Jannyne

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 มารยาของผู้ชายชื่อธีม

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 มารยาของผู้ชายชื่อธีม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 452

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2562 00:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 มารยาของผู้ชายชื่อธีม
แบบอักษร

My brother น้อง-บำ-เรอ

 

ตอนที่ 11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ปะ...เป็นพี่น้องกันนะ ” พู่กันรีบพูดขัด เพราะกังวลในสิ่งที่ธีมกำลังจะพูด

 

“ พี่น้อง ? ” นัทถามย้ำ

 

“ หึ ก็ตามที่น้องพู่กันว่านั้นแหละ เราเป็น พี่น้อง กันนะ ” ธีมตอบย้ำด้วยรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์มองไปทางร่างโปร่ง พู่กันมองธีมตาเขียว เพราะรู้ว่าร่างแกร่งต้องการหาเรื่องกวนประสาทตน

 

“ ไอ้พู่กัน มึงไปมีพี่ชายตอนไหนวะ แถมเป็นพี่ธีมอีก ครั้งก่อนยัง กั....ด..เอ่อ ทะเลาะกันอยู่เลย ” นัทถามต่ออย่างข้องใจ

 

“ เห้อ ไอธีมมันเป็นลูกลุงมานพ ทีนี้มึงเข้าใจยัง ” พู่กันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะตอบนัท ซึ่งทำให้นัทเข้าใจได้ง่าย เพราทั้งนัทและโซนต่างรู้เรื่องที่แม่พู่กันแต่งงานใหม่กับนักธุรกิจใหญ่อย่างมานพ

 

“ โลกกลมชิบหาย ” นัทพูดพึมพำกับตนเอง

 

“ งั้นพี่ธีมก็มีศักดิ์เป็นพี่ชายของพู่กันนะสิ ” โซนที่เงียบอยู่นาน ถามพู่กันอย่างยิ้มๆ

 

“ เออ ก็ตามนั้นแหละ ” พู่กันกลั้นใจตอบออกไป

 

“ จะกลับบ้านเลยไหม ” ธีมหันไปถามพู่กันด้วยเสียงปกติ

 

/“ ถามอย่างกับกูมีทางเลือก ”\ พู่กันบ่นพึมพำกับตนเองอย่างฉุนๆ แต่ก็ไม่ได้เบามานักจึงทำให้ธีมได้ยินชัดเจน

 

“ งั้นพี่พาน้องพู่กันกลับก่อนนะ ” ธีมหันไปพูดลานัทกับโซนที่ยังคงทำสีหน้ามึนงง

 

“ อะ เอ่อ ครับๆ กลับดีๆนะพี่ ” นัทพูดลารุ่นพี่อย่างติดขัด ก่อนจะพาโซนเดินออกไป

 

 

ธีมขับรถออกมาจากมหาลัยได้สักพัก โดยมีพู่กันนั่งอยู่ฝั่งข้างคนขับ ทั้งรถปกคลุมไปด้วยความเงียบ ไม่มีบทสนทนาระหว่างชายทั้งสองจนน่าอึดอัด จนกระทั้งมีเสียงโทรศัพท์ของพู่กันดังขึ้น เมื่อหยิบขึ้นมา ร่างโปร่งถึงกับยิ้มออก เมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า

-ฟ้าแฟนพู่-

 

“ ว่าไงค่าบบบบบ ” พู่กันตอบรับเสียงหวาน ธีมได้ยินก็ชายตามองไปทางร่างโปร่งแวบนึง ก่อนจะหันกลับไปมองถนนเหมือนเดิม

 

(“ ไม่ต้องมาทำเสียงหวาน หายไปไหนตั้งหลายวันไม่โทรหาฟ้าเลย ”) หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆแฟนหนุ่ม

 

“ โอ๋ๆไม่งอนนะครับ ก็พู่เห็นว่าฟ้าอยู่บ้านช่วยงานป๋านิครับ เลยไม่อยากโทรไปกวน ” พู่กันตอบกลับหญิงสาวถึงแม้นั่นจะเป็นความจริงส่วนหนึ่ง แต่อีกเหตุผลที่ตนไม่ได้โทรหาแฟนสาว เพราะมัวแต่อยู่ที่คอนโดร่างแกร่งจนไม่มีเวลาจับโทรศัพท์

