ลูกหมูลายเสือ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ข้าไม่ได้ตั้งใจ

ชื่อตอน : ข้าไม่ได้ตั้งใจ

คำค้น : นิยายสนุก, นิยายน่าอ่าน, แฟนตาซี, ต่างโลก, ย้อนยุค, โรแมนติค, รักวัยรุ่น, สายสัมพันธ์, เพื่อนพ้อง

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 130

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2562 03:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข้าไม่ได้ตั้งใจ
แบบอักษร

อาจารย์ของเหวินเทานั้นคือสมาชิกของพรรคช่างเม่ย พรรคช่างเม่ยมีสมาชิกทุกธาตุแต่ที่มากที่สุดคือธาตุไฟ รองลงมาคือลม พื้นเพของคนพรรคนี้นั้นชอบลุย ไม่พูดมากแต่ลงมือเลย บ่อยครั้งอาจมีเรื่องมีราวมากเกินไปหน่อย แต่เรื่องความภักดีไม่เป็นที่สงสัย เรื่องฝีมือที่ร้ายกาจเองก็เช่นกัน ด้านคุณธรรมนั้นอาจเป็นที่สงสัยบ้างแต่หากได้ลองเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดพวกเขาดูจะรู้ได้ว่าคุณสมบัติด้านนี้ก็ไม่บกพร่องเลยสักนิด นั่นจึงทำให้องค์ฮ่องเต้เหวินไถไว้วางใจให้คนที่พรรคเห็นชอบมาเป็นอาจารย์ให้กับองค์ชายสาม องค์ชายสามจำได้ดีว่าวันแรกที่อาจารย์ฝึกโหดให้กับเขานั้นมันเป็นวันที่แดดจ้าเพียงใด ทว่าวันเวลานั้นมันผ่านไปแล้ว การที่เขากำลังเห็นมันอีกครั้งนั้นอาจเป็นเพราะเขาฝันไป แต่เพียงแค่ฝัน ทำไมมันถึงสมจริงขนาดนี้ เขารู้สึกร้อนและเหงื่อที่เปียกชุ่มโชกเช่นนี้มันอะไรกัน

“ห๊ะ!” เหวินเทาสะดุ้งตื่นขึ้นมาบนเตียงซึ่งล้อมรอบไปด้วยหมอกควันคละคลุ้ง กลิ่นไหม้ขมเสียดลึกถึงคอจนแสบร้อนทำให้เขาเร่งเปิดหน้าต่างที่อยู่ข้างเตียงออกโดยพลัน!

“แค่กๆ” ชายหนุ่มสำลักควันยกใหญ่ เขาพยายามยื่นหน้าออกไปไกลๆ เพื่อสูดเอาอากาศบริสุทธิ์

“เหวินเทา!!!” เสียงร้องเรียกของหนิงฮวาดังมาจากนอกเรือน

“นี่มันอะไรกัน!!” เหวินเทาตะโกนถามด้วยยังสับสนอยู่

“ไฟไหม้!!”

“ห๊ะ!!” เหวินเทาอุทานเสียงหลง ใช่ว่าเขาไม่ได้ยินแต่ตกใจมากต่างหาก

“นายท่าน รีบโดดลงมาเถิด!” จิ้นฝูที่หอบข้าวของสำคัญพะรุงพะรังไปหยุดยืนอยู่ข้างหนิงฮวาตะโกนบอก

“ไฟไหม้ขอรับ ไฟไหม้!!!”

