KJS

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER 07 : จุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด

ชื่อตอน : CHAPTER 07 : จุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 822

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2562 02:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 07 : จุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด
แบบอักษร

CHAPTER 07 

 

 

 

 

@คอนโด 

 

เสียงร้องครางของชายหญิงดังประสานอยู่ในโสตประสาทของฉัน ในตอนที่หลับใหลราวกับความฝัน ฉันละเมอยิ้มอย่างตลกกับตัวเองที่ฝันเรื่องแบบนี้  

ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากชะมัด เพราะมันทั้งเพลียและรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว  

นี่ฉันฝันสมจริงขนาดนี้เลยหรอ? 

แต่ภาพแรกที่พบหลังลืมตา มันกลับทำให้ฉันรู้ว่า บทรักอันร้อนแรงเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน แต่มันเกิดขึ้นจริง!!! 

เพราะร่างสูงตรงหน้าที่นอนจ้องตากับฉันอยู่ กอปรกับร่างกายเปลือยเปล่าสวนบนของเขาที่พ้นจากผ้านวมขึ้นมา มันก็ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่า ฉันกับครามเราได้กันแล้ว!!!!!!!!!!!!! 

“มอร์นิ่ง^^” 

ครามพูดพร้อมส่งยิ้มหวานมาให้ฉันที่ยังคง นิ่ง อึ้ง กระพริบตาปริบๆ พร้อมกับเหตุการณ์เมื่อคืนที่ฉายเข้ามาในหัวทั้งภาพและเสียง....  

กรี๊ดดดด!!!  อยากจะบ้าตาย 

“เอ่อ...มอร์นิ่ง”  ฉันยกฝ่ามือขึ้นมาเป็นเชิงทักทาย พร้อมเอ่ยออกมาอย่างทำตัวไม่ถูก 

“คือเรื่องเมื่อคืน...” 

ฟรืบ 

พอรู้ว่าครามจะพูดอะไรฉันก็ยกมือขึ้นปิดปากมันทันที   

ทำให้ครามที่ถูกมือปิดปากอยู่ขมวดคิ้วมุ่นมองมาที่อย่างไม่เข้าใจ พร้อมกับจะดึงมือฉันออกแต่ฉันก็ไม่ยอมดันไว้อย่างสุดแรง 

“คือ...กูยังไม่พร้อมฟัง มันแบบว่า เขินอะ>//<”  

ครามระเบิดหัวเราะออกมาทันทีที่ฉันเอ่ยขึ้น ทำให้ตอนนี้หน้าฉันเห่อร้อนจนแดงยิ่งกว่าลูกตำลึง... 

พร้อมดึงมือกลับแล้วยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองแทน 

“ทีเมื่อคืนไม่เห็นจะเขิน^^” 

 “กรี๊ดดดด ไอ้บ้าคราม!!”  

“ฮ่าๆๆๆๆ” 

ครามส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ที่เห็นท่าทางของฉัน เพราะตอนนี้ฉันยกมือมาปิดหูพร้อมกับมุดหน้าลงไปในผ้าห่ม 

“มุดลงไปแบบนั้นระวังเจอของดี^^” 

ฉันเบิกตาโพลงทันทีที่ครามพูดแบบนั้น ก่อนจะกวาดสายตาไปแล้วก็เจอกับ.... 

“เหี้ย!!!”  

ฉันอุทานออกมาอย่างตกใจ ก่อนจะดีดตัวลุกออกจากเตียงอย่างทุรักทุเรทันทีที่สายตาไปปะทะกับน้องชายของคราม ไม่ได้รู้เลยว่าสภาพของตัวเองนั้นก็ไม่ต่างกัน.... 

ปึก 

ฉันล้มก้นกระแทกลงกับพื้นทันทีที่ก้าวลงมา เพราะทั้งขาที่เจ็บกับร่างกายที่ร้าวระบมยิ่งกว่าสิบล้อชน!!! 

“เฮ้ย!” 

ครามตะโกนออกมาอย่างตกใจพร้อมกับลุกขึ้นมาพยุงฉัน กลายเป็นว่าตอนนี้เราเป็นมนุษย์เปลือยสองคนที่ยืนกอดกันอยู่กลางห้อง  

ฉันพยายามหลบหน้าพร้อมหลับตาลงอย่างไม่อยากรับรู้ อยากเดินหนีแทบตาย แต่ก็ทำไม่ได้... 

“ปะ...ไปเอาไม้ค้ำ หะ...ให้หน่อย..”  

ฉันเอ่ยออกไปอย่างตะกุกตะกัก โดยไม่สบตาคราม ไม่รู้เลยว่าโดนมองด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แค่ไหน.... 

