nabu-palace

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 36

คำค้น : นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 550

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2562 10:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36
แบบอักษร

 

ตอนที่ 36 

 

“...อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง” คำสวดให้พรของหลวงพ่อดังอยู่เหนือหัว 

“สาธุเจ้าค่ะ/ครับ หลวงพ่อ” เสียงประสานดังขึ้นพร้อมกันที่หน้าบ้าน มีสมาชิกประกอบไปด้วยแม่น้อย ไอ้น้ำ และยายฝน ทั้งหมดกำลังนั่งคุกเข่า พนมมือจดหัวจดเกล้า รับศีลรับพร รับสิ่งดีๆ เข้าสู่ชีวิต  

วันนี้แม่น้อยลุกมาทำกับข้าวตักบาตรตั้งแต่เช้าตรู่ และปลุกลูกทั้งสองคนให้ลุกขึ้นมาใส่บาตรพร้อมเพรียงกันทั้งครอบครัว 

“ลูกสาวของโยมน้อย ปีนี้อยู่ชั้นอะไรแล้วล่ะ” 

“ม.หกแล้วเจ้าค่ะ จะเข้ามหา’ลัยปีหน้านี้แล้ว” แม่น้อยตอบด้วยความนอบน้อมสำรวมในกิริยา 

“ตั้งใจเรียน จบมาแล้วก็หางานทำ อย่าเกียจคร้าน แม่เขาจะได้ไม่เป็นห่วง” หลวงพ่อสอนน้ำฝน 

“ค่ะ หลวงพ่อ” 

“แล้วนี่ลูกชายคนโตใช่ไหม ไอ้น้ำหรือ” 

“เจ้าค่ะ ไอ้น้ำเจ้าค่ะ” แม่น้อยเป็นฝ่ายตอบอีกเช่นเคย 

“โตเป็นหนุ่มแล้ว หน้าตาเค้าโครงไม่ค่อยเหมือนทางพ่อเขา เหมือนทางโยมน้อยเสียมาก” 

“เจ้าค่ะ ใครๆ ก็ว่าไอ้น้ำมันหน้าตาเหมือนอิฉัน” 

“เด็กผู้ชายเหมือนแม่ โบราณว่าไม่อาภัพ” 

“ขอให้เป็นตามโบราณว่าไว้เถิดเจ้าค่ะ” แม่น้อยยกมือไหว้จดหัวอีกครั้ง 

“ตอนนี้ทำงานทำการอยู่ที่ไหนล่ะโยม” หลวงพ่อสอบถามไอ้น้ำ แต่มันกลับไม่รู้เรื่องจนแม่น้อยสะกิดที่แขน มันจึงรีบลนลานตอบ 

“ไม่ได้ทำครับ ผมเพิ่งลาออกจากงานที่กรุงเทพฯ มา” 

“อย่างนั้นหรือ คนหนุ่มสาวก็แบบนี้...ทางโลกบางทีก็ทำให้คนเราทุกข์โศกได้เสมอ” หลวงพ่อมองไอ้น้ำนิ่ง ก่อนจะพูดต่อ “เมื่อจิตใจปลอดโปร่งดีขึ้นแล้ว จงกลับไปทำงานดังเดิม อย่างน้อยก็เพื่อตัวเราเอง อย่าให้แม่เขาต้องคอยเป็นห่วง” 

“ครับ” 

“เรื่องอะไรที่มันหนักใจ ก็อย่ากังวลจนเกินไป ทุกอย่างมีทางออกเสมอ” 

“ครับ” น้ำรับคำ 

“คนดีผีคุ้มน่ะ รู้จักไหม” หลวงพ่อพูดยิ้มๆ ทำเอาไอ้น้ำรู้สึกเย็นวาบที่หลังขึ้นมาทันที 

“เขาคอยช่วยอยู่เสมอ หมั่นทำบุญให้เขาบ่อยๆ  อย่าไปกลัวเขาเลย อีกไม่นานอาตมาก็จะพาเขาไปแล้ว ...เอาละ ไปก่อนนะโยม” หลวงพ่อทิ้งท้ายเป็นนัยไว้เพียงเท่านี้ก็ออกเดินบิณฑบาตต่อ 

