้ยล่ะ” เพลิงตอบเสียงอ้อมแอ้ม   

“ไอ้ที่สั่งเมื่อกี้คือเกรงใจ ถูกมั้ย” พีคยังคงถามกลับ  

“เฮ้ย ไม่เหมือนกันซะหน่อย อันนี้มึงเสนอเอง เพราะงั้นไปซื้อให้กูหน่อย นะ” เพลิงยิ้มให้อย่างอารมณ์ดี อาการเกร็งๆเริ่มดีขึ้น พีคยกยิ้มส่ายหน้าไปมานิดหน่อย ก่อนจะพูดทวนของกินที่เพลิงฝากซื้อ  

“เอาอะไรบ้างนะ เต้าทึง บัวลอยงาดำ ขนมปังช็อกฯ เกี๊ยวกุ้งนี่เอามั้ย?”  

“ไม่” เพลิงส่ายหน้า  

“สรุปเอาแค่นี้นะ แล้วอีกอย่าง..” พีคพูดเว้นระยะ ก่อนจะเขยิบหน้าเข้าไปใกล้เพลิงพร้อมยกมือให้หลังนิ้วชี้เคาะหน้าผากไปหนึ่งที จนเพลิงหลับตาปี๋ไปแปปนึงก่อนลืมตามองพีคตรงหน้า “คราวหลังอยากได้อะไรไม่ต้องเกรงใจกูหรอก กูบอกแล้วไง ว่ากูจะดูแลมึงเอง”  

เป็นผู้ชายที่พอใจดีด้วยก็เล่นทำใจสั่นจนแทบจะคุมตัวเองไม่อยู่ เพลิงเผลอหลุดยิ้มเขินหน้าแดงวาบทันทีกับคำพูดของพีค ปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของเพลิงทำให้พีคพอใจมากๆ ก่อนจะลุกพลางขยี้หัวเพลิงเบาๆแล้วเดินออกไป แต่ระหว่างที่เปิดประตูก็มิวายหันมายกยิ้มขำให้กับคนนอนเขินอยู่บนเตียงอย่างเอ็นดู ก่อนพีคจะปิดประตูแล้วเดินออกไป   

เมื่อเห็นว่าพีคหายออกไปแล้ว เพลิงที่แอบเกร็งๆในตอนแรกรีบเบาปากผ่อนลมหายใจทิ้งอย่างโล่งใจ ก่อนที่จะยิ้มตาหยี่กำมือร้องYesดีใจแรงออกมา แต่ดีใจได้แปปเดียวเพลิงถึงกับรีบเบ๊ะปากร้องเสียงหลง เมื่อเผลอขยับร่างกายไปทั้งตัวจนขาสะเทือน ...ยอมรับว่าเกร็งพอสมควรหลังตกลงคบเป็นแฟนกับพีค เพราะไม่เคยโดนรุกจีบและดูแลดีแบบนี้มาก่อน แถมนิสัยพีคยังอ่อนโยนกับเขามากจนรู้สึกไม่ค่อยชิน ยิ่งคำพูดคำจาชวนเขินนั่นยิ่งเหมือนอกซ้ายมันจะระเบิดออกมา การที่เพลิงฝากให้พีคไปซื้อของกินให้ แม้ส่วนนึงจะอยากกิน แต่อีกส่วนเพื่อต้องการอยู่คนเดียวมากกว่า การอยู่กับตัวเองตอนนี้คือการที่เขาอยากระบายความดีใจที่อัดอั้นไม่กล้าแสดงให้พีคเห็น   

“แม่งเอ๊ยย ใจเต้นแรงฉิบหาย รู้สึกดีเกินไปมั้ยเนี่ย?” เพลิงพูดกับตัวเองพร้อมยกมือขึ้นแนบกับหน้าเพื่อเช็คความร้อนบนแก้มทั้งสองข้าง ขนาดพีคไปแล้วความเขินหน้าแดงยังไม่เจือจางลงเลยสักนิด แต่ถึงอย่างนั้น เพลิงกลับลดมือที่แนบแก้มลง ก่อนจะปรากฎรอยยิ้มบนริมฝีปากที่ฉีกกว้างขึ้นราวกับคนบ้า รอยยิ้มที่ใครบางคนอยากเห็นนนักเห็นหนาในตอนนั้น ตอนนี้มันกลับยิ้มได้เพราะมีเรื่องราวของคนที่พิเศษซ่อนอยู่   

  

แกร่ก  

  

คนบ้านั่งยิ้มถึงกับรีบหุบยิ้มทันทีเมื่อได้ยินเสียงประตู ก่อนจะลุกนั่งชะเง้อหน้าไปมองผู้มาใหม่ ก่อนจะตาโตย่นคิ้วงงเมื่อเห็นว่าพีคเดินกลับเข้ามาพร้อมเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง  

“มึงยังไม่ไปอีกหรอ” เพลิงถามเป็นงงเมื่อพีคยังอยู่ที่นี่  

“เยาวราชนะมึง แล้วกว่ากูจะไปจะซื้อให้มึงแดกได้เนี่ยไม่ใช่เวลาเล่นๆ” พีคบอก  

“อ่าว เต้าทึงกู” เพลิงว่าเสียงนอยด์  

“หงอยอะไรของมึง กูโทรสั่งไอ้นายให้ไปซื้อแล้ว อีกสักพักเดี๋ยวมึงก็ได้กินเองแหละ” พีคพูดบอกคนหน้าหงอย เพลิงที่ได้ยินรีบปรับยิ้มขึ้นทันที   

“อย่างน้อยก็ได้กิน แต่เฟลนิดๆแหะ บอกว่าจะไปซื้อให้” เพลิงพูดออกมาลอยๆพลางหันมองไปทางอื่น   

“ใจดีด้วยหน่อยนี่เอาใหญ่เชียวนะ บอกแล้วไงว่าไม่อยากปล่อยอยู่คนเดียว” พีคว่าเสียงดุหน่อยๆ แต่ไม่ได้จริงจัง ก่อนลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม  