 

“ อยู่บ้านงั้นเหรอ หึ ” ธีมที่นั่งเงียบอยู่นาน พูดลอยๆออกมาอย่างเหยียดๆ ก่อนหัวเราะในลำคอ ร่างโปร่งจึงหันไปมองค้อน

 

(“ นั้นเสียงใครคะพู่ ”) ฟ้าถาม

 

“ อ่า เอ่อ เสียงเพื่อนพู่นะ มันจะไปส่งพู่ที่บ้าน ” พู่กันตอบกลับก่อนจะหันไปมองร่างแกร่งตาเขียวที่นั่งขับรถอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน

 

(“ นัทเหรอ หรือว่าโซน ”) ฟ้าถามต่อ

 

“ อะ..ไอนัทนะ เอ่อ ฟ้าแค่นี้ก่อนนะครับ พอดีแบตโทรศัพท์พู่จะหมดนะ ไว้ถึงบ้านพู่โทรกลับนะ ” พู่กันรีบพูดตัดบทเพราะตนไม่อยากโกหกแฟนสาวไปมากกว่านี้

 

(“ ก็ได้ค่ะ งั้นฟ้าวางก่อนนะ รักพู่นะ ”) ฟ้าตอบกลับเสียงหงอยๆ

 

“ ครับบบ พู่ก็รักฟ้านะ ” พู่กันตอบกลับไปอย่างยิ้มๆ ก่อนปลายสายจะวางไป

 

“ หวานกันเหลือเกินนะ ” ธีมพูดเหน็บแนมพู่กันเมื่อเห็นว่าวางสายจากแฟนสาวแล้ว

 

“ แน่นอนสิ คนเป็นแฟนกัน หวานกันก็ปกติ คนไม่มีแฟนอย่างมึงไม่เข้าใจหรอก ” พู่กันตอบอย่างเย้ยๆ

 

“ มึงรู้ได้ไงว่ากูไม่มี ” ธีมถามกลับเสียงเรียบ

เมื่อได้ยินคำถามของธีม ร่างโปร่งถึงกับใจกระตุกแปลกๆ

 

“ มึงจะมีหรือไม่มีก็เรื่องของมึง ” พู่กันตอบกลับไป ก่อนจะหันออกไปมองถนนฝั่งตนเอง โดยไม่หันกลับมาสนใจชายร่างแกร่งอีก

 

ใช้เวลาไม่นานธีมก็พาพู่กันมาถึงบ้านของตนเอง เมื่อชายทั้งสองเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกัน จึงทำให้เหล่าแม่บ้านสาวใช้มองกันเป็นตาเดียวด้วยความแปลกใจ

 

“ พู่กันกลับมาแล้วเหรอลูก อะ..อ้าวคุณธีม ” วิภาเดินลงมาจากชั้นบนเมื่อเห็นลูกชายจึงทักทาย ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นธีมที่เดินเข้ามาพร้อมกับพู่กัน

 

“ ทำไม........” วิภาอยากถามด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่กล้าถามออกไปเมื่อเห็นใบหน้าแสนเย็นชาของธีม

 

“ อะ..เอ่อ ผมติดรถมันมานะครับ พอดีบังเอิญเจอกันที่มหาลัย แล้วมันจะกลับมาบ้านพอดี ” พู่กันตอบกลับอย่างรู้สึกหม่นๆในใจที่สุดท้ายตนก็ต้องโกหกแม่

 

“ อ๋องั้นเหรอจ๊ะ ” วิภาแทบไม่อยากเชื่อ และแอบแปลกใจที่เด็กกนุ่มทั้งสองไปรู้จักสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไร แต่ก็ไม่อยากถามให้มากความ

 

“ ยังจำทางกลับบ้านถูกเหรอฮะ ” มานพที่พึ่งเดินตามวิภามาจากชั้นสองก็เอ่ยถามเสียงขุ่นเมื่อเห็นลูกชายที่ไม่ได้พบหน้ามานาน

 

