OLIVIA / CLAZZICAL

ขอบคุณนักอ่านที่น่ารักทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านผลงานของเรานะคะ ♥

ชื่อตอน : 07 :: AFTER HE WAS DRUNK :: [1/4]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2562 19:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
07 :: AFTER HE WAS DRUNK :: [1/4]
แบบอักษร

CHAPTER 07 

AFTER HE WAS DRUNK 

 

JOMYUTH TALK

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาวิกฤตสำหรับผมมากเลย ที่มหาวิทยาลัยกำลังเข้าสู่ช่วงสอบกลางภาค หนังสือก็ต้องอ่านเพื่อนำความรู้ที่เล่าเรียนมาไปสอบ ผมเรียนวิศวกรรมยานยนต์อยู่ปี2 แน่นอนว่าเนื้อหาการเรียนมันไม่ได้ง่ายหรอกแต่ดีหน่อยที่ผมได้ประสบการณ์โดยตรงจากการหมกมุ่นอยู่กับรถทุกวี่ทุกวัน บางวิชาผมแทบไม่ต้องอ่านเลยเพราะเอาประสบการณ์ไปตอบได้ แต่หลายวิชามันเป็นวิชาคำนวณครับ ผมจำเป็นต้องท่องสูตร ทำความเข้าใจเนื้อหา และผมจำเป็นต้องมีเวลาศึกษามัน

ที่ผมบอกว่าเวลามันวิกฤตก็เพราะอีกสี่วันจะถึงวันแข่งรถรอบประจำเดือน แล้ววันนั้นผมก็ดันมีสอบอีกเช่นกัน สอบตอนเช้ามีแข่งรถตอนบ่ายซึ่งเวลามันแทบเป็นไปไม่ได้เลย เริ่มสอบเก้าโมง เวลาสอบสามชั่วโมงฉะนั้นจะออกห้องสอบได้ตอนเที่ยง แล้วผมมีแข่งตอนบ่ายโมงตรง หากผมอยากทำกิจกรรมให้ทันทั้งสองอย่างผมต้องทำข้อสอบให้เสร็จภายในสองชั่วโมง นั่นคือผมต้องออกจากห้องสอบในเวลาสิบเอ็ดโมง ถ้าเสร็จเวลานี้ผมจะมาแข่งรถได้ทันแบบพอมีเวลาซ้อม

สองสามวันผ่านมานี้ผมเหนื่อยมากครับ แทบไม่ได้หลับได้นอนเลย วุ่นวายอยู่กับการทำรถ อ่านหนังสือ ไปสอบ แล้วก็กลับไปทำรถ อ่านหนังสือ วนเวียนอยู่แบบนี้จนผมรู้สึกว่าผมจะหมดแรงแล้ว ดูอย่างตอนนี้สิเวลาล่วงเลยไปจนตีสี่แล้วผมยังไม่ได้นอนเลย เหลืออ่านสรุปบทสุดท้ายให้เข้าใจก่อนถึงจะนอนได้ ดีหน่อยที่พรุ่งนี้มีสอบตอนบ่าย

ผมว่าต่อให้มีสอบบ่ายถ้าผมง่วงมากก็มีแนวโน้มที่ผมจะไม่ตื่นเช่นกัน ดันเป็นคนประเภทหลับลึกอยู่ด้วย เอาไงดีล่ะ ถ้าผมได้หลับเป็นตายแล้วต่อให้นาฬิกาปลุกจนแบตหมดผมก็ไม่รู้เรื่อง

แล้วสมองผมก็คิดอะไรไม่รู้ จู่ๆ หน้าไอ้พี่มาร์ตินก็ลอยเข้ามาราวกับว่าผมสามารถพึ่งพาพี่มันในเรื่องนี้ได้ อืม...จะว่าพึ่งได้ก็ใช่แหละ ตั้งแต่มีสอบผมก็หมดแรงไม่อยากจะขับรถ ก็ได้พี่มันมาคอยขับรถรับส่งผมไงผมถึงได้มีเวลางีบในรถกับเขาบ้าง ถ้าพรุ่งนี้จะรบกวนให้มารับผมหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