“มึงกะจะนั่งตรงนี้ทั้งวันเลยหรือไง” เพลิงหันมาถาม  

“ก็จนกว่ามึงจะนอนนั้นแหละ แล้วเมื่อกี้ทำอะไร ร้องโหวกเหวกดังมาถึงหน้าห้อง” เพลิงถึงกับนั่งสะอึก ไม่คิดว่าพีคจะยืนอยู่หน้าห้อง พีคนั่งพยักหน้าส่งนิดๆรอคำตอบจากปากเพลิง เพราะเสียงร้องที่ได้ยินนั่นแหละ ที่ทำให้เขาเลิกออกไปซื้อของตามที่เพลิงสั่ง  

“ได้ยินหรอ?” เพลิงยิ้มเจือนถามไม่เต็มเสียง  

“เออ” พีค  

“สะดุ้งเสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์น่ะ แล้วดันเผลอขยับขา..เลยเจ็บ” แถอย่างหน้าด้านๆ แถมยิ้มแห้งใส่มองดูก็รู้ว่าโกหก แต่พีคไม่ได้ว่าอะไรออกมา แค่แอบตกใจที่เพลิงเผลอร้องโอดครวญออกมาเลยรู้สึกเป็นห่วง   

“มึงไม่เป็นอะไรนะ?” พีคถามกลับ  

“ไม่ๆๆ ตอนนี้หายแล้ว” เพลิงส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน พีคมองหน้าระรื่นที่ยิ้มอารมณ์ดีของเพลิงก็สบายใจ ทุกครั้งที่ผ่านมามันอาจดูแปลกๆไปหน่อยสำหรับการที่เขาตั้งใจจับเพลิงมาในตอนแรก แต่ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน รอยยิ้มที่หาได้ยากกลับเป็นอะไรที่เขาอยากเห็นมากที่สุด แต่พอมันมาถึงตอนนี้ พีคกลับคิดว่ามันคุ้มแล้วแหละที่เห็นเพลิงกล้ายิ้มให้เขาได้ง่ายขึ้น เพราะสำหรับพีค ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของเพลิงเป็นอะไรที่น่ามองมากที่สุด  

“มองอะไร หน้ากูแปลกหรอ” เพลิงถามกลับ เมื่อเห็นว่าพีคเอาแต่จ้องหน้าเขา  

“กำลังคิดอยู่ว่าคนอย่างมึงนี่มันมีเสน่ห์ตรงไหน ดูยังไงๆก็สู้กูไม่ได้สักอยาก ก็แค่พิมพ์นิยมคนไทยเฉยๆ แถมเซ็กซ์ก็ไม่ได้เรื่อง” จู่ๆพีคก็พูดขึ้นมาพลางขมวดคิ้วสำรวจใบหน้าของเพลิง เพลิงที่ได้ยินถึงกับตีหน้าตึงทันทีเมื่อถูกวิจารณ์ ก่อนจะเอนตัวนอนแล้วหันหน้าคลุมโปงหนีทันที พีคยกยิ้มขำเมื่อแกล้งแหย่เพลิงได้สำเสร็จ แม้จะชอบรอยยิ้ม แต่หน้าบึ้งๆมุ้ยๆของเพลิงกลับเป็นสิ่งที่ชินตาสำหรับเขามากกว่า   

พีคลุกเดินไปปิดไฟในห้องให้เหลือเพียงดวงเล็กใกล้ๆเตียงดวงเดียว เพื่อที่จะให้เพลิงหลับได้ง่ายขึ้นยามที่แสงในห้องน้อย พีคเห็นว่าเพลิงนอนนิ่งไปจึงไม่ได้เดินกลับไปหา แต่กลับเปิดระเบียงเพื่อออกไปสูบบุหรี่   

“จะออกไปทำไรอ่ะ” เสียงเพลิงเรียกถาม พีคชะงักไปนิดก่อนจะหันกลับไปหาคนที่เลิกนอนคลุมโปง   

“สูบบุหรี่” พีคตอบ  

“โรงพยาบาลใครเขาให้สูบบุหรี่กัน แล้วจะสูบทำไม เสียสุขภาพหมด” เพลิงว่าออกมา เพราะตัวเองเป็นคนไม่ค่อยชอบกลิ่นบุหรี่เท่าไร  

“สูบข้างนอกไม่เป็นอะไรหรอก มึงอ่ะนอนได้แล้ว ดึกแล้วเนี่ย” พีคบอกเสียงเรียบ แต่เพลิงยังขมวดคิ้วมองเขาอยู่  

“เต้าทึงกูยังไม่ได้กินจะให้นอนได้ไง แล้วที่สูบบุหรี่มึงเครียดอะไรหรือเปล่า เรื่องที่กูเจอหรอ” เพลิงโวยเรื่องกินนิดๆ ก่อนถามกลับเพราะรู้ว่าปกติพีคไม่ค่อยสูบบุหรี่ถ้าไม่มีเรื่องเครียด  

“ก็มีส่วน ยังตามจับไอ้ฮิวโก้ไม่ได้ กูยังสบายใจไม่ได้หรอก” พีคตอบกลับ ก่อนจะปิดประตูกระจกแล้วเดินกลับไปหาเพลิงที่เตียง เมื่อเห็นว่าเพลิงกวักมือเรียก พีคเดินมาถึงเตียงพร้อมวางมือยันเตียงคร่อมเพลิงเอาไว้ทันที คนที่ถูกคร่อมกระทันหันถึงกับใจเต้น เพราะหัวเตียงยังไม่ได้ปรับให้นอนราบลงไป ทำให้สัมผัสถึงลมหายใจอุ่นๆเป่ารดเส้นผม  

“กูเรียกมึงมาไม่ได้แสดงว่าให้มึงมายืนคร่อมกูแบบนี้ ออกไปเดี๋ยวนี้ไอ้พีค” เพลิงว่าพลางยกมือดันหน้าพีคที่ก้มมาใกล้ให้ออกห่าง แต่พีคกลับจับมือที่ดันหน้าเอาไว้ข้างนึงก่อนจะทำการเลียแผล็บไปที่นิ้วมือ เพลิงที่ถูกกระทำอย่างไม่ได้ตั้งตัวถึงกับขนลุกซู่ ใบหน้าแดงแปร๊ด ยิ่งความเงียบในห้องทำให้ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นดังอย่างชัดเจน แม้แต่พีคก็ยังรู้สึกได้  