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวกูช่วย^^” 

ครามว่าพร้อมอุ้มฉันที่ยังคงหลับตาอยู่เข้าไปในห้องน้ำ ราวกับรู้ว่าฉันอยากไปอยู่พอดี... 

 

“ปล่อยสิ” 

พอมาถึงในห้องน้ำ ฉันจึงบอกครามที่ยังอุ้มฉันอย่างไม่มีทีท่าว่าจะปล่อย 

“ยืนได้หรอ?” 

“อืออ ไม่ค่อยเจ็บแล้ว” 

“ตรงไหนที่ไม่ค่อยเจ็บ^^” 

“ไอ้คราม!!!!” 

ฉันฟาดป๊าบไปที่ไหลครามทันทีที่มันถามออกมาแบบนั้น  แต่ครามกลับยิ้มอย่างชอบใจในกับการตอบกลับของฉัน 

“ให้กูช่วยดีกว่าเดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน” 

ครามเอ่ยขึ้นแล้วอุ้มฉันเข้าไปในห้องอาบน้ำ   แล้วก็ไม่ต้องถามนะว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น.... 

และกว่าจะได้อาบน้ำแล้วออกไปเรียนจริงๆก็ปาไปเกือบเที่ยงครึ่ง! ดีที่วันนี้ฉันกับมันมีเรียนบ่าย 

ไม่เคยคิดเลยว่าครามมันจะเยดุขนาดนี้!!! 

 

 

@มหาลัย  

 

ตึก ตึก ตึก 

เสียงฉันเดินใช้ไม้ค้ำเพื่อไปที่ตึกเรียนหลังลงจากรถ ฉันไม่ได้พูดหรือคุยกับครามเลยหลังจากเหตุการณ์ในห้องน้ำ 

ฉันไม่ได้หน้าหนาถึงขนาดที่จะไม่รู้สึกอะไร และยอมรับเลยว่าฉันยังใหม่กับเรื่องแบบนี้มาก... 

“เอม” ครามเรียกและดึงแขนฉันไว้ 

“....” ฉันไม่ตอบและพยายามเบือนหน้าหนีมัน 

“โกรธหรอ?” 

ครามถามออกมาเสียงอ่อย พลางทำให้ฉันรู้สึกผิด ฉันไม่ได้โกรธมันหรอก แต่มันอาย!!! 

ฉันส่ายหัวเพื่อให้ครามรู้ว่าฉันไม่ได้โกรธ แต่ก็ยังไม่กล้าหันกลับไปสบตามันอยู่ดี 

“กูขอโทษ..” 

ครามเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด เพราะมันคงคิดว่าฉันโกรธมันแน่ๆ ที่โน้มน้าวปนบังคับฉันให้เล่นบทรักอันร้อนแรงกับมันในห้องน้ำ 

แต่ก็บอกแล้วว่าฉันไม่ได้โกรธมันเรื่องนั้น ออกจะชอบ....  

แต่มันอายไง!! ขอเวลาทำใจหน่อยไม่ได้รึไงเล่า... 

“เห้ยยย!!!” 

ฉันร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะครามมันช้อนตัวฉันขึ้นในท่าเจ้าสาวอย่างไม่ให้ได้ตั้งตัว จนฉันต้องรีบตะโกนบอกมัน 

“กระโปรงกู!!!” วันนี้ฉันใส่ทรงเอแบบสั้นเหนือเข่ามา ตอนนี้มันไม่เปิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วหรอ!!! 

“เอ้ยยยลืม!!! โทษทีๆ”  

ครามพูดแล้ววางฉันลงก่อนจะเดินไปที่รถ ซึ่งฉันก็ได้แต่มองตามงงๆ ก่อนจะกระจ่างเมื่อเห็นมันเดินมาพร้อมกับเสื้อแขนยาวตัวนึง  

แล้วเดินเอาพันที่รอบเอวฉันให้บริเวณเสื้อปิดไปที่ด้านหลังของกระโปรง ก่อนที่มันจะหันหลังแล้วย่อตัวลงตรงหน้าฉัน 

“อะไร?” 

“ขึ้นมา” 

“ห๊ะ!!!” ฉันอุทานออกมาอย่างตกใจ นี่อย่าบอกนะว่ามันจะให้ฉันขี่หลัง... 

“เร็ว!!” ฉันมองไปรอบๆที่มีนักศึกษาเดินกันเต็มไปหมดอย่างชั่งใจ ถ้าฉันขี่หลังครามมันต้องกลายเป็นท็อปปิคเด็ดของวันนี้แน่ๆ 

ก็ครามนะตัวท็อปของวงถึงขั้นมีกลุ่มแม่ยกแฟนคลับเลยนะ…. 

