เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

71.3 มิไหวก็ต้องไหว

ชื่อตอน : 71.3 มิไหวก็ต้องไหว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 47

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2562 14:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
71.3 มิไหวก็ต้องไหว
แบบอักษร

เล่าขานจตุมารร้ายผู้ปกครองความกลัวสี่ทิศ นามเหนือ “จ้าวแห่งสุสาน[เดธออฟแมน]” นามใต้ “ราชาจิ้งจอกเก้าหาง[อาโมโนะ]” นามตะวันตก “พญาอาชาแห่งหนองน้ำ[พาหนะทรราช] และนามตะวันออก “บัญญัติแห่งตราบาป[เคียวสังหารยมทูต] สี่ในหนึ่งสิบสองตัวตนแห่งรางร้าย ความตาย และศัตรูคู่อาฆาตของยมทูต เหล่าวิญญาณร้ายมิยอมสู่สุขติ มิยอมร่วงลงสู่นรก มิยอมปีนป่ายสู่สวรรค์ มิยอมปล่อยวางจากพิภพคนตาย ผู้ที่อยากใช้พลังแห่งวิญญาณทำลายล้างสรรพสิ่งให้สิ้นซากอย่างเกรี้ยวกราด พวกนางคือสัตว์ร้ายแห่งตำนานโลกวิญญาณ โลกคนตายที่แม้แต่จอมอาคมยังหวาดหวั่นหากต้องเผชิญหน้ากับพวกนางทั้งหมด 

ตำนานโลกคนเป็นยังมีวีรสตรี วีรชนผู้กล้าหาญหยิบดาบวิเศษสู้ประจัน กระนั้นตำนานโลกคนตาย คนมีสู้มีเพียงกลุ่มชนหมอผีเท่านั้น.. 

“เมรัยดูแลตัวเองด้วย” 

นารีกอดลาเมรัย เรไรกอดด้วย ดวงดาวน้อย และปักษาน้อยมิอาจมีส่วนร่วมในงานของเมรัย ต่อให้พวกนางติดตามไปด้วยก็มิช่วยอะไร  

“อือ” 

หมอผีน้อยคลอเคลียสองสาวแล้วผละออกห่างอย่างอาลัย แคทเธอรีนมิรู้จักวางสีหน้าเช่นไร กระนั้นนางให้คำมั่นจะดูแลเมรัยให้รอดปลอดภัย 

“ฝากเมรัยด้วยนะแคทเธอรีน” 

นารียิ้มบอกแคทเธอรีน จอมอาคมน้อยพยักหน้ารับ รู้ว่าเรื่องนี้อันตราย กระนั้นมันคือสิ่งที่ต้องทำ   

“บาย” 

ยามวิกาลปรากฏแสงจันทร์สลัว เมรัยโบกมือลาพวกนารี เรไรยืนกลั้นน้ำตา และภาวนาว่านี้จัก..มิใช่ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอเมรัย 

“..ไม่กลัวเรไร” 

เหลือเพียงดวงดาวน้อย ปักษาน้อย นารียืนกุมมือเรไรข้างๆ เสียงกระซิบของนางมิเพียงกล่าวเพื่อให้เรไรลายกังวล แต่ยังกล่าวเพื่อให้ตนเองมิ..คิดมากด้วย 

-- 

“พี่เมรัย!!” 

มิว่าคาดว่าไดอาเรียจักเรียกเมรัยก่อนที่พวกเมรัยจะไปบอกลาพวกนารี “อะไรรึ” “…เรื่องภูตผี”  

คุณหนูน้อยมิรู้จักทำอย่างไร กระนั้นนางอยากคุยกับเมรัยก่อนอีกฝ่ายไปทำงาน ไดอาเรียเล่าเรื่องที่เจอในคืนที่พวกนางไปขโมยมณี เล่าเท่าที่ตัวไดอาเรียเข้าใจ นางมิรู้มันเกี่ยวข้องกับงานเมรัยหรือไม่ กระนั้นอยากบอกอีกฝ่ายไว้ก่อนหากคุณหนูน้อยคิดถูก “รองโรน่าสินะ” เมรัยจดจำชื่อนั้นไว้ในใจพลางยกมือลูบศีรษะไดอาเรีย ปลอบประโลมว่าไม่ต้องห่วง  

“…” 

ไดอาเรียเคลิ้มมิทันบอกลา เมรัยก็ปล่อยมือ แล้วรีบวิ่งจากไป.. 

