nabu-palace

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 39

คำค้น : นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 617

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2562 22:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39
แบบอักษร

 

ตอนที่ 39 

 

 

สิ้นเสียงปิดประตูห้องพักในโรงแรม ร่างของไอ้น้ำก็ถูกดันให้แนบชิดกับประตูบานนั้น  

‘สี่สองเก้า’อืม น้ำเหลือบมองและจำไว้ในใจ 

“พะ...พี่ เดี๋ยวนะ...ใจเย็นก่อน” มันพูดกระท่อนกระแท่น อาศัยจังหวะที่ริมฝีปากเป็นอิสระจึงพอพูดแต่ละคำออกมาได้ 

“ครับ?” คนตรงหน้าทำท่าเหมือนจะรับฟัง แต่มันกลับไม่สอดคล้องกับการกระทำเอาเสียเลย 

“เฮ้ย” ร่างของไอ้น้ำถูกพาดขึ้นบ่าโดยไม่รู้ตัว อารามตกใจมันร้องเสียงหลงเพราะกลัวตก ดวงตาของมันเห็นเพียงพื้นพรมของโรงแรมเท่านั้น 

น้ำก็พอรู้ละนะว่าผู้กองคงจะแข็งแรงกว่า ช่วงที่มาประจำการอยู่ที่นี่ เขามักจะได้เห็นตำรวจพากันวิ่งไปรอบๆ หมู่บ้านเพื่อออกกำลังกาย หรือเตรียมความพร้อมให้กับร่างกาย และการผ่อนคลายเวลาวิ่งที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นเสียงเพลงที่พร้อมเพรียงกันทั้งหมู่คณะ มันเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจกับคนพบเห็นไม่น้อย ถึงแม้ว่าจ่าสมคิดและจ่าสมหมายจะทำหน้าเหยเกทุกครั้งที่จะต้องพาร่างสมบูรณ์พุงพลุ้ยออกวิ่งก็ตาม 

จากทั้งหมดที่กล่าวมา ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยกร่างของไอ้น้ำได้สบายๆ แบบนี้ 

ใจลอยคิดไปไกล รู้สึกตัวอีกที แผ่นหลังของมันก็สัมผัสเข้ากับเตียงนุ่มๆ เข้าเสียแล้ว คนที่อุ้มมันมาวางร่างของไอ้น้ำลงบนเตียงไม่เบานัก เพราะพื้นที่วางก็ไม่ได้แข็งจนต้องกลัวว่ามันจะเจ็บ 

ผู้กองปรานต์ทิ้งร่างทับลงบนตัวไอ้น้ำ แต่ก็ไม่ได้เทน้ำหนักลงที่คนข้างใต้เสียหมด แขนข้างถนัดของผู้กองนั้นค้ำยันอยู่บนเตียงนุ่ม ส่วนมือข้างที่ไม่ถนัดก็จัดการเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าของไอ้น้ำออกไปพ้นทาง อวดใบหน้าขาวๆ อย่างเต็มที่ 

ใบหน้าคมก้มลงมาใกล้ ไอ้น้ำทำอย่างที่เคยทำ เป็นอย่างที่เคยเป็น มันหลับตารอรับสัมผัสจากอีกฝ่าย แต่รอแล้วรอเล่าความรู้สึกดังกล่าวก็ไม่มาเยือนเสียที จนมันต้องลืมตามองว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไอ้น้ำเห็นสีหน้าของผู้กองดูแปลกๆ  

ทว่าในจังหวะที่มันจะเปิดปากถาม ปรานต์ก็พูดขึ้นเสียก่อน 

“ปกติพี่ไม่เคยต้องขอ แต่พี่ไม่รู้ว่ากับน้ำต้องทำยังไง” ปรานต์กำลังพูดบางอย่างที่ไอ้น้ำไม่เข้าใจ 

“ครับ?” 

“ถ้าพี่จะขอจากน้ำ...” ผู้กองเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อด้วยสีหน้าลำบากใจ “ได้ใช่ไหม หรือต้องรอแม่น้อยอนุญาตก่อน” 

‘ขออะไร’ไอ้น้ำจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ทิ้งเวลาสักครู่ หน้าของมันก็เห่อร้อนอย่างปิดไม่มิดเมื่อเข้าใจความหมายนั้นจนได้ 

‘จะมาขออะไรตอนนี้เนี่ย’ 

“โตขนาดนี้แล้ว ไม่ต้องรอแม่อนุญาตแล้วมั้ง” มันตอบ 

“ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า...?” 