“เร็ว” 

พรึบ 

พอเห็นมันเร่งเร้า ฉันจึงขั้นไปบนหลังมันแบบ งงๆ ก่อนจะรีบสวมกอดไปที่คอครามทันทีที่มันลุกขึ้น  

ฉันหันไปมองนักศึกษาที่มองมาที่เราอย่างรู้สึกทำตัวไม่ถูก เพราะทุกสายตาที่เราเดินผ่าน แทบจะมองตามฉันกับครามราวกลับเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ใจ... 

“แฟนคลับมึงจะไม่มาตบกูใช่ป่ะ?” ฉันก้มลงไปกระซิบถามที่ข้างหูครามเบาๆ 

“กลัว?”   

“เปล๊า!!” ฉันตอบออกมาเสียงสูงอย่างกลัวเสียฟอร์ม แต่ใจจริงๆก็ยอมรับเลยว่ากลัว เหอะๆ... 

“อยู่กับพี่ไม่ต้องกลัวนะน้อง^^” ครามพูดพร้อมกับใช้มือที่แบกฉันอยู่บีบไปที่ก้นฉันเบาๆ 

ป๊าบบ!!! 

“ไอ้ลามก” 

ฉันฟาดไปที่ไหล่ของครามอย่างแรงทันที ที่มันทำแบบนั้น ดีนะที่มีเสื้อแขนยาวบังไว้ ไม่งั้นได้อายกว่านี้แน่.... 

 

“ขออณุญาตครับ”  

เสียงครามเอ่ยขึ้นกับอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่ ในขณะที่แบกฉันอยู่บนหลัง ก่อนจะเดินเข้าไปส่งฉันที่โต๊ะเลคเชอร์ข้างๆผิงกับวินนี่ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาทั้งคลาส!!!! 

ตึ๊บ 

ครามวางฉันลงก่อนจะพยุงฉันไปนั่งที่เก้าอี้  

“เดี๋ยวไม้ค้ำเอามาวางไว้ให้หน้าห้องนะ เจอกันตอนเย็น^^”  

ครามยกมือขึ้นมาลูบศีรษะฉันเบาๆ แต่ฉันนี่มองไปรอบห้องอย่างเลิ่กลั่ก  จากนั้นครามก็เดินออกไปเพื่อไปเอาไม้ค้ำให้ฉันก่อนที่มันจะไปเรียน 

“อะไรยังไงคะชะนี ช่วงนี้ผัวดูรักดูหลง ไปลงของที่ไหนมา?” ครามเดินออกไปยังไม่ทันจะพ้นประตูดี เสียงแหลมหูของวินนี่ ก็กระซิบถามขึ้นด้วยความอยากรู้ 

“ลงทำไมก็ในเมื่อของมันมีอยู่แล้ว^^” 

ฉันหันไปพูดพร้อมเลิกคิ้วใส่มันอย่างกวนๆ  

“ว้ายยย แรงนะย๊ะ” 

“ของอะไรหรอคะ?” ผิงหันมาสบตาฉันพลางถามขึ้นด้วยสีหน้าสงสัย  

วินนี่จึงหันมามองฉันด้วยใบหน้ากลั้นขำเล็กน้อย พลางรอดูว่าฉันจะตอบยังไง 

“เอ่อ ไม่มีไรหรอก คือครามมันฝากซื้อของใช้น่ะ”  ฉันตอบออกไปแล้วเป่าปากอย่างโล่งอกที่แก้ตัวได้   

“อ่อค่ะ แล้วขาชะเอมหายเจ็บหรือยังคะ คือผิงขอโทษจริงๆนะคะชะเอม ผิงไม่ได้ตั้งใจ” ผิงพูดแล้วมองหน้าฉันด้วยแววตารู้สึกผิด พร้อมกับขอบตาที่เริ่มแดงขึ้น 

“เห้ย!! ไม่เป็นไรๆ แกอย่าคิดมาก” 

ฉันบอกออกไปเมื่อเห็นว่าเพื่อนรู้สึกเสียใจจริงๆ ถึงตอนแรกอยากจะด่ามันก็เถอะ แต่เพราะความเป็นห่วงฉันของมันมีมากกว่าที่จะมาโกรธ 

“เพราะผิง  ชะเอมเลยต้องมาลำบากแบบนี้ TT” เสียงผิงเริ่มสูดน้ำมูก พร้อมกับพูดออกมา ทำให้รู้ได้ทันทีว่ามันกำลังร้องไห้ 

“ฮึบ เดี๋ยวนี้นะยัยผิง เดี๋ยวก็โดนอาจารย์วากหรอก”  

ผิงเม้มปากแน่นพร้อมกับกลั้นสะอื้นทันทีที่วินนี่พูด  

เพื่อนฉันมันต่อมน้ำตาตื้นน่ะ.... 