“เอ่อ...ครับ” 

“สาธุเจ้าค่ะ” แม่น้อยกับน้ำฝนพูดพร้อมกัน เหลือเพียงไอ้น้ำที่ยังตกใจกับคำพูดของหลวงพ่ออยู่ 

“หลวงพ่อ ท่านพูดแบบนั้นหมายถึงอะไร เอ็งเข้าใจหรือเปล่า” แม่น้อยถามพลางเก็บข้าวของที่ใส่บาตรตอนเช้าเพื่อเอาขึ้นไปล้างบนบ้าน 

“ไม่รู้สิแม่” ไอ้น้ำไม่แน่ใจจึงเลือกตอบไปแบบนั้น 

“อ้าว อะไรอย่างนั้นวะ แล้วบ้านผู้กองเขาจะมากี่โมง จะกินข้าวที่นี่ไหม ข้าจะได้ไปทำอาหารเตรียมไว้” 

“ไม่ต้องหรอกจ้ะ เขามากันสายๆ สักสิบโมงสิบเอ็ดโมงนู่นแหละ” น้ำบอก 

“งั้นหรือ อืม เอ็งสองคนไปอาบน้ำอาบท่ากันได้แล้ว เดี๋ยวเขามาจะหาว่าลูกบ้านนี้ขี้เกียจตัวเป็นขน ตื่นสาย น้ำท่าไม่อาบละหมดกัน ขายไม่ออกพอดี” แม่น้อยบ่นเร็วๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในครัว  

“จ้ะ” น้ำฝนตอบรับ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มทั้งอาการกลั้นขำสุดขีด สายตาคู่สวยจ้องมองมาที่พี่ชาย 

“อะไร ยิ้มอะไร” ไอ้น้ำถามน้องสาวเสียงเบาเพราะกลัวแม่ได้ยิน 

“เห็นคนจะมีผัว ก็เลยดีใจ” 

“ผัวเผออะไรวะ ตบปากเลยเด็กนี่ ปากเสีย” น้ำตั้งท่าจะตบปากน้องจริงๆ  แต่ก็ตามเคย น้ำฝนหลบได้อย่างคล่องแคล่ว 

“ไม่พูดละ รู้หรอกว่าอาย เอาเป็นว่าเห็นคนจะออกเรือนก็เลยดีใจแทนละกัน” น้ำฝนรัวคำพูดออกมา ก่อนจะวิ่งปรูดหายเข้าไปในห้องนอนตัวเองอย่างรวดเร็ว จนไอ้น้ำด่าไล่หลังไม่ทัน 

 

“บ้านแม่น้อยนี่น่าอยู่เสียจริง ร่มรื่นมาก ลมพัดเย็นตลอดเวลาเลย ใช่ไหมคะคุณ ...จะว่าอะไรไหม ถ้าพี่จะขอแวะมาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ” คุณหญิงเอ่ยถามความเห็นสามี ก่อนจะหันไปถามแม่น้อยต่อ นั่นนับเป็นประโยคแรกที่คุณหญิงทักทายอีกฝ่ายเมื่อขึ้นเรือนมา 

“สวัสดีครับ” ทางด้านผู้กองก็ยกมือไหว้เจ้าของบ้าน แม่น้อยพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการรับรู้ นางอยากมีพิธีรีตองมากกว่านี้ แต่ก็ต้องตอบมารดาของผู้กองก่อน 

“ตามสบายเลย ฉันยินดี เชิญนั่งก่อนจ้ะ” แม่น้อยทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี ออกปากเชิญแขกเหรื่อให้ลงนั่งอย่างเรียบร้อย น้ำฝนก็รู้หน้าที่ยกน้ำออกมาต้อนรับโดยไว 