“ เจอหน้ากันก็หาเรื่องกันเลยนะครับพ่อ ” ธีมตอบเสียงนิ่ง

 

“ ก็แกชอบสร้างแต่เรื่องนิ แล้วทำไมถึงมากับน้อง แกคิดจะทำอะไรน้องฮะ ” มานพตอบกลับ ก่อนจะถามต่อ

 

“ หึ ทำไมมองผมเป็นคนร้ายอย่างนั้นละครับพ่อ ผมก็แค่รับน้องมาส่งที่บ้าน ผิดตรงไหน ” ธีมตอบกลับยิ้มๆ

 

“ คนอย่างแกนี่นะ ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่า ” มานพถามกลับไปอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ลูกชายบอก

“ ผมมาคิดๆดูแล้ว พู่กันกับ......คุณวิภา ก็เข้ามาอยู่ที่นี่แล้วผมก็ไม่รู้จะดันทุรังหาเรื่องต่อไปทำไม ยังไงซะตอนนี้ พู่กันก็เปรียบเหมือน น้องชาย ผมนิครับ ” ธีมอธิบายยาวเสียงใส ก่อนจะกระตุกยิ้มออกมานิดๆ มองไปทางร่างโปร่งที่ยืนตัวแข็งทื่อไม่พูดอะไร

 

“ แกเนี่ยนะ? คิดได้ ” มานพยังคงถามย้ำด้วยความข้องใจ

 

“ พอๆเถอะค่ะคุณ อย่าไปซักไซ้คุณธีมเลยค่ะ คุณเขาว่ายังไงก็ตามนั้น น้าเชื่อจ๊ะ ” วิภาหันไปปรามสามี ก่อนจะส่งยิ้มพูดกับธีม ธีมยิ้มเยาะในใจ

 

“ ยังไงถ้าไม่รบกวน น้าก็ฝากดูแลน้องด้วยนะคะ ” วิภายังคงพูดต่อกับธีมด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ถึงแม้ในใจเธอจะรู้สึกตะหงิดใจแปลกๆ แต่ในเมื่อชายหนุ่มตรงหน้ามาพูดกับตนและมานพแบบนี้ เธอก็ไม่อยากนึกสงสัยอะไร เพราะวิภาอยากให้คำว่าครอบครัว เป็นครอบครัวจริงๆเสียที

 

“ หึ ได้สิครับ ผมจะดูแล เอา ......อกเอาใจน้องอย่างดีเลยครับ ” ธีมตอบกลับวิภา ก่อนจะหันหน้าไปทางพู่กันแล้วเน้นย้ำคำว่าเอา จนร่างโปร่งตัวชาวาบ

 

“ เอ่ออ ผมขึ้นไปอาบน้ำบนห้องก่อนนะครับแม่ ” พู่กันที่ยืนเงียบตัวเกร็งอยู่นานเลยพูดขึ้นมา เมื่อเห็นผู้เป็นแม่พยักหน้ารับ ตนจึงรีบเดินขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อไปห้องนอนของตนเอง ธีมเห็นดังนั้นก็นึกขำกับท่าทางของร่างโปร่งก่อนที่จะเดินตามร่างโปร่งขึ้นไป แต่ก็ต้องชะงักเท้าหันกลับมาเมื่อพ่อของตนเรียก

 

“ แกจะกลับมานอนบ้าน หรือแค่เข้ามาเอาของ ” มานพถาม

 

“ ก็ต้องกลับมานอนบ้านสิครับ ก็ที่นี่ มัน บ้าน ผม ” ธีมตอบยิ้มๆ ก่อนจะเน้นเสียงที่ท้ายประโยคแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน

 

“ ทำไม ทำหน้าแบบนั้นละคะคุณ ” วิภาเอ่ยถามสามี เมื่อเห็นใบหน้าครุ่นคิดของชายวัยกลางคน

 

“ คุณภาเชื่อที่มันพูดเหรอ ” มานพตอบกลับ

 