“เซ็กซ์ไม่ได้เรื่องแท้ๆ แต่ทำไมเวลาเขินถึงได้น่ารักขนาดนี้นะ” พีคยกยิ้มพูดแหย่เพลิงเล่นอีกครั้ง โดยเพลิงที่ถูกแกล้งแหย่หนักถึงกับนิ่งช็อคไปชั่วครู่  

  

// ฆ่ากูเถอะ! // เพลิงว่าในใจ  

  

“กระดากปากบ้างมั้ยเนี่ย ไม่ชินกับมึงแบบนี้จริงๆว่ะ” เพลิงถามด้วยความเขิน ไม่ได้ไม่ชอบ แค่ไม่ชินจริงๆ   

“ทำไม อยากให้กูกลับไปร้ายเหมือนเดิมหรือไง กูทำได้นะ เผื่อบางทีมึงอาจจะชอบอะไรที่มันซาดิสๆ” พีคยกยิ้มพร้อมยักคิ้วข้างนึงให้อย่างกวนๆ   

“ใครมันจะไปชอบ แค่สันดานมึงไม่เหมาะกับอะไรแบบนี้เท่านั้นแหละ เออ อยากจะถามอยู่ มึงทำงานบาร์ แล้วทำไมมึงถึงได้โหดพกปืนด้วยวะ งานห้องVIP มันก็ไม่ได้มีอะไรให้ต้องใช้ปืนไม่ใช่หรอ” คำถามที่ไม่ได้ตั้งตัว ทำเอาพีคนิ่งไปนิด ก่อนจะยิ้มจางๆให้เพลิง เพราะคิดไว้อยู่แล้วว่าเพลิงจะต้องถามเข้าสักวัน   

“ตามจริงก็ไม่ได้ใช้อะไรมากหรอก แค่มันเคยชินน่ะ” พีคตอบ  

“เคยชิน? ถามจริง เมื่อก่อนมึงทำงานอะไรวะ?” เพลิงถามต่ออย่างสงสัย พีคเห็นว่าต้องเล่านานเลยผละจากเพลิงเดินอ้อมกลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิม   

“กูเล่าไปมึงอาจจะไม่เชื่อ แต่ตอนมอหกถึงมหาลัยกูเคยทำงานให้มาเฟียอยู่พักนึง” พีคตอบเสียงเรียบอย่างไม่คิดอะไรมาก แต่เพลิงที่ฟังเบิกตาขึ้นอย่างตกใจ   

“มาเฟีย ที่ไทยมีมาเฟียจริงหรอวะ” เพลิงถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่พีคกลับยกยิ้มให้เพราะคิดอยู่แล้วว่าวัยรุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยเชื่ออะไรแบบนี้เท่าไร  

“มีจริง แต่พวกนี้มันจะชอบใช้ฉากหน้าเป็นพวกนักธุรกิจมากกว่า อย่างพวกที่มาเล่นพนันที่ร้านกูก็มีมาเฟียอยู่ในนั้นด้วย” พีคอธิบายเกี่ยวกับมาเฟียให้เพลิงฟัง ตอนแรกคิดว่าเพลิงคงไม่เชื่ออะไรแบบนี้จนไม่อยากฟัง แต่ผิดคาดไปเพราะเพลิงดูจะสนใจและตั้งใจฟังเป็นพิเศษ  

“แล้วทำไมมึงถึงได้ไปทำงานให้มาเฟียตั้งแต่มัธยมล่ะ” เพลิง  

“ฟังแล้วอย่าตกใจล่ะ คือก่อนที่กูจะไปทำงานให้พวกนั้น..กูเคยเป็นเด็กส่งยามาก่อน เหี้ยป่ะล่ะ” คำตอบชวนอึ้งเข้าไปอีกของพีคยิ่งทำให้เพลิงตะลึงงันไปมากกว่าเดิม จนพีคแอบขำอยู่ลึกๆ  

“เหี้ยดิ ขายยานะเว้ย แล้วนี่พ่อกับน้องมึงรู้มั้ยเนี่ย พี่กูอีกอ่ะ แล้วทำไมมึงถึงไปขายยา ช่วงร้อนเงินหรอวะ?” เพลิงยิ่งคำถามรัวทันที เพราะอยากรู้ที่มาที่ไปของพีคขึ้นเรื่อยๆ  

“ร้อนเงินดิ ช่วงนั้นไม่มีทางเลือก พ่อกูตกงานเป็นเดือนๆและใช้เวลาหางานอยู่ที่ญี่ปุ่นกว่าจะได้งานครูใหม่ที่ญี่ปุ่นตั้งนาน แต่ก่อนจะไปขายยากูเป็นนักมวยแข่งมาก่อนตอนมอต้น แต่งานแข่งมวยมันได้เงินไม่พอยาไส้คนในบ้านหรอก กูเลยแอบไปขายยากับใบกระท่อมอะไรพวกนี้ให้กับคนพวกหนึ่ง น้องกูไม่รู้หรอกว่ากูทำงานนี้เพราะกูโกหกไปว่ากูยังแข่งมวยอยู่ แต่ไอ้กราฟมันรู้ มันก็ห้ามน่ะแหละ แต่ความโลภอยากได้เงินกูมันสูง กลัวน้องลำบากอีกเลยทำแบบนี้มาเรื่อยๆ จนช่วงมอห้ามั้งกูติดคุกเพราะไปมีเรื่องกับพวกมาเฟียเรื่องขายของทับที่ สุดท้ายอำนาจเงินพวกนั้นก็ทำให้ตัวเองรอดและกูติดคุก ช่วงนั้นไอ้กราฟวิ่งวุ่นประกันกูไปเยอะเลย ขนาดเกี๊ยวน้ำเยาวราชมันยังไปซื้อให้” พีคพูดกลั้วขำยามนึกถึงช่วงเวลานั้น มันอาจจะดูไม่ใช่เรื่องตลกสำหรับเด็กมัธยม แต่ในยามนั้นกลับมีเรื่องขำๆวัยเป้งให้นึกถึงอยู่ตลอด ยิ่งตอนอยู่ในคุกโทรศัพท์ตำรวจหายเป็นจ้าละหวั่น เพราะพีคมือเบาแอบขโมยโทรศัพท์ไปขายต่อคนในคุก ซึ่งทุกวันนี้ตำรวจก็ยังหาคนร้ายไม่เจอซะที แต่เรื่องนี้เขาคงไม่บอกเพลิงเพราะไม่ใช่ประเด็นหลักในการคุยเท่าไร  