ตู๊ดดดดด ตู๊ดดดดด

มือไปไวกว่าสมอง ผมกดโทรออกหาพี่มาร์ตินแล้วเสียอย่างนั้น โทรหาตอนตีสี่เนี่ยนะ โหว พี่มันรับมันต้องบ่นผมแน่ ที่จริงหากเขาไม่รับสายนี้ผมก็ว่าจะไลน์บอกเขาทิ้งไว้ว่าให้มารับผมหน่อย แต่...ไม่ทันที่ผมจะได้กดตัดสาย พี่มันก็รับสายผมแล้ว

[น้อง... มีอะไร]

“พี่นอนแล้วเหรอ?”

[นอนแล้วสิ จะให้นั่งสวดมนต์อยู่หรือไง มีอะไรหรือเปล่าน้อง เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเสียงเพลียๆ ]

พี่มาร์ตินเหมือนขยับตัว จากเสียงง่วงงุนค่อยๆ ปรับมาเป็นเสียงปกติเมื่อเขาพูดประโยคยาวๆ ผมดีใจนะที่พี่เขาสังเกตเสียงของผมได้ว่ามันไม่ปกติ คือผมง่วงและเพลียมาก อ่านหนังสือมาตั้งแต่ช่วงบ่ายยันตีสี่ยังไม่พักเลย ขนาดพี่มันหลับอยู่ยังอุตส่าห์มาสังเกตอีก

“พี่ ผมยังอ่านหนังสือไม่เสร็จเลย”

“ตั้งแต่ตอนบ่ายที่ไลน์บอกพี่อ่ะนะ พักบ้างน้อง อ่านตอนสมองไม่แล่นก็ไม่เข้าหัวหรอก”

“ผมไม่ค่อยเก่งคำนวณ มันยาก”

นี่คงเป็นเวลาที่ผมได้ผ่อนคลายที่สุดในรอบวัน ได้ละสายตาจากตัวหนังสือ ได้ทิ้งตัวนอนราบบนโซฟาแถมได้คุยกับใครสักคน วันๆ ผมก็ไม่ได้คุยกับใครเลยนอกจากครอบครัว ทีมรถแข่ง แล้วก็พี่มาร์ติน ใครที่ทักมาจีบผมก็ไม่เคยสนใจนะ ชีวิตวนเวียนอยู่กับคนที่บอกมาข้างต้นเท่านั้น ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าผมลากพี่มันเข้ามาวงจรคนสนิทได้ยังไง ถ้านึกถึงพี่มันได้ในเวลาตีสี่ผมว่าผมคงสนิทใจกับเขาน่าดู ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือพี่มันดันรับสายผมในขณะที่ตัวเองหลับไปแล้ว เหมือนรู้ว่าผมต้องการความช่วยเหลือ

“ไหวไหม ให้พี่ไปช่วยสอนไหมพี่เก่งคำนวณนะ”

“จะมาตอนนี้เหรอ? นอนต่อเถอะ แต่พรุ่งนี้พี่มารับผมไปสอบหน่อยสิ ผมสอบตอนบ่ายโมงตรงนะ ออกจากนี้สักเที่ยงก็ได้ คือผมกลัวหลับลึกแล้วนาฬิกาปลุกไม่ตื่น”

“ได้ เดี๋ยวพี่ไปหาพรุ่งนี้ น้องก็นอนได้แล้วตรงไหนไม่เข้าใจเดี๋ยวพี่ไปช่วย”

“ผมเพลียมาก ถ้าได้หลับตาไม่ถึงห้านาทีผมก็ไปเฝ้าพระอินทร์แล้ว พี่ช่วยติวให้ผมได้แน่นะ”