“เฮ้ย!!!” เหวินเทาเร่งคว้าเอาของที่สำคัญแล้วกระโดดออกทางหน้าต่างลงไปหาทั้งสองคนที่ด้านล่าง เมื่อหันกลับมามองก็ได้เห็นว่าบ้านนั้นไหม้ไปหมดแล้วทั้งสองชั้น

“นี่มันเรื่องอะไรกัน?” เหวินเทาหันมองทางหนิงฮวาและจิ้นฝูที่ยืนหน้าซีดตัวเบียดกันจนแทบรวมร่าง ต่างฝ่ายต่างผลักกันและกันมาข้างหน้า นั่นเป็นเพราะเหวินเทาในเวลานี้นิ่งงันอย่างน่าพรั่นพรึง

“เอ่อ…คือ เอ่อ” จิ้นฝูยังคงอึกอัก เหวินเทาจึงไม่รอฟังเขา ชายหนุ่มหันหลังกลับไปใช้วิชาลมพัดระบายเอาเปลวเพลิงขึ้นสู่ฟ้า การใช้วิชาลมดับไฟนั้นแม้จะได้ผลช้ากว่าน้ำ ทว่าของบางอย่างอาจเสียหายน้อยกว่าการใช้น้ำ แต่ตอนนี้ต่อให้ดับไฟได้แล้วบ้านก็คงไม่สามารถอยู่ต่อได้อีกแล้ว

“ใครพอจะบอกได้บ้างว่านี่มันเรื่องอะไรกัน?” เหวินเทาถามขณะวงกตลมของเขาที่หมุนรอบบ้านกำลังทำหน้าที่ระบายเปลวเพลิงออกไป

“เป็นเพราะข้าผิดเอง!” หนิงฮวาคุกเข่าลงตรงหน้าเหวินเทา

“ลุกขึ้นเถิด” เหวินเทาประคองนางลุกขึ้นแล้วพาไปนั่งตรงศาลา จิ้นฝูเองก็เดินตามมาทรุดตัวลงนั่งอยู่ไม่ห่างกัน

“เป็นความผิดของข้าเอง คือว่าข้าแค่จะลองจุดไฟหุงข้าวดูเท่านั้น แต่ว่า…”

……………………………….

ย้อนกลับไปในยามเช้าอันแสนสุขสงบของจิ้นฝูที่ยังคงเร้นกายอยู่ในห้องครัวด้วยความเคยชิน ทว่าเมื่อหนิงฮวาก้าวเข้ามาเท่านั้นความสงบสุขที่มีก็พลันสลายไปพร้อมไอหมอกยามเช้า

“จิ้นฝู เจ้านี่นะมันตัวดีจริงๆ ต้นคิดเรื่องจับปลามือเปล่า หัวเราะเยาะข้าซ้ำตอนสะดุดล้มไม่พอ ยังจะเก็บเอามาแอบพูดคุยกันสนุกปากลับหลังข้ากับเหวินเทาอีก ถ้าจะทำกันแบบนี้เจ้าขุดหลุมให้ข้าเอาหน้าซุกดินกลั้นใจตายไปเลยจะดีกว่า”

“เจ้าว่าอะไรนะ…ข้าฟังไม่ทัน?” จิ้นฝูได้แต่ยิ้มแห้งสารภาพไปตามตรงว่าไม่อาจจับใจความได้ทันว่านางจะให้เขาไปขุดดินทำอะไรแน่!

“นี่ข้าต้องด่าเจ้าซ้ำสองรอบงั้นรึ?” หนิงฮวากุมขมับก่อนจะส่ายหน้าแล้วยื่นถ้วยยาเมื่อคืนยัดใส่มือจิ้นฝู

“นี่ถ้วยยาเมื่อคืนนี้ ข้าคืนแล้วนะ อย่ามาว่าข้าขโมยของเชียวนะ”

“เอิ่ม…อื้ม!” จิ้นฝูพยักหน้ารับอย่างงงวยเล็กน้อย ไม่เคยพบเคยเจอสตรีใดอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เช่นนี้มาก่อน พูดจากก็รัวเสียจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่สตรีที่ไม่ไว้ตัวและเรียบง่ายเช่นนางเขาเองก็ไม่เคยพบเช่นกัน นางนับว่าเป็นศิษย์น้องแสนอัศจรรย์สำหรับเขา

“แล้ว…เช้านี้เจ้าทำอะไร?” หนิงฮวาสนอกสนใจหม้อที่ตั้งอยู่บนเตา

“ข้าเพิ่งจับไก่ป่าได้เมื่อเช้ามืด กลัวว่าเจ้าจะเบื่อปลา ข้าเลยจะทำแกงไก่”