“มึงดูแฮปปี้กับอะไรแบบนี้เนอะ” เพลิงอดที่จะแขวะไม่ได้ แต่พีคกลับยิ้มให้อย่างไม่ใส่ใจ  

“ที่จริงก็ไม่หรอก แค่ตลกเรื่องเมื่อก่อนเฉยๆ เอาจริงตอนที่ติดคุกเหมือนมันเป็นจุดเริ่มต้นอะไรหลายๆอย่างกูเลยก่อนที่กูจะได้เปิดร้านนี้ขึ้นมา การที่กูเห็นอำนาจเงินตอนนั้น กูก็คิดแล้วแหละว่าจะทำยังไงกูถึงจะได้อำนาจ เกาะป้องกันจากตำรวจและพื้นที่ๆเป็นของกูเอง และก็สิ่งที่จะทำให้น้องกูอยู่สบายขึ้นจากเมื่อก่อน กูเลยเก็บรวบรวมเงินจากการขายยา ก่อนจะเข้าไปทำงานกับพวกมาเฟียเพื่อเก็บเงินต่อ งานเบื้องหลังมาเฟียค่อนข้างโหดกว่าในละครในทีวีเสียอีก แต่กูโชคดีที่กูมีทักษะต่อสู้และวิธีเอาตัวรอดสูง กูเลยได้เลื่อนขั้นทำงาน แต่ก็ไม่ได้สูงอะไรมากเพราะช่วงนั้นกูต้องเรียนไปด้วย แต่ตอนทำงานในนั้นอะไรหลายๆอย่างที่เคยคิดมันก็มีจุดเปลี่ยนไปบ้าง อย่างเรื่องอยากได้เงินและอำนาจ แต่มันต้องถือกับความสุ่มเสี่ยงกับชีวิตเกินไป กูเกือบตายหลายครั้งช่วงที่ทำงานกับพวกนั้น กูเลยคิดว่าไม่เอาชีวิตแบบพวกมาเฟียดีกว่า”   

“ดี นึกว่าจะไม่รักชีวิตตัวเองเสียอีก” เพลิงแขวะอีกรอบ แต่ลึกๆกลับคิดว่าดีแล้วแหละที่รอดจนถึงทุกวันนี้ นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเพลิงคงแอบแช่งให้รีบตายไวๆไปแล้ว  

“กลัวกูเป็นอะไรไปก่อนมาเจอมึงหรือไง ไม่ต้องห่วงหรอก กูอึดกว่าที่มึงคิด” พีคพูดบอกเพื่อให้เพลิงสบายใจ ซึ่งเพลิงยกยิ้มให้พีคเล็กๆ  

“เล่าต่อดิ ยังฟังไม่จบเลย” เพลิงบอกให้พีคเล่าต่อ ก่อนจะนอนฟังนิ่งๆเหมือนเดิม พีคเองพยักหน้าให้แล้วเล่าต่อทันที  

“ตอนกูคิดได้กู ตอนนั้นกูก็ขอลาออกจากคนพวกนั้นแม้ว่าหัวหน้าจะไม่อยากให้กูไป แต่การที่กูออกมาได้เพราะกูคุยกับเขาตรงๆถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับกูและแก้มในอนาคต พอหัวหน้าเข้าใจกูก็ได้ออกกลับมาเรียนตามปกติทันที โชคดีที่กูเรียนบริหารตามไอ้กราฟ ทำให้พอเรียนจบกูมีทุนเปิดร้าน แรกๆกูเปิดแค่ร้านเหล้าให้คนนั่ง แต่ความที่ร้านเปิดใหม่ทำให้คนไม่ค่อยเข้าจนขาดทุนไปอยู่ช่วงนึง กูลองปรึกษาไอ้กราฟกับเพื่อนคนอื่นดู กลายเป็นว่ากูต้องขยายร้านแต่งใหม่ให้ดูดีเพิ่มร้านอาหารเข้าไปจนเปลี่ยนจากร้านเหล้ากลายเป็นบาร์ ลองเปลี่ยนใหม่แล้วมันก็ยังคาดทุนเหมือนเดิม แม้จะมีลูกค้าเพิ่มจากแต่ก่อน จนกูต้องกลับไปหาหัวหน้าใหม่ให้ช่วยเรื่องร้านให้ หัวหน้ายอมช่วยเพราะกูเป็นลูกน้องคนสนิท แต่ก็ต้องแลกกับการส่งของบางอย่างให้เขา หลังจบจากส่งของหัวหน้าก็ทำตามสัญญากับกูแถมยังแนะนำการทำงานเพิ่ม แรกๆกูอาจจะปฏิเสธเพราะกูไม่อยากยุ่งกับเรื่องผิดกฎหมายอีก แต่ดูเหมือนชีวิตกูจะทำงานสายนี้รุ่งกว่าสายงานดีๆ จนกลายเป็นว่าหลังจากนั้นกูต้องเปิดห้องVIP โดยมีร้านบาร์เป็นฉากหน้าของงานหลังร้านกู ซึ่งพอทำตรงนี้กลายเป็นว่าร้านกูมีลูกค้าเพิ่มและลูกค้าประจำเข้ามาเรื่อยๆ อาจเป็นเพราะบารมีของคนใหญ่คนโตที่ช่วยแนะนำให้นั้นแหละ กูถึงมีวันนี้ได้ เป็นไง กูทำตัวเหี้ยมั้ย” เล่าจบพีคลองแกล้งถามเพลิงอย่างขำๆ ซึ่งเพลิงก็พยักหน้าเห็นด้วยสุดๆ  

