กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 10 ลูบคมมือปราบ

ชื่อตอน : chapter 10 ลูบคมมือปราบ

คำค้น : ระทึกขวัญ สั่นประสาท

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 237

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2562 20:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 10 ลูบคมมือปราบ
แบบอักษร

10...       ลูบคมมือปราบ  

สถานที่..ปริมณฑลนอกเมืองลาสเวกัส 

         22.30 น. ในคืนวันเดียวกัน... 

    บนผืนทรายหลังแนวต้นกระบองเพชรที่ขึ้นอยู่เรียงรายริมทางหลวง มีรถบ้านเคลื่อนที่คันหนึ่ง จอดซุ่มอยู่ในความมืดเพียงลำพัง  

   ภายในรถค่อนข้างใหญ่โตกว้างขวาง พื้นปูพรมหนานุ่ม หน้าต่างประดับม่านราคาแพง ไม่ต่างกับบ้านชั้นเดียวหรูๆหลังหนึ่ง มีทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัวและห้องรับแขก เครื่องอุปโภค บริโภค เครื่องเสียง ทีวี ตู้เย็น ฯลฯ สิ่งอำนวยความสะดวกพรั่งพร้อมครบครัน  

        ในห้องรับแขกมีเด็กวัยรุ่นไฮโซกลุ่มหนึ่ง กำลังจัดปาร์ตี้กินเหล้าเมายากันสุดเหวี่ยง ทั้งเหล้า เบียร์ กัญชา โคเคน ยาไอซ์ ยาอี ล่อกันให้มั่วไปหมด  

      เด็กสาวคนนึงในกลุ่มวัยรุ่นติดยาพวกนี้ ก็คือสาวทอมที่ทิ้งยาหนีตำรวจในร้านโดนัสเมื่อตอนกลางวันนั่นเอง  

          เพื่อนร่วมก๊วนที่เหลือมีทั้งหญิงชาย ทุกคนกำลังอยู่ในสภาพมึนเมา บางคนก็อ๊วกแตกอ๊วกแตน บางคนก็เมากลิ้งอยู่บนพื้น บางคนก็เดี้ยงอยู่บนโซฟา แต่เท้าทุกคนยังขยับตามจังหวะเสียงเพลงที่เปิดดังกระหึ่มอย่างพร้อมเพรียงไม่มีผิดพลาด 

      บนทางหลวงด้านนอก แสงไฟหน้าของรถเก๋งมินิคูเปอร์ใหม่เอี่ยมสีแดงแปร้ดคันนึง ส่องสว่างมาแต่ไกล  

       รถวัยรุ่นราคาแพงระยับเลี้ยวลงจากไหล่ถนน ตรงเข้าไปจอดใกล้ๆรถบ้านไฮโซ แล้วปิดไฟดับเครื่องยนต์ 

   สาววัยรุ่นที่ขับรถมาตามลำพัง เปิดประตูลงจากรถ เดินลุยทรายก้าวยาวๆ ไปทุบประตูทางเข้ารถบ้านด้านข้างค่อนข้างแรงหลายที  

           “ ตึง ๆ ๆ ๆ ๆ ” หล่อนคือสาวดี้คู่ขาที่ไปที่ร้านโดนัสกับนังทอมติดยาเมื่อตอนกลางวัน  

                          นังทอมโงนเงนขึ้นมาหรี่เสียงเพลง แล้วตะโกนถามอย่างไม่พอใจ 

       “ ใครวะ??? ” 

        “ ฉันเอง ”  เสียงคนข้างนอกตอบ  

               สาวหล่อจำเสียงได้ รีบลุกขึ้นโซเซไปเปิดประตูให้แฟนเข้ามา แล้วล็อกประตูอย่างเดิม 

         เพื่อนร่วมก๊วนต่างกล่าวคำทักทาย แต่สาวดี๋ไม่ยอมทักทายใครทั้งสิ้น พอเข้ามาได้ ก็เล่นงานคู่ขาทันที   