“ข้าชอบกินไก่ที่สุดเลย ขอบคุณเจ้ามากนะจิ้นฝู :)”

“อื้ม แล้วจะเร่งทำให้นะ” ด้วยความรีบจิ้นฝูเลยใช้วิชาจุดไฟเตาต้มแกงไก่แทนที่จะใช้หินจุดไฟตามปกติ พอหนิงฮวาเห็นดังนั้นนางเองก็อยากจะลองดูบ้าง

“เป็นเซียนนี่ดีจริงๆ นะมีพลังแบบนี้ไว้ใช้สอย ข้าอยากลองดูบ้าง!”

“เช่นนั้นเจ้าลองจุดไฟอีกเตาดูสิ จะได้หุงข้าว”

“แล้วต้องทำอย่างไรบ้าง?”

“เจ้ารู้สึกถึงลมปราณของตัวเองแล้วนี่ ลองควบคุมมันให้เคลื่อนไหวขัดกันไปมาโดยรวมจุดขัดไว้ที่ใดที่หนึ่งซึ่งเราต้องการดูสิ ลองทำไว้บนฝ่ามือเจ้าดูก่อนก็ได้”

“อื้ม!” หนิงฮวาลองนึกภาพตามแล้วหลับตาลงรวมสมาธิเคลื่อนลมปราณรวมจุดไว้บนฝ่ามือ โดยให้ปราณนั้นมีทิศทางการเคลื่อนไหวไหลขัดกันจนในที่สุดความรู้สึกร้อนก็ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วมือ จากนั้นเปลวเพลิงจึงลุกโชนขึ้นมา แม้จะแค่เล็กน้อยเท่าแสงเทียนแต่นางก็รู้สึกดีใจอย่างมาก

“ติดแล้ว ได้แล้ว”

“ลองส่งมันให้ไหลไปยังจุดหมายที่เราต้องการดูสิ!”

“อื้ม!” หนิงฮวาส่งมันไปยังเตาที่จะใช้หุงข้าว แต่เมื่อไฟลอยไปอยู่ในนั้นไม่นานมันกลับมอดลงไปโดยง่ายเพียงต้องลม

“ว้า!” หนิงฮวาร้องออกมาอย่างเสียดาย

“ฮ่าๆ เหมือนข้าเห็นอะไรแวบๆ อยู่นะ” จิ้นฝูยกมือขึ้นป้องตรงหางคิ้วแล้วชะโงกทำท่าราวกับมองอะไรที่ไกลแสนไกลอย่างหยอกเหย้า แต่สำหรับหนิงฮวานั่นคือการยั่วโทสะนางดีๆ นั่นเอง

“คอยดูเถอะ ข้าทำได้แน่”

“ตั้งใจหน่อยนะ ข้าไม่อยากกินข้าวเช้ากลางยามอู่ (12.00 น.) หึหึ :)” จิ้นฝูแกล้งเยาะหนิงฮวาเสร็จแล้วก็ไปสนใจหั่นผักเพื่อจะทำอาหารเพิ่มอีกสักอย่าง

“ได้ ข้าต้องทำให้ได้ ข้าจะจุดไฟให้ได้!!!” หนิงฮวามุ่งมั่นแรงกล้า หลังพยายามอยู่พักใหญ่ในที่สุดไฟที่นางต้องการก็ติดขึ้น……..อย่างท่วมท้นเลยทีเดียว

“จิ้นฝู!”

“ข้าได้กลิ่นไหม้หนักขึ้น แสดงว่าเจ้าจุดได้แล้ว ก็ดีแล้ว :)” จิ้นฝูกล่าวขณะสองมือยังคงง่วนอยู่กับการซอยผัก

“จิ้นฝู ข้า…ข้าไม่คิดว่านี่จะดีนะ!!” หนิงฮวากล่าวขณะมือคว้าชายเสื้อจิ้นฝูกระตุกดึงอย่างแรง

“จุดไฟติดแล้ว อีกเดี๋ยวข้าวก็คงสุก ดีแล้วนี่!”