“เหี้ยสุดๆ มึงต้องขอบคุณความเหี้ยของมึงนะที่ทำให้มีวันนี้ได้อ่ะ” เพลิงว่า  

“ใช่ และก็ต้องขอบคุณความเหี้ยของกูด้วยที่ดันทำให้กูเจอกับใครบางคน” พีคพูดพร้อมยิ้มกริ่มให้กับใครบางคนที่ว่า จนเพลิงถึงกับหน้าขึ้นสีอีกรอบ   

“แล้วพวกลูกน้องอ่ะ มึงไปเจอได้ไง” เพลิงถามพีคต่อ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง  

“อย่างไอ้โต้ง ไอ้ดิว ไอ้นาย กูรู้จักตั้งแต่อยู่กับมาเฟียแล้ว พวกกูทำงานด้วยกันโดยที่มันเป็นลูกน้องกูอีกทีนึง ตอนกูลาออกตอนแรกมันยังไม่ตามกูมาหรอก แต่พอกูกลับไปส่งของให้หัวหน้าอีกครั้งพวกมันกลับขอตามกูมา กูเห็นว่าพวกมันสนิทกับกูแล้วความเห็นหลายๆเรื่องมันตรงกันเลยให้มันตามกูมาทำงานจนถึงทุกวันนี้ ส่วนคนอื่นก็เป็นพวกที่กูเก็บๆมาจากวงอโคจรนั่นแหละ ส่วนไอ้สองมันเคยทำงานพาสไทม์ที่ร้านกูมาก่อน ช่วงนั้นกูกำลังหาคนมาดูแลบ้านใหม่แล้วมันสนิทกับไอ้ดิวพอดี กูเลยให้มันมาทำงานที่บ้านกับไอ้ไว” พีคตอบ  

“สตอรี่พวกมึงนี่น่าสนใจดีเนอะ นึกไม่ถึงเลยแต่ละคน” เพลิงพูดบอกอย่างเหลือเชื่อติดตลกนิดๆ เริ่มเข้าใจแล้วแหละว่าทำไมเวลาพีคโกรธดูน่ากลัวกว่าชาวบ้านปกติ  

“อยากรู้อะไรเกี่ยวกับกูอีกมั้ย แต่เรื่องแฟนนี่ไม่เล่านะ เพราะเล่าไปแล้ว” พีคถามพร้อมพูดดักเรื่องแฟน เพราะเขาจำได้ว่าเคยเล่าให้ฟังไปแล้วที่ทะเล  

“ไม่อ่ะ ยังไม่มีเรื่องอยากรู้ คิดไม่ออก” เพลิงส่ายหน้านิดๆแล้วนอนมองหน้าพีคอยู่แบบนั้น  

“งั้นกูขอถามมึงอย่างนึงหน่อย” จู่ๆพีคก็ถามเขาขึ้นมา  

“อะไรล่ะ?” เพลิงถามกลับ  

“มึงยังรักแก้มอยู่หรือเปล่า” การยิงคำถามของพีคแบบไม่ได้คิดมาก่อนทำเอาเพลิงนิ่งชะงักไป แววตาเริ่มฉายความลังเลซึ่งพีคก็ดูออก แต่เขาต้องทำใจเย็นเข้าไว้เพราะไม่อยากมานั่งทะเลาะกับเพลิงเหมือนเมื่อก่อน เพลิงนอนนิ่งเบนสายตาไปทางอื่นนั่งคิดเรื่องตัวเองอยู่สักพัก โดยที่พีคยังรอคำตอบจากเพลิงอย่างไม่ลดละ สักพักเพลิงก็หันกลับมามองหน้าพีคเหมือนเดิมพร้อมตอบคำถามตามตรงที่คนฟังได้ยินอาจรู้สึกเจ็บอยู่นิดๆ  

“ยอมรับว่ายังตัดไม่ขาด อาจจะมีเยื่อใยอยู่บ้าง แต่กูคิดแล้วแหละว่ายังไงกูก็ต้องตัดใจจากแก้มให้ได้ มึงอย่าพึ่งคิดนะว่าที่กูคบกับมึงเพราะต้องการใช้มึงเป็นเครื่องมือทำให้กูลืมแก้มน่ะ ที่กูคบกับมึงเพราะกูชอบมึงจริงๆและกูก็ลืมมึงไม่ได้มากกว่าแก้มเสียอีก มึงมันตัวทำให้ใจกูปั่นป่วน” แม้จะแอบเจ็บอยู่บ้าง แต่คำตอบอย่างหลังมันน่าพอใจมากซะจนพีคไม่อาจหุบรอยยิ้มลงได้ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบหัวเพลิงอย่างเอ็นดู  

“มึงเองก็ไม่ต่างกันหรอก เป็นแค่น้องเพลิงแท้ๆ แต่ดันทำให้คนอย่างกูยอมมีใครได้แบบจริงๆจังๆ ...มา มาให้พี่ตบรางวัลหน่อย” พีคแกล้งทำท่าลุกจะเข้าไปจูบเพลิง แต่กลับถูกเพลิงรีบเอามือดันหน้ากลับอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พีคจะกลับมานั่งแล้วยิ้มขำให้กับท่าทีเมื่อกี้  

“กูเจ็บตัวอยู่ก็ยังทะลึ่งแกล้งกูอีก” เพลิงว่าพร้อมทำหน้างอใส่  

“หึหึหึ เลิกแกล้งก็ได้ มึงเองก็นอนได้แล้วไป ดึกแล้วเนี่ย” พีคบอกให้เพลิงนอนก่อนจะก้มไปหยิบรีโมทปรับเตียง  