“ขอบใจจ้ะ แล้วหนูน้ำล่ะจ๊ะ แม่น้อย” คุณหญิงถามหาใครอีกคน 

“ยังอยู่ในห้อง เห็นว่ามีงานด่วนเข้ามา เดี๋ยวฉันให้ยายฝนไปตามให้จ้ะ” แม่น้อยตอบ พลางหันไปบอกกับบุตรสาว 

“ยายฝน ไปตามพี่เขาให้ออกมาเสียที ผู้ใหญ่มาถึงกันแล้ว” ซ้ำกระซิบบอกบุตรสาวอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงที่เบาแสนเบาต่อ “รีบไปบอกมันเลย ให้ผู้ใหญ่มารอมันไม่ดี งานอะไรให้หยุดมือไว้ก่อน” 

“จ้ะแม่” น้ำฝนรับคำ 

“ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เป็นไร พี่รอได้” คุณหญิงบอกแม่น้อย และเบนสายตาเหลือบมองไปยังบุตรชายของตนที่กำลังจ้องมองประตูบานหนึ่งของบ้านอย่างรอคอย 

ความจริงแล้วคุณหญิงไม่จำเป็นต้องปฏิเสธความตั้งใจของแม่น้อยเลยด้วยซ้ำ แต่คุณหญิงก็อยากจะให้ลูกชายของตัวเองรออีกสักหน่อย เพราะไม่รู้ว่าเบื้องหลังประตูบานนั้น หนูน้ำของนางกำลังทำงานด่วนอย่างที่บอก หรือกำลังคิดไตร่ตรองอะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า ปฏิกิริยาของเด็กคนนั้นที่เห็นเมื่อคืนทำให้นางไม่ค่อยสบายใจ 

“ระหว่างรอหนูน้ำ...เรามาคุยเรื่องสำคัญกันเลยดีไหม” คุณหญิงเอ่ยปาก 

“คุณแม่...” ปรานต์ห้ามมารดา เพราะกลัวจะเป็นการเร่งรัดอีกฝ่ายมากเกินไป 

“คุณหญิง... รอให้น้ำเขาออกมาก่อนไม่ดีกว่าหรือ” สามีคุณหญิงก็เห็นด้วยกับบุตรชาย เอ่ยปากห้ามปรามภรรยาคู่ชีวิตด้วยเหมือนกัน 

“ไม่เป็นไรจ้ะ จะช้าหรือเร็วก็คงเลี่ยงไม่ได้ เข้าเรื่องเลยก็ได้” แม่น้อยบอก 

“แม่น้อยนี่ตรงไปตรงมาดีจัง พี่ชอบ เอาละ เริ่มเลยนะ จะได้ไม่เสียเวลา” คุณหญิงยิ้มชอบอกชอบใจ ท่าทีนิสัยของแม่น้อยแบบนี้ หนูน้ำคงได้มาจากแม่พอสมควรเลย 

“หน้าที่ของผู้ใหญ่ควรจะเกิดขึ้นหลังจากที่เด็กๆ ตกลงกันได้” คุณปราชญ์เกริ่น ก่อนจะเว้นระยะนิดหนึ่ง มองไปที่แม่น้อยกับน้ำฝนซึ่งรับฟังอย่างสงบสีหน้าเรียบเฉย แล้วจึงพูดต่อ “แต่เพราะมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด พวกเราจึงตัดสินใจมาที่นี่ ต้องขอโทษคุณน้อยอีกครั้งที่ทางเรามาโดยพลการ เสียมารยาท ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า” ถึงคุณหญิงจะเคยพูดขอโทษมาแล้ว แต่ครั้งนี้หัวหน้าครอบครัวคิดว่าควรพูดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง 

“ผมเองก็แก่จนหัวดำเป็นหัวขาวหมดหัวแล้ว จริงๆ แล้วไม่ได้อยากจะเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องของเด็กๆ เลยแม้แต่น้อย ปรานต์เองก็บอกผมกับคุณหญิงอย่างชัดเจนว่าเขาอยากจัดการเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเอง แต่เราก็อดไม่ไหว” คุณปราชญ์อธิบาย เขาเคารพการตัดสินใจของบุตรชาย ให้พูดกันตามตรงคงเป็นคุณหญิง ภรรยาของเขามากกว่าที่ร้อนรนจนทนไม่ไหว กลัวจะเสียว่าที่ลูกสะใภ้ไป 

