คามิเลียสีชมพู
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ขากับหาง

คำค้น : เงือก yaoi ชายชาย ทะเลสาป ฝน ร้านขายของเก่า หมาป่า เมฆา ธารา รัก คนกับเงือก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 151

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2562 01:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ขากับหาง
แบบอักษร

ขากับหาง 

 

 

รถแลนด์โรเวอร์คันเดิมขับกลับเข้ามาจอดที่โรงจอดรถของบ้าน กว่าจะมีถึงที่นี่ก็ปาเข้าไปเที่ยงคืนกว่าแล้ว เพราะเรื่องวุ่นๆ ที่เกิดขึ้นทำให้วันนี้ปิดท้ายวันได้อย่างยากลำบาก แต่สำหรับเมฆาแล้วมันอาจจะเป็นเรื่องดีก็เป็นได้ เพราะหากคุณหญิงอารีคนนั้นไม่โวยวายขึ้นมา เขาอาจจะต้องทนอยู่กับอารีญานานขึ้นก็เป็นได้… 

เมฆาเปิดประตูลงมาด้วยความเหนื่อยอ่อนพร้อมกับถอนหายใจ ตลอดการเดินทางที่ยาวนานเขาแทบไม่ได้หยุดพักเลย ในหัวสมองมันเอาแต่คิดเรื่องอะไรมากมายที่เข้ามาในวันนี้ และไหนจะต้องตัดสินใจเรื่องงานประชุมของอาทิตย์หน้าอีก แทบไม่อยากคิดที่จะเดินทางโดยรถอีกเลย แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าหากใช้เป็นเฮลิคอปเตอร์ จะดีมั้ย? แต่ก็คงเป็นเพียงแค่ความคิดเท่านั้น 

“กลับมาแล้วเหรอคะ นมเป็นห่วงแทบแย่ ทำไมกลับดึกขนาดนี้” 

เสียงแรกที่เขาได้ยินคือเสียงของนมสร คนที่อดตาหลับขับตานอนนั่งรอสองหนุ่มกลับมาที่บ้าน ในห้องรับแขกเองมีเด็กชายตัวเล็กนอนขดอยู่ที่โซฟาหวาย ก็เด็กน้อยยืนยันว่าจะมานั่งรอเป็นเพื่อนนมสร แต่ก็กลับทนง่วงไม่ไหวนอนหลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้ว 

“จริงๆ ถ้ามันดึกมาก พักในเมืองก่อนก็ได้นี่คะ” 

หญิงแก่ยังคงบ่นต่อไปไม่หยุด เมฆาก็ทำได้แค่หัวเราะกลบเกลื่อนไปเท่านั้น แต่คนที่ดูมีผลกระทบมากที่สุดเห็นจะเป็นเบญจมินทร์ เพราะเขาต้องขับรถไปกลับกว่า 10 ชั่วโมง ความปวดเมื่อยก็เหมือนจะรุมเร้า ชายผมบลอนด์ร่างใหญ่ยืนบิดขี้เกียจตั้งแต่ลงจากรถแล้ว แถมยังบ่นอุบอิบเรื่องนายเขาที่ไม่ยอมพักที่ในตัวเมืองก่อนหนึ่งคืน เลือกที่จะให้เขาขับรถเทียวไปเที่ยวมาแบบนี้ 

“ผมก็ถามแล้วนะครับแม่นม นายก็ยังยืนยันจะกลับมาให้ได้ ไม่สงสารผมเลยสักนิด” 

“โถพ่อคุณ” 

นมสรเดินเข้าไปหาพร้อมกับผ้าเย็นที่นมทำไว้ให้ มือใหญ่ขยับรับมาเช็ดหน้าเช็ดตา นมสรเตรียมน้ำเย็นผสมเลมอนและเปปเปอร์มินต์ไว้ให้ ทั้งสองคนรับมาดื่มช้าๆ มันทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก เบญจมินทร์เดินมาทิ้งตัวลงที่โซฟาหวายตัวเล็กนัยน์ตาคมที่ค่อนข้างเหนื่อยล้าเหลือบมองไปยังคนตัวเล็กที่นอนอยู่ตรงโซฟาหวายสีอ่อน 

“หลับไปตั้งแต่หัวค่ำแล้วค่ะรายนี้” 