“แต่ดูจากไฟตอนนี้ข้าวคงไหม้ไปแล้ว!”

“หืม?” จิ้นฝูที่ชักรู้สึกแหม่งๆ กับคำพูดของหนิงฮวาเร่งหันกลับไปมองยังเตาที่วางหม้อข้าวไว้ ตอนนี้ไฟที่เคยแผ่วเหมือนแสงเทียนน้อยนั้นกำลังลุกโหมไหม้หม้อข้าวทั้งอัน….จนดำเมี่ยง!

“ว๊ากกก หนิงฮวาดับไฟเร็ว!”

“น้ำๆ” หนิงฮวาเอาน้ำจากในโอ่งเก็บใกล้ๆ นั้นสาดแต่มันกลับไม่ส่งผลใดๆ เลย

“ไม่ดับเลย ทำไงดีๆ” ยิ่งหนิงฮวาตื่นเต้นมากเท่าไร ไฟก็ยิ่งโหมแรงจนลามไปทั่วเรือน

“ทำใจเย็นๆ ก่อนหนิงฮวา” จิ้นฝูพยายามเตือนสติ

“ใจเย็นรึ? ทำยังไงได้!!”

“งั้นรีบไปเก็บของจำเป็นออกไปเร็ว ไฟไหม้บ้านหมดแล้ว!” จิ้นฝูเมื่อเห็นว่าสิ้นหนทางจะดับไฟก็รีบไปเก็บของสำคัญหลายๆ อย่างออกจากเรือน เมื่อเขาออกไปข้างนอกก็พบว่านายตนนั้นยังอยู่ข้างบน แต่ก็ดีที่นายท่านนั้นตื่นแล้ว

………………………………..

“ข้าแค่โมโหที่โดนหัวเราะเลยอาจตั้งสมาธิมากไปหน่อย ไม่คิดเลยว่าไฟจะอ่อนไหวขนาดนี้ ทีตอนแรกข้าก็ตั้งใจเหมือนกันนะทำไมออกมาอย่างกับแสงตรงตูดหิ่งห้อย แต่ทำไมตอนหลังมันถึงได้โหมขึ้นมาขนาดนั้นก็ไม่รู้ ยิ่งบอกว่าอย่าตื่นเต้นใครจะไปทำได้ไฟแรงขนาดนั้นน่ะ แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจให้มันรุนแรงขนาดนี้นะ”

“อื้ม” ทั้งสองหนุ่มถึงกับใบ้กินเมื่อได้ยินได้ฟังสาเหตุของเรื่องแบบรวดเดียวไม่หยุดหายใจจากหนิงฮวา

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีบ้านไฟไหม้ไปหมดแล้ว ข้าทำให้พวกเจ้าไม่มีที่อยู่ แต่ข้าไม่ได้เจตนานะพวกเจ้าต้องแยกแยะให้ดี หรือว่าเจ้าจะกลับไปที่วังหลวงกับข้าก่อน รัชทายาทคงจะหาที่พักให้ได้น่ะ”

“หากข้าพาเจ้ากลับไปตอนนี้เจ้านั่นแหละจะเจ็บหนักข้อหาเผาบ้านข้า -*-” เหวินเทาบ่นงึมงำกับตัวเอง

“เจ้าว่าไงนะ?” หนิงฮวาท้วงถามเพราะได้ยินไม่ถนัดนัก

“ช่วยไม่ได้ อีกแค่คืนเดียวเราก็จะออกเดินทางแล้ว ถ้าอย่างนั้นเราไปพักที่บ้านแม่เฒ่าเมิ่งก่อนก็แล้วกัน ระหว่างที่อยู่ผาไป๋อัน กลับมาคนของข้าคงซ่อมบ้านเสร็จ” เหวินเทากล่าว เมื่อถึงผาไป๋อันค่อยส่งข่าวให้คนของเขามาจัดการบ้านก็แล้วกัน

“ขอรับ” จิ้นฝูรับคำก่อนจะไปจัดการข้าวของที่ขนออกมาลวกๆ ให้เข้าที่เข้าทาง

“แม่เฒ่าเมิ่ง?” หนิงฮวาท้วงถามเหวินเทา

“แม่เฒ่าเมิ่ง เรือนท่านอยู่ห่างเราไม่ไกลนักหรอก” ระหว่างรอจิ้นฝูเก็บสัมภาระ เหวินเทานำขลุ่ยออกมาเป่ารออย่างอารมณ์ดี เขาค่อนข้างดีใจที่พบว่าในบรรดาข้าวของที่นางนำออกมานั้นมีกระบี่และกู่เจิงที่เขาให้เอาไว้ด้วย นางเห็นค่าในสิ่งที่เขาให้ เท่านี้เขาก็พอใจแล้ว

“หวังว่าเจ้าคงไม่คิดเผาเรือนแม่เฒ่าเมิ่งด้วยหรอกนะ” จิ้นฝูที่มือยังจัดของอยู่ไม่วายปากว่างมาเอ่ยเหย้าหนิงฮวา

“ข้าจะไปทำแบบนั้นอีกทำไมเล่า!” หนิงฮวาแย้งกลับทันควัน

“แต่ต่อให้เจ้าอยากจะทำ ก็ทำไม่ได้หรอก :)” เหวินเทากล่าว

“ทำไม?” หนิงฮวาถามอย่างสงสัย

“:)” ทว่านางก็ได้เพียงรอยยิ้มบางๆ จากคนกล่าวเป็นคำตอบ

หลังขี่ม้าออกมาจากบ้านผ่านน้ำตกตรงไปอีกฟากที่อยู่คนละทางกับทางไปบ้านของเหวินเทา พวกเขาก็เจอเข้ากับบ้านไม้สองชั้นใหญ่โตโออ่ากว่าบ้านของเหวินเทาพอสมควร ทว่าในบ้านใหญ่แห่งนี้กลับมีเพียงแม่เฒ่าเมิ่งอยู่คนเดียว บ้านมีกลิ่นไอหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ตีกันกับกลิ่นยาจีนอันเป็นเอกลักษณ์บ่งบอกถึงความสามารถของผู้อยู่เรือนอย่างเด่นชัด อีกทั้งผ้าสีผืนงามที่ตากไว้ทั่วเนื้อที่ลานกว้างข้างๆ บ้านก็ช่วยให้รู้ได้เพียงแวบแรกที่มอง

“ผ้าย้อมสีสวยงามมาก แม่เฒ่าเมิ่งคงใส่ใจสุขภาพไม่น้อยถึงได้มีแรงทำงานขนาดนี้”

“ไม่ใช่แค่ตัวหรอกที่แข็งแรงดีอยู่” สิ้นคำจิ้นฝูสายน้ำไร้ที่มากลับลอยแหวกว่ายอยู่ในอากาศห้อมล้อมหนิงฮวาจนเจ้าตัวเผลอกอดกู่เจิงที่หอบไว้แน่นขึ้น สายน้ำลอยไหลผ่านร่างนางไปยังอีกสองหนุ่มราวกับมันกำลังสำรวจว่าใครกันคือผู้มาเยือน

เมื่อสายน้ำนั้นทำหน้าที่เสร็จสิ้นมันก็หยดลงพรมพื้นบริเวณนั้นจนเปียกชุ่ม นั่นยิ่งยืนยันต่อความสงสัยของหนิงฮวาได้ว่านั่นคือน้ำจริงๆ

“เซียนธาตุน้ำ?” หนิงฮวาหันมองยังทั้งสองหนุ่มที่พยักหน้าลงอย่างพร้อมเพรียง หลังจากนั้นบนระเบียงชั้นสองของบ้านก็มีร่างของหญิงชราผู้หนึ่งเดินออกมาทักทาย