“ได้ บทเรียนน้องก็คล้ายของพี่แหละ เผลอๆ ข้อสอบที่น้องจะสอบพี่อาจผ่านมาก่อนแล้วก็ได้ โอเคนะน้อง ไปนอนได้แล้ว”

“อืม งั้นแค่นี้แหละ พรุ่งนี้อย่าลืมมารับผมล่ะ”

ผมเพลียจริงๆ นะ พอได้เอนหลังนอนแบบนี้แล้วหนังตาก็จะปิด นี่กะว่าจะรีบวางสายแล้วไปอาบน้ำอาบท่าขึ้นเตียงนอนแล้ว ทว่าขณะที่ผมกำลังจะยกโทรศัพท์ให้ห่างจากหู เสียงจากปลายสายก็ดังขึ้นเสียก่อนทำให้ผมรีบชักโทรศัพท์มาแนบหูอีกครั้งด้วยความสงสัย

“เดี๋ยวก่อนน้อง”

“หืม ว่า?”

“ฝันดีนะน้อง”

คำพูดน่าตกใจของพี่มันทำให้ผมสตั้นและทำตัวไม่ถูกแม้แต่จะอ้าปากตอบอะไรกลับไป สุดท้ายเขาก็วางสายไปเองท่ามกลางความเงียบที่ผมมอบให้ คือจะไม่ให้ผมตกใจได้ยังไง เราไม่เคยบอกฝันดีกันเลยสักครั้ง แล้วการที่คนเราบอกฝันดีกันต้องสนิทกันในระดับหนึ่งถูกไหมล่ะ แล้วพี่มาร์ตินน่ะทำตัวเหมือนแฟนผมเข้าไปทุกวัน น่าจับทำเมียว่ะ

พี่มันเป็นคนเงียบๆ มึนๆ ตอนอยู่ข้างนอกหรือที่ๆ มีคนอื่นพี่มันจะเป็นหนุ่มหล่อ สุภาพบุรุษ เงียบขรึม ทว่าเมื่อไหร่ที่ได้อยู่กับผมสองคนเขาก็ดูผ่อนคลายดีนะ ยิ้มบ่อย พูดเยอะขึ้น บางครั้งกวนประสาทหรือแกล้งผมกลับก็มี

ผมนอนยิ้มเหมือนคนบ้าอยู่พักหนึ่งเมื่อสมองกำลังพาผมดำดิ่งสู่จินตนาการอันแสนลามก กำลังคิดว่าถ้าได้พี่มาร์ตินเป็นเมียจะดีขนาดไหน พี่มันดูแลผมดีนะ ถึงจะดูเป็นคนซึนๆ มึนๆ แต่ผมสัมผัสได้ว่าเขาก็คิดไม่ซื่อกับผมพอสมควร ไม่รู้สิ จากการกระทำเขาไม่ได้ปฏิบัติกับผมเหมือนแค่คนรู้จักทั่วไป ผมชอบที่พี่มันเป็นคนว่าง่ายครับ บอกให้ทำอะไรก็ทำไม่เคยเกี่ยง

บางทีผมก็อารมณ์ร้อน อยากแกล้งตามประสาคนเจ้าคำสั่ง แต่พอพี่มันทำตัวว่านอนสอนง่ายกับผม ผมก็แกล้งไม่ลงหรอก ยามที่ผมได้ยืนมองเขาตั้งใจทำตามที่ผมสั่งผมว่าพี่มันน่าเอ็นดูไปหมด จากลักษณะภายนอกของพี่มันที่ดูดาดดื่นเหมือนวัยรุ่นทั่วไป พอผมได้มองบ่อย เข้ากลับรู้สึกว่าพี่มันก็น่ารักดีนะ พี่มันต้องมีอะไรดีสักอย่างที่ดึงดูดสายตาของผมให้มองเขาได้บ่อยขนาดนี้ เฮ้อ พอนึกถึงความน่ารักก็อยากหอมแก้มพี่มันสักฟอดว่ะ