“เต้าทึงยังไม่ได้กินเลย” เพลิงทักท้วงเรื่องของกิน จนย่นคิ้วยิ้มขำหึในลำคอ  

“เดี๋ยวค่อยกินตอนเช้าก็ได้ ตอนไอ้นายเอามาเดี๋ยวกูแช่ตู้เย็นไว้ให้ ...นอนได้แล้ว” พีคพูดบอก ก่อนจะปรับหัวเตียงเพื่อให้เพลิงนอนได้สบายขึ้น พีคดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเพลิงนิดหน่อย ก่อนลูบหัวเพลิงสองสามทีแล้วเดินลุกไปนั่งที่โซฟานอนของตัวเอง เพลิงเอียงหน้านอนมองพีคที่ดูจะกลับไปคุยธุระในแชทโทรศัพท์ เพลิงมองอยู่อย่างนั้นก่อนจะเรียกพีคให้เงยหน้ามามองเขาอย่างไม่มีสาเหตุ  

“ไอ้พีค” เพลิงเรียก พีครีบผละจากโทรศัพท์แล้วเงยหน้ามองเพลิงด้วยสายตาที่มีคำถาม เพลิงอมยิ้มให้อยู่แปปนึง ก่อนจะพูดบางอย่างกลับ   

“ฝันดี” เพียงแค่นั้นก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น รอยยิ้มของคนถูกบอกฝันดีก็ปรากฎขึ้น  

“อืม ฝันดี” พีคตอบกลับเพลิงพลางมองเพลิงที่นอนหันหน้าหนีอยู่บนเตียงด้วยแววตาอ่อนโยน ก่อนจะกลับไปสนใจข้อความในโทรศัพท์แชทตอบเรื่องคดีกับเพื่อนต่อ  

  

*****************************************  

11.20 น.  

  

“เต้าทึงที่ไม่มีน้ำแข็งนี่เหมือนขาดความเป็นเต้าทึงไปจริงๆแหะ” เพลิงพูดบ่นขณะมือยังจ้วงของหวานตรงหน้าเข้าปากเป็นพักๆ  

“แล้วใครสั่งให้มึงมาอยากตอนสองทุ่ม รู้ก็รู้ว่าเยาวราชคนเยอะจะตาย พอกูมาถึงมึงก็เสือกหลับอีก” นายบ่นกลับเพลิงขณะที่ตัวเองจ้วงบัวลอยอยู่ข้างเตียงเพลิง  

“โทษเฮียมึงนู่น มันสั่งให้กูนอนกูก็ต้องนอนสิ” เพลิงว่าพลางชี้ไปยังพีคที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟา   

“หึ ได้เฮียกูทีเป็นเด็กดีเชียวนะมึง” เพลิงรีบหันค้อนควับไปทางนายพร้อมมองย่างคาดโทษที่มาล้อเลียนเขา แต่นายกลับไหวไหล่ไม่แคร์สายตาเพลิงที่มอง  

  

แกร่ก  

  

“เฮ้ยยย ไอ้เพลิงพวกกูมาเยี่ยมแล้ว วันนี้กูพาไอ้ท็อปกับพี่ทะ...ขอโทษครับ” ปรากฎร่างของเอกที่เดินเข้าห้องมาพร้อมเพื่อน เพลิงกับนายรีบหันไปสนใจเสียงเรียกโวยวายตามนิสัยของเอก ก่อนจะยิ้มขำนิดๆเมื่อเอกหันไปเจอพีคที่นั่งอยู่โซฟาใกล้ๆ ก่อนที่เอกจะรีบหุบปากขอโทษอย่างรวดเร็วเมื่อนึกได้ว่าตัวเองเผลอทำเสียงดัง   

“ไง นึกว่าจะไม่โผล่หัวมาซะอีก” ไม่ใช่เสียงเพลิงที่ทักทายเพราะในปากยังเคี้ยวเต้าทึงในปากตุ้ยๆ แต่กลับเป็นพีคเสียเองที่พูดขึ้นมา ก่อนจะตวัดสายตาเงยขึ้นไปมองแทนอย่างเจาะจง แทนเองก็จ้องกลับแต่ไม่ได้มีท่าทีเขม็งอย่างเมื่อก่อน  

“รุ่นน้องกูเข้าโรงพยาบาลทั้งคน แล้วทำไมกูถึงจะมาเยี่ยมไม่ได้” แทนตอบกลับพีคไปอย่างไม่ใส่ใจ เตรียมเดินไปหาเพลิงในขณะที่คนอื่นๆเดินเข้าไปหาแล้ว แต่กลับถูกพีคลุกขึ้นมายืนขวางเอาไว้พร้อมทำหน้าจริงจังใส่ จนแทนถึงกับเลิกคิ้วเริ่มไม่ค่อยชอบใจ   

“มานี่” พีคบอกเสียงเข้ม ก่อนจะดึงคอเสื้อแทนแล้วเดินลากออกไปทันที คนที่อยู่ข้างในทั้งหมดต่างหน้าเหว๋อตกใจ กลัวว่าสองคนนี้จะมีเรื่องกัน ฟิวส์เตรียมจะออกไปห้าม แต่ถูกนายห้ามไว้ เพราะรู้ว่าพีคต้องการคุยธุระกับแทนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพลิง   

ส่วนทางด้านพีค พีคลากคอเสื้อแทนให้เดินตามตัวเองมาหยุดอยู่ที่ริมสุดทางเดินหน้าทางบันไดหนีไฟ เมื่อเห็นว่าพีคหยุดแล้ว แทนรีบปัดมือพีคทิ้งออกไปแรงๆอย่างหงุดหงิด พร้อมทั้งเตรียมหาเรื่องทันที  

“ลากกูมาทำเหี้ยอะไรวะ!” แทนขึ้นเสียง   

“ไอ้ฮิวโก้มันอยู่ไหน” พีคถามเสียงแข็ง จ้องเขม็งแทนอย่างมีโทสะ  

“พี่กู? กูไม่รู้เว้ย พี่โก้ไม่ได้กลับบ้านมาหลายวันแล้ว” แทนตอบพีคพลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่สีหน้ายังคงแสดงความหงุดหงิดออกมาอยู่  