“ผมรู้ว่าเรื่องความรักระหว่างเพศเดียวกันมันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะรับได้ง่ายๆ แต่ก็อยากจะให้เห็นใจเด็กทั้งสองคนด้วยน่ะครับ ถึงเขาจะรักชอบเพศเดียวกัน แต่เขายังเป็นคนดีของสังคม เป็นลูกคนเดิมของพวกเราเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”  

“จ้ะ” แม่น้อยรับคำเพียงสั้นๆ 

“หมายความว่ายังไงจ๊ะ” 

“หมายความว่าอนุญาตจ้ะ” 

“ฮะ!?” สามเสียงประสานกันโดยไม่ได้นัดหมาย เพราะคำตอบที่เหนือความคาดหมายเป็นอย่างมากของแม่น้อย 

‘บทจะง่าย ทำไมมันง่ายงี้วะ’น้ำฝนคิดพลางลอบมองสีหน้ามารดาที่ยังนิ่งไม่เผยความรู้สึก 

“จริงเหรอครับ แม่น้อย” ผู้กองที่เพิ่งดึงสติกลับมาได้รีบถามซ้ำทันควัน 

“จริงจ้ะ” คราวนี้ว่าที่แม่ยายยิ้มหวานให้กับผู้กองอย่างเต็มที่ จนปรานต์คิดว่าเขากำลังฝันไปหรือเปล่า 

“แล้วทำไมตอนนั้น...” เขาอยากจะถามย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่แม่น้อยถึงขั้นจะตัดแม่ตัดลูกนั่นล่ะ ทำไมตอนนี้เหมือนเป็นหนังคนละม้วนคนละแผ่นไปได้ 

“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่า แม่น้อยอนุญาตให้ตาปรานต์และหนูน้ำคบกันแล้วใช่ไหมจ๊ะ” คุณหญิงแทรกขัด นางพูดทวนความต้องการอีกครั้งเพราะกลัวจะเข้าใจผิดพลาดหรือไม่ตรงกัน 

“ใช่จ้ะ” แม่น้อยยิ้มยืนยัน 

“เย้!” น้ำฝนดีใจจนถึงกับตะโกนออกมาอย่างลืมตัว ทุกสายตาจึงมองไปที่เธอเป็นจุดเดียว “เอ่อ...ขอโทษค่ะ หนูดีใจมากไปหน่อย” น้ำฝนเอ่ยอย่างอายๆ 

“ไม่เป็นไร พี่ก็ดีใจ...ดีใจมาก” ผู้กองยิ้มให้น้ำฝน พร้อมบอกความรู้สึกของตนเอง 

“ขอบคุณครับแม่น้อย” ผู้กองหนุ่มบอกแม่น้อยด้วยรอยยิ้มทั่วใบหน้า คาดว่าให้เจ้าตัวหุบยิ้มตอนนี้คงจะยากเต็มที 

“ขอบใจนะ/ขอบใจจ้ะ” สามีภรรยาเอ่ยขอบคุณแม่น้อยพร้อมกัน 

“พี่ขอถามหน่อยได้ไหม ทำไมแม่น้อยจึงเปลี่ยนใจล่ะ นี่พี่เตรียมหาคำพูดมาหว่านล้อมแม่น้อยตั้งครึ่งค่อนคืนเลยนะเนี่ย” คุณหญิงถามอย่างอารมณ์ดี 

“ก็อย่างที่คุณพี่พูดแหละจ้ะ ฉันไม่อยากให้ลูกเสียใจ ยิ่งเมื่อวาน...แม้ไอ้น้ำจะไม่ได้คิดสั้น แต่ฉันก็กลัวจริงๆ จ้ะ ถ้ามันเป็นอะไรขึ้นมา ฉันคงรู้สึกผิดและเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ” แม่น้อยตอบ 