“นี่ผิง ฉันไม่ได้เป็นอะไรเลย แค่ขาเจ็บนิดหน่อยเอง ซึ่งเดี๋ยวมันก็หาย ที่สำคัญฉันไม่ได้โกรธแกและไม่คิดโทษแกด้วย เลิกรู้สึกผิดได้แล้ว ”  

ฉันหันไปคุยกับผิงด้วยใบหน้าที่จริงจัง เพราะอยากให้มันเลิกโทษตัวเองและเอาแต่อยู่กับความรู้สึกผิดสักที  

ผิงน่ะมันเป็นคนอ่อนไหวง่ายแล้วมันก็กลัวการทำผิดที่สุด... 

“ขอบคุณ ฮึก นะคะชะเอม” ฉันดึงผิงมากอดอย่างปลอบประโลม แล้วลูบหลังมันเบาๆ  

 

 

“เหี้ยครามโทรหาไม่รับเลยนะมึง” เสียงบาสพูดออกมาทันทีที่ผมเดินเข้ามาในคลาส  

แต่คำพูดของมันทำให้ผมพึ่งนึกได้ว่าตอนนี้โทรศัพท์ไม่ได้อยู่กับผม... 

ผมลองใช้มือลูบไปตามกระเป๋ากางเกง และกระเป๋าเสื้อช็อป แต่ก็ไม่พบ 

“สงสัยกูลืมไว้ที่ห้อง” ผมตอบออกไปอย่างไม่คิดอะไร เพราะถ้าไม่ได้เอามาด้วย มันก็คงอยู่ที่ห้องนั่นแหละ 

ผมเลิกใส่ใจเรื่องมือถือ แล้วหันไปสนใจฟังที่อาจารย์พูด เพราะเข้ามาสาย 

“เห็นเขาพูดกันว่ามึงแบกสาวไปส่งที่ห้องเรียน สาวที่ว่านี่ไอ้เอมป่ะ?” 

บาสกระซิบถามผมเบาๆ ในขณะที่ผมกำลังจ้องไปที่กระดานแล้วฟังอาจารย์อย่างตั้งใจ 

“แล้วจะให้กูไปแบกใครล่ะ?” ผมพูดออกไปทั้งทีสายตายังโฟกัสไปที่กระดานหน้าห้อง 

“นี่ถือเป็นการเปิดตัวป่ะ? ทีเมื่อก่อนไม่เห็นจะสนใจ...” แต่สิ่งที่ไอ้บาสพูดมันกับกระตุกใจผมอย่างจัง จนก้อนความรู้สึกผิดจุกขึ้นมาที่อก พลางสมองก็ย้อนนึกไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมา... 

“....” ผมเงียบและไม่ได้ตอบไอ้บาสออกไป  

“แทงใจดำล่ะสิ..”  

“หุบปากไปดิเหี้ยบาส!” ผมเผลอตะคอกมันเสียงดัง จนอาจารย์หันมามอง พร้อมผายมือไปที่ประตู เป็นอันรู้กันว่า  

เชิญออก.... 

ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะก้มหัวอย่างขอโทษแล้วเดินออกจากห้องไป โดยที่ไอ้บาสมันก็เดินตามผมมาติดๆ 

“กูขอโทษ แค่กะว่าจะแซวเล่น...” เสียงไอ้บาสที่เดินตามหลังผมมาเอ่ยขึ้น 

“ช่างเหอะ ดีเหมือนกัน กูก็ขี้เกียจเรียนแล้ว”  

ผมพูดพร้อมหันไปยักคิ้วใส่ไอ้บาส อย่างยิ้มๆ เพื่อให้รู้ว่าผมไม่ได้ถือสา แต่เป็นตัวผมเองต่างหากที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้... 

“แล้วนี่มึงจะไปไหน?” 

“กูว่าจะไปห้องซ้อมว่ะ แล้วมึงล่ะ?” 

“กูจะกลับหอไปนอนว่ะ ง่วงเหี้ยๆ งั้นพรุ่งนี้เจอกันเพื่อน กูไปละ”  

“เออๆ เจอกัน” ผมตบไหล่มันเบาๆ ก่อนที่มันมันจะเดินไปอีกทาง แล้วผมก็ไปอีกทาง 

 

 

@ชมรมดนตรี 

ห้องซ้อม 

 

“อ้าวคราม ทำไมวันนี้มาเร็ววะ โดดหรอ?” เฮียเอกที่นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ในห้องซ้อมเงยหน้าขึ้นมาถามผมทันทีที่เห็นผมเปิดประตูเข้ามา 

“ครับ” ผมตอบออกไปแค่นั้นก่อนจะเดินไปที่กีตาร์ไฟฟ้าประจำตัว พร้อมกับหยิบผ้าที่อยู่ข้างๆขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดลูกรักของผม 

“วันนี้กูได้ยินเขาพูดกันว่ามึงแบกสาวขี่หลังไปส่งถึงห้องเรียนหรอวะ?”  