นมสรเดินเข้ามายืนมองน้องนนที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ คืนนี้แกคงจะปล่อยให้นนนอนอยู่ที่นี่ไปก่อน อาจจะต้องหาผ้าห่มสักผืน เพราะลำพังตัวแกก็คงอุ้มน้องนนไปไม่ไหวแล้ว ครั้นจะให้ปลุกก็คงจะงอแงไม่ยอมตื่นเช่นเคย 

“ให้นอนห้องผมก็ได้นะครับ” 

เบญจมินทร์เสมอ ก่อนจะลุกขึ้นมายืนมองหน้าเด็กที่นอนหลับไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง 

“จะดีเหรอคะ ขืนปลุกคงงอแงแน่ๆ” 

นมสรแอบรู้สึกเป็นห่วง ก็เกรงใจว่าเบญจมินทร์ขับรถมาเหนื่อยๆ น่าจะได้นอนหลับสบายๆ มากกว่า แต่เบญจมินทร์เองก็ยังคงยืนกราน ร่างใหญ่เดินเข้ามาช้อนร่างเล็กนั้นขึ้นอย่างง่ายดาย เพราะถึงแม้น้องนนจะเรียน ม.ต้น แล้วและกำลังจะขึ้น ม.ปลายแล้วก็ตาม แต่ตัวของเขาก็เล็กจิ๋วเหมือนเด็กประถม 

“เด็กคนนี้นี่ ทำไมถึงได้หลับลึกแบบนี้นะ?” 

นมสรพูดถึงน้องนนด้วยความเอ็นดู ก่อนจะปล่อยให้เบญจมินทร์พาน้องเข้าไปนอนในห้องของเขา 

“นายน้อยคงจะเหนื่อยมากสินะคะ กลับมาถึงก็เข้าห้องไปเลย” 

นมสรพูดขึ้นระหว่างที่แกกำลังเก็บแก้วเปล่าและผ้าเย็นเช็ดหน้าที่ถูกใช้แล้ว 

“น่าจะอย่างนั้นนะครับ ฝันดีนะครับแม่นม” ประตูห้องนอนของเบญจมินทร์ถูกปิดลง… 

“ฝันดีค่ะคุณเบญจมินทร์” 

ส่วนเจ้าของบ้านหนุ่มที่เดินนำเข้าไปในห้องนอนของตัวเองก่อนหน้านี้ สิ่งแรกที่เขาทำก็คือเปิดไฟและโยนของทุกอย่างในกระเป๋าไว้ที่เตียง นั่นรวมไปถึงโทรศัพท์เครื่องใหม่ของเขาด้วย ก่อนจะมุ่งหน้าออกไปยังระเบียงไม้ด้านนอกทันที เมฆาต้องจำไว้ในใจเสมอว่า เขาจะต้องไม่กระโจนลงไปในน้ำพร้อมกับมือถือในกระเป๋ากางเกงอีกเด็ดขาด… 

 

 

 

“ธารา” 

คำแรกที่เขาเอ่ยออกมาคือชื่อของเงือกหนุ่ม ร่างสีซีดเจ้าของหางยาวว่ายเข้ามาหาช้าๆ อย่างคนที่รอคอยอยู่แล้ว นั่นทำให้เมฆารู้สึกโล่งใจเหลือเกิน ก็ร่างใหญ่นั้นแอบคิดเป็นห่วงอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา ว่าจะไปทำอะไรให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายอีกหรือเปล่า 

“กลับมาแล้วหรือครับ” 

ธาราเอ่ยทักทายด้วยเสียงนุ่มรื่นหู ก่อนจะว่ายน้ำเข้ามาชิดกับกระไดของชานไม้ที่ทอดลงไปในทะเลสาบพร้อมกับยันตัวเองขึ้นเหนือผิวน้ำ เมฆาเดินเข้ามาหาและคุกเข่าลง มือหนาขยับเชิดใบหน้าสวยเข้ามาใกล้เขา และประกบริมฝีปากบางกับรอยยิ้มหวานตรงหน้า ขยับจูบริมฝีปากนุ่มสีชมพู ลิ้มรสหวานจากมันอย่างโหยหา ลิ้นอุ่นๆ ตวัดตอดรัดกันอยู่ในโพรงปากเล็กของธารา เมฆาดื่มด่ำกับมันอยู่นานจนพอใจแล้วจึงผละออก… 

“กลับมาแล้ว” 

เสียงทุ้มตอบอย่างแผ่วเบา ร่างเล็กที่ร่างกายเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาหลังจากผ่านพ้นกับจุมพิตรักที่แสนอบอุ่นเมื่อครู่ แม้จะแช่อยู่ในน้ำที่เย็นเฉียบก็ตาม 