“หนูน้ำเข้มแข็ง ไม่คิดสั้นง่ายๆ หรอก ใช่ไหมจ๊ะ น้ำฝน” คุณหญิงถามน้องสาวของหนูน้ำ เห็นท่าทางดีใจของน้ำฝนที่แสดงออกนอกหน้าขนาดนั้น ดูท่าว่าพี่น้องคู่นี้น่าจะสนิทกันพอควร 

“ใช่จ้ะ พี่น้ำอะ ละครเยอะ” 

“ละครอะไรเหรอ” คุณหญิงถามอย่างไม่เข้าใจ 

“ไม่มีอะไรค่ะ หนูก็พูดไปเรื่อย พี่น้ำไม่มีวันคิดสั้นหรอกค่ะ” เธอยืนยัน 

“แบบนี้ก็เบาใจ เหลือแค่รอหนูน้ำออกมาฟังข่าวดีใช่ไหม” คุณหญิงถามโดยไม่เจาะจงว่าถามใคร จึงไม่มีใครตอบ นอกจากมีรอยยิ้มแต่งแต้มกันถ้วนหน้า 

“อืม...ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเรียบร้อยลงตัว ได้เวลาทำหน้าที่ของผู้ใหญ่จริงๆ เสียที” คุณปราชญ์พูดขึ้นกลางวงสนทนา 

“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะจ๊ะ แม่น้อย ...เรื่องหนูน้ำน่ะ แม่น้อยจะคิดสินสอดเท่าไหร่ อะไร ยังไง ว่ามาได้เลยจ้ะ ฉันยินดี ไม่มีเกี่ยง” คุณหญิงบอกพร้อมยิ้มกว้าง 

“เอ่อ...เรื่องนั้น” แม่น้อยไปต่อไม่ถูก เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน 

“ไม่ครับ” ไม่ใช่เสียงคุณปราชญ์ หรือเสียงผู้กองปรานต์ แต่กลับเป็นไอ้น้ำที่เปิดประตูออกจากห้องนอนมาปฏิเสธเองต่างหาก 

“น้ำ/หนูน้ำ/ไอ้น้ำ/พี่น้ำ/พ่อน้ำ” ยิ่งกว่าการประสานเสียงครั้งไหนๆ ทุกคนต่างพร้อมใจกันเรียกชื่อของมัน 

“ครับ” น้ำเดินออกมาจากห้องแล้วลงนั่งข้างๆ น้องสาว 

“งานเสร็จแล้วหรือ” ผู้กองถาม 

“ครับ” น้ำตอบสั้น ไม่อยากบอกหรอกว่างานน่ะเสร็จตั้งแต่ครอบครัวของผู้กองเดินทางมาถึงแล้ว แต่ที่ยังไม่ออกมาเพราะใจหนึ่งเขาก็กลัวคำตอบของมารดา ส่วนอีกใจก็อยากจะขอคิดอีกสักหน่อย เขาไม่แน่ใจ 

เรื่องระหว่างผู้กองกับวรันต์ ตราบใดที่ยังไม่มั่นใจ เขาก็ไม่กล้าเดินหน้าต่อ 

“ออกมาพอดีเลย แม่น้อยอนุญาตเรื่องของหนูน้ำกับตาปรานต์แล้วนะจ๊ะ” คุณหญิงบอกอีกฝ่ายด้วยความดีใจ 

“ครับ ผมได้ยินจากในห้องแล้ว” น้ำตอบ ยิ้มรับเพียงเล็กน้อย “ขอบคุณนะจ๊ะ แม่”  

จังหวะที่ไอ้น้ำหันไปบอกแม่ตัวเอง มันกอดแม่น้อยเต็มแรง ยิ้มกว้างกับไหล่ของแม่ เรื่องผู้กองกับวรันต์ก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องที่แม่อนุญาตในความรักของมันกับผู้กองก็อีกเรื่องหนึ่ง มันจะไม่ดีใจได้ยังไง 