“ข่าวเร็วจังวะเฮีย” ผมวางกีตาร์ลงก่อนที่จะเดินไปนั่งลงข้างๆเฮียที่โซฟา 

“แฟน?”  

“ก็...เอ่อ ประมาณนั้นครับ” ผมตอบอย่างแบ่งรับแบ่งสู้  

“อ้าวไอ้นี่ แล้วก็ไม่บอกกู ปล่อยให้กูเชียร์กับน้องแพรอยู่ได้” พอได้ยินชื่อนี้ ภาพในรถเมื่อวานมันก็ฉายวาบเข้ามาในความทรงจำของผมทันที... 

“เฮียผมมีเรื่องอยากปรึกษาว่ะ..” ผมเอ่ยออกไปทันทีเพราะทนเก็บความวุ่นวายใจนี้ไม่ไหวแล้ว  

“ว่ามา..” 

“คนที่ใช่กับคนที่ผูกพัน เฮียว่าผมควรเลือกอะไร”  

“แล้วไอ้คนที่ใช่ของมึงมันมาในเวลาที่ถูกหรือเปล่าล่ะ?” 

ผมก้มหน้าลงแล้วส่ายหัวทันที  

“นี่อย่าบอกนะว่ามึงสร้างโลกไว้สองใบ?”  

“เห้ออ สับสนว่ะเฮีย” 

“ถ้าให้กูเดา น้องแพรกับสาวที่มึงไปส่งวันนี้?” ผมเงยหน้าขึ้นมองเฮีย ก่อนจะพยักหน้ารับ 

“เอาตรงๆนะเฮีย น้องแพรแมร่งสเปคผมทุกอย่างเลย  ผมแมร่งรู้สึกใจเต้น รู้สึกดีทุกครั้งเวลาอยู่กับน้อง แต่อีกคนมันบอกไม่ถูกว่ะเฮีย เพราะเราเริ่มจากการเป็นเพื่อนกัน จนตอนนี้ผมก็ยังแยกไม่ออกเลยว่าผมรู้สึกกับมันยังไง…” ผมพูดอย่างระบายความในใจที่เก็บไว้ออกไป    

“เพื่อนที่ว่านี่ คนที่กูเจอที่ร้านเหล้าวันนั้น?” 

“ครับ  ถ้าผมจะเก็บไว้ทั้งสองคนมันจะได้มั้ยวะเฮีย” 

“ก็เหี้ยละ  นี่ครามมึงฟังกูนะ ถ้ามึงทำแบบนั้นมึงจะไม่ได้เลยสักคน แล้วกับน้องแพรนี่นานหรือยัง?” 

“ไม่นาน แต่ผมแมร่งใจเต้นทุกครั้งเวลาอยู่กับน้องเลยเฮีย ผมไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครเลยนับตั้งแต่แฟนคนล่าสุด ผมเลยคิดว่าน้องแมร่งใช่” 

“แล้วกับอีกคนมึงเคยใจเต้นป่ะ?” 

“ไม่เลยเฮีย เนี่ยแหละผมเลยรู้สึกว่าผมคิดกับมันแค่เพื่อน แต่ว่าความสัมพันธ์ของเราตอนนี้มันเป็นแค่เพื่อนกันไม่ได้แล้วไงเฮีย” 

“กูว่านะครามมึงเลือกแพรไปเถอะ เพราะถ้ามึงเลือกแพรเขาอาจจะเจ็บแค่เลิกกับมึง แต่ถ้ามึงตัดสินใจดึงดันไปต่อแล้วเขามารู้ที่หลังว่ามึงแมร่งไม่เคยให้ใจ นั่นน่ะเจ็บเจียนตาย.... มึงก็เลือกเอาแล้วกัน เพราะไม่ว่าทางไหนแมร่งก็เจ็บอยู่ดี หรือไม่มึงก็หาทางพิสูจน์ความรู้สึกมึงที่มีต่อเขาซะ” 

ผมคิดตามคำพูดของเฮียเอกอย่างคิดไม่ตก เพราะถ้าให้ผมเลือกตอนนี้ ผมแมร่งเลือกไม่ได้หรอก... 

“ผมปล่อยชะเอมไปไม่ได้ว่ะเฮีย....”  

“งั้นมึงก็ตัดน้องแพรซะ” 

“แต่ผมก็ไม่อยากปล่อยให้คนที่ใช่หลุดมือไปว่ะเฮีย กว่าจะเจอแมร่งหลายปี...” 

