อติญา / เก-ลิน / เราพิมพ์ / ผู้ซึ่งเข้ามาแทน / มะลิก้านแดง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

วังวนอคิราห์ ตอนที่ 5 1/2

ชื่อตอน : วังวนอคิราห์ ตอนที่ 5 1/2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 76

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2562 20:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วังวนอคิราห์ ตอนที่ 5 1/2
แบบอักษร

“เทียนหลง... ไม่เป็นไรแล้วนะ” อคิราห์ดึงตัวหลานชายมากอดไว้ก่อนจะส่งต่อตัวกรกันต์ไปให้คุณหมอท่านอื่นช่วยตรวจเนื่องจากตอนนี้เขาอารมณ์ยังไม่มั่นคงจึงไม่ควรทำการรักษาดูแลคนไข้ต้องปล่อยให้คุณพ่อเขาจัดการไปส่วนตัวเองก็นั่งรออยู่กับคุณย่า

“ไปหาอะไรดื่มกันดีกว่าแม่เครียดจนประสาทจะกินแล้ว” และคุณอาภาพรก็เป็นคนทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดระหว่างที่นั่งรอหลานชายไปตรวจร่างกายซึ่งปกติแล้วอคิราห์เข้ากันได้ดีกับแม่ของคนรักเพียงแต่วันนี้เขามีเรื่องบางอย่างที่รบกวนจิตใจระหว่างเราจึงไม่ได้มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้น

“ไปเถอะแม่ก็เครียดพอๆ กับน้องไฟนั่นแหละไม่ต้องห่วงถ้าเทียนหลงตรวจเสร็จแล้วพ่อเขาจะโทรตามพวกเราเอง” เป็นคุณหมอเด็กที่ยอมให้คุณแม่ของคนรักจูงมือเดินออกมานั่งที่ร้านกาแฟข้างโรงพยาบาลทั้งคู่เลือกสั่งชามาดื่มพร้อมกับขนมเค้กชิ้นเล็กๆ อีกสองสามชิ้นซึ่งพอร่างกายได้รับน้ำตาลพร้อมกับสูดกลิ่นหอมอโรม่าจากใบชาเข้าไปสมองที่เครียดเกร็งก็ดูจะผ่อนคลายลงเยอะ

“อ้าว พี่หมอตรวจเสร็จแล้วเหรอครับ?” หลังจากนั่งจิบชาไปได้ราวๆ ครึ่งชั่วโมงคุณหมอกันติทัตก็เดินจูงมือลูกชายเข้ามาในร้านด้วยสีหน้าที่ดูสดชื่นและผ่อนคลายกว่าในตอนแรกซึ่งเป็นใครก็คงต้องเครียดเมื่อลูกชายถูกรุมกระทืบขนาดนั้น

“เสร็จแล้วครับ สมองไม่กระทบกระเทือน กระดูกไม่หัก ไม่มีแผลเลือดออกหรือว่าเลือดคั่งมีแค่รอยฟกช้ำตามเนื้อตัวแล้วมันจะค่อยๆ จางไปเอง” เมื่อได้ฟังเขาพูดอคิราห์ก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะหันไปกอดหลานชายด้วยความรัก

“ผมไม่เป็นไรแล้วครับอาไฟ ไม่กี่วันก็หายแล้ว” กรกันต์กอดตอบคุณอาแล้วก็พูดปลอบตามที่คุณพ่อสอนไว้เนื่องจากสองคนพ่อลูกเขาคุยกันมาแล้วว่าคุณอาน่าจะเป็นห่วงหลานชายจนจิตตกเลยต้องช่วยกันปลอบให้หายกังวลใจ

“แต่เราก็เจ็บตัวเพราะอานะ เทียนหลงสัญญาได้ไหมว่าจะไม่เอาตัวไปเสี่ยงกับเรื่องไร้สาระแบบนี้อีกใครเขาจะพูดยังไงก็ช่างแค่ครอบครัวรู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไงก็พอแล้ว” คุณหมอเด็กสอนหลานชายให้ไม่ต้องไปใส่ใจเรื่องน้ำลายของคนอื่นตราบใดที่คนในครอบครัวของเราเข้าใจกันดี

อาจจะดูเคร่งเครียดไปเมื่อต้องพูดถึงความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายกับเด็กหกขวบแต่คุณหมอกันติทัตไม่เคยที่จะปิดบังลูกและตลอดช่วงชีวิตของเด็กชายกรกันต์ที่เริ่มรู้ความก็เห็นคุณอาผมยาวเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวอยู่แล้ว อคิราห์ไม่ได้เข้ามาแทนที่แม่ซึ่งสิ่งนั้นกันติทัตก็ไม่ได้อยากให้เป็นฉะนั้น ในสายตาเด็กน้อยคุณอาไฟคือคนรักของพ่อที่เป็นผู้ชายเป็นคนที่คอยดูแลเขาทุกอย่างไม่ต่างจากคุณย่าหรือคุณพ่อเลย