“มีอะไรเล่า ถึงมากันได้?” แม่เฒ่าเอ่ยทักอย่างฉงนใจ

“เกิดเรื่องยุ่งๆ ขึ้น…เล็กน้อย” คิ้วหนิงฮวาขมวดมุ่นทันใดเมื่อได้ยินเหวินเทากล่าวเช่นนั้นแล้วยังหัวเราะออกมารั้งท้าย

“ขออภัยที่มารบกวนแม่เฒ่าเช่นนี้ แต่เราอยากจะขอค้างที่นี่สักคืน” จิ้นฝูกล่าวกับแม่เฒ่า

“เอาเถิด คนกันเองแท้ๆ พวกเจ้ารีบเก็บของเถิด จะได้มาทานข้าวด้วยกัน แต่ข้าคงต้องทำเพิ่มอีกสักสองสามอย่าง”

“ข้าช่วยท่านเองแม่เฒ่าเมิ่ง!” จิ้นฝูอาสาก่อนจะหันกลับมามองหนิงฮวา

“ส่วนเจ้าไม่ต้องเข้ามาช่วยนะ ข้าขอเถิด เว้นบ้านแม่เฒ่าเมิ่งสักหลังนะ”

“จิ้นฝู!” หนิงฮวาถลึงตาอาฆาตใส่คนที่ยังเอาแต่ล้อเลียน เมื่อเขาวิ่งหนีเข้าไปในบ้านแล้ว หนิงฮวากลับมาหน้าหงอลงเมื่อรู้สึกถึงสายตาของเจ้าของบ้านที่พังไปอย่างเหวินเทา

“ข้าจะช่วยขนของให้เจ้าเองนะ” หนิงฮวากุลีกุจอขนข้าวของเข้าไปในบ้าน คล้อยหลังนางเหวินเทาที่แสร้งตีหน้ายักษ์แกล้งนางก็อดทนกลั้นขำไว้ไม่อยู่

ภายในบ้านของแม่เฒ่านั้นเต็มไปด้วยสมุนไพร กลิ่นยาตลบอบอวลฉุนเตะจมูก แต่ก็ไม่มากมายเกินทน ห้องพักของเหวินเทาและจิ้นฝูอยู่ด้านล่าง ส่วนหนิงฮวาได้นอนพักกับแม่เฒ่าที่ชั้นบน ระหว่างที่หนิงฮวาเก็บของนั้นเอง นางได้ยินเสียงสนทนาระหว่างแม่เฒ่ากับเหวินเทายังระเบียงด้านนอกแผ่วเบา นางจึงดึงตัวเองไปชิดประตูห้องให้ได้มากที่สุดเพราะต้องการฟังให้ชัด ยิ่งเรื่องที่ได้ยินนั้นเหมือนจะเกี่ยวกับนางด้วยแล้ว

“ไฟของนางดับยากมาก มันรุนแรง แต่ที่อันตรายยิ่งกว่าคือนางยังควบคุมมันไม่ได้” เหวินเทากล่าวอย่างหนักใจ

“ควบคุมพลังของตนเองไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอก ประเดี๋ยวข้าจะช่วยสอนนางเอง ทั้งเรื่องการใช้พลัง และ….”

“เหวออ!!” หนิงฮวาร้องเสียงหลงเมื่อตัวเองพุ่งทะลุออกมาจากห้องนอนของแม่เฒ่าลอยมานอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นระเบียง นางรู้สึกเหมือนโดนคลื่นน้ำซัดส่ง

“เรื่องมารยาท!” แม่เฒ่ากล่าวต่อให้จบก่อนจะปรายตาหันมองหนิงฮวาที่ยังคงนอนหมอบอยู่

“แฮ่! ขออภัยเจ้าค่ะแม่เฒ่า…” หนิงฮวาได้แต่ยิ้มแห้งแล้วก้มหน้าพึมพำขอโทษเมื่อถูกจับได้อย่างจัง

“เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอก :)” แม่เฒ่ากล่าวยืนยันแก่เหวินเทา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น