“มึงอย่ามาโกหก! ล่าสุดสายกูมันเช็คได้ว่ามันติดต่อมึงมาเมื่อวันเกิดเหตุที่มหาลัยมึง” พีคสวนกลับอย่างโมโห ซึ่งนั้นยิ่งทำให้แทนงงเข้าไปใหญ่  

“ใช่ พี่กูโทรมา แล้วมันเกี่ยวเหี้ยอะไรกับมึงห๊ะ มึงคิดจะทำอะไรพี่กู ไอ้พีค!” แทนเริ่มพูดเสียงเข้ม เริ่มเป็นห่วงพี่ชายทันที  

“หึ คิดจะทำอะไรงั้นหรอ มึงน่าจะถามพี่มึงมากกว่านะว่ามันตั้งใจจะทำเหี้ยอะไร ถึงได้สั่งคนมาไล่ยิงไอ้เพลิงจนแม่งมานอนอยู่โรงพยาบาลแบบนี้!” พีคขึ้นเสียงลั่นจนแทนชะงักไปกับสิ่งที่ได้ยิน สมองขาวโพลนช็อคที่ไม่คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นพี่ชายตัวเองเป็นคนทำ   

“มึง..รู้ได้ไงว่าพี่กูเป็นคนทำ ถึงพี่กูจะทำตัวเหลวแหลกแต่ก็ไม่มีทางคิดอะไรตื้นๆแบบนั้นแน่” แทนยังคงไม่บักใจเชื่อ เพราะตลอดที่รู้จักกันมาฮิวโก้ไม่เคยคิดเรื่องร้ายๆอะไรขนาดนี้มาก่อน  

“งั้นมึงก็ลองโทรถามพี่มึงสิ ว่าโฉนดสนามมันหายไปไหน แล้วคนที่เคยจ้างให้ขโมยเงินในร้านกูเพื่อเปิดสนามแข่งให้มึง มึงลองไปถามกับมันในคุกดูสิว่าพวกมันเคยทำงานให้กับใคร หรือจะถามไอ้ตัวล่าสุดที่นอนรักษาตัวอยู่ในคุกดี ว่าคนที่มันจ้างมาไล่ยิงไอ้เพลิงมันเป็นใคร กูจะบอกให้เอาบุญนะไอ้แทน ว่าพี่มึงอ่ะมันเหี้ย มันเป็นผีพนันที่ชอบเอาอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง จนแม่งสามารถทำเรื่องเลวๆได้อย่างที่มึงเห็นในมหาลัย แต่มันก็โง่เกินไปที่เสือกมาหาเรื่องคนอย่างกู” เหมือนสิ่งที่พีคพูด มันยิ่งย้ำสันดานของพี่เขาที่ไม่เคยรู้มาก่อน เพราะฮิวโก้แยกตัวไปเปิดสนามแข่งตั้งแต่เรียนจบแค่มอหกเท่านั้น ครอบครัวเขาเองก็ปล่อย เพราะคิดว่าฮิวโก้คงไม่ทำเรื่องแย่ๆอะไรแบบนี้แน่ แถมยังช่วยส่งรถเข้าร้านที่บ้านได้ตลอดจนลูกค้าแน่นประจำ แต่ใครจะไปคิดว่าพี่ชายเขาจะกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ มันเลวร้ายมากโดยเฉพาะการพยายามฆ่าคน  

“กูไม่ได้อยากมาทะเลาะกับมึงหรอกนะ เพราะเรื่องเครียดกูก็มี แต่เพราะไอ้ฮิวโก้มันหนีหายไปจากสนามหลังวันเกิดเหตุ ทำให้ตอนนี้กูยังตามมันมาดำเนินคดีไม่ได้ และมันก็มีมึงเนี่ยแหละ ที่เป็นคนสุดท้ายที่มันติดต่อมาและก็น่าจะรู้ดีว่าพีคมึงมีแหล่งกลบดานที่ไหนบ้าง” คราวนี้พีคปรับเสียงให้ดูปกติเหมือนคนกำลังเจรจาซึ่งมีความจริงจังราวกับผู้ใหญ่แฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น แทนแอบเสียศูนย์ไปสักพักก่อนจะปรับตัวใหม่และมีท่าทีจริงจังไม่ต่างจากพีค  

“กูไม่รู้จริงๆว่าพี่กูไปไหน และครั้งสุดท้ายที่เขาโทรมาเพื่อขอยืมเงินจากกู ซึ่งกูก็โอนให้ตามปกติ แต่เรื่องอื่นกูไม่รู้จริงๆ” แทนบอก  

“มึงลองนึกดูดีๆ ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องทะเลาะกันแบบเด็กๆเหมือนที่กูทะเลาะกับมึง แต่เรื่องนี้มันส่งผลกระทบไปถึงคนอื่นด้วย ถ้ามึงรักครอบครัวมึงและเห็นผิดชอบชั่วดี มึงต้องนึกให้ออก เพราะตอนนี้สายกูทั้งตำรวจทั้งลูกน้องต่างไม่มีเบาะแสอย่างอื่นให้ตามเลย ขนาดไอ้คนที่แฝงอยู่ในสนามมันก็ยังไม่รู้” พีคว่า 

“ถ้ามึงได้ตัวพี่กูแล้วจะจัดการพี่กูยังไง” แทนลองถามสิ่งที่กังวลอยู่ลึกๆ  

“กูจะกระทืบมัน” เสียงแข็งแสดงความโกรธอย่างเด่นชัด แทนชะงักเริ่มคิดหนัก พีคเองก็รู้สึกได้ก่อนจะพูดบอกบางอย่าง  

“กูไม่ฆ่ามันตายหรอก กูแค่จะสั่งสอนมันที่กล้ามาแตะคนของกู ส่วนที่เหลือกูจะส่งมันตามกฎหมาย”  