เมื่อตั้งสติเลิกเพ้อฝันได้ผมจึงรีบลุกไปอาบน้ำอาบท่าให้เรียบร้อย และการแต่งตัวนอนที่เรียบง่ายของผมคือการหยิบบ็อกเซอร์สีพื้นตัวหนึ่งมาสวมใส่ไว้เท่านั้น ท่อนบนเปลือยเปล่า ท่อนล่างเบาหวิวจนรู้สึกสบายตัว จากนั้นผมก็คลานขึ้นเตียงก่อนเอนตัวลงนอนในท่วงท่าถนัดและดึงผ้าห่มมาคลุมกาย เปลือกตาหลับลงในทันใด ในหัวตอนนี้ไม่ได้นึกถึงเนื้อหาบทสุดท้ายที่อ่านค้างไว้เลยสักนิด เพราะใจลึกๆ ผมเชื่อว่าคนที่จะมาหาผมในวันพรุ่งนี้จะช่วยผมได้

09.30 น.

“จอม...”

มืออุ่นทาบทับต้นแขนผมและออกแรงเขย่า ตามมาด้วยเสียงทุ้มฟังดูคุ้นหูกำลังเรียกชื่อผมอยู่ ผมรู้สึกตัวแล้วแต่ทำเป็นไม่สนใจ ขยับตัวนอนตะแคงแล้วแอบจับมือนุ่มที่วางอยู่บนแขนของผมมากอด รู้แหละว่าเป็นพี่มาร์ตินแน่เพราะเรานัดกันแล้ววันนี้ ฮึๆ ได้แกล้งเขาแต่เช้าแล้วผมอารมณ์ดีจัง

เอ๋...พี่ตินใส่กำไลลูกกลมๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? แถมกลิ่นน้ำหอมกลิ่นอย่างกับผู้หญิง ด้วยความสงสัยเลยแอบดมน้ำหอมเข้าเต็มปอด และแล้วผมก็ตกใจจนผวารีบสะดุ้งตื่นเมื่อแน่ใจแล้วว่าคนตรงหน้าคือใคร ผมจำกลิ่นได้

“หม่าม๊า!!!”

ร่างกายผมดีดผึงลุกขึ้นนั่งตัวแข็งทื่อ ใจหายวาบเลยเพราะคิดว่าเป็นพี่มัน ตายห่า ถ้าม๊าอยู่แล้วพี่ตินมาผมจะอธิบายกับม๊าว่ายังไงดี แค่เด็กฝึกงานผมไม่มีทางใจกว้างให้เข้ามาหาที่คอนโดแน่ ม๊ารู้นิสัยผมดี แต่จะบอกว่าเป็นคนที่เคยขัดจรวดให้กันจนเสร็จก็ไม่ได้

ผมเงยหน้ามองหม่าม๊าพลางส่งยิ้มไปให้ ม๊าคาบขนมปังแผ่นหนึ่งไว้ในปาก ก่อนค้อมตัวลงมาจัดผ้าห่มให้ผม อ๋อ ถึงว่าม๊าเสียงใหญ่อย่างกับผู้ชายจนทำให้ผมหลงคิดว่าเป็นคนอื่น ที่แท้ก็กินขนมปังอยู่นี่เอง

“ม๊าจะมาไม่เห็นบอกผมก่อน”

“ก็ม๊าจะไปหายายที่ร้าน แต่นี่มันทางผ่านม๊าเลยแวะหาจอมก่อน มาทำแซนวิชให้เราเพราะม๊ารู้ว่าจอมตื่นไม่ทันกินข้าวเช้าหรอก”

“ขอบคุณครับม๊า แต่เดี๋ยวผมต้องอ่านหนังสือต่อ ตอนบ่ายมีสอบ ไม่มีเวลาอยู่คุยกับม๊าเลยครับ ถ้าม๊าทำแซนวิชแล้วเดี๋ยวผมไปกินแต่ถ้ายังไม่ได้ทำก็ไม่เป็นไรหรอกฮะ”

หม่าม๊าเอื้อมมือมาฉุดผมให้ลุกจากเตียง ยืนลูบหน้าลูบตาให้ผมพลางกลั้วหัวเราะเบาๆ

“มีคนซื้อข้าวต้มมาให้จอมแล้ว ม๊าเลยทำแซนวิชให้จอมแค่คู่เดียว โน่น มาร์ตินมาหาน่ะ นั่งสรุปสอบให้เราอยู่”

เชื่อไหมว่าร่างกายผมชาวาบไปหมดเมื่อชื่อของพี่มันหลุดออกจากปากหม่าม๊า ผมไม่เคยคิดจะบอกเรื่องพี่มันกับใครเพราะตัวผมเองก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เลยว่าเรื่องของเราสองคนนี่มันคือสถานะไหน ผมไม่ได้คิดกับเขาเป็นคนรู้จักทั่วไปแน่ๆ ตรงนี้ผมรู้ตัว ในความรู้สึกผมอยากเอาชนะ อยากกดพี่มันเป็นเมียและผมชัดเจนของผมมาตลอด ทว่านั่นก็แค่ความรู้สึกส่วนของผมที่ยังไม่ได้เปิดเผยกับใคร และไม่คิดว่าคนในครอบครัวจะมาเจอพี่มันด้วย

ผมเปิดประตูห้องนอนออกมาก็เห็นว่าพี่มันนั่งง่วนอยู่กับหนังสือของผมที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา เขาหันมาหยักหน้าให้ผมพร้อมกับแซนวิชในมือซึ่งมีรอยกัดไปแล้วเกือบครึ่งอัน

“เอ่อ พี่ตินนี่หม่าม๊าผม ม๊า..นี่พี่ติน เอ่อ...”

ปากผมมันไม่กล้าพูดเต็มปากว่าพี่มันเป็นแค่เด็กฝึกงานว่ะ ในเมื่อผมกับพี่มันรู้อยู่แก่ใจ ทันใดผมก็หลบตาหม่าม๊าจนได้ แสร้งเบือนหน้าหนีทำเป็นไอคอกแค่กกลบเกลื่อน

“ม๊ารู้แล้ว ป๊าเล่าให้ฟังว่าเขามาช่วยงานจอมที่อู่ ได้คุยกันไปบ้างแล้วล่ะ”

“อ๋อ ครับ ว่าแต่ม๊าไม่รีบไปหายายเหรอ ไม่ต้องห่วงผมหรอกม๊าเดี๋ยวก็ไปสอบแล้ว”

“งั้นม๊าไปก่อน ตั้งใจสอบนะลูก อย่ากดดันตัวเอง ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้นแต่ก็ทำให้ดีที่สุดนะจะได้ไม่เสียดายทีหลัง”

“ครับม๊า เดี๋ยวผมจะกลับบ้านหลังแข่งเสร็จนะ อีกสี่ห้าวัน”

หม่าม๊าส่งยิ้มให้ผมกับพี่ติน จากนั้นก็คว้ากระเป๋าขนาดพอดีคล้องไว้ที่ข้อมือ ก่อนเดินไปสวมรองเท้าแล้วออกจากห้องไปโดยไม่ลืมตวัดตามามองผมกับพี่มันสลับกันก่อนปิดประตู แล้วผมเนี่ยทำไมต้องหลบตาเหมือนมีพิรุธก็ไม่รู้ ไม่ชอบที่ตัวเองปอดแหกแบบนี้เลยว่ะ โกหกอะไรใครไม่เคยได้เลย

เมื่อในห้องเหลือแค่ผมกับพี่มันสองคนผมเลยรีบเดินไปนั่งข้างเขาอย่างรวดเร็ว ตรงหน้าผมมีกระดาษหลายแผ่นที่พี่มันนั่งเขียนอธิบายและทำตัวอย่างการแสดงวิธีคิดสูตรต่างๆ ทว่าสายตาผมสนใจตัวหนังสือที่ลายมือเขาสวยกว่าผมมากด้วยความละอายใจ พี่มันก็จ้องมองผมไม่หยุด

“น้องหน้าเหมือนแม่มาก”

“อืม มีแต่คนบอกแบบนั้นแหละ”

“แม่น้องสวย”

หืม...ผมชินกับการที่คนชมว่าหม่าม๊าสวยนะ แต่รูปประโยคของพี่มันฟังดูแปลกๆ ประกอบกับสายตาเขาที่มองผมก่อนหันกลับไปนั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวอีก เดี๋ยวนะ นี่หมายความว่าพี่มันบอกว่าผมสวยเหรอ?

“ผมสวยเหรอพี่?”

“ก็สวยเหมือนแม่”

“แล้วพี่ชอบคนสวยไหมล่ะ?”

พี่มาร์ตินไม่ตอบแต่นั่งยิ้มกว้างกว่าเดิมและมันทำให้ผมยิ้มตามเขาไปด้วย ผมก็เป็นคนหัวไว ปากไวแบบนี้แหละครับ ถ้าคิดจะมาพูดจาหยอกล้อหรือแกล้งอะไรผม ผมก็ต้องหาลู่ทางตอกกลับไปแบบนี้แหละ หยอดมาหยอดกลับไม่โกงไงครับ

_________________ 

TALK 

เอาว่ะ พี่ตินเริ่มหยอดน้องแล้วเฮ้ยยยยยยย สวยเหมือนแม่เหรอพี่ แล้วพี่ชอบคนสวยแบบนี้ป้ะล๊าาาา ตอบไม่ได้แต่ยิ้มกว้างให้น้องนี่มันยังไงพี่ ยิ้มมากน้องก็หลงแย่สิ  

 

นิยายเรื่องนี้ตัวละครเป็นเพื่อนกับเรื่อง 'KNOCK OUT ENGINEERING วิศวะเกียร์มัว' นะคะ 

ฟีลกู๊ด น่ารัก ฟินจิกหมอน และมีความโซแดมฮอตเหลือเฟือมาก เพราะพระนางโซหลัวทั้งคู่เลย อิอิ 

 

ปกเต็ม 

 

กิจกรรมพิเศษ! 

แวะไปหวีดได้ที่แฮชแท็กทวิตเตอร์ #วิศวะเกียร์พยศ 

สุ่มแจกนิยายเรื่องนี้ฟรี 2 เล่ม ระยะเวลาของกิจกรรมตั้งแต่วันนี้-31ธันวาคม 

นิยายเรื่องนี้รูปเล่มออกงานหนังสือเดือนตุลาคม 

 

ติดตามนักเขียนได้ที่  

FACEBOOK FANPAGE : CLAZZICAL[สำหรับผลงานนิยายวาย] 

FACEBOOK FANPAGE : OLIVIA [สำหรับผลงานนิยายนอมอล] 

TWITTER : @SiraClazzical 

 

คอมเมนต์มีผลต่อกำลังใจนักเขียนเสมอ 

1 คอมเมนต์ 1 กำลังใจนะคะ 

(คอมเมนต์เยอะจะมาอัปให้ไว) 

 

*เนื้อหาส่วนที่อัปนี้ยังไม่ได้ทำการแก้คำผิดใดๆ  

โดยปกติจะพิมพ์จบเรื่องแล้วส่งพิสูจน์อักษรทีเดียว  

ดัังนั้นหากอ่านไปแล้วเจอคำผิดทำให้หงุดหงิดใจต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ* 

ความคิดเห็น