“ ภาไม่รู้นะคะว่าที่คุณธีมพูดคือความจริงไหม แต่มันมีเรื่องนึงที่เป็นเรื่องจริงแน่นอน คือคุณธีมเป็นลูกชายที่คุณรัก และภาก็รู้ว่าคุณก็ไม่อยากหมางเมินกับลูกชายใช่ไหมคะ ” วิภาตอบกลับสามี มานพอึ้งกับคำพูดของวิภาแล้วนึกคิดในใจว่าตนคิดถูกจริงๆที่เลือกผู้หญิงคนนี้มาอยู่ด้วยกันจนวันสุดท้ายของชีวิต

 

“ ขอบคุณมากนะคุณภา ” มานพพูดจบ ทั้งสองก็พากันเดินไปที่ห้องรับแขก

 

 

 

 

 

 

 

=พู่กัน=

 

พู่กันรีบวิ่งเข้ามาในห้องตนเองแล้วรีบปิดประตู ก่อนจะค่อยๆล้มตัวนั่งลงกับพื้นห้อง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใจเต้นตึกตัก เพราะเมื่อกี้ร่างโปร่ง รู้สึกอึดอัด และทำตัวไม่ถูกเป็นอย่างมาก

 

 

 

“ ลงไปนั่งทำไรที่พื้น หาเศษเหรียญหรือไง ” ธีมที่เข้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เอ่ยถามร่างโปร่งที่นั่งตาค้างมองมาที่ร่างแกร่ง

 

“ มะ..มึงเข้ามาตั้งแต่เมื่อไร! เข้ามาได้ไง!” พู่กันถามออกไปรัวๆอย่างตกใจที่เห็นร่างแกร่งเข้ามาในห้องนอนของตน

 

“ กูก็เดินเปิดประตูเข้ามานะสิ จะให้กูทะลุกำแพงเข้ามาหรือไง ถามโง่ๆ อีกอย่างกูเข้ามาสักพักตามมึงมาติดๆ แต่มึงมัวนั่งเอ๋ออยู่ไง เลยไม่เห็นกู ” ธีมตอบอย่างประชดประชันแดกดันพู่กัน

 

“ ออกไปเลยนะ นี่ห้องกู ” พู่กันพูดห้วนๆ

 

“ แต่นี้บ้านกู ” ธีมพูดกลับเสียงเรียบเฉย

 

“ อะ..เออ งั้นกูไปเองก็ได้! ” พู่กันเถียงไม่ออกเพราะสิ่งที่ธีมพูดมันคือเรื่องจริง ก่อนที่จะยืนขึ้นแล้วกำลังจะเดินไปทางประตูห้อง แต่ก็ต้องชะงัก

 

 

 

 

 

หมั่บ!

 

“ เห้ย! มึงทำบ้าอะระ...อื้อออออ ” ธีมดึงแขนเรียวของร่างโปร่งเข้ามาจนร่างโปร่งชนกับอกแกร่งก่อนที่มือแกร่งจะเอื้อมมือไปกดท้ายทอยเนียนขาว จากนั้นธีมจึงก้มหน้าลงมากลืนเสียงของพู่กันที่กำลังจะพ้นคำด่าใส่ตน ปากหนาครอบทับริมฝีบางบางสีเชอร์รี่ พู่กันตาเบิกกว้าง หน้าร้อนผ่าว พยายามผลักร่างแกร่งออกจากตน แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงได้ เพราะธีมใช้แขนแกร่งอีกข้างกอดรัดเอวบางไว้แน่น