“เอ้าไอ้นี่นิ นั่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้  นี่ถ้าไอ้หญิงมันรู้นะ มึงโดนยับแน่” 

“งั้นมึงก็ปล่อยชะเอมไปเถอะ”  

เสียงคุ้นหูของร่างบางที่เดินเข้ามาในห้องพูดขึ้น ทำให้ผมกับเฮียเอกหันควับไปมองทันที 

พี่หญิง... 

“ไอ้หญิง!! ครามมึงซวยแล้ว” 

เฮียเอกพูดพร้อมกับผลักผมให้ลุกขึ้นไปรับหน้า  

“เพราะดูแล้วเนี่ยมึงน่าจะชอบน้องแพร งั้นก็ไปเลิกกับชะเอมเหอะ ถ้าไม่กล้าบอกเดี๋ยวกูบอกให้” 

“เฮ้ยๆๆ อย่าพึ่งดิพี่ ก็บอกแล้วว่าผมแมร่งสับสน….” 

“มึงไม่ได้สับสนหรอกคราม แต่มึงกั๊ก!!!!  เพราะมึงได้ทั้งขึ้นทั้งร่อง แต่คนที่เจ็บที่สุดคือคนที่รักมึงแต่มึงไม่ได้รัก” 

“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าผมไม่รักมัน ผมแค่แยกไม่ออกว่าผมรักมันแบบไหน” 

“รักก็คือรักคราม ถ้ามึงรักเขามึงไม่มีวันทำให้เขาเสียใจ นี่มึงไม่  มึงคิดอยากจะสร้างโลกไว้สองใบแล้วเก็บอีกคนไว้เป็นตัวเลือก เพราะความโลเลของมึง” 

จึก 

คำพูดพี่หญิงฟาดลงมากลางใจผม จนอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกผิด   

ผมไม่ได้อยากเป็นต้นเหตุของความเสียใจของใคร  ผมก็แค่สับสน แต่ที่มันยากคือผมไม่ยอมเลือกใครซักคน... 

“แต่กูจะไม่ยุ่งหรอกนะ เพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว โตแล้วคิดเอง” 

พูดจบพี่หญิงก็เดินไปนั่งโซฟาอีกตัว พร้อมกับยกมือถือขึ้นมาเล่นไม่ได้สนใจผมอีก  

 

“พี่ครามคะ” แต่แล้วก็มีเสียงหวานใสเรียกชื่อผมขึ้นจากด้านหลัง พอหันไปมองก็เจอกับแพรที่ยืนยิ้มส่งมาให้ผมอยู่ 

แพรเดินเข้ามาหาผม กอดจะกอดแขนผมอย่างไม่สนสายตาของพี่หญิงและเฮียเอก 

“แพรตามหาตั้งนานแหนะ” 

“แพรปล่อยก่อน” ผมพยายามดึงมือแพรออก แต่ก็ไม่เป็นผล 

“ขอโทษค่ะ แพรไม่รู้ว่าพี่ไม่ชอบ...” แพรเอยขึ้นเสียงอ่อยพร้อมกับกำลังจะละมือออก แต่ผมกลับเป็นฝ่ายดึงมือแพรไว้แบบเดิม 

แค่เห็นแพรทำสีหน้าแบบนั้น ผมแมร่งก็ใจอ่อนแล้ว....  

“พี่ไม่ได้ไม่ชอบแต่ เราไม่ได้อยู่กันสองคน” 

แพรยิ้มเขินก่อนจะตีมาที่แขนผมเบาๆ 

“คนบ้า><” 

และพี่หญิงที่ได้ยินแบบนั้น ก็เงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยแววตานิ่งๆ ก่อนจะละความสนใจไป เฮียเอกเองก็มองไปทางอื่นอย่างไม่รู้ไม่ชี้ 

“แพรมาหาพี่มีอะไรหรือเปล่า?”  

“นี่พี่ครามลืมหรอคะ....แพรชนะแล้วได้เป็นนักร้องนำวงพี่นะ” 

“เอ่อ... โทษทีครับ พี่ยังชินว่าพี่หญิงเป็นอยู่น่ะ” 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ และที่แพรมาหาพี่เพราะแพรมีเรื่องจะบอกค่ะ^^” 

“อะไรหรอครับ?” 

“ไปกินข้าวกับแพรเย็นนี้ก่อนสิเดี๋ยวแพรบอก^^” แพรเขย่งเท้าขึ้นมาแล้วกระซิบลงที่ข้างหูผม 

ปึก  

“กูไปก่อนนะ” 

พี่หญิงหันไปบอกเฮียเอกก่อนจะกระแทกเท้าออกไป อย่างไม่สบอารมณ์ 

“แพรบอกพี่เลยไม่ได้หรอ?” 