-- 

ณ เมืองคนตาย เมืองฉลามน้อย ความโกลาหลแพร่กระจายราวโรคระบาดที่ติดต่อสู่วิญญาณผ่านกรีดร้อง เหล่าภูตผีแตกตื่นมิต่างจากกลุ่มวิญญาณคนตายที่ตื่นกลัวสุดขีด ยามนี้ทั่วท้องถนนเต็มไปด้วยกลุ่มชนวิญญาณวิ่งอลหม่านแตกตื่นปานรังมดโดนเมรัยเอาน้ำราดใส่ คลื่นมวลชนไหลทะลักกระจักกระจายออกจากพื้นที่เสี่ยงอันตราย มิว่ามองมุมใดล้วนพานพบความหวาดหวั่นราวพระเจ้าจุติลงโลกวิญญาณเพื่อใช้ลำแสงสว่างสาดเผาพวกนางให้มอดไหม้ 

ระงมเสียงร้องกลัวตาย สนั่นเสียงระเบิดประปราย สะเก็ดไฟปลิวว่อน   

บรรยากาศคุกรุ่นแผ่นดินสะเทือน วิญญาณแต่ละดวงเผยสีหน้าผวา และรีบร้อนก้าวเดิน หรือแม้แต่เร่งพลังบินขึ้นฟ้าเพื่อหนีให้ไกลที่สุด 

“เร็วสีนวล!!!” 

“เหมียว” 

หนึ่งจอมอาคม หนึ่งหมอผี พวกนางนั่งบนหลังเจ้าแมวเหมียวตัวโตครั้นพยายามกระโดดข้ามหลังคาบ้านไปยังจุดเกิดเหตุให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ เมรัยแบกกระเป๋าใส่อุปกรณ์ไว้บนหลัง และกอดเอวแคทเธอรีนที่กำลังนั่งข้างหน้าเพื่อบังคับสีนวล “พลังรุนแรงหรือเกิน” จอมอาคมน้อยสีหน้าตกใจเมื่อรับรู้พลังงานวิญญาณไหลกรรโชกราวคลื่นยักษ์จากจุดศูนย์กลางต้นกำเนิดพลัง ระดับพลังของวิญญาณร้ายแตกต่างจากคราวที่พบครั้งล่าสุดลิบลับ 

“อึก แรงจัง” 

เมรัยกลืนน้ำลาย อยากบอกว่าพวกเราหนีกันเถอะ แต่กลัวแคทเธอรีนตบ เลยปิดปากเงียบกริบ 

“ดูนั่น” 

เมืองแห่งวิญญาณมีสำนักงานยมทูต และยมทูตมักเป็นคนที่จัดการปัญหาเรื่องวิญญาณร้าย ทว่าด้วยจำนวนยมทูตมีน้อยเลยมิอาจกำจัดวิญญาณร้ายได้หมดทุกตนในเวลาอันสั้น ยิ่งยามนี้มีปัญหาใหญ่ระดับต้องระดมพลยมทูตจากสารทิศไปร่วมพลังกันจัดการด้วยทำให้ในเมืองฉลามน้อยมียมทูตเหลือเพียงไม่กี่สิบชีวิต แถมพวกยมทูตยังมิมีพลังมากพอสู้กับวิญญาณร้ายตัวปัญหา  

แม้แต่เสาหลักของเมืองอย่างอาชูร่ายังพ่ายแพ้ แล้วยมทูตนั่งโต๊ะทำงานจะไปสู้อีท่าไหน 

สภาพเลยเป็นอย่างที่เห็น ยมทูตนอนตายเกลื่อนกลาด 

“ท่านเมรัย..” 

“ใจเย็นๆ” 

แคทเธอรีนมิเคยเห็นภาพเช่นนี้ ยมทูตที่นางรู้จักล้วนแข็งแกร่งเหนือกว่าวิญญาณร้ายหลายเท่า กระนั้นตอนนี้แม้นแต่ยมทูตที่เรียกว่าแน่ยังนอนหมดสภาพมิต่างตัวประกอบ จอมอาคมน้อยใจหายวาบ ความมั่นใจลดลงอย่างรวดเร็วปานแก้วน้ำแตก นางรับชื่อจอมอาคมมาแล้ว ดังนั้นมิอาจหันหลังหนีปัญหา ปัญหาคือสิ่งที่นางต้องจัดการแก้ไข ขึ้นชื่อว่า จอมอาคม แล้ว  

ความรับผิดชอบต้องมาก่อน 

กระนั้นเมรัยเป็นหมอผี แม้นนางมีความรับผิดชอบเช่นกัน กระนั้นมีน้อยกว่าจอมอาคมแน่นอน ฉะนั้นนางอยากบอกให้แคทเธอรีนใจเย็นๆ ปัดแรงกดดันทิ้งลงถังขยะซะ แล้วคิดซะว่าจะทำอย่างไร 

“ขออภัย” 

แคทเธอรีนคืนสติพลันหรี่ตาต่ำ นางมีพลังมากกว่าเมรัย หากนางสิ้นหวังตอนนี้แล้วใครจักเป็นคนปกป้องเมรัย ปกป้องเมืองแห่งวิญญาณ  

จอมอาคมบอกให้หมอผีน้อยทำตามแผน แคทเธอรีนจะไปหาจุดที่พลังธรรมจักรรุนแรงที่สุดในบริเวณเมือง แล้วเริ่มตั้งค่ายอาคมเพื่อประกอบพิธีผนึกวิญญาณ ช่วงเวลานั้นเมรัยต้องทำหน้าที่หลอกล่อวิญญาณร้าย ดึงความสนใจมาที่หมอผีน้อยเพื่อมิให้วิญญาณร้ายไปรบกวนหรือจู่โจมตอนที่จอมอาคมน้อยกำลังทำงาน ช่วงเวลานั้นของแคทเธอรีนคือเวลาที่อันตรายมาก และถือเป็นจุดอ่อนของพวกหมอผีเลย หากสามารถสังหารหรือทำลายค่ายอาคมก่อนที่มันสร้างเสร็จ พวกวิญญาณร้ายก็ชนะ 

จอมอาคมน้อยมิอยากมอบหมายงานตัวล่อให้หมอผีน้อย กระนั้นหากไม่มีใครปกป้องแคทเธอรีน นางมั่นใจเลยว่าตนเองมิรอดแน่ 

“ปล่อยให้ข้า และสีนวลจัดการเอง” 

เมรัยเปิดกระเป๋า และคว้าไม้เท้าประจำกาย พร้อมลูบก้นสีนวล 

“แต่ถ้าเจ้ารีบเขียนให้เสร็จเร็วๆข้าจะดีใจมาก” 

พูดแล้วก็เหงื่อแตก เมรัยหัวเราะแห้งๆพลางส่งกระเป๋าให้แคทเธอรีน จอมอาคมน้อยแบกกระเป๋าแล้วบอกว่านางต้องการเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เวลาเขียนค่ายอาคมเท่านี้ถือว่าเร็วสุดแล้ว เพราะปกติพวกหมอผีต้องมาเตรียมสถานที่ก่อนเริ่มงานกำจัดวิญญาณซึ่งขั้นตอนเตรียมงานต้องใช้เวลาสามสี่ชั่วโมงเพื่อเขียนค่ายอาคมให้สมบูรณ์ที่สุด และทรงพลัง  

ทว่าไม่มีเวลาแล้ว หากให้เมรัยถ่วงเวลาสี่ชั่วโมง หมอผีน้อยลงโลงศพตั้งแต่สิบนาทีแรกแน่ 

เมื่อตกลงงานเรียบร้อย สองสาวน้อยสบตากกันแล้วแยกย้าย 

“ให้ได้งี้สิ” 

ลับหลังแคทเธอรีน เมรัยยิ้มค้าง  

ฉิบหาย.. ฉิบหาย.. อะไรเนี่ย.. เฮ้ย.. “เอาจริงสิ!!!!!!!” 

เมรัยหน้าซีดเผือกปานเห็นกระดาษข้อสอบ นางรีบหาที่หลบซ่อนเพื่อแอบจากสายตาวิญญาณร้าย เมรัยสองมือกุมศีรษะปานเพิ่งรู้ว่าเช้านี้มีการบ้านต้องส่ง แต่นางไม่ได้ทำ หนักกว่าคือนางไม่รู้ว่ามีการบ้านด้วยซ้ำ โอ๊ย แม่จ้าช่วยลูกช้างด้วย เมรัยจะสติแตกก็ตั้งแต่บอกแคทเธอรีนใจเย็นแล้ว ไอ้ตอนนั้นนางไม่อยากบอกจอมอาคมน้อยหรอก นางอยากบอกตนเองต่างหาก 

หลายปีนี้ไม่เคยเจอวิญญาณร้ายตนใดพลังวิญญาณสูงเท่านี้มาก่อนเลย!!! 