“คิดเอาเองบ้างไม่ได้หรือไง” ไอ้น้ำเขินปากเกินกว่าจะบอกว่าตกลงเลยแสร้งพูดเฉไฉไปเรื่อย 

“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็จะคิดอย่างที่อยากคิด” ผู้กองบอกพร้อมกับก้มหน้าลงมาใกล้มันอีกครั้ง 

“เดี๋ยว!” มันเอ่ยห้ามเสียงดัง 

“อะไรครับ” 

“ผมมีเงื่อนไขข้อเดียว” 

“เอาสิ ต่อให้น้ำมีกี่ข้อพี่ก็จะไม่ปฏิเสธ” ไอ้น้ำยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะบอกอีกฝ่ายไป 

“ผมไม่ขออะไรมาก ขอแค่ผู้กองยอมเป็นของไอ้น้ำคนนี้ ให้ผมจัดการเอง” นายนทีมันไม่กล้าบอกว่าจะให้ผู้กองเป็นเมียมัน ถึงคำนี้จะไม่ใช้กับผู้ชายก็จริง แต่ก็นั่นแหละ ตามปกติถ้ามันคบกับผู้หญิงคนอื่น ท้ายที่สุดคนนั้นก็ต้องเป็นเมียของมันไม่ใช่หรือไง 

ผู้กองหยุดคิดไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มตอบและพูดว่า “ได้สิครับ”  

ไอ้น้ำยิ้มร่าด้วยความปลื้มปริ่ม แม่น้อยจะต้องดีใจที่สุดท้ายมันก็พาลูกสะใภ้เข้าบ้านได้สำเร็จ เดี๋ยวกลับไปพรุ่งนี้มันค่อยไปทาบทามเรื่องสินสอดกับอีกฝ่ายทีหลังก็แล้วกัน 

พี่น้ำสัญญา พี่น้ำจะรับผิดชอบทุกการกระทำครับ! 

“คราวนี้ผู้กองก็ลงไปนอนดีๆ ได้แล้ว เดี๋ยวพี่น้ำจัดการเอง” ไอ้น้ำพูด ด้วยความตื่นเต้นมันจึงไม่เห็นอากัปกิริยาของผู้กองที่เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ 

ชายหนุ่มยิ้มให้ไอ้น้ำเต็มที่ “ก่อนจะเป็นของพี่น้ำคนดี ให้พี่ได้ปรนนิบัติพี่น้ำก่อนดีไหม” 

“หืม? ยังไงอะ” 

“ก็ให้พี่เริ่มก่อน แล้วน้ำค่อยสานต่อในตอนท้ายไงครับ ไม่ดีเหรอ” ผู้กองยื่นข้อเสนอ 

“อ้อ...” มันคิดครู่เดียวก็บอก “ก็ได้ ถ้าผู้กองอยากดูแลพี่น้ำก่อน”  

ไอ้น้ำคิดว่าก็ดีเหมือนกัน เก็บแรงไว้จัดการอีกฝ่ายในตอนจบ จะได้โชว์ฝีมือ 

ผู้กองยิ้มอีกแล้ว ไอ้น้ำคิด คนตรงหน้ายิ้มบ่อยไปไหม หรือว่าดีใจที่จะตกเป็นของไอ้น้ำคนนี้ เอาเถอะ ยิ้มก็ดีแล้ว ผู้กองยิ้มแล้วน่ามองจะตาย ดูดีไปหมด  

มันเอื้อมมือไปแตะแก้มของผู้กอง ไม่เคยคาดคิดว่าสุดท้ายมันจะได้คนคนนี้มาครอง จากครั้งแรกที่เจอกันเกือบถูกอีกฝ่ายค้นตัว เกือบจะติดคุก ความรู้สึกที่ไม่ค่อยถูกชะตาสักเท่าไหร่เพราะอีกฝ่ายมาทำให้เส้นทางการเดินหวยของมันต้องสั่นคลอนติดขัดไปหมด 