ธีมค่อยๆขบเม้นริมฝีปากบางที่ต่อต้านตนแต่ก็ไม่เป็นผล ร่างแกร่งพยายามดันลิ้นร้อนเข้าไปในโพรงปากอุ่นของร่างโปร่ง แต่พู่กันกลับเม้มปากแน่น ธีมเลยกัดเข้าที่ริมฝีปากล่างของพู่กันจนมีเลือดซิบๆออกมา ด้วยความเจ็บ ร่างโปร่งจึงเผลอเปิดปากทำให้ลิ้นหนาเข้าไปในโพรงปากอุ่นที่แสนหอมหวานของร่างโปร่งอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนค่อยๆชิมรสในโพรงปากบาง ก่อนที่ลิ้นหนาจะเกี่ยวรัด ดูดดุนลิ้นเล็กอย่างเร้าร้อน พู่กันรู้สึกตัวอ่อนระทวย จนแทบยืนไม่ไหว ดีที่ได้แขนแกร่งโอบกอดเอาไว้ ธีมจูบร่างโปร่งอย่างเร้าร้อนและหนักหนวงขึ้นเรื่อยๆ จนพู่กันแทบหมดลมหายใจ สมองขาวโพลนไปหมด จนพู่กันเริ่มรู้สึกเคลิบเคลื่มกับรสจูบนี้ มือหนาที่จับเอวบางค่อยๆเลื่อนเข้าไปในเสื้อนักศึกษาด้านหลังที่เริ่มจะหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกงสแล็คของร่างโปร่ง พู่กันสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจ เมื่อรู้สึกว่าตนเองเริ่มไม่ปลอดภัย มือแกร่งยังคงลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังบางที่แสนจะลื่นมือ และนุ่มยิ่งนัก

 

“ หื้มมมมมม ” ธีมครางเบาในลำคออย่างพอใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

 

“ พู่กัน แม่ขอเข้าไปนะลูก ” วิภามาเคาะประตูเรียกลูกชายหน้าห้อง

เมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นแม่ พู่กันถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ตัวชาวูบ หัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ พยายามดันอดแกร่งให้ถอนจูบจากตน แต่ร่างแกร่งกลับยื้อตัวไว้ ไม่ยอมปล่อยร่างโปร่ง

 

 

“ อาบน้ำอยู่หรือเปล่าลูก ” วิภาถามย้ำ เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงตอบรับจากลูกชาย

 

“ งั้นแม่เข้าไปนะ ” วิภาพูดจบก็เปิดประตูเข้าไปทันที ก่อนที่จะชะงักกับสิ่งที่ได้เห็น

 

 

 

 

 

 

“ อ่าวคุณธีม เข้ามาคุยกับน้องเหรอคะ ” วิภาหันไปถามธีมอย่างแปลกใจ

 

“ ครับ ” ธีมตอบกลับสั่นๆ

 

“ แล้วเราเป็นอะไรฮะพู่กัน หน้าซีดๆนะลูกไม่สบายหรือเปล่า แล้วทำไมเหงื่อออกเยอะแบบนั้น ” วิภารีบเข้าไปจับหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิในร่างกายของลูก เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางแปลกๆของพู่กัน

 

“ อะ...เอ่อ..ผมไม่เป็นไรครับแม่แค่อากาศในห้องมันร้อนนะครับ ผมหารีโมทแอร์ไม่เจอ ” พู่กันตอบกลับแม่อย่างตะกุกตะกัก

 

“ จริงๆเลยนะเรา เอ้า แล้วนี้ปากไปโดนอะไรมาทำไมบวมแบบนั้น แล้วยังมีเลือดซึมออกมาอีก ” วิภาถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเมื่อเห็นริมฝีปากของลูกชาย พู่กันยืนตัวแข็งทื่อไม่รู้จะตอบผู้เป็นแม่อย่างไร

 

“ พอดีเมื่อกี้น้องล้มปากกระแทกพื้นนะ ผมได้ยินเลยเข้ามาดู ” ธีมตอบหญิงสาว แต่กลับจ้องมองใบหน้าหวานของพู่กันที่ขึ้นสีแดงก่ำจนถึงใบหู แล้วแอบนึกขำในใจ

พู่กันตะหวัดสายตามามองร่างแกร่งอย่างนึกเจ็บใจ แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา

 

“ จริงเหรอคะคุณธีม น้าขอบคุณมากนะที่เข้ามาดูน้อง พู่กันก็จริงๆเลยลูก ไม่ระวังเลยนะ ” วิภาพูดชื่นชมธีม ก่อนจะหันไปดุลูกชาย

 

“ โถ่แม่อะ แล้วแม่มีอะไรหรือเปล่าครับ ” พู่กันถาม

 

“ แม่จะขึ้นมาถามว่าอยากทานอะไรเป็นพิเศษไหม วันนี้แม่จะเข้าครัวจ๊ะ ” แม่ถามกลับ

 