“ผมแค่โกรธพวกนั้นไม่มีสิทธิ์มาว่าอาไฟไม่ได้รู้จักกันสักหน่อยต้องขอโทษสิ” กรกันต์ก็มีความคิดเป็นของตัวเองเรื่องเถรตรงนี่ถอดแบบมาจากบิดาไม่มีผิดเพี้ยน

“เทียนหลง... ไม่จำเป็นเลยที่เราต้องเจ็บตัวเพื่อปกป้องอานะครับฟังอานะไม่เป็นไรเลยที่คนไม่รู้จักกันจะมาต่อว่าอาเพราะยังไงแล้วอาไฟของเทียนหลงไม่ได้เป็นแบบที่เขาว่าสักหน่อย” ชายหนุ่มพูดอย่างอ่อนใจ เขารู้สึกตื้นตันที่เด็กตัวแค่นี้รู้จักปกป้องเขาแต่ก็ไม่อยากให้การปกป้องนั้นต้องมาเป็นสาเหตุให้ถูกคนอื่นทำร้ายร่างกายและแค่เด็กประถมยังตีกันรุนแรงขนาดนี้อคิราห์ไม่อยากจะคิดเลยว่าพอโตไปเด็กพวกนั้นจะมีนิสัยยังไง

“ไฟครับ” กันติทัตเรียกคนรักเพราะรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้อคิราห์พูดอยู่อย่างนี้อีกไม่เกินหนึ่งนาทีคุณหมอเด็กต้องร้องไห้ออกมาแน่เพราะเจ้าตัวเป็นคนค่อนข้างที่จะอ่อนไหวอยู่เหมือนกัน

“อาไฟครับ... ผมรักอาไฟเลยไม่อยากให้ใครมาว่าอาไฟของผม เจ็บแค่นี้ไม่เป็นไรจริงๆ ครับอาไฟเลี้ยงผมมาใครจะมารู้ดีกว่าเทียนหลงได้ยังไง” กรกันต์มีนิสัยอยู่อย่างหนึ่งคือเจ้าตัวจะมั่นใจมุ่งมั่นในความคิดของตัวเองแถมยังซื่อสัตย์กับความรู้สึกจนทุกคนต้องยอมใจเขาล่ะ

“อาก็รักหนูครับเพราะรักมากเลยไม่อยากเห็นหนูเจ็บ” คุณอาบ่อน้ำตาตื้นยังจำวินาทีที่เดินไปเห็นหลานชายนอนคู้ตัวอยู่บนพื้นโดยมีรุ่นพี่สองคนรุมกระทืบได้นี่ถ้าไม่ติดว่าพวกนั้นเป็นเด็กเขาคงซัดร่วงไปแล้ว แต่เพราะเป็นผู้ใหญ่แถมยังมีอาชีพที่ต้องปกป้องรักษาชีวิตไม่ใช่ทำลายในตอนนั้นอคิราห์จึงทำได้แค่กระชากคอเสื้อเอาไว้ไม่ให้นักเลงฟันน้ำนมหนีไปไหนส่วนตัวเองก็ต้องยืนนับเลขในใจเป็นการสงบสติอารมณ์ไปด้วย

“ว่าแต่หิวหรือยังลูกเทียนหลงเราแวะกินข้าวที่ตลาดโต้รุ่งนี่เลยดีไหมกลับบ้านแล้วจะได้อาบน้ำกินยานอนเลย” คุณย่าอาภาพรที่เห็นว่าระหว่างหลานกับคุณอาเขาโอ๋กันมาพอสมควรแล้วเลยชวนให้ออกไปหาข้าวเย็นกินเนื่องจากเด็กชายยังมียาต้องกินอีกหลายอย่างและเห็นทีคืนนี้ต้องเคี่ยวยาบำรุงแก้ช้ำในไว้ให้หลานกินเสียหน่อยแล้ว

“กินเลยก็ได้ครับคุณย่า” เพราะรู้ว่าถ้ากลับถึงบ้านคนที่ต้องวุ่นวายหุงหาอาหารคงไม่พ้นคุณย่าอาภาพรและวันนี้ท่านก็ออกไปข้างนอกมาทั้งวันมันเหนื่อยพอแล้วตอนกลับไปบ้านทุกคนควรได้พักผ่อนกันเลย

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพ่อไปจ่ายเงินค่าขนมก่อนนะ” คุณหมอหนุ่มใหญ่ลุกขึ้นยืดตัวเต็มความสูงก่อนที่จะพาร่างสูงสง่าของตัวเองไปหน้าเคาน์เตอร์เพื่อชำระเงินค่าขนมและเครื่องดื่มทั้งหมด

ร้านอาหารตามสั่งในตลาดโต้รุ่งเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะใครอยากกินอะไรก็สั่งได้เลยตามที่ต้องการซึ่งกรกันต์นั้นเลือกกินเส้นใหญ่ราดหน้าทะเลของโปรดที่เจ้าตัวชอบให้คุณย่าทำให้กินเป็นประจำและแน่นอนว่าเมื่อเห็นลูกกินได้ปกติเขาก็โล่งใจแต่ยังไงคืนนี้ก็ยังคงต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดอีกที

“อาไฟครับกินอีกหน่อยนะ” เมื่อเห็นว่าคุณอาเริ่มเขี่ยข้าวในจานหลายอย่างกรกันต์ก็รีบอ้อนให้อคิราห์กินเข้าไปอีกเยอะๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง

“อากินไม่ค่อยลงครับเมื่อกี้ก็กินขนมมาแล้วด้วย” อันที่จริงขนมชิ้นเท่าเมี่ยงมันไม่พอยาไส้ของคุณหมอเด็กหรอกแต่เพราะยังเครียดเรื่องของเด็กชายที่ช้อนตามองเขาตาแป๋วอยู่นี่มันก็เลยมีอาการตื้อๆ กินไม่ค่อยลง

“กินอีกห้าคำนะครับ นะ” มุกนี้อคิราห์ใช้ประจำเมื่อตอนที่กรกันต์ยังเด็กๆ พอมาเจอหลานใช้วิธีของตัวเองมาบังคับให้เขากินข้าวดวงหน้าที่หวานเกินชายเลยเพิ่งจะยิ้มได้ก็ตอนนี้

“โอเคครับ” คุณอาพยายามกินข้าวเข้าไปอีกหน่อยแม้จะได้ไม่ถึงห้าคำแต่ดูรวมๆ แล้วข้าวผัดก็พร่องไปกว่าครึ่งจานซึ่งแน่นอนว่ามันทำทั้งคุณพ่อ ทั้งคุณลูกรวมถึงคุณย่าพอใจเลยไม่ได้เซ้าซี้ให้กินอะไรต่อ

เมื่อกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อยกันติทัตก็พาทุกคนกลับบ้านรวมถึงอคิราห์ที่อาสามานอนเฝ้าดูอาการหลานสิ่งแรกที่เจ้าตัวบอกให้กรกันต์ทำคือเข้าห้องไปอาบน้ำแล้วมาทายาแก้ฟกช้าที่คุณหมอจัดมาให้

“ถ้าเจ็บก็บอกอานะครับ” น้ำตาของอคิราห์จะไหลยามที่แต้มยาลงไปบนผิวกายขาวๆ ของหลานโชคดีที่กรกันต์ได้ผิวขาวละเอียดมาจากคุณแม่เด็กชายจึงมีรูปร่างหน้าตาสะอาดสะอ้านผิดคนเป็นพ่อที่มีสีผิวออกแทนๆ ตามเชื้อสายของคุณย่าอาภาพรแต่หน้าตาของเทียนหลงนั้นก็ถอดแบบพี่จินหลงมาไม่มีผิดเพี้ยน

“ผมไม่เจ็บครับอาไฟทาได้เลย” แม้เจ้าตัวจะบอกว่าไม่เจ็บแต่คุณอาก็ยังคงระมัดระวังอยู่มากในการทายาซึ่งรู้สึกว่าพรุ่งนี้คุณย่าจะทำลูกประคบสมุนไพรมาประคบแผลให้แล้วก็แน่นอนว่าต้องกินยาจีนต้มแก้ช้ำในไปอีกหลายมื้อ

“เสร็จแล้วนอนเลยนะว่าแต่มีการบ้านหรือเปล่าครับ?”

“ไม่มีครับอาไฟนอนเลยก็ได้” แม้จะบอกว่าไม่เจ็บ ไม่เป็นไรแต่ยังไงแล้วเด็กก็ยังมีขีดของความอดทนและตอนนี้ช่วงท้องที่โดนรุ่นพี่ฟาดแข้งใส่มันก็เริ่มจะปวดตุบๆ ขึ้นมาแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นนอนหลับเลยนะครับเดี๋ยวอาไฟไปอาบน้ำก่อนแล้วจะเข้ามานอนด้วย” เป็นเรื่องปกติที่อคิราห์จะมาค้างที่บ้านของคนรักเขาจึงมีเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวบางส่วนเก็บไว้ที่ห้องของกันติทัตเวลาจะมาค้างอ้างแรมกะทันหันจะได้ไม่ต้องวุ่นวายเตรียมข้าวของ

“เทียนหลงนอนแล้วเหรอครับ?” คุณหมอกันติทัตที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องนอนเพื่อจะไปดูมารดาในครัวก็เจอกับคุณหมออคิราห์ที่ออกจากห้องลูกชายพอดิบพอดี

ความคิดเห็น