“ถ้าแพรบอกพี่ๆต้องสัญญามาก่อนว่าจะไปกินข้าวกับแพร” แพรยกนิ้วก้อยขึ้นมาทันทีที่พูดจบ 

ผมชั่งใจอยู่ซักพักก่อนจะตอบออกไป 

“ได้ครับ” ผมยกนิ้วก้อยขึ้นไปเกี่ยวกับแพร เป็นการทำสัญญา 

“เมื่อวานพี่ครามลืมโทรศัพท์ไว้ที่รถแพรน่ะค่ะ”  

“หืมมม โทรศัพท์พี่?” 

“จำเรื่องเมื่อวานไม่ได้หรอคะ...ที่พี่เมา” แพรบอกออกมาทำให้ผมคิดไปถึงเครื่องดื่มที่ทำให้ผมขาดสติ แต่ผมไม่ได้รู้เลยว่ามันไม่ได้เกิดเพราะเครื่องดื่มพวกนั้น.... 

“คือพี่...พี่ขอโทษที่ทำแบบนั้นกับแพร” 

เฮียเอกที่มีท่าทีไม่สนใจ เบิกตาโพลงขึ้นทันทีที่ได้ยินผมพูดแบบนั้น 

“เอ่อ เฮียว่าเฮียไปดีกว่า” ว่าพร้อมลุกขึ้นแล้วเดินออกไป 

“ไม่เป็นไรค่ะ ก็พี่ครามเมานี่น่า..” แพรก้มหน้าลงแล้วพูดอย่างเขินๆ  

“แล้วตอนนี้โทรศัพท์พี่อยู่ไหนหรอ?” 

“อ๋อ นี่ค่ะ” แพรล้วงมือไปหยิบมือถือออกมาส่งให้ผม ผมรับมาก็พบว่ามันยังพอมีแบตเตอรรี่ เลยทำการส่งข้อความไปบอกชะเอมให้กลับก่อนเลย ทั้งที่ใจผมอยากไปหามัน แต่ผมก็รับปากแพรไปแล้ว... 

“งั้นเราไปกันเลยมั้ยคะ? วันนี้แพรให้พี่ครามเลือกร้าน^^” 

“ครับ” พูดจบผมกับแพรก็เดินออกจากห้องซ้อมก่อนจะแยกกันไปที่รถของตัวเองแล้วขับไปยังร้านที่ตกลงกันไว้ 

 

 

“นั่งหงอยเป็นหมาเลยนะคะชะนี ทำไมผัวไม่มารับหรอ?” วินนี่เอ่ยขึ้นหลังกลับจากไปซื้อน้ำ ก่อนจะนั่งลงข้างๆฉันที่โต๊ะยาวหน้าคณะ  

นี่มันมีตาวิเศษหรือเปล่า รู้ดีจริงๆ... 

“เออ ครามไลน์มาบอกให้กลับก่อนเพราะมีซ้อม” 

“แหมๆ ที่แต่ก่อนก็กลับเอง อย่ามาดึงดราม่าค่ะ ไปกลับ!!” 

“กลับไงอ่ะ?” 

วินนี่มองบนใส่ฉันก่อนจะมองไปที่ผิงที่นั่งกินขนมอยู่  

“วันนี้ที่บ้านยัยผิงเอารถมารับ เราก็ติดรถมันกลับไปพร้อมกันเนี่ยแหละ” 

“ใช่ค่ะชะเอม เดี๋ยวผิงให้ลุงชวนไปส่ง ไม่ต้องห่วงนะคะ” 

“แต่ฉันว่า เราไปหาไรกินกันก่อนดีกว่ามั้ย...” 

“เป็นความคิดที่ดีมากค่ะวินนี่ ผิงกำลังหิวพอดีเลย” 

“แล้วที่กินอยู่นั่นอะไรคะ ยัยชะนีกระเพาะยักษ์!” 

“แหะๆ นิดหน่อยเองค่ะ” ผิงตอบแล้วยิ้มแหยส่งมา 

“จ่ะ” วินนี่ตอบออกสั้นๆ ก็พอดีกับที่รถที่บ้านผิงจอดที่หน้าคณะ พวกเราทั้งสามคนจึงพากันเดินไปขึ้นรถทันที แต่ฉันอย่าเรียกว่าเดินเลย เพราะเพื่อแทบจะหามไปอยู่แล้ว 

 

@ร้านหมูกระทะใจเด็ด 

“คนเยอะมากเลยค่ะ” 

เราสามคนยืนอยู่หน้าร้านหมูกระทะ พลางมองหาที่นั่งไปด้วย เพราะพนักงานเดินวุ่นกันจนไม่ได้มาต้อนรับ 

“นั่นไง ฉันเห็นโต๊ะว่างแล้ว” 

วินนี่ชี้ไปที่โต๊ะว่างก่อนที่มันกับผิงจะกึ่งพยุงกึ่งหามฉันไปที่โต๊ะอย่างทุรักทุเร แต่เพื่อของแดกบอกเลยว่า สู้!!! 

 

‘รับอะไรดีคะ’ 

เสียงพนักงานที่เดินมารับออร์เดอร์ถามขึ้น  

“เอาสันคอสไลด์ 10 เบคอน 10 หมูนุ่ม 10....” 

“เดี๋ยวๆยัยหนูผี แกสั่งกะกินเอาตายหรอย๊ะ” วินนี่ขัดผิงขึ้นในตอนที่กำลังสั่งอาหาร แต่รอบนี้ฉันเห็นด้วยกับมัน เพราะดูจากที่ผิงสั่งแล้ว ถ้ากินหมดอาจจะจบที่โรงพยาบาล.... 

“วินนี่อะ งั้นเปลี่ยนเป็นอย่างละ 5นะคะ” ผิงหันไปบอกพนักงานอย่างเสียดายนิดๆ 

“นีเอมๆ”  

วินนี่สะกิดแขนเรียกฉันที่กำลังรินน้ำอยู่  

“หืมมมม” 

“นั่นมันคนในวงผัวมึงป่ะ?” ฉันหันไปตามมือที่ชี้อยู่ของวินนี่ ก่อนจะพบกับเพื่อนๆพี่ๆในวงของคราม 

แล้วครามไปไหน? 

“แล้วผัวมึงล่ะ” วินนี่พูดพร้อมชะโงกหน้ามองหาคราม พลอยทำให้ฉันต้องทำตามไปด้วย 

“อาจจะไปเข้าห้องน้ำหรือไม่ก็กลับไปแล้ว” ฉันพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ ว่าทำไมถึงไม่เจอมัน 

“ลองไลน์ถามดิ” 

“มันจะไม่ดูจุ่นจ้านเกินไปหรอวะ?” 

“เอาน่า ลองดูๆ” 

ฉันหยิบมือถือออกมา ก่อนจะลองส่งข้อความไปหาครามว่ามันอยู่ที่ไหน 

 

ชะเอม : ครามมึงอยู่ไหนอะ? 

คราม : ทำไมวะ? 

ชะเอม : เปล่าแค่ถามดู 

คราม : กูซ้อมดนตรีกับวงอยู่ เดี๋ยวก็กลับแล้ว 

พอเห็นข้อความล่าสุดที่ครามส่ง มือฉันมันก็สั่น พร้อมกับใจที่กระตุกถี่แรงขึ้น หัวตาเริ่มร้อมผ่าว  

ครามโกหก... 

“นีเอม เป็นอะไรเนี่ย นิ่งซะ” วินนี่ที่เห็นฉันนั่งนิ่งจ้องมือถือไม่ไหวติง ก็เรียกขึ้นอย่างเป็นห่วง 

“มันโกหกกู...” ฉันพูดออกไปอย่างเลื่อนลอย พร้อมกับเสียงข้อมความที่ดังขึ้นอีกหลายต่อหลายครั้งจากคราม  

เพราะมันคงเห็นว่าฉันอ่านแล้วไม่ตอบ… 

“เดี๋ยวๆใจเย็นนะ..” 

“กูกลับก่อนนะ” ฉันพูดพร้อมคว้าไม้ค้ำแล้วจะเดินออกไป 

“เดี๋ยวพวกกูไปส่ง” 

“ไม่ต้องหรอก คอนโดกูอยู่แค่นี้เอง กินกันไปเถอะ กูไม่อยากให้เสียบรรยากาศ แล้วผิงมันก็หิวด้วย กูโอเคไม่ต้องห่วง^^” 

ฉันยิ้มทั้งที่ในใจมันปวดหน่วงพร้อมด้วยคำถามที่เกิดขึ้นในหัวซ้ำๆ ว่ามันโกหกฉันทำไม? แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน? 

 

ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง 

เสียงข้อความยังรัวมาไม่หยุดแต่ฉันก็ไม่คิดจะเปิดอ่าน เพราะไม่อยากรับรู้ว่ามันจะพูดอะไร เดี๋ยวถ้ามันกลับมายังไงก็ต้องได้คุยกัน... 

 

“ตัวเล็ก”  เสียงเรียกอันคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ในตอนที่กำลังจะเดินกลับคอนโด พร้อมสรรพนามเรียกแทนตัวฉัน ที่มีแค่คนๆเดียวเท่านั้นที่เรียกฉันแบบนี้ ทำให้ฉันหันควับไปมองทันที ด้วยรอยยิ้ม 

“เฮียโน่!!!!!^^”   

 

 

บอกได้คำเดียวว่าต้มน้ำรอเลยจ้าาาาา 55555 

ฝากคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ ^^ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น