“ อาหารฝีมือแม่ก็พิเศษสำหรับผมทุกอย่างแหละครับ ” พู่กันตอบแม่ก่อนจะเข้าไปกอดอย่างอ้อนๆ โดยที่มีธีมยืนมองด้วยใบหน้าเรียบเฉย

 

“ ปากหวานจริงๆ ลูกคนนี้ ” วิภาพูด

 

“ นั้นสิครับ ลูกคุณเนียะ ปากหวาน จริงๆเลย ” ธีมพูดอย่างมีเลศนัย มองไปยังร่างโปร่งที่ตอนนี้พยายามก้มหลบหน้าตน

 

“ เอ่อ ฮ่าๆ แล้วคุณธีมอยากทานอะไรไหมคะ ” วิถาเอ่ยถาม

 

“ ได้หมด ” ธีมตอบกลับสั้นๆ

 

“ อะ..เอ่อ โอเคค่ะ งั้นถ้าอาหารพร้อม จัดโต๊ะเสร็จเมื่อไร แม่จะให้ส้มขึ้นมาตามนะ คุณธีมด้วยนะคะ ” วิภาบอกลูกชาย ก่อนจะหันไปบอกธีมที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แล้วจึงเดินออกไป ทำให้ตอนนี้ในห้องนอนมีเพียงชายสองคนอยู่ ความเงียบปกคลุม โดยที่พู่กันยังคงยืนหันหลังให้กับธีม

 

“ แม่มึงนิขัดจังหวะชิบหาย ” ธีมบ่นเบาๆ

 

“ มึงไม่ต้องมาพูดเลยไอธีม ” พู่กันพูดกลับเสียงห้วย เพราะก่อนหน้านี้ตนแถบอยากจะระเหยไปในอากาศเสียให้ได้ ที่ธีมไม่ยอมปล่อยจูบตน ดีที่เมื่อประตูเปิดร่างแกร่งก็ปล่อยร่างโปร่งออกได้ทันอย่างเฉียดฉิว พู่กันนึกไม่ออกจริงว่า ถ้าแม่ตนได้มาเห็นตนเองยืนจูบดูดดื่มกับธีม จะเป็นยังไง

 

“ หึหึ ไหนๆแม่มึงก็ออกไปแล้วงั้น......” ธีมหัวเราะเบาๆในลำคอก่อนที่จะพูดกับร่างโปร่งด้วย ใบหน้าแสนเจ้าเล่ห์ พร้อมสายตาที่มองโลมเลียร่างโปร่ง จนพู่กันผวา

 

 

“ อะ....ไอบ้า ไอโรคจิต!!!!” พู่กันโวยวายกลบเกลื่อนความอายก่อนจะรีบวิ่งออกไปนอกห้องอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ร่างแกร่งยืนหัวเราะอย่างพอใจในท่าทีของพู่กัน

 

 

 

 

 

พู่กันลงมาช่วยเป็นลูกมือแม่ในครัวสักพัก จนอาหารถูกนำมาตั้งบนโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย ตอนนี้บนโต๊ะอาหารมีมานพซึ่งเป็นเจ้าของบ้านนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ และมีวิภานั่งอยู่ทางซ้ายมือ ส่วนพู่กันก็นั่งฝั่งตรงข้ามแม่ตน

วิภาจึงเรียกสาวใช้เพื่อที่จะให้ขึ้นไปตามธีมลงมาทานข้าว แต่พอหันไปทางบันไดบ้านก็เห็น ธีมที่กำลังเดินลงมาพอดี

 

 

 

 

=ธีม=

เมื่อธีมลงมาด้านล่างแล้วเดินตรงไปยังห้องทานอาหาร ก็ต้องชะงักกับภาพคนทั้งสามที่กำลังนั่งเตรียมตัวรับประทานอาหาร ธีมมองคนทั้งสามด้วยสายตาแข็งกร้าว แววตาดุดัน กำมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่น

 

{ชั่งดูเป็นครอบครัวสุขสันจังเลยนะ} ธีมนึกในใจอย่างไม่สบอารมณ์มากนักก่อนจะพยายามข่มอารมณ์ตนเองให้กลับมาปกติ