“กลับดึกจังครับ” 

ร่างเล็กเอ่ยถาม เพราะไม่รู้ว่าระยะทางจากตัวเมืองถึงที่นี่มันไกลแค่ไหน รู้ก็เพียงแต่ว่ามันนานเหลือเกิน 

“คิดถึงเหรอ?” เมฆาเย้า เงือกหนุ่มสะดุ้งกับคำถาม ก่อนจะเผลออมยิ้มเล็กอย่างเขินอายกับคำที่จะตอบออกไป 

“....มากเชียวครับ” เจ้าของเรือนหางตอบไม่เต็มประโยค แต่ใบหน้าออกสี แถมยังเฉไปมองทางอื่น ไม่กล้าสบแววตาเว้าวอนของฝ่ายตรงข้ามที่ตั้งน่าตั้งตารอคำตอบนั้นจากปากของเขา แต่ถึงอย่างนั้นเมฆาก็เผลอหลุดยิ้มพอใจออกมา พร้อมกับส่ายหน้าให้กับคำตอบ 

“หายคิดถึงแล้วครับ” 

ธาราตอบเมื่อเขาเหลือบกลับมาและพบว่าแววตาสองข้างของอีกฝ่ายมันเป็นประกายเล็กๆ แววตาฉ่ำไปด้วยความพอใจ ที่ได้อยู่กับคนที่เขารัก ช่างน่าหมั่นไส้จริงๆ 

“ไหงอย่างงั้นหละ?” เมฆาครวญ “แต่ฉันยังไม่หายคิดถึงเธอนี่” ชายผมดำเอ่ยออกไปตามตรง ก่อนจะยื่นมือใหญ่ให้อีกฝ่ายคว้าไว้ ธารามองฝ่ามือหนานั้นและไม่ลังเลที่จะคว้ามันตอบ รั้งตัวเองขึ้นพร้อมกับมืออีกข้างของเมฆาที่คอยประคองอุ้มเงือกหนุ่มขึ้นช้าๆ อย่างระวัง หางยาวที่โผล่ขึ้นจากน้ำเกร็งเข้ามารั้งกับตัวของชายหนุ่มไว้แน่น เพราะกลัวว่าตัวเองจะตกลงไปกระแทกกับพื้นเสีย เมฆายิ้มขำน้อยๆ ก่อนจะพาอีกเงือกหนุ่มเข้าไปยังห้องนอนของเขาเช่นคืนก่อน สองขาก้าวยาวๆ ไปยังห้องน้ำส่วนตัวและปล่อยร่างเล็กนั้นลงในอ่างอาบน้ำที่ยังเป็นตัวเดิมอยู่ แน่หละ เพิ่งจะสั่งตัวใหม่ไป คงไม่เปลี่ยนรวดเร็วขนาดนั้น 

“น่าเสียดายที่อ่างแคบไปนิด” 

เมฆาเอ่ยขึ้นอย่างเสียดาย ไม่เช่นนั้นเขาคงลงไปนอนแช่กับอีกฝ่ายในอ่างน้ำแล้ว เงือกหนุ่มนอนรอขณะที่เมฆาเอื้อมมือไปเปิดน้ำอุ่นเพื่อเติมลงในอ่าง ธารามองอย่างสงสัยเพราะไม่เคยเห็นอุปกรณ์แปลกตานี้มาก่อน 

“อุ่นจังครับ” 

ธาราบอกพลางทิ้งตัวนอนแผ่จมลงไปในน้ำใสสะอาด ริมฝีปากเล็กขยับยิ้มอย่างพอใจ เพราะน้ำในทะเลสาบนั้นเย็นเฉียบ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นปัญหากับธารามาก แต่น้ำอุ่นๆ ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้มากกว่า ดวงตากลมลืมขึ้นใต้น้ำ มองเห็นใบหน้าคมของเมฆาที่เหมือนริมฝีปากขยับพูดอะไรบางอย่าง เขาจึงลุกขึ้นมานั่งเช่นเดิม 

“นี่กะจะนอนแช่แบบนี้ตลอดเลยอย่างงั้นเหรอ?” เมฆาพูดหยอก 

“ไม่ได้เหรอครับ? ” ธาราถามต่ออย่างจริงจัง 

“ไม่ได้” คำตอบสั้นๆ ของเมฆาทำเอาธาราเลิกคิ้วมอง “ฉันไม่อยากนอนบนเตียงคนเดียว” เมฆาพูดต่อ ทำเอาใบหน้าเรียวของธาราออกสี ก่อนจะพลิกตัวให้ตัวเองหันไปมองทางอื่น คร้านจะมองหน้าผู้ชายปากหวาน เอาแต่ใจตรงหน้าแล้ว ถึงอย่างนั้นก็แอบยิ้มอยู่คนเดียว 

เมฆาส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะหันไปจัดการตัวเองต่อ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายเองก็คงไม่ได้จำเป็นจะต้องใช้พวกสบู่หรือแชมพูอะไรมาก จึงรีบๆ จัดการตัวเองให้เสร็จและปล่อยให้เจ้าของหางสวยนั้นนอนเล่นน้ำในอ่างน้ำไป ก็คงพอจะชะพวกน้ำในทะเลสาบออกไปได้อยู่ และกว่าจะจัดการอะไรเสร็จ รวมไปถึงเป่าผมให้เงือกหนุ่มจนแห้งสนิท ก็ปาเข้าไปเสียดึกดื่นแล้ว… 

 

 

 

เวลา 01.58 น. 

เงือกหนุ่มนอนตีหางอยู่บนเตียงนุ่ม ผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำหมาดๆ พาดอยู่ที่ปลายหางที่โบกขึ้นลงช้าๆ เมฆานั่งพิงหมอนใหญ่ที่พาดไว้บริเวณหัวเตียง มองร่างเล็กนอนเล่นปอยผมของตัวเองที่มันแห้งสนิท มือใหญ่ของเมฆาถือโทรศัพท์เครื่องใหม่ไว้ในมือ พลางกดเลื่อนเพื่อตั้งค่าต่างๆ ให้เหมือนกับเครื่องเก่าของเขา… 

“อะไรหรือครับ? เห็นคุณถูเล่นอยู่นานแล้ว” ธาราเอ่ยถาม 

“? ออ นี่น่ะ เขาเรียก โทรศัพท์มือถือ” เมฆาชูโทรศัพท์เครื่องที่ถืออยู่ให้กับธารา ดวงตากลมโตมองมันอย่างเป็นประกาย เพราะแสงเรืองที่ส่องสว่างมาจากหน้าจอสี่เหลี่ยมนั้น มันนำสายตาเหลือเกิน มือเรียวลองขยับเลื่อนไปแตะมันเบาๆ ที่ด้านข้าง แน่นอนว่ามันก็คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก ถ้ากดไปตรงสันของเครื่อง 

“มัน...น่าสนใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” ธาราที่ไม่เคยเห็นมันมาก่อนเลิกคิ้ว 

“อ่า...จะว่ายังไงดี… มันมีประโยชน์หลายอย่าง เอาไว้ฉันจะสอนเธอดีมั้ย?” เมฆาอธิบายและเสนอตัวช่วย หากมองตามมุมของเมฆาแล้ว มันอาจเป็นตัวช่วยที่ดีก็ได้ เพราะหากธาราสามารถใช้ของพวกนี้เป็น ในช่วงที่เขาไม่อยู่ ก็สามารถโทรฯ มาหา และมิหนำซ้ำยังสามารถพูดคุยกันแบบเห็นหน้าเห็นตาได้ด้วย... แต่ธารากลับส่ายหน้าปฏิเสธ เขาไม่คุ้นชินกับของแปลกหน้านี้ และคงไม่อยากจะสนใจมันอีกด้วย 

“ทำไมหละ?” เมฆาเลิกคิ้ว 

“...” ธาราทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพลิกตัวออกห่างอีกฝ่าย ผ้าที่พาดอยู่ตรงปลายหางเรียวนั้นตกผลุบลงไปกองกับพื้นห้อง 

“เพราะคุณชอบมองไปที่มัน มากกว่าจะมองมาที่ผม...กระมังครับ” ธาราซุกหน้าลงไปกับหมอนใบนุ่ม เผื่อมันจะช่วยปิดบังใบหน้าหวานที่ออกสี และร้อนผ่าวของเขาได้ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องพูดประโยคอะไรแบบนี้ หรือแม้กระทั่งจะต้องมารู้สึกกระอักกระอ่วนแบบนี้ เมฆาเองที่พอได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบตอบกลับมา เขาจึงเก็บโทรศัพท์มือถือนั้นลงในทันที มันเป็นเรื่องจริงที่เขาบ้างานจนเรียกว่าขาดพวกเครื่องมือติดต่อนี้ไม่ได้ แต่มันก็คงไม่ใช่ความผิดของธาราที่เขาจะรู้สึกแบบนั้น เพราะเมฆาเองเป็นคนพาอีกฝ่ายเข้ามา 

“ขอโทษที” โทรศัพท์มือถือถูกย้ายไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนที่เขาจะขยับหมอนที่อิงอยู่ให้นอนลง ร่างใหญ่ถดลงมานอนในระนาบเดียวกัน แขนใหญ่ชันขึ้นเท้าคาง หันข้างมองเงือกหนุ่มที่มัวแต่ซุกหน้าลงกับหมอนใบใหญ่ 

“เดี๋ยวก็หายใจไม่ออกหรอก” เมฆาเย้า ร่างเล็กเองขยับแง้มหมอนลงมาเล็กน้อย ดวงตากลมสีน้ำตาลอ่อนลอบมองกลับมาสบตาคมดำเข้มของเจ้าของบ้าน 

“ไม่เป็นไรครับ ผมหายใจเข้าได้อยู่” ธาราตอบกลับมาเหมือนยียวน หากแต่เป็นประโยคที่จริงใจเอามากๆ เชียว เมธาถึงกลับพ่นหัวเราะออกมา ถึงอย่างนั้นร่างเล็กกลับเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย เมื่อเจ้าของบ้านพอจะตั้งสติได้เขาจึงเอ่ยถามเรื่องที่คิดอยู่ 

“จะว่าไป หางของเธอจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย?” เมฆามองปลายหางอย่างเป็นห่วง เพราะมันเป็นหางของปลา เพราะฉะนั้นมันอาจจะมีปัญหา หากว่าไม่โดนน้ำนานเกินไป 

“อ๋อ...” ธาราเอ่ยขึ้นอย่างนึกขึ้นได้ ก่อนปลายหางเรียวสวยนั้นจะค่อยๆ เปลี่ยนไป เมฆาตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า เมื่อเกล็ดสีหวานผลุบหายเข้าไปในเนื้อหนังสีซีด ปลายหางยาวหดเข้าหาเรียวหางด้านบน ก่อนมันจะแยกออกและกลับกลายเป็นเรียวขาสีขาวซีด… เงือกหนุ่มที่ตอนนี้เขากลับมีขาขึ้นมาเหมือนเช่นมนุษย์อย่างเมฆาขยับดึงผ้าห่มขึ้นมากอดไว้กลางตัว เพื่อปิดบังสิ่งเดียวที่มันไม่ได้เปลี่ยนไปเหมือนกับของมนุษย์ชายทุกคน ใบหน้าแดงขึ้นอย่างชัดเจน ร่างเล็กกอดผ้าห่มตัวกลมอยู่ไม่ยอมปล่อยเสียที 

 

“อย่ามองอย่างงั้นสิครับ” ธาราปราม 

“ไม่ยักรู้ว่าเปลี่ยนให้มีขาได้” 

“...ก็ไม่บ่อยหรอกครับ เพราะผมชอบว่ายน้ำมากกว่า” ปลายเท้าเล็กๆ ขยับกระดุกกระดิกอย่างไม่เคยชิน นิ้วเรียวของธาราเอื้อมไปสัมผัสปลายเท้าของตัวเองอย่างเบามือ… 

“ฝืนใจรึเปล่า? ” เสียงของเมฆาสุขุมขึ้น เพราะห่วงว่าอีกคนจะไม่ได้เต็มใจที่จะทำแบบนี้ แต่ธารากลับส่ายหน้า… 

 

“ไม่หรอกครับ... เพราะมันทำให้ผมอยู่กับคุณได้นานขึ้น”  

ชายผมยาวยิ้มบาง ดวงตากลมเป็นประกายจริงใจ เพราะตกลงสู่ห่วงแห่งความรักอย่างไม่มีทางจะถอนตัวได้แล้ว... 

 

 

---------------------------------------------------- 

แอบเรารูปของเมฆาและเบญจมินทร์มาแปะให้ดูนะคะ 

หวังว่านิยายเรื่องนี้อาจมีโอกาสได้ทำเป้นรูปเล่ม สาธุๆ 

ชอบก็กดไลท์กดแชร์ หรือคอมเม้นทร์เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น