        “ ตำรวจกำลังเพ่งเล็งเราอยู่ คุณยังมีอารมณ์มาปาร์ตี้อีกเหรอ คุณนี่มันเกินเยียวยาจริงๆ พอกันที กลับบ้านเดี๋ยวนี้ ฉันจะไปส่ง ”  

                สาวหล่อกำลังเมาได้ที่ พอถูกขัดจังหวะอารมณ์อันสุนทรีย์ก็เดือดดาล  

      “ เพ่งเล็งก็ช่างหัวมันปะไร ผมไม่สน ถ้าคุณกลัวก็กลับไปก่อน อย่ามาป่วน พวกผมตกลงกันแล้วว่าจะปาร์ตี้กันโต้รุ่งยันเช้า พระอาทิตย์ไม่ขึ้นไม่เลิกรา ” หล่อนเอ็ดตะโรแฟนลั่น 

     “ ช่วงนี้ไอ้โม่งดำออกฆ่าคนไม่เว้นตะละวัน ที่เปลี่ยวๆแบบนี้ มันอันตรายรู้มั้ย ? ไหนจะพวกสายตรวจอีก ทำไมคุณไม่ห่วงตัวเองบ้างเลย ถ้าคุณถูกจับหรือเป็นอะไรไปฉันจะทำยังไง ? ” สาวดี้พยายามเตือนสติ 

                      สาวหล่อเห็นเป็นเรื่องชวนหัว  

      “ ฮ่าๆ อย่ามาขู่ให้ยาก ถ้ากลัว พวกผมก็ไม่มาหรอก จริงมั้ยพวกเรา ? ” นังทอมพูดพลางหัวเราะพลาง แล้วหันไปขอเสียงสมาชิกในก๊วน 

      “ yes !!! ” พวกขี้ยาชูมือสนับสนุน ขานรับกันเซ็งแซ่                         

               ไม่ทันขาดคำขานรับ ใครบางคนก็มาเคาะที่ประตู...  

      “ ก๊อกๆๆ ”             

                                 ***** 

          หลังจากนั้นไม่นาน... 

         บนทางหลวงตัดผ่านทะเลทรายที่ว่างเปล่าไร้บ้านเรือนและผู้คน รถฉลามบกติดตราตำรวจเวกัสคันหนึ่ง แล่นฝ่าความมืดมาตามลำพัง  

        สายตรวจในเครื่องแบบสองนายนั่งคู่กันที่เบาะหน้า คนขับคือจ่าโคล ตำรวจผิวหมึกที่ไปตามจับคนร้ายกับผู้กองทอมบอยในร้านโดนัส  

      หนุ่มตาน้ำข้าวที่นั่งข้างๆยศนายสิบ เป็นลูกน้องและคู่หูคนใหม่ของจ่า 

        ทั้งสองกำลังถกกันเรื่องไอ้โม่งดำฆาตกรคนดัง ตัวการที่ทำให้กรมตำรวจลาสเวกัส ถูกผู้คนและสื่อมวลชนรุมประนามว่าไร้น้ำยา  

   “ ก็แค่คนโรคจิต ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว ผมนี่แหละจะปราบมันเอง คืนนี้ขอให้เจอไอ้โม่งระยำนั่นทีเถอะ ผมจะยิงมันให้พรุนเป็นฝักบัวในห้องน้ำเลย ” นายสิบเพิ่งจบกำลังห้าวโม้สะบั้นหั่นแหลก ขณะใช้แส้ทะลวงลำกล้องทำความสะอาดปืนลูกซองยาวอาวุธคู่กายอย่างขะมักเขม้น         

                     จ่ามืดชำเลืองมองไอ้เผือกคู่หูใหม่ด้วยหางตา  

  “ เออ ๆ เอ็งเก่งแล้วข้าจะคอยดู คู่หูเก่าข้าก็ปากกล้าแบบเอ็งนี่แหละ เพิ่งถูกไอ้โม่งเชือดยัดตู้ไอติมไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง ” เขากล่าวเสียงเครียด 

     “ น่าเศร้าจริงๆ ได้ยินว่าเขาเป็นคู่หูกับจ่ามานาน ” คู่หูใหม่ส่ายหน้าอาลัยคนตาย 

     “ ใช่ สองปีเต็มๆ ยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย น่าเสียดาย ถึงมันจะบ้าๆห่ามๆ แต่ก็เป็นคนดีคนหนึ่ง ” จ่ายังตัดใจไม่ได้ 

                             ตำรวจใหม่ไฟแรงหงุดหงิดจุ๊ปากจึ๊กจั๊ก 

 “ ไอ้โม่งนี่มันเหิมเกริมเหลือเกิน ขนาดตำรวจมันยังกล้าลงมือ แต่มีผมอยู่จ่าไม่ต้องกังวล ผมนี่แหละจะฆ่ามันล้างแค้นแทนเพื่อนๆตำรวจทุกคนเอง ” 

             จ่าโคลหัวเราะหึๆนึกสมเพชในใจ แล้วเหยียบเบรกหยุดรถกะทันหัน ทำหน้าตาเหรอหรา  

   “ เฮ้ย..ข้าเห็นแสงไฟว่ะ ” จ่าสะกิดบอกและชี้ไปที่ดงต้นกระบองเพชรข้างทาง  

   “ ผมก็เห็นจ่า เอาไงดี ? ” หมู่หารือลูกพี่ 

   “ ดึกๆดื่นๆป่านนี้ คนดีๆคงไม่มาทำอะไรลับๆล่อๆในที่เปลี่ยวๆแบบนี้หรอก ข้าว่าเราลงไปดูหน่อยดีกว่า ” จ่าสรุป แล้วเปิดประตูลงจากรถ 

                  หมู่พยักหน้าโอ.เค. พลางหยิบกระสุนลูกซองเบอร์ 12 ในเก๊ะหน้ารถมาบรรจุใส่ปืนเรมิงตัน เอ็ม.870 บนตักเขาจนเต็มอัตรา แล้วขึ้นลำเตรียมพร้อม ก่อนจะลงจากรถเดินตามจ่าไป 

           จ่าโคลกับคู่หูคนใหม่ถือปืนกับไฟฉาย บุกเข้าไปหลังดงต้นกระบองเพชรยักษ์ตรงตำแหน่งที่เห็นแสงไฟ ไม่นานก็พบรถบ้านเคลื่อนที่คันหนึ่งจอดซุ่มอยู่ในความมืด 

            แสงสว่างที่เห็น ลอดออกมาจากม่านหน้าต่างรถที่แง้มอยู่ 

          เสียงเพลงแดนซ์ดังลอดออกมาไม่ขาดระยะ แสดงว่าคนในรถกำลังบันเทิงกันสุดเหวี่ยง                                    

                          จ่าโคล กระซิบกระซาบกับคู่หู 

“ สงสัยเป็นพวกวัยรุ่นไฮโซ แอบมาจัดปาร์ตี้มั่วยามั่วเซ็กส์กัน ไอ้พวกลูกท่านหลานเธอไม่เอาถ่านพวกนี้ ต้องจับมาขังให้เข็ด ” 

                            นายสิบเพิ่งจบออกอาการผิดหวังบ่นอุบ 

“ โธ่..น่าเสียดายผมนึกว่าเป็นไอ้โม่งดำ อุตส่าห์แบกลูกซองมาด้วย จับเด็กติดยาพวกนี้ ใช้แค่นกหวีดก็เหลือเฟือแล้ว จริงมั้ยจ่า ” 

                      จ่าผู้คร่ำหวอดขมวดคิ้วนิ่วหน้า แล้วตักเตือนเสียงดุๆ 

 “ เอ็งอย่าประมาท พวกมันอาจมีปืน เราเดาใจคนเมายาไม่ได้หรอก ”  

                      นายสิบผู้ทรนงเห็นเป็นเรื่องชวนหัว หัวเราะหึๆ 

            จ่าโคลย่องไปแอบดูตรงม่านที่แง้มอยู่  

          ภาพที่เห็นคือ ช่วงขาขาวๆของเด็กวัยรุ่นผู้หญิงสองคนนั่งคู่กันอยู่บนโซฟาราคาแพง บนโต๊ะรับแขกใกล้ๆกัน มียาไอซ์ยาอียาบ้าโคเคนหกอยู่เกลื่อนกลาด  

       “ ใช่อย่างที่ข้าคิดจริงๆว่ะ ข้างในกำลังเมากันสุดเหวี่ยง ของกลางมีครบทั้งสี่กษัตริย์เลย ” จ่าโคลป้องปากกระซิบข้างหูลูกน้อง 

    “ พวกมันมีกี่คนครับจ่า ? ” คู่หูคนใหม่ขยับปืนลูกซองอย่างลำพอง  

     “ มากกว่าสอง เอ็งไปที่ประตูหน้าแล้วบุกเข้าไปแสดงตัวจับกุมเลย ข้าจะไปคุมประตูหลังไว้ กันพวกมันหนี ” จ่าสั่งการอย่างรัดกุม 

                สายตรวจมือใหม่ยกมือตะเบะพรืบ แล้วแยกไปทำตามคำสั่ง 

        จ่าโคล เดินลุยทรายอ้อมไปท้ายรถ ตั้งใจจะจับกุมทุกคน ที่คิดจะหนีออกทางประตูหลัง   

         จ่ารอใจจดใจจ่ออยู่หลายนาที เจ้าคู่หูตัวแสบก็ไม่บุกเข้าไปตามแผนซะที  

        จ่าอดรนทนไม่ได้ตัดสินใจบุกเข้าไปจับกุมด้วยตัวเอง เขาลองขยับคันล็อกประตู และพบว่ามันไม่ได้ล็อก  

       จ่าโคล เหน็บไฟฉายที่เอว แล้วบุกเข้าไปข้างในอย่างระมัดระวัง สองแขนเขาเหยียดตรงไปข้างหน้า สองมือประคองปืนพร้อมยิง สองตาสอดส่ายมองหาเป้าหมายไปตลอดทาง  

          ขณะที่จ่าบุกผ่านห้องน้ำเข้ามาถึงห้องครัว เตาไมโครเวฟบนชั้นวางเครื่องครัวก็ส่งเสียงเตือนดังขึ้น  

        “ Beep Beep ” 

       จ่าโคลถึงกับสะดุ้งหันขวับไปมอง พอเห็นสิ่งที่อบอยู่ในตู้ จ่าก็อ้วกแทบพุ่ง  

            มันไม่ใช่ไก่งวงอบซ๊อส แต่เป็นหัวมนุษย์อบเกลือ (มั้ง ? ? ) 

          สายตรวจเวกัสผู้มากประสบการณ์ รู้ทันทีว่ากำลังเผชิญกับอะไร  

         ไม่มีใครทำพิเรนๆแบบนี้ได้นอกจากไอ้โม่งดำ ที่เขาและเพื่อนๆตำรวจทุกคน กำลังพลิกแผ่นดินตามล่าตัวอยู่ 

          แวบเดียว ความตื่นเต้นก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตัว จ่าโคลง้างนกปืนพกคู่กาย และสืบเท้าไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น  

     ถึงจะเข้าวัยกลางคนแล้ว แต่จ่าโคลก็เป็นเสือเฒ่าคนนึง ยี่สิบห้าปีที่รับราชการตำรวจมา เขาจับอาชญากรขังกรงมานับไม่ถ้วน วิสามัญมาก็หลายศพ งานเสี่ยงแค่ไหน เขาไม่เคยพรั่นพรึง แม้ต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะทำหน้าที่ของเขาอย่างสุดความสามารถ  

           มือปราบรุ่นเดอะเดินจรดปลายเท้าเงียบกริบ ผ่านห้องนอนอันว่างเปล่า มาจนถึงห้องรับแขก ที่เขาแอบดูจากข้างนอกก่อนหน้านี้  

      มุมภาพในห้องทำจ่าโคลหัวใจแทบหยุดเต้น ผงะถอยหลังไปหลายก้าว 

      ถัดชุดรับแขกออกไป ศพวัยรุ่นหญิงชายนอนสุมกันเป็นกองโต อวัยวะภายในมนุษย์ทั้งตับไตไส้พุงม้ามปอดหัวใจกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดไปทั้งห้อง พรมปูพื้นท่วมท้นไปด้วยเลือดสดๆแดงฉาน 

                สาวๆสองคนที่เขาเห็นแต่ขา ก็มีแต่ขาติดสะโพกอยู่เท่านั้น ตั้งแต่เอวขึ้นไปถึงศีรษะไม่มี  

        ศีรษะกับร่างกายท่อนบนพวกเธอ ถูกไอ้โม่งโรคจิตหันเป็นชิ้นๆวางกองอยู่หน้าทีวีใกล้ๆศพชายไร้ศีรษะ เจ้าของศีรษะอบสุกพร้อมเสิร์พในตู้อบไมโครเวฟ  

        จ่านับศพคนตายคร่าวๆได้ราวแปดศพ พวกวัยรุ่นขี้ยาตายยกแก็ง ไม่มีใครรอดชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว 

          พอนึกถึงคู่หูคนใหม่ที่หายเงียบไป จ่าก็ใจเต้นตึงตัง รีบวิ่งเปิดประตูออกไปมองหานอกรถด้วยความห่วงใย  

      แต่คู่หูเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ จ่าโคลยืนหันรีหันขวาง นึกสังหรณ์ใจยังไงชอบกล 

      เขากวาดสายตามองหาไปทั่ว แล้วหยุดกึก เมื่อพบตัวไอ้โม่งดำฆาตกรตัวร้าย กำลังวิ่งฝ่าความมืดหนีไปเห็นหลังไวๆ  

      มือปราบรุ่นเดอะใจเต้นแรง รีบยกปืนเล็งเป้าหมายและตะโกนสั่งไอ้ฆาตกรให้หยุดวิ่งยอมจำนนโดยดี 

      แต่ไอ้ฆาตกรไม่หยุดแถมเร่งฝีเท้าขึ้นอีก จ่าโคลจำเป็นต้องใช้มาตรการเด็ดขาด  

           “ ปัง..ปัง..ปัง..” เขาเหนี่ยวไกยิงใส่ไปสามนัดติดๆ 

    เสียงปืนแผดคำรามดังกึกก้องไปไกลหลายกิโล แต่เป้าหมายอยู่ไกลเกินระยะแม่นยำของปืนพก  

        ไอ้โม่งหัวเราะเยาะเย้ย และเร่งฝีเท้าทิ้งระยะห่างออกไปทุกขณะ  

        จ่าโคลออกวิ่งไล่กวด และยกปืนยิงอีกหลายนัด  

       แต่สวรรค์ไม่เป็นใจ เขาวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว ก็สะดุดหัวคะมำหกคะเมนลงไปกลิ้งหลายตลบอยู่บนพื้น กว่าจะลุกขึ้นมาได้ ไอ้โม่งก็หายตัวไปแล้ว 

    จ่าโคลปัดฝุ่นทรายบนเนื้อตัวและเครื่องแบบที่ใส่ พลางสบถพึมพำอย่างหงุดหงิดแกมเสียดาย ที่พลาดโอกาสเด็ดหัวเจ้าอาชญากรตัวสำคัญ 

      จ่าโคลกลับไปดูว่าเขาสะดุดอะไร แล้วตกใจสุดขีด เมื่อพบว่ามันคือศพคู่หูเขาที่หายตัวไปนั่นเอง...  

 

                       ****** 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น