 

“ มาแล้วเหรอคะคุณธีม เข้ามานั่งสิคะ น้าจะเรียนคนขึ้นไปตามพอดี ” วิภาเอ่ยเรียกเมื่อเห็นว่าธีมยืนนิ่งไม่ยอมเข้ามานั่ง ธีมไม่ได้ตอบกลับวิภา แล้วเดินตรงไปนั่งเก้าอี้ตัวที่ติดกับพู่กัน พู่กันจึงหันไปหันมองร่างแกร่งตาเขียว แต่ธีมกลับทำเป็นไม่สนใจ

 

“ มากันครบก็เริ่มทานกันได้แล้ว ” ประมุขของบ้านเอ่ยขึ้น

 

ทั้งสี่คนทานอาหารด้วยความเงียบ จนน่าอึดอัด วิภาเห็นท่าไม่ดีจึงพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ

 

“ พู่กัน ตักผัดผักให้พี่เขาหน่อยสิลูก ” วิภาพูดบอก

 

“ ถ้ามันอยากกิน มันก็ตักเองแหละครับแม่ ” พู่กันตอบอย่างไม่ใส่ใจ

 

“ พู่กัน!! ทำไมเรียกพี่เขาแบบนั้น พี่เขาอายุมากกว่าเรานะ ไม่น่ารักเลย ” วิภาพูดดุลูกชาย พู่กันทำหน้าหงอยๆเมื่อโดนผู้เป็นแม่ดุ เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่วิภาจะพูดเสียงเข้มใส่ลูกชาย เมื่อได้ยินดังนั้นธีมก็กระตุกยิ้มร้าย นึกเรื่องสนุกๆได้

 

“ ไม่เป็นไรหรอกครับ พู่กันคงไม่พอใจที่มีผมร่วมโต๊ะอาหาร ” ธีมทำทีเป็นพูดเสียงหม่นๆ แต่ในใจกลับนึกหัวเราะเยาะร่างโปร่ง

 

“ ทำไมคิดแบบนั้นละคะ พู่กันขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้ ” วิภาพูดตอบธีมอย่างเป็นกังวล ก่อนจะหันไปดุลูกชายอีกครั้ง ”

 

“ ผมไม่ได้ผิดอะไรนี่ครับแม่ ” พู่กันพูดแล้วหันไปมองธีมอย่างหงุดหงิดชายร่างแกร่ง

 

“ ยังจะเถียงอีก แม่ไม่เคยสอนให้เราลามปามคนที่อายุมากกว่านะ ” วิภาเริ่มโมโหลูกชาย

 

“ พอเถอะนะ คุณวิ เด็กมันจะเรียกกันยังไงก็เรื่องของมัน อีกอย่างเจ้าธีมมันทำตัวไม่ให้น้องเคารพเองมากกว่า ” มานพพูดขึ้นพร้อมมองไปที่ลูกชาย พู่กันได้ยินดังนั้น จึงแอบยิ้มเยาะ ก่อนจะหันไปแลบลิ้นใส่ธีม ที่นั่งแสร้งตีหน้าเศร้า

 

“ คุณไม่ต้องให้ท้ายพู่กันเลยนะคะ ถูกก็ว่าไปตามถูก แต่นี่เรานะผิด ก็ต้องรู้จักขอโทษ ” วิภาหันไปมองค้อนสามี ก่อนจะหันกลับมามองหน้าลูกชายอีกครั้ง

 

“ ก็ได้ครับ ” พู่กันตอบรับเสียงแผ่ว ก่อนจะหันกลับไปมองร่างแกร่ง เมื่อตาคู่เรียวสวยสบเข้ากับตาคม จึงทำให้พู่กันเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของธีม แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้ เพราะแม่ของตนยังคงนั่งมองอยู่

 

“ ขอโทษ ” พู่กันพูดอ้อมแอ้ม

 

“ อย่าไปฝืนใจน้องเลยครับ ถ้าน้องเขาไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไร ” ธีมยังคงแสร้งตีสีหน้าหม่นๆ

 

“ พู่กัน ” วิภาจึงหันไปเรียกลูกชายเสