Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 16 100%

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 16 100%

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.9k

ความคิดเห็น : 139

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2562 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 16 100%
แบบอักษร

 

 

พี่ชายเพื่อน 16 

 

 

 

 

วันนี้เขมินท์รู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นรอบตัวยังไงก็ไม่รู้ เริ่มตั้งแต่ช่วงตื่นนอนขึ้นมาจนลงมาทานอาหารเช้า เขมินท์มักจะเห็นเตชิตอยู่ในสายตาเสมอจนรู้สึกแปลกๆขึ้นมา หรือไม่เขมินท์ก็อาจจะคิดไปเองก็ได้ว่าเตชิตกำลังทำตัวตามติดเขมินท์ทุกฝีก้าวไม่ให้เขมินท์คลาดสายตาได้แบบนี้ 

 

“เอ่อ คุณแม่ครับ ทำไมวันนี้อาหารถึงเต็มโต๊ะเลยครับ มีอะไรพิเศษรึเปล่าครับ” หลังจากที่อยู่บ้านวินิชราชกุลมาได้สักพักใหญ่ๆ เขมินท์ก็มักจะถูกคุณหญิงแม่ดุเรื่องที่ไม่เลิกเรียกท่านว่าคุณหญิงแม่เป็นคุณแม่สักที ทำให้ช่วงหลังๆมานี้เขมินท์เปลี่ยนคำเรียกคุณหญิงแม่ขอเป็นคุณแม่ธรรมดาและนั่นก็ทำให้คุณหญิงแม่ยิ้มอย่างชอบใจที่เขมินท์เรียกเธอเป็นเหมือนแม่แท้ๆอีกคน 

 

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ พี่เตตื่นแต่เช้าลงมาสั่งให้แม่ครัวทำด้วยตัวเอง คุณแม่ก็ไม่เข้าใจพี่เตเหมือนกัน” 

 

“คุณแม่ไม่ชอบเหรอครับ แต่โมเดลชอบนะครับ มีแต่ของอร่อยๆ โมเดลชอบมากๆเลย” ลูกชายที่น่ารักของเขมินท์บอกพร้อมรอยยิ้มที่มีคราบซอสเปรอะเปื้อนที่มุมปากหน่อยๆ ช่วงนี้โมเดลถูกตามใจปากจนเสื้อผ้าเริ่มจะคับทำให้โมเดลที่เคยหุ่นบางๆกำลังกลายเป็นเจ้าลูกหมูน้อยที่น่าเอ็นดูขึ้นมา 

 

“กินเข้าไปเยอะๆ จะถามมากทำไม” เตชิตพูดขัดขึ้นก่อนจะตักสลัดผักใส่ลงในจานของเขมินท์ ซึ่งการกระทำนั้นทำเอาทั้งเขมินท์และคุณหญิงรวีวรรณถึงกลับเกิดอาการตกใจจนเผลอทำช้อนหลุดมือ  

 

คุณหญิงรวีวรรณคิดว่าเธอฝันอยู่รึเปล่าที่เห็นพ่อลูกชายตัวดีจอมหัวแข็งของเธอตักอาหารให้หนูเขมแบบนี้! 

 

“คะ คุณไม่สบายรึเปล่าคุณเตชิต” เขมินท์ถามอีกคนด้วยความรู้สึกตกใจกับการกระทำของอีกฝ่าย จนเผลอใช้มือเข้าไปแนบกับหน้าผากของอีกคนด้วยความเป็นกังวล หรือว่าอาการป่วยแปลกๆจะทำให้เตชิตเกิดอาการฟั่นเฟือนขึ้นมา 

 

“ไม่ได้เป็นอะไร หันกลับไปกินข้าวดีๆ วันนี้ฉันจะไปส่งที่บริษัท ช่วงเย็นจะไปรับกลับบ้าน” 

 

“ห๊ะ?” 

 

“รีบๆกินสักที โมเดลครับบอกคุณแม่ให้รีบๆกินข้าวได้แล้วครับ เดี๋ยวจะสาย” 

 

“คุณแม่ครับไม่ดื้อนะครับ หม่ำๆข้าวเร็วๆครับ เดี๋ยวสายแล้วคุณพ่อจะดุนะครับ” โมเดลผู้ที่เชื่อฟังทั้งคุณแม่และคุณพ่อพูดออกมาก่อนจะแอบตักผักในจานตนเองที่ไม่ชอบกินใส่จานคุณแม่อย่างเนียนๆ แล้วค่อยๆก้มหน้าก้มตากินในส่วนที่เหลือให้หมด ทิ้งให้เขมินท์นั่งงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆตัวอย่างงุนงงต่อไป 

 

วันนี้เป็นวันโลกแตกรึเปล่านะ ทำไมเตชิตถึงทำนิสัยน่ากลัวขึ้นมาแบบนี้ได้…….. 

 

 

 

 

และเหตุการณ์โลกแตกสำหรับเขมินท์ยังไม่จบลงแค่ช่วงเช้า เพราะหลังจากที่ขึ้นรถมาบริษัทกับเตชิตแบบงงๆ เขมินท์ก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อเตชิตและลูกชายเดินเข้ามาส่งถึงชั้นที่ทำงาน แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจเท่ากับที่ข้าวของอุปกรณ์การทำงานของเขมินท์ถูกเตชิตดึงแย่งไปถือเอง  

 

นี่มันไม่น่าตกใจเหรอ คนอย่างเตชิต วินิชราชกุลคนนี้นี่นะมาถือของให้เขมินท์ นี่มันบ้าไปแล้ว…. 

 

“คุณเตชิต เมื่อเช้าคุณลื่นล้มในห้องน้ำรึเปล่าหรือว่าคุณยังไม่ตื่นดี เราออกไปหาหมอกันดีมั้ย คุณเป็นแบบนี้ผมกลัวนะ” เมื่อเข้ามาถึงห้องทำงานเขมินท์ก็เอ่ยถามอีกคนขึ้นมาอีกครั้งด้วยความกังวล ก่อนเขมินท์จะเดินวนรอบๆตัวของเตชิตเพื่อดูว่าไม่มีอะไรผิดปกติจริงๆ เพราะในตอนนี้ความคิดของเขมินท์กำลังตีกันยุ่งเหยิงไปหมด กลัวอีกคนจะลื่นล้มในห้องน้ำช่วงเช้าแล้วสมองได้รับความกระทบกระเทือนเข้าก็เป็นได้ 

 

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร วันนี้นายต้องทำงานอยู่แต่ในบริษัทเท่านั้น อย่าออกไปข้างนอก ตอนเย็นฉันกับลูกจะมารับ ตอนเที่ยงนายจะต้องกินอาหารที่ฉันให้ชัชวาลเอามาให้” 

 

“เดี๋ยวนะครับ ทำไมผมต้องทำตามคุณสั่งด้วย ผมไม่ใช่ลูกน้องคุณนะ” 

 

“คุณแม่ไม่ดื้อสิครับ คุณพ่อดุน้า คุณแม่เป็นเด็กดีนะครับ” โมเดลที่ไม่รู้หรอกว่าคุณแม่กับคุณพ่อพูดเรื่องอะไรกันแต่เมื่อเช้าคุณพ่อบอกโมเดลว่าคุณแม่ไม่สบายเพราะฉะนั้นโมเดลห้ามพุ่งเข้ากอดคุณแม่แรงๆ และอย่าทำให้คุณแม่เหนื่อยเดี๋ยวคุณแม่จะป่วย ซึ่งพอเห็นคุณแม่ดื้อแบบนี้โมเดลต้องดุคุณแม่เหมือนคุณพ่อ เพราะคนป่วยห้ามดื้อนะ! 

 

“โอเคๆ ทั้งคุณพ่อและคุณลูกไปทำงานได้แล้วครับ เดี๋ยวจะสาย คุณเองก็ด้วยคุณเตชิตอย่าตามใจลูกเรื่องขนมนะครับ ลูกจะอ้วนเกินไปแล้ว” 

 

“ง่ะ คุณแม่อ่ะ โมเดลไม่อ้วนสักหน่อย โมเดลกำลังน่ารัก พี่สาวที่อยู่ที่ทำงานคุณพ่อบอกโมเดลทุกวันเลยนะครับ” 

 

“ครับๆ น่ารักครับ มาครับมาให้คุณแม่หอมก่อนไปหน่อย วันนี้โมเดลยังไม่จุ๊บๆคุณแม่เลยนะครับ” 

 

“โมเดลรักคุณแม่นะครับ คุณแม่เป็นเด็กดีรอโมเดลมารับกับคุณพ่อนะครับ ถ้าดื้อถูกตีน้า จุ๊บๆ” โมเดลบอกคุณแม่ก่อนจะจุ๊บแก้มคุณแม่ที่ย่อตัวลงมากอดลาตนเองและก็ไม่ลืมบอกให้คุณแม่เป็นเด็กดีด้วย 

 

“ครับๆ โมเดลก็อย่าดื้ออย่ากวนคุณพ่อตอนทำงานนะครับ ฟอดดดด” 

 

“ครับผม!” 

 

“ขับรถดีๆนะครับคุณเตชิต” 

 

“อืม นายเองก็ระวังตัวเองด้วย ไปครับโมเดลไปทำงานกับคุณพ่อได้แล้ว” เขมินท์มองสองพ่อลูกเดินจากประตูออกไปจนลับสายตา ก่อนจะเอามือของตนเองลูกท้องเบาๆและเอ่ยบอกกับลูกคนเล็กในท้อง 

 

“คุณพ่อของหนูเอาหัวชนกำแพงมารึเปล่าก็ไม่รู้ เป็นเด็กดีกว่าพี่ชายของเราซะอีกวันนี้”    

 

เขมินท์อดที่จะพูดแซะเตชิตขึ้นมาไม่ได้ เพราะการกระทำแปลกๆนั่นแหละไหนจะยังช่วงเช้ามืดที่เขมินท์รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาและพบว่าตนเองถูกเตชิตกอดอยู่บนเตียงพร้อมฝ่ามือหน้าที่แนบตรงหน้าท้องของเขมินท์อีก เขมินท์ยอมรับว่ามันรู้สึกดีมากๆ อาจจะเป็นเพราะสายใยของพ่อและลูกที่เขมินท์เองก็เพิ่งได้สัมผัสในช่วงท้องสองนี้ก็เป็นได้ แต่เขมินท์ก็ยังไม่อาจวางใจคนสามวันดีสี่วันร้ายอย่างเตชิตหรอก เขมินท์จะดูการกระทำของผู้เป็นพ่อของลูกให้แน่ใจกว่านี้อีกนิดว่าอีกคนพร้อมที่จะเป็นคุณพ่อลูกสองหรือยัง ถ้าเขมินท์เห็นว่าเตชิตพร้อมแล้วเขมินท์จะยอมรับและบอกว่าเขมินท์และเตชิตเรากำลังจะมีลูกคนที่สองด้วยกัน และเขมินท์หวังว่าเมื่อถึงวันนั้นขึ้นมา เขมินท์คงหมดความข้องใจกับเตชิตด้วยเหมือนกัน… 

 

 

............................................................40%.......................................................... 

 

 

 

หลังจากที่ไปส่งเขมินท์ที่บริษัทเสร็จแล้วเตชิตก็ขับพาโมเดลไปที่สำนักงานที่สนามบินแทนบริษัทสาขาใหญ่ที่ทำงานอยู่ทุกวัน และพอขับเข้ามาในเขตของสนามบินโมเดลก็ดูตื่นตาตื่นใจมากเป็นพิเศษจนแทบอยากจะพุ่งตัวเข้าไปเกาะหน้าต่างรถแต่ติดว่าตนเองนั่งอยู่บนคาร์ซีททำให้ขยับตัวไปไม่ได้ ซึ่งพอเตชิตเห็นท่าทางของลูกชายก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ แม้หน้าตาของโมเดลจะคล้ายเตชิตมากกว่าแต่ก็ใช่จะไม่ได้เขมินท์มาเลย และนั่นก็พอจะทำให้เตชิตรู้ว่าหากโมเดลโตขึ้นเตชิตคงได้ไว้หนวดไว้เคราเป็นแน่ 

 

“คุณพ่อครับ โตขึ้นโมเดลจะขับเครื่องบินได้มั้ยครับ” เมื่อเห็นเครื่องบินลำใหญ่มากมาย ความคิดของเด็กน้อยอย่างโมเดลก็หวังว่าตนเองจะได้เป็นคนขับในสักวัน 

 

“ได้สิครับ แต่ว่าโมเดลต้องตั้งใจเรียนนะครับ ถ้าไม่ตั้งใจเรียนก็ขับไม่ได้” 

 

“ได้ครับ โมเดลจะตั้งใจเรียนครับ” โมเดลบอกก่อนจะถูกคุณพ่ออุ้มลงจากรถเมื่อรถจอดสนิทแล้วเรียบร้อย และพอคุณพ่ออุ้มโมเดลลงจากรถเรียบร้อยคุณพ่อก็วางโมเดลลงบนพื้นก่อนจะจูงมือโมเดลเดินเข้าไปข้างในพร้อมๆกัน ซึ่งพอเดินเข้ามาข้างในก็มีแต่คนมอง โมเดลไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมเวลาโมเดลเดินกับคุณพ่อถึงมีแต่คนมอง ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ โมเดลงงมากๆเลย ฮื่ออออ 

 

“สวัสดีค่ะ/ครับ ท่านประธาน” ตั้งแต่เดินเข้ามาโมเดลก็ได้ยินเสียงพูดประโยคนี้ตลอดทางเลย คุณพ่อเองก็พยักหน้ารับก่อนจะพาโมเดลเดินเข้าไปในห้องอะไรไม่รู้ที่มีคนรออยู่เต็มห้องเลย  

 

“ชัชวาลคงแจ้งพวกคุณมาแล้วว่าวันนี้ผมจะเข้ามาเช็คเครื่องบินลำใหม่ ถ้าหากมีอะไรผิดพลาดขึ้นมาก่อนจะเปิดให้บริการหวังว่าพวกคุณคงรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” พอเตชิตดูเอกสารและรูปถ่ายต่างๆในตัวเครื่องที่เพิ่งมาถึงเกือบเดือนเสร็จก็เอ่ยประโยคนี้ขึ้น ซึ่งพอพูดจบทั้งห้องก็เหมือนจะมีอากาศเย็นจนถึงกระดูกเกิดขึ้นมาทันทีเพราะรู้ดีถึงความหมายของท่านประธานว่าถ้าหากพลาดเพียงนิดเดียวไม่ต้องหวังถึงโบนัสของปีนี้และอาจจะถูกลดเงินเดือนก็เป็นได้  

 

โมเดลเองที่เห็นทั้งห้องเงียบๆก็เลยหันมองไปรอบๆห้องอย่างไม่สนใจอะไรเท่าไร เพราะตอนคุณพ่อทำงานก็เป็นแบบนี้แหละ โมเดลชินแล้ว! โมเดลคิดในใจก่อนจะหยิบน้ำดื่มส้มที่พี่สาวคนสวยเอาเข้ามาขึ้นมาดูด ส่วนคุณพ่อก็นั่งดูเอกสารเงียบๆ ในห้องที่ยังมีคนยืนรอคุณพ่ออยู่ไม่ได้ออกไปไหน  

 

โมเดลไม่เข้าใจโลกของผู้ใหญ่เลยจริงๆ ทำไมทุกคนถึงดูกลัวคุณพ่อ โมเดลไม่เห็นคิดว่าคุณพ่อจะน่ากลัวเลย คุณแม่ยังน่ากลัวกว่าคุณพ่ออีก! 

 

 

 

หลังจากที่เตชิตจัดการตรวจเอกสารเรียบร้อยแล้ว เตชิตก็เดินดูโซนวีไอพีสำหรับแขกที่จองเที่ยวบินทางสายการบินของตนเองก่อนพร้อมกับลูกชายที่เดินจับมืออยู่ข้างกายไม่ได้ห่างออกไปไหนแล้วถึงจะไปดูเครื่องบินลำใหม่ แต่เตชิตก็ต้องแวะทักทายแขกก่อนเมื่อเห็นว่ามีแขกวีไอพีที่คุ้นเคยนั่งรอเครื่องอยู่ 

 

“สวัสดีครับคุณอัคคี” เตชิตเข้าไปทักทายแขกวีไอพีที่รู้จักกันมานานเนื่องจากบางครั้งก็มีการลงทุนร่วมกันแถมครอบครัวของคุณอัคคีก็ถือเป็นแขกวีไอพีของสายการบินของเตชิตด้วย  

 

“สวัสดีครับคุณเตชิต ไม่เจอกันนานนะครับ” 

 

“ครับ สวัสดีครับคุณโย ไม่ทราบว่าครั้งนี้ไปเที่ยวไหนกันครับ ไปกันทั้งครอบครัวเชียว” เตชิตทักทายสองสามีภรรยาก่อนจะถามขึ้นเมื่อมองครอบครัวหัสบดินทร์คนน้องที่อยู่กันครบซึ่งก็คงจะพาครอบครัวไปเที่ยว ก่อนเตชิตจะเบนสายตามองไปยังเด็กแฝดทั้งสามคนที่ยืนมองน้องชายคนเล็กอีกคนที่คงเพิ่งจะเดินได้ไม่นานเท่าไรซึ่งเต๊าะแตะอยู่อีกมุมหนึ่ง 

 

“เด็กคนนี้ลูกชายเหรอครับคุณเตชิต ไม่เห็นรู้เลยว่าคุณเตชิตแต่งงานตอนไหน” โยมองเด็กน้อยที่แอบอยู่ด้านหลังคุณเตชิตก่อนจะแอบยื่นหน้ามามองลูกๆของโยก่อนจะแอบกลับไปหลบหลังคุณเตชิตตามเดิม 

 

“ครับ ลูกชายคนโต โมเดลครับออกมาสวัสดีก่อนนะครับ” 

 

“สะ สวัสดีครับ” 

 

“น่ารักจังเลยครับ แอบเหมือนคุณเตชิตเหมือนกันนะครับเนี่ย เด็กๆครับมาสวัสดีคุณเตชิตก่อนนะครับ” 

 

“สวัสดีครับคุณลุงเตชิต” เด็กๆพูดขึ้นพร้อมกัน เตชิตก็รับไหว้เด็กๆ เด็กน้อยทั้งสามสี่คนนี้เตชิตค่อนข้างจะเห็นหน้าบ่อยๆยกเว้นคนเล็กที่ไม่ค่อยถูกพาออกงานเท่าไร เพราะยังเด็กเกินไป ตอนแรกเตชิตก็คิดว่ามีลูกเยอะๆแบบนี้คงวุ่นวายไม่น้อยแต่พอตนเองมีโมเดลก็เริ่มเข้าใจว่าการมีเด็กๆเยอะก็ทำให้บ้านมีชีวิตชีวาไม่น้อย 

 

“อ๊ะ! เจ็บนะ” โมเดลร้องออกมาเบาๆ เมื่อถูกเด็กที่มีหน้าตาเหมือนกันคนหนึ่งเดินมาดึงแก้มของตนเองที่นั่งรอคุณพ่ออยู่บนโซฟาระหว่างที่คุณพ่อกำลังคุยกับคุณลุงที่เจอ  

 

เด็กคนนี้ก็นิสัยไม่ดีเลย มาดึงแก้มโมเดลได้ยังไง ไม่น่ารัก! 

 

“น่ารักจัง แก้มก็นิ่ม พ่อกันยาอยากได้น้อง!” แฝดคนกลางร้องบอกพ่อของตนเองที่กำลังนั่งคุยกับลุงเตชิตอยู่  

 

กันยาชอบอะไรน่ารักๆเหมือนน้องชาย ลูกลุงเตชิตน่ารักแก้มก็นิ่ม กันยาอยากได้ไปเลี้ยงที่บ้าน! 

 

“ปล่อยแก้มโมเดลนะ ฮึก… คุณพ่อครับ โมเดลไม่ชอบเลย” โมเดลที่ไม่ค่อยได้เล่นกับเด็กวัยใกล้เคียงกันเท่าไรก็ไม่ค่อยคุ้นชินกับการถูกจับเนื้อตัวจากคนแปลกหน้า แถมเด็กคนนี้ยังมาจับแก้มโมเดลอีก เด็กอะไรไม่น่ารัก แย่ๆ 

 

“จริงๆเลยนะกันยา ทำน้องเจ็บแบบนี้ได้ยังไง แล้วน้องมีพ่อมีแม่นะครับจะอยากได้น้องแบบนี้ไม่ได้” โยดุลูกชายตัวแสบที่สุดของบ้านอย่างระอา แล้วนี่ก็ไม่เห็นหน้าพ่อของน้องรึไงกัน คุณเตชิตทำหน้าเหมือนจะกินหัวกันยาอยู่แล้วที่ลูกชายตนเองโดนลูกของโยรังแกแบบนี้ 

 

“งั้นผมขอตัวลานะครับ ขอให้เที่ยวให้สนุกนะครับ ไปครับโมเดลเราไปดูเครื่องบินกันดีกว่า” เตชิตเอ่ยลาก่อนจะเข้าไปอุ้มลูกชายที่มีคราบน้ำตาเปื้อนใบหน้าเล็กน้อยขึ้นมาแนบอก ก่อนจะตวัดสายตามองไปยังเจ้าเด็กน้อยที่บังอาจมาจับแก้มลูกชายของตนเอง จนโมเดลร้องไห้แบบนี้อย่างไม่ชอบใจ 

 

“ไว้เจอกันนะ บ๊ายบายน้องแก้มนิ่ม” และนอกจากเจ้าเด็กนี่จะไม่กลัวเตชิตยังมีหน้ามาโบกมือลาอีก เชื้อไม่ทิ้งแถวจริงๆเลย ในอดีตใครๆก็รู้ว่าอัคคี หัสบดินทร์นั้นเจ้าชู้มากแค่ไหน นี่ยังส่งต่อมาถึงรุ่นลูก เหอะ! ฝันไปเถอะเด็กบ้า! 

 

 

 

...............................................................70%.................................................. 

 

 

 

 

หลังจากที่พาลูกชายเดินออกมาจนพ้นจากเด็กที่ทำตัวเจ้าชู้ใส่โมเดลตัวน้อยของตนเองแล้วเตชิตก็แอบถอนหายใจออกมาแรงๆด้วยความรู้สึกขัดใจที่เริ่มเกิดขึ้น เตชิตเพิ่งจะเข้าใจว่าหัวอกคนเป็นพ่อที่หวงลูกชายมากๆก็คราวนี้ว่ามันเป็นยังไงก็ตอนเด็กนั่นมาจับแก้มลูกชายของเค้านี่แหละ กล้าดียังไงจะถึงพูดออกมาเอาได้ว่าจะโมเดลไปเลี้ยง

 

เหอะ! เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม!

 

“ว้าว คุณพ่อครับ โมเดลอยากขึ้น” เมื่อหยุดร้องไห้และเห็นเครื่องบินลำใหญ่ใกล้ๆแล้วโมเดลก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้

 

โมเดลอยากขึ้นไปดูแล้ว

 

“งั้นเราขึ้นไปกันครับ”

 

“ครับ เครื่องบินลำใหญ่โมเดลชอบมากเลย” เด็กชายตัวน้อยร้องบอกอย่างมีความสุข มือก็กอดคอผู้เป็นพ่อแน่นไม่ยอมร้องขอลงเดินเองเหมือนทุกทีเพราะยังรู้สึกอยากอ้อนพ่ออยู่ ต้องโทษเด็กคนนั้นนั่นแหละ มาหยิกแก้มโมเดลได้ยังไงมันเจ็บนะไม่รู้รึไง แย่มากๆเลย ถ้าเจอครั้งหน้าโมเดลจะหยิกคืนให้ได้เลย!

 

หลังจากที่เดินขึ้นมาบนตัวเครื่องบิน เตชิตก็เริ่มพาลูกชายเดินดูภายในเครื่องบินลำใหม่โดยมีกัปตันของสายการบินเป็นคนพาทัวร์ โมเดลมองคนที่คุณพ่อบอกว่าเป็นคุณกัปตันที่ขับเครื่องบินเก่งมากๆพาเดินดูแถมยังให้หมวกนักบินกับโมเดลใส่ด้วยแววตาที่ฉายแววปลื้มสุดๆ เพราะรู้สึกว่าคุณกัปตันดูเท่ห์มากๆเลย

 

“คุณพ่อโมเดลน่ารักมั้ยครับ” และพอลงมายืนที่พื้นด้วยตัวเอง เด็กน้อยที่คิดว่าตนเองดูดีเพราะได้สวมหมวกคุณน้าที่ขับเครื่องบินใส่ให้ก่อนจะยืนเก็กท่าที่คิดว่าดูดีที่สุดให้คุณพ่อถ่ายรูปไว้ให้คุณแม่ดู คุณแม่จะต้องดีใจมากแน่ๆที่โมเดลเป็นหนุ่มน้อยน่ารักแบบนี้ อิอิ

 

“โมเดลครับ เราให้พ่อถ่ายจนจะร้อยรูปแล้วนะครับ”

 

“ก็โมเดลอยากอวดคุณแม่นี่ครับ แล้วคุณพ่อถ่ายรูปดำไม่เห็นสวยเหมือนที่คุณแม่ถ่ายเลย” โมเดลบ่นขึ้นมาเมื่อเห็นรูปที่คุณพ่อถ่ายตนเอง ไม่รู้คุณพ่อถ่ายยังไงรูปมืดไปหมดเลย คุณพ่อนี่ไม่เก่งเหมือนคุณแม่เลย

 

“คุณเตชิตให้ผมถ่ายให้มั้ยครับ คุณเตชิตจะได้ถ่ายกับน้องโมเดลด้วย” นักบินหนุ่มเอ่ยบอกเมื่อเห็นสองพ่อลูกพูดคุยกันโดยคุณเตชิตก็คอยฟังลูกชายบ่นจนเกิดเป็นภาพที่ดูน่ารักเอามากๆ

 

ตอนแรกที่ตนเองเห็นท่านประธานพาลูกชายมาด้วยเล่นเอาพนักงานตกใจกันทั้งสนามบิน แม้จะเคยได้ยินข่าวลือว่าท่านประธานมีลูกชายที่โตแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะเห็นได้ง่ายๆ นอกจากคนที่ทำงานที่สำนักงานใหญ่เท่านั้นที่เห็นค่อนข้างบ่อย แต่ก็ยังไม่มีใครเห็นภรรยาของท่านประธานเลยบางคนก็เคยเห็นแต่ก็แค่ครั้งสองครั้งเท่านั้นเลยมีข่าวลือว่าท่านประธานหวงภรรยามากจนไม่ให้ใครได้เจอง่ายๆ

 

“เอาแบบนั้นก็ได้ รบกวนคุณด้วยแล้วกัน” สุดท้ายเตชิตก็ยอมยื่นโทรศัพท์ให้กัปตันหนุ่มเป็นคนถ่ายรูปให้ ส่วนตัวเองก็เข้าไปอยู่กับลูกชายเพื่อที่จะได้ถ่ายรูปคู่กัน

 

เตชิตไม่รู้จริงๆว่าโมเดลได้ความปากคอเราะร้ายมาจากใครกัน คำพูดคำจาชักจะแก่แดดมากขึ้นทุกวัน แต่เตชิตจะไม่ถือสาเพราะลูกชายของเตชิตนั้นถือว่าทำอะไรก็ไม่ผิดเพราะความน่ารักของโมเดลพุ่งแซงทุกเรื่องไปแล้ว

 

 

 

 

หลังจากที่เดินดูทั่วเครื่องบินจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรผิดพลาดเตชิตก็พาโมเดลขับรถกลับโดยไม่ลืมพาแวะห้างเพื่อที่จะไปซื้อของก่อนจะขับไปรับเขมินท์กลับบ้านในช่วงเย็น ซึ่งพอเข้ามาในห้างโมเดลก็กระตุกชายเสื้อของเตชิตแล้วเอ่ยบอกว่าอยากกินไอศกรีมก่อน เตชิตแม้จะไม่อยากเข้าไปนั่งในร้านไอศกรีมหวานแหวว แต่ก็ขัดใจลูกชายไม่ได้เลยเลือกสั่งกาแฟมาดื่มรอในระหว่างที่โมเดลนั่งกินไอศกรีม

 

“โมเดลครับ สั่งมาเยอะแบบนี้เดี๋ยวก็กินไม่หมดหรอก” นับวันลูกชายของเตชิตชักจะกินเยอะขึ้นทุกวัน เหมือนอย่างที่เขมินท์บอกว่าเสื้อผ้าของโมเดลเริ่มจะแน่นแล้วเพราะเล่นกินเยอะแบบนี้ ไม่อ้วนจะไปไหน

 

“กินหมดครับ คุณพ่อนี่ขี้บ่นจังเลย”

 

“ขี้บ่นเหมือนคุณแม่ของโมเดลนั่นแหละครับ”

 

“คุณพ่อใส่ร้ายคุณแม่อีกแล้ว”

 

“หึหึ โอเคครับ ไม่นินทาคุณแม่ของเราแล้วครับ”

 

พอโมเดลจัดการไอศกรีมจนหมดเตชิตก็พาลูกชายเดินมายังโซนที่ขายอาหารเสริมและยาบำรุงซึ่งที่ร้านนี้ส่วนใหญ่นำเข้ามาจากต่างประเทศและมีความปลอดภัยที่ผ่านมาตรฐานการรับรองและเป็นที่เชื่อถือไปทั่วโลกตามที่เตชิตให้ชัชวาลไปหาข้อมมูลมาให้ และที่มาร้านนี้ก็เพื่อมาซื้ออาหารเสริมให้เขมินท์ที่กำลังท้องอยู่ ถึงมันจะดูแปลกๆที่อยู่ๆจะเอาไปให้กินก็เถอะ แต่เตชิตหน้าด้านพอที่จะบังคับเขมินท์ให้กินอาหารเสริมที่เตชิตซื้อไปอยู่แล้ว หึ!

 

“มีแต่เม็ดยา โมเดลไม่ชอบเลย โมเดลไม่กินนะครับ”

 

“คุณพ่อก็ไม่ได้ซื้อให้โมเดลสักหน่อยครับ คุณพ่อซื้อให้คุณแม่ต่างหาก”

 

“คุณแม่ไม่สบายเหรอครับถึงต้องกินยา”

 

“ครับ คุณแม่ต้องกินยาเพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง”

 

“งั้นโมเดลจะชวนคุณแม่วิ่งครับ คุณแม่จะได้มีร่างกายแข็งแรง”

 

“อืมมม คุณพ่อว่าไม่ดีหรอกครับเดี๋ยวคุณแม่ของโมเดลจะเหนื่อยจนป่วยหนักมากกว่าเดิม เอาแบบนี้ดีกว่าคุณพ่อว่าตั้งแต่วันนี้โมเดลแค่อย่าพุ่งกอดคุณแม่แรงๆ และอย่าให้คุณแม่ถือของหนักๆแทนดีกว่านะครับ คุณแม่จะได้หายป่วยเร็วๆ”

 

“เฮ้อ ผู้ใหญ่เข้าใจยากจังครับ แต่โมเดลทำตามที่คุณพ่อบอกก็ได้”

 

“เก่งมากครับคนเก่ง และเมื่อโมเดลของคุณพ่อเชื่อฟังแบบนี้คุณพ่อจะซื้อของเล่นให้นะครับ”

 

“ฮื่อออ โมเดลรักคุณพ่อ ขอรถบังคับคันใหม่เอาคันใหญ่ๆนะครับ”

 

“ได้สิครับคนเก่งของคุณพ่อ” เตชิตลูบหัวลูกชายก่อนจะจัดการจ่ายเงินอาหารเสริมของเขมินท์แล้วถึงพาลูกชายเดินไปซื้อของเล่นชิ้นใหม่ ตอนนี้เตชิตวางแผนจะทำสวนด้านหลังบ้านให้เป็นที่เล่นสำหรับโมเดล เพราะของเล่นที่เป็นรถที่เด็กสามารถขับได้ก็เริ่มมีหลายคันแล้ว จะขับในบ้านต่อไปเรื่อยๆก็ดูจะคับแคบเกินไป เตชิตต้องการให้ลูกมีพื้นที่กว้างๆในการเล่น และจะพาออกไปขับที่สวนสาธารณะก็ดูอันตรายเกินไป เพราะฉะนั้นก็ทำสวนหลังบ้านให้เป็นสนามเด็กเล่นซะเลย อยากไปเล่นตอนไหนก็เล่นได้แถมยังไม่ต้องไปเสี่ยงกับเรื่องอันตรายนอกบ้านด้วย

 

“ถ้าโมเดลถูกคุณแม่ดุ คุณพ่อต้องโดนดุด้วยนะครับ เพราะคุณพ่อซื้อให้โมเดล”

 

“ครับๆ”

 

เมื่อตกลงกันเสร็จตามสไตล์พ่อลูก เตชิตก็ช่วยลูกชายเลือกซื้อของเล่นชิ้นใหม่โดยการช่วยของเตชิตก็คือคอยพยักหน้ารับคำเท่านั้นว่าลูกชายจะเอาชิ้นไหนแล้วเตชิตก็ให้พนักงานมาถือออกไป ซึ่งพอเดินไปเดินมาก็ได้ไปเกือบสิบชิ้นโมเดลถึงพอใจแล้วส่งยิ้มหวานให้คุณพ่ออย่างน่ารักที่ตามใจตนเองขนาดนี้

 

คุณพ่อของโมเดลเนี่ย พูดง่ายกว่าคุณแม่เยอะเลย~~~~~~

 

 

...................................................100%....................................................

วิถีคุณพ่อสายเปย์ก็เป็นแบบนี้ ใช้เงินแก้ปัญหาเก่ง แต่ไม่เก่งเรื่องเข้าหาเมีย555555555

ความคิดเห็น