“เจ็บโว้ย ข้าเจ็บ” แม่น้อยบอกพลางตีแขนบุตรชายที่แกล้งกอดนางแน่นขนาดนั้น คนอื่นๆ ที่เห็นต่างพากันหัวเราะกับพฤติกรรมของแม่ลูกคู่นี้ซึ่งน่าเอ็นดูไม่หยอก 

“แล้วที่ว่าไม่ คือไม่อะไรจ๊ะหนูน้ำ” คุณหญิงถาม 

“เรื่องสินสอด รวมไปถึงเรื่องอื่นๆ ด้วยครับ ผมคิดว่าค่อยพูดเรื่องนี้กันทีหลังดีกว่า” 

“พ่อน้ำรออะไรล่ะ” สามีคุณหญิงเป็นฝ่ายถามบ้าง 

“รอจนกว่าผมจะแน่ใจ” 

“อ้าว อะไรเนี่ย” น้ำฝนพูดออกมา ฝ่ายที่ทำคดีพลิกกลายมาเป็นคนที่ทำตัวเซ็งโลก หน้าไม่รับแขกมาหลายเดือนอย่างพี่ชายเธอไปได้ 

“แน่ใจอะไร” ผู้กองถาม เพราะเขาแน่ใจเสียยิ่งกว่าแน่ว่าระหว่างเขากับน้ำนั้นรู้สึกตรงกัน 

“แน่ใจในตัวผู้กองครับ” น้ำตอบ 

“หึๆ ไอ้ลูกชาย พิสูจน์ตัวเองหน่อยละกัน ก็อย่างว่าแหละนะ หายหัวไปเป็นเดือนๆ  จู่ๆ กลับมาขอเขา เขาคงยอมง่ายๆ หรอก เล่นตัวเยอะๆ นะพ่อหนุ่ม”  

“พ่อ ทำไมเปลี่ยนข้างกันง่ายๆ แบบนี้ล่ะครับ” ผู้กองมองบิดา รู้สึกเหมือนตัวเองถูกโยนทิ้งเอาไว้กลางทาง 

“เอาใจช่วย อย่าให้เสียชื่อลูกพ่อล่ะ” บิดาตบบ่าให้กำลังใจบุตรชายสองสามครั้งพอเป็นพิธี 

“เอาละ ไหนๆ วันนี้ก็ฤกษ์ดี อากาศก็ดี ไปเดินเล่นกันดีไหมคะคุณ” คุณหญิงชวนสามี  

“ก็ดีเหมือนกัน ออกกำลังบ่อยๆ ด้วยการเดินก็น่าจะดี” 

“ถ้าอย่างนั้น แม่น้อยพาพี่ไปดูสวนอีกหน่อยสิจ๊ะ พี่ชอบมากเลย” คุณหญิงยิ้มบอกแม่น้อยแล้วหันไปพูดกับน้ำฝน “น้ำฝนพาป้าไปเที่ยวสวนหน่อยนะจ๊ะ” 

“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวหนูเป็นไกด์ท้องถิ่นให้เองค่ะ” น้ำฝนยิ้มรับ อย่างน้อยเธอก็ฉลาดพอที่จะเดาได้ว่าคุณหญิงอยากเปิดโอกาสให้ผู้กองและพี่ชายของเธอปรับความเข้าใจหรือพิสูจน์อะไรกันก็ว่าไป 

“อ้าว...แล้วเรื่องไปตลาดน้ำล่ะครับ” น้ำถาม เขาจำได้ว่าคุณหญิงบอกให้เขาพาไปเที่ยวในวันนี้ 

“ไปกับพี่เขานะลูก แม่ร้อน ไม่อยากเดินเบียดเสียดกับคนอื่น” คุณหญิงตอบ  

เมื่อครู่นี้คุณหญิงเพิ่งพูดว่าอากาศดี ทำไมกลายเป็นอากาศร้อนไปได้ ไอ้น้ำคิดในใจ 

“ขอฉันไปเปลี่ยนชุดสักประเดี๋ยวนะจ๊ะ” แม่น้อยบอกพลางลุกหายเข้าไปในห้อง ทีแรกนางไม่ได้คิดไปไหน แต่เพราะมีแขกจึงแต่งตัวออกมาต้อนรับ หากเมื่อมีความเปลี่ยนแปลง นางจึงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะสม  

ส่วนน้ำฝนแต่งตัวพอที่จะไปสวนได้อยู่แล้ว เธอจึงนั่งรออยู่ที่เดิม 

 

“ปรานต์ดูแลน้องดีๆ ล่ะ” คุณหญิงบอกแกมขู่บุตรชายไว้ ก่อนจะเดินลงจากบ้านไป 

ถอดความนัยออกมาได้ว่าอย่าทำให้แม่เสียหน้า เจ้าตัวดี 

“เหลือแค่เราสองคนแล้ว อยากจะต่อว่าอะไรพี่ก็พูดมาเลยครับ” ผู้กองพูด หลังจากที่ครอบครัวของเขาและของน้ำพากันเดินลงจากบ้านไปสักพัก 

“ต่อว่า?” น้ำยืนมองผู้กองอยู่กลางบ้าน หลังจากไปส่งพวกพ่อๆ แม่ๆ ทั้งหลายเมื่อครู่นี้ 

“น้ำมีเรื่องอยากคุยกับพี่แน่ๆ  หรือจริงๆ แล้วโกรธที่พี่หายเงียบไป หืม?” ผู้กองใช้นิ้วเกลี่ยแก้มขาวอย่างเบามือ แต่ไอ้น้ำก็เลือกเบี่ยงทั้งหน้าและตัวเพื่อหลบเลี่ยง 

มันกำลังเล่นตัว ...ไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนั้น ไอ้น้ำคิดว้าวุ่นในใจ ก็แค่ยังไม่สะดวกใจนิดหน่อย ภาพผู้กองกับวรันต์ยังติดตาอยู่เลย 

“คิดว่าผมต้องโกรธหรือเปล่าล่ะ” มันพูดเสียงนิ่ง พยายามเก็บอาการ ผู้กองไม่ลดละคว้ามือไอ้น้ำขึ้นมาจับไว้ข้างหนึ่ง 

“เรื่องที่พี่หายเงียบไป พี่ก็อธิบายตั้งแต่เมื่อคืนแล้วไม่ใช่หรือ เรายังโกรธอะไรพี่อีก ไหนบอกพี่หน่อยซิ ไม่บอกพี่ก็ไม่รู้นะ” ผู้กองบอกเสียงนุ่ม มองหน้ามันด้วยสายตาอ่อนโยน มือก็ยังจับมือไอ้น้ำเขี่ยเล่นไปมา 

เจอสายตาแบบนั้น น้ำเสียงแบบนั้น โอ๊ย ไอ้น้ำอยากตาย มันอยากจะตะโกนใส่หน้าผู้กองว่า เออ ช่างมัน วรันต์ก็ช่าง ใครก็ช่าง มันจะจับผู้กองทำเมียเวลานี้แหละ 

ไม่อยากทนแล้วโว้ย 

“ผม... ผม...” แต่เอาเข้าจริง มันเป็นแค่คนปากดี ทำได้แค่ตะกุกตะกัก ติดอ่างแม้กระทั่งคำพูดของตัวเอง 

“พูดมาสิครับ” ผู้กองได้ใจ อาศัยจังหวะไอ้น้ำสติแตกแหกกระเจิงก้มหน้าลงไปใกล้ พูดเสียงกระซิบติดชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย 

“เรื่องคุณ...” น้ำรวบรวมสติให้กลับมา ตั้งใจเค้นคำพูดออกไป 

“เรื่องอะไรครับ” ผู้กองถามซ้ำ ดวงหน้าเคลื่อนเข้าใกล้มากกว่าเก่า ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนแล้ว ไอ้น้ำหลับตาปี๋  

“คุณวรั...” มันพยายามพูดชื่อให้จบ 

“จูบกันดีกว่า เดี๋ยวค่อยบอกพี่ทีหลังแล้วกันว่าโกรธพี่เรื่องอะไร” 

‘อ้าว เฮ้ย’แบบนี้ก็ได้เหรอ  

ความคิดเห็น