แต่เพราะเหตุการณ์จากหวยไม่ใช่หรือ ทำให้มันได้รับการดูแลและปลอบโยนจากผู้กอง 

ดีใจ...ที่เป็นคนนี้ 

ดีใจ...ที่มันได้รักคนนี้ และเขาก็รักมัน 

ผู้กองเห็นน้ำนิ่งไป เขาไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ ปรานต์จับมือข้างที่แนบอยู่ทางแก้มด้านขวาของเขาออกแล้วกดจูบกลางฝ่ามือนั้น 

ถึงจะดูเป็นคนช่างโวยวาย เหมือนไม่สนใจอะไร แต่จริงๆ แล้วน้ำของเขาใจดี ช่างเห็นใจ และอ่อนโยนต่อผู้อื่นมากทีเดียว ภายนอกดูเป็นคนเข้มแข็งเด็ดเดี่ยว แต่ในใจลึกๆ กลับคิดมาก หวาดกลัวอยู่ไม่น้อย 

ขอบคุณคำสั่งจากเบื้องบนที่ทำให้เขาได้ย้ายมาที่นี่ ได้มาเจอคนที่นี่  

และเจอคนคนนี้ 

ปรานต์ก้มหน้าลงไปจูบหน้าผากคนข้างใต้ กว่าจะได้กลับมาเจออีกครั้งก็ยากเหลือเกิน ส่วนหนึ่งก็เพราะเขาไม่อาจเลือกความรักโดยละทิ้งหน้าที่ได้ทันที ต้องรอเวลา ร้อนใจแค่ไหนก็ทำตามใจไม่ได้ 

อย่างน้อยโชคดีก็ยังอยู่ข้างเขาที่น้ำไม่ใช่คนเหลาะแหละ เลิกรักเขาไปอย่างรวดเร็ว พูดตามตรงก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวรอเขาหรือเปล่า แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้ตัดใจจากเขา และเป็นมากกว่าโชคที่น้ำค่อนข้างปากตรงกับใจเลยทำให้ทุกอย่างนั้นง่ายขึ้น 

ถึงจะมีอายบ้างตามประสา แต่มันก็น่ารักดี 

ผู้กองจูบไล่จากหน้าผากมาที่จมูกโด่งที่ได้รูปรับกับใบหน้า จนมาบรรจบกับริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยจากแรงบดจูบของเขาก่อนหน้านี้ เขาเดินหน้าไปเรื่อยๆ  ไม่เร่งรัด ไม่ยัดเยียด เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายตกใจ ทุกอย่างมันควรจะสวยงามและอิ่มเอมไปพร้อมกัน 

มือข้างที่ยังว่างค่อยๆ ดึงเสื้อออกให้พ้นตัวของน้ำ และเจ้าตัวก็ดูเหมือนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ร่างกายที่ไม่ผอมไม่อ้วนจนเกินไป มีเนื้อบ้างนิดหน่อย ตามวิถีคนขี้เกียจออกกำลังกาย จดจ้องอยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์มากกว่าออกนอกบ้าน ใครคนนี้กำลังนอนมองหน้าเขา 

ปรานต์หยัดตัวขึ้นมองน้ำให้เต็มตา เขาชอบรูปร่างแบบนี้ หรือต่อให้น้ำมีรูปร่างแบบไหน เขาก็คงชอบอยู่ดี เมื่อมีความรักแล้ว เวลามองทุกอย่างก็จะดูลำเอียงไปหมด ถึงจะเคยเห็นร่างกายของอีกฝ่ายตอนเขาไปอาศัยนอนที่ห้องเจ้าตัวมาบ้าง แต่ก็ได้เพียงเห็น หรือแม้จะเคยสัมผัสก็ยังสัมผัสผ่านเสื้อผ้าอยู่ดี แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสผิวใต้ร่มผ้าของอีกฝ่ายตรงๆ 

หลังจากมองร่างกายของคนรักจนพอใจ เขาก็โน้มตัวลงไปหาอีกครั้ง กดจูบที่สันกราม น้ำหดคอเล็กน้อย คงจะจักจี้หรือไม่ก็ไม่คุ้นกับความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้น ปรานต์จูบไล่เรื่อยลงมาถึงไหปลาร้า น้ำของเขากลับเงยหน้าราวกับหายใจติดขัด ผู้กองหนุ่มยกยิ้ม นั่นละคือสิ่งที่เขาพอใจ 

และไอ้น้ำคนอยากเป็นสามีนั้นก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้เข็มขัดและกระดุมกางเกงของมันได้ถูกปลดออกไปแล้ว เพราะมันมัวแต่หลงเพริดไปกับรสสัมผัสจากอีกฝ่าย 

สัมผัสจากด้านล่างแทบจะทำให้ไอ้น้ำลืมตัว เหมือนได้ยินเสียงแก้วหูลั่นเปรี๊ยะ ขาขยับไปมาเหมือนถูกไฟร้อนแผดเผา ความรู้สึกจากจุดนั้น มันรู้จักว่าคืออะไร ก็เหมือนเวลาที่มันอยู่คนเดียวและดูแลน้องชายใต้ร่มผ้า แต่เมื่อสัมผัสนั้นมาจากมือผู้กอง มันรู้สึกดีกว่ามาก 

ให้ตายสิ ความรู้สึกแบบนี้ ช่างดีเหลือเกิน 

ดวงตาของมันพร่าเบลอราวกับล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ มันไม่เคยขึ้นไปบนนั้นหรอก แต่ก็อนุมานเอา เห็นภาพมัวๆ ของคนตรงหน้า ...เดี๋ยวสิ ในขณะที่มันไม่เหลือผ้าผ่อนติดตัวแล้ว แต่ผู้กองยังอยู่ในชุดหล่อเต็มยศแบบนี้ ไม่ได้ เอาเปรียบกันชัดๆ นี่นา  

มันสะกดกลั้นอารมณ์จากด้านล่าง พยายามยืดตัวขึ้นไปจับชายเสื้อผู้กอง หวังจะดึงเสื้อออกไปให้พ้นตัวอีกฝ่าย ผู้กองก็เหมือนจะเข้าใจ จึงถอดเสื้อนั้นกับมือ ไอ้น้ำยิ้มอย่างพอใจที่ไม่ต้องพูดอะไรมาก 

ปราการถัดไป นายนทีหรี่ตาลงเล็กน้อย พร้อมกับเลื่อนมือลงไปแถวกางเกงของผู้กอง มือสั่นเล็กน้อยตอนปลดหัวเข็มขัดของอีกฝ่าย มันขยับอยู่พักใหญ่ก็ไม่สำเร็จเสียที เข็มขัดแบบไหนกันเนี่ย ปลดยากชะมัด ไอ้น้ำคิดอย่างเซ็งๆ  แต่ก็เหมือนผู้กองจะรู้ใจอีกแล้ว อีกฝ่ายเป็นคนจัดการเข็มขัดให้ 

สบายจัง ไม่ต้องทำไรเลย น้ำคิดในใจ 

ไอ้น้ำได้ใจ มันพร้อมแล้วที่จะดึงกางเกงอีกฝ่ายลงมาเฉกเช่นเดียวกับมัน หวังจะได้โยนกางเกงของผู้กองลงไปกองที่ปลายเตียงบ้าง แต่ในเมื่อตัวผู้กองกึ่งทาบทับกึ่งคุกเข่าอยู่แบบนี้ ดูจะยากแฮะ ทำไงดี มันครุ่นคิด แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกเพราะความรู้สึกด้านล่างก็ยังท่วมท้น อีกทั้งริมฝีปากของมันก็ถูกสำรวจจนไม่เหลือช่องว่างอะไรแล้ว จะไม่ให้มันเตลิดได้ยังไงกัน 

“ถอดสิครับ” จังหวะที่เบือนหน้าหนีจากผู้กองได้ น้ำก็รีบพูด 

“ได้สิ” น้ำได้ยินเสียงหัวเราะแผ่วเบาจากผู้กอง ก่อนจะตามด้วยดวงไฟที่ถูกปิด เหลือเพียงแสงสว่างจากห้องน้ำที่ทะลุผ่านกระจกฝ้ามารางเลือนเหลือเกิน แสงจากตรงนั้นแค่ช่วยพอให้มองเห็นว่าห้องน้ำอยู่ไหน แต่ไม่อาจมองเห็นรายละเอียดอื่นๆ 

...ขัดใจ 

“ปิด...ไฟ...ทำไม” เสียงที่ถามกระท่อนกระแท่นขาดๆ หายๆ ไอ้น้ำได้แต่แปลกใจ มันก็คิดว่าพูดตามปกตินะ แต่ทำไมเสียงถึงขาดห้วงแบบนั้น ไม่เข้าใจเอาเสียเลย 

“ปิดดีกว่า” 

“มองไม่เห็นอะไรเลย” 

“พี่กลัวน้ำอาย” ผู้กองบอก แต่ตอนนี้สมองของนายนทีประมวลผลไม่ทันหรอก มันลืมไปว่า เขาเห็นของมันจนหมดแล้ว มันอายไม่ทันแล้วละ 

“เหรอ” 

“อีกอย่าง...พี่เองก็อายเหมือนกัน” น้ำแทบจะขาดใจ ว่าที่ภรรยาของเขาเขินอายเพราะกลัวเขาเห็นร่างกาย  

ไม่เป็นไรนะคนดี ครั้งหน้าพี่น้ำจะทำให้พี่ปรานต์ลืมตัวลืมอายไปเอง 

“ก็ได้ครับ” 

เมื่อมองไม่เห็นอะไรก็รู้สึกราวกับถูกปิดตา ไม่ว่าจะถูกผู้กองจับตรงไหน มันก็ตื่นเต้นไปกับร่องรอยนั้นตลอดเวลา อารมณ์ของมันกำลังจะพุ่งสูงจนเกือบทนไม่ไหว แต่แล้วผู้กองก็หยุดมือ มันอยากจะจัดการต่อด้วยตัวเอง แต่ก็ถูกผู้กองยึดมือไว้เสียก่อน น้ำฮึดฮัดขัดใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมผู้กองถึงชอบหัวเราะนัก 

“เด็กดี รอพี่แป๊บหนึ่งนะ” ผู้กองเรียกน้ำไว้ก่อนจะผละตัวออก ไอ้น้ำนอนนิ่งตามคำขอ ได้ยินเสียงกุกกักเหมือนเสียงรูดซิปกระเป๋า ได้ยินเสียงกรอบแกรบของถุงกระดาษ มันมองไม่เห็น ไม่รู้ว่าผู้กองกำลังทำอะไร ซ้ำมันยังได้ยินเสียงเปิดฝาขวดอะไรสักอย่างอีกด้วย ก่อนจะได้ยินเสียงปิดฝานั้นลง 

“อย่าเกร็งนะรู้ไหม” ผู้กองบอก  

...เดี๋ยวๆ เกร็งอะไร 

ความเย็นวาบกระทบเข้ากับด้านหลังของไอ้น้ำ มันขยับหนีตามสัญชาตญาณ ไม่บอกก็รู้ว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง 

คนโกหก ไหนว่าจะยอมเป็นของพี่น้ำไง 

“อย่าหนีพี่สิครับ อย่ากลัวพี่” 

“ผู้กองหลอกผม” น้ำว่าด้วยความไม่พอใจ 

“พี่หลอกอะไรครับ” 

“ก็ไหนบอกว่ายอมเป็นของผมไง แล้วนี่อะไรอะ ถึงผมจะไม่เคยแต่ผมก็รู้นะว่าพี่กำลังทำอะไร” 

“พี่หวังดีกับน้ำ” 

“หวังดีอะไร” ถ้ามันลุกหนีไปตอนนี้ผู้กองจะโกรธไหม 

“ก็เพราะว่าน้ำไม่เคย พี่จะสอนน้ำให้ดูเป็นตัวอย่างไงครับ” ไอ้น้ำได้ยินก็นิ่งคิดอีกหน 

“...” 

“และพี่สัญญา พี่จะไม่บอกใคร” 

“จริงนะ” 

“พี่จะเป็นของพี่น้ำครับ” 

“ครั้งเดียวนะ” น้ำบอกอีกฝ่าย 

“ครับ” ผู้กองรับปาก 

“งั้นก็ได้” น้ำยอมตกลงเพราะมันก็ไม่อยากให้จบแบบนี้เหมือนกัน คืนนี้อุตส่าห์ไม่กลับบ้าน ถ้ายังคว้าน้ำเหลวกลับไป ขายหน้าแย่ 

และขวัญที่กระเจิงไปของไอ้น้ำก็ถูกปลอบประโลมจนสงบลงอีกครั้ง ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกอีกฝ่ายล่อลวงให้ติดกับจนดิ้นไม่หลุด จนเมื่อความเจ็บบังเกิดในตัวของมัน ไอ้น้ำก็คิดว่ามันไม่น่ารอดแน่ๆ  คล้ายได้ยินเสียงทุ้มพูดปลอบให้มันหายใจเข้าลึกๆ  ให้มันอย่ากลัว แต่คำพูดพวกนั้นไม่เข้าหูเลย 

นอกจากคำพูดของวรันต์ที่เคยบอกมันไว้ทางโทรศัพท์ 

‘ที่สำคัญ เขาน่ะอึดมาก คืนหนึ่งสี่ห้ารอบก็ไม่พอ กลางคืนถึงเช้า เช้าถึงเย็น จนนายอาจจะตายคาเตียงเลยก็ได้ เตือนแค่นี้แหละ ขอให้โชคดี’ 

ไอ้น้ำหน้าซีดในความมืด 

ทำยังไงดี 

มันยังไม่อยากตายคาเตียงโว้ย!!! 

 

แสงยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามากระทบกับดวงตาของร่างที่ยังหลับอยู่บนเตียง น้ำนอนหันหน้าไปทางแสงสว่าง บวกกับความคุ้นเคยที่ตื่นเช้าตามแม่น้อยเป็นปกติจึงรู้สึกตัวก่อน ชายหนุ่มผงกหัวขึ้นมาจากหน้าอกที่นอนหนุนอยู่ทั้งคืน หัวคิ้วขมวดปมทันทีที่สติกลับคืนมา 

นอนท่านี้ไปได้ไงวะ 

จำได้ว่าหลังจากที่ผู้กองยังพอเมตตาเขาบ้างเมื่อจบรอบสอง ก็พากันเข้าห้องน้ำ และพออาบน้ำเสร็จ ขึ้นเตียงเรียบร้อย ผู้กองก็นอนกอดเขาจากทางด้านหลังไม่ใช่หรือไง เพราะเมื่อคืนปิดไฟมืดทำให้ไม่เห็นอะไรเลย เช้าวันนี้ค่อยเห็นอะไรชัดเจน จริงๆ แล้วตัวผู้กองก็ขาวเหมือนกันนะเนี่ย ขาวพอๆ กับเขาเลย เอ...หรือผู้กองจะขาวกว่านะ ปกติเห็นแต่สีผิวที่พ้นแขนเสื้อมาออกคล้ำนิดๆ คงเพราะตากแดดล่ะมั้ง จริงด้วย สีผิวสองสีตัดกันชัดเลย 

‘นี่เตือนด้วยความหวังดีตามประสาคนรักเก่าหรอกนะ เพราะว่าตรงนั้นของผู้กองน่ะ ใหญ่มากกกกกก...’ 

จู่ๆ ในหัวก็คิดย้อนไปถึงคำพูดของวรันต์อีกครั้ง น้ำกลอกตาไปมา บ้าชะมัด นี่เขากำลังคิดอะไรอยู่ 

ไอ้น้ำขยับตัวอย่างลำบาก แต่ความอยากรู้ของมันไม่อาจถูกยับยั้งด้วยความลำบากเหล่านั้น ขอดูนิดเดียวน่า เมื่อวานไม่เห็นอะไรเลย ผู้กองคงไม่ว่าอะไรหรอก มือไวเท่าความคิด มันค่อยๆ เปิดผ้าห่มออกดูแล้วรีบปิดลงอย่างรวดเร็ว 

ฉิบหาย ยัดเข้าไปได้ยังไงวะ 

ถึงว่าเมื่อคืนต้องปิดไฟ ไอ้น้ำขอสาบานเลยว่าถ้ามันเห็นสภาพโตเต็มวัยของผู้กองตอนสว่างๆ ละก็ ให้ตายมันก็ไม่มีวันยอม 

“แอบดู เดี๋ยวคิดค่าปรับเลย” คนที่คิดว่ากำลังหลับกลับพูดขึ้น ทำเอาน้ำเกือบสะดุ้งโหยงแต่ต้องเก็บอาการนิ่งไว้ให้มากที่สุด 

“หวงเหรอครับ” แกล้งพูดกลบเกลื่อน 

“ไม่หรอก ถ้าน้ำอยากดู มากแค่ไหนพี่ก็ไม่ว่า” ผู้กองบอกอย่างใจป้ำ 

“อาบน้ำเถอะครับ เดี๋ยวไปส่งผมที่บ้านที” 

“ได้ครับ กินข้าวเช้ากับพี่ก่อนไหม” 

“แล้วคุณพ่อคุณแม่...?” น้ำถาม 

“อืม ท่านก็ต้องมากินพร้อมกับเราด้วยสิ” 

“งั้นไม่เอาอะ” 

“ทำไมล่ะ เป็นอะไร” 

“จะให้ผมบอกแม่พี่ว่าไงอะ จู่ๆ อยากมากินข้าวเช้ากับพี่งี้เหรอ ไม่เอาหรอก” 

“อาย?” 

“แหงสิ” 

“ท่านไม่แซวหรอกน่า คนรักกันมาหากัน ไม่เห็นแปลก” 

และท้ายที่สุดไม่ว่าผู้กองจะหว่านล้อมยังไง ไอ้น้ำก็ยืนกรานจะกลับท่าเดียว จนเมื่อรถยนต์แล่นมาจอด มันก็รีบลาผู้กองแล้วเดินเร็วๆ ขึ้นบ้าน พอผู้กองเห็นว่าน้ำขึ้นบ้านปลอดภัยแล้วก็ออกรถไปอย่างเงียบๆ เช่นกัน เพราะถ้าเขาขึ้นไปทักแม่น้อยตอนนี้ นายนทีของเขาต้องโกรธเขาแน่นอน 

“ไปไหนมาแต่เช้า” ไอ้น้ำชะงัก ขาที่กำลังจะก้าวข้ามประตูห้องต้องถอยกลับมา 

...จะรอดอยู่แล้วเชียว มันขัดใจที่ผิดแผน 

“เอ่อ...ไปข้างนอกมาอะแม่” 

“งั้นหรือ” 

“จ้ะ แล้วแม่กำลังจะไปสวนเหรอ” 

“เออ กับข้าวกับปลาอยู่ในตู้ หิวก็ไปอุ่นมากินล่ะ” 

“จ้ะแม่” 

“ข้าไปละ” 

น้ำโล่งใจที่แม่ไม่พูดไม่ทักอะไรมาก เขาเข้าไปในห้องนอนได้สำเร็จ แต่แล้วในจังหวะที่กำลังจะปิดประตู หูก็ผึ่งได้ยินเสียงมารดาดังขึ้นอีกระลอก 

“พูดจนปากถึงหูว่าอย่าแอบไปหาลูกเขยข้า ที่ไหนได้ คล้อยหลังข้านิดเดียว กลับมาอีกทีตอนเช้า งามหน้าไหมล่ะ”  

น้ำได้ยินเสียงมารดาก็หน้าซีด เพราะกลัวอีกฝ่ายจะโกรธ  

แต่แล้วประโยคต่อมาก็ทำให้มันยิ้มกว้างที่ไม่ได้ถูกแม่น้อยโกรธจริงๆ 

“ไอ้ลูกไม่รักดี เห็นผู้ชายดีกว่าคำพูดแม่” แม่น้อยพูดพลางทำเสียงร้องไห้เล็กน้อยพอเป็นพิธี ก่อนจะเดินจากไป 

แม่น้อยน่ารักสำหรับมันเสมอ 

แต่กระนั้นหลังจากปิดประตูห้อง แล้วค่อยๆ ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างนุ่มนวล ไอ้น้ำก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก  

มันไม่กล้านั่ง 

อดทนนั่งบนรถยนต์ผู้กองมาตั้งนาน จะแสดงท่าทางให้ผู้กองเห็นก็จะหาว่าไอ้น้ำอ่อนแอ ไม่มีวันเสียหรอก 

ทำไมไม่มีใครบอกเลย ว่าครั้งแรกมันจะเจ็บแบบนี้! 

 

 

ความคิดเห็น