“ไม่ตายก็ปางตายล่ะวะ ตีนมึงเบาที่ไหน” แทนว่าเพราะยังจับน้ำหนักตอนพีคกระทืบเขาได้  

“ปางตายแต่ไม่ตาย มันสมควรได้รับสิ่งที่มันกล้าทำกับไอ้เพลิง” พีคตอบ แทนที่ได้ยินก็พอจับใจความได้ว่าพีคคงจะรักและห่วงเพลิงจริงๆ พีคดูจะอารมณ์ขึ้นได้ง่ายมากถ้าเรื่องนั้นมันมีเพลิงเข้ามาเกี่ยวด้วย  

“มึงคบกับไอ้เพลิงแล้วสินะ” จู่ๆแทนก็ถามขึ้น พีคเหลือบมองนิ่งแอบคาดไม่ถึงว่าแทนจะถามในตอนนี้  

“อืม คบแล้ว” พีคตอบ  

“งั้นหรอ..” แทนพูดด้วยน้ำเสียงแอบเศร้า รู้สึกเจ็บแปล๊บที่แกซ้ายทันที แต่ความที่เขาสัญญาว่าจะตัดใจจากเพลิง เขาไม่ได้รู้สึกเสียใจที่เพลิงได้คบกับคนที่รักจริงๆ แถมพีคก็เป็นคนที่เก่งดูแลเพลิงได้ แทนคิดได้อย่างนั้นจึงรีบสลัดความคิดทิ้งทันที ก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาจริงจังเหมือนเดิม  

“โอเค กูจะช่วยมึงตามหาพี่กูเอง เพื่อเป็นการไถ่โทษในสิ่งที่พี่กูทำให้ไอ้เพลิงเจ็บ กูจะช่วย”   

  

พีคใช้เวลาคุยกับแทนอยู่ที่เดิมนานพอสมควร เพลิงนั่งชะเง้อมองทางประตูอยู่เป็นพักๆกลัวว่าพีคกับแทนจะทะเลาะกัน แม้ว่านายจะอธิบายแล้วว่าพีคไปคุยกับแทนเรื่องอะไร แต่ระหว่างสองคนนั้นน้อยมากที่จะความญาติดีกันได้ ส่วนคนห้ามในตอนแรกตอนนี้ก็หายวับไปข้างนอกแล้วด้วย  

“ถ้าจะมองขนาดนั้น มึงนั่งรถเข็นไปหาเลยมั้ย” ท็อปแซะขึ้นหลังเห็นเพลิงดูไม่ค่อยสนใจเพื่อนสักเท่าไรนอกจากประตู   

“ก็กูเป็นกลัวสองคนนั้นทะเลาะกัน” เพลิงตอบไม่เต็มเสียงมาก ก่อนจะกลับมาสนใจเพื่อนที่อยู่ข้างๆเตียง ยกเว้นแต่เอกที่ย้ายตัวเองลงไปนั่งโซฟา  

“พึ่งรู้ว่าไอ้พี่แทนมันเคยมีเรื่องกับพี่พีคมาก่อนนะเนี่ย เค้าทะเลาะอะไรกันวะ?” ฟิวส์ถาม  

“แข่งรถแล้วทะเลาะกันน่ะ” เพลิงบอกปัดถึงสาเหตุจริงๆ เพราะไม่อยากให้เพื่อนรู้ว่าตัวเองคือต้นเหตุ  

“ไอ้พี่แทนนี่ก็สุดยอดไปเลยที่กล้าไปมีเรื่องกับแฟนมึง แต่แฟนมึงนี่ก็เท่ชะมัด แข่งรถเป็นด้วย” เอกพูดชมความเท่ของพีค เพลิงหันมามองหน้าเอกพลางยิ้มให้อย่างขำๆ   

“มันไม่ได้เท่หรอก มันเหี้ย" เพลิงด่าพีคลับหลังอย่างสนุกปาก   

“นั่นผัวมึงนะเพื่อน” เอกว่ายิ้มขำตามเพลิง   

“สรุปคือคบกันแล้วถูกมั้ย เห็นมึงไม่ปฏิเสธ” ท็อปถามขึ้นหลังยืนฟังที่ทั้งคู่คุยกัน เพลิงยิ้มค้างชะงักไปทันทีเมื่อลืมไปว่ายังไม่ได้บอกท็อปเรื่องนี้  

“เอ่อ.. เออ พึ่งคบกันเมื่อวาน” เพลิงตอบเสียงอ้อมแอ้ม อายนิดๆเมื่อต้องพูดถึงเรื่องนี้ ท็อปผุดยิ้มทันทีที่ได้ยิน   

“เฮ้ออ ได้ยินอย่างนี้แล้วโล่งใจฉิบหาย เห็นมึงหงอยๆกูนี่เป็นห๊วงงเป็นห่วง” ท็อปแซวอย่างขำๆ พร้อมกอดโอ๋เพื่อนราวกับเอ็นดูลูกชายที่มีแฟนกับเขาสักที จนเพลิงถึงกับย่นจมูกหรี่ตามองความเว่อร์วังของเพื่อนไม่ไหว   

“ไอ้ท็อป เดี๋ยวมันสะเทือนไปถึงขาเลิกโยกได้...” เพลิงพูดว่าเสียงดุอย่างไม่จริงจัง แต่ทว่าระหว่างที่แกล้งๆเล่นกันระหว่างพวกเขา เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้นมา จนทั้งคู่รวมทั้งเพื่อนอีกสองคนหยุดชะงักไป ก่อนจะพากันชะเง้อมองผู้มาเยือนใหม่ที่ประตู ตอนแรกนึกว่าอาจจะเป็นพีคเข้ามา แต่รูปร่างที่ดูสะอาดตา สุขุมที่มาพร้อมกับใครบางคนตัวเล็กๆกลับทำให้เพลิงตาโตพร้อมฉีกยิ้มขึ้นมาทันที  

“ไงเรา สบายดีนะ”   

“พี่กันย์!” เพลิง  

*************************************** 

อิเฮียผู้ทำงานสุจริตไม่ขึ้น 5555 

#เจ้าชิบะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น