เทียบปานวิญญาณร้ายที่เมรัยเคยชำระล้างเป็นกระต่าย ส่วนเจ้าวิญญาณร้ายตนนี้เป็นก็อตซิลล่าก็ได้ 

ดิฉันจะสู้มันยังไง!!!  

แค่มันเอานิ้วแตะพุงดิฉัน ดิฉันก็หัวใจวายตายแล้วกระมัง 

เมรัยคิดในแง่ร้ายสุดๆ นางอยากวิ่งหนีสุดๆไปเลยตอนนี้ พลังมันต่างกันเกินไปแล้ว ตอนแรกยังพอมีความมั่นใจนะ เพราะคิดว่าวิญญาณร้ายอ่อนแอกว่านี้ กระนั้นตอนนี้มันไม่อ่อนแอเหมือนลูกแกะแล้ว ตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นหมาป่ากระหายเลือด กรงเล็บคมกริบปานใบมีดโกน แถมยังปล่อยพลังวิญญาณที่กลืนกินจากอาชูร่าด้วย เพราะวิญญาณร้ายสู้ชนะอาชูร่า มันเลยกินพลังวิญญาณของอาชูร่าแล้วนำพลังนั้นมาเปลี่ยนเป็นของตน ยิ่งทำให้พลังวิญญาณสูงขึ้นไปอีกเท่าหนึ่ง 

ตอนนี้มันร้ายกาจ และอยู่เหนือวิญญาณเมือง และยมทูตแล้ว 

อาคมฟ้าผ่าที่เมรัยชอบใช้บ่อยๆอย่าหวังเลยจะผ่าหัวมันแตก  

พลังงานความมืดรุนแรง พลังวิญญาณพวยพุ่ง 

“ตายๆตายแน่ๆ” 

ตอนแรกเพราะไม่อยากให้แคทเธอรีนขวัญเสีย เมรัยเลยแกล้งว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย ใช่ เรียบร้อย หมอผีน้อยโดนย่างแน่ 

ไหม้ด้วย  

“..” 

เจ้าสีนวลที่นั่งหลบข้างๆเมรัยเห็นสภาพหมอผีน้อยแล้วทำหน้าแบบแมวพูดไม่ออก.. 

“เฮ้อ..” 

เอาจริงๆข้ามาทำอะไรที่นี่เนี่ย… เมรัยอยากร้องไห้ ทำไมต้องทำตัวเท่ๆ ดูมีความนั่นใจตอนนี้ด้วย ทั้งที่นางไม่มีความนั่นใจ ไม่มีอะไรเลย หมอผีน้อยกอดไม้เท้าอาคม นางจะต้องเสี่ยงชีวิตจริงหรือ? ทำไมต้องเป็นนางด้วย กระซิกๆ “ไหวไหมสีนวล..ข ข้าเหมือนจะไม่ไหว” เมรัยนัยน์ตาสีเพลิงสั่นเทิ้มด้วยใจหวาดหวั่น เจ้าแมวเหมียวยกอุ้งเท้าแปะหน้าผากตัวเองอย่างทนมิไหว แปะ 

แล้วมันก็ยกอุ้งเท้าต่อยแก้มเมรัย แปะ 

“เหมียวๆๆ” 

“ให้ข้าขี่เจ้าหรือ” 

เมรัยมองสีนวลบอกแผน เอ่อเอาเข้าไป ตอนนี้นางโง่งมจนต้องมาฟังแมวอธิบายกับคิดแผนให้แล้วหรือ หมอผีน้อยน้ำตาจะไหล.. 

แผนสีนวลง่ายมาก แค่ให้เมรัยขี่หลังมัน แล้วมันจะพาเมรัยวิ่งวนๆพยายามหลบการโจมตีของวิญญาณร้าย และรักษาตัวให้รอดกระทั่งแคทเธอรีนเตรียมการเสร็จสรรพ  

“..โอเค” 

เมรัยนั่งแปะพื้น สภาพเหมือนนักเรียนสอบตกแล้วโดนอาจารย์สั่งให้ไปพบ.. นางยอมปีนขึ้นหลังเจ้าสีนวลแล้วเริ่มแผนล่อวิญญาณร้าย “โปรดรักษาลูกช้างให้รอดปลอดภัยด้วยนะเจ้าคะ” เมรัยพึมพำอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ครั้นพลังงานวิญญาณคมกริบพุ่งใส่กำแพงที่เมรัยหลบ.. 

ตูม!!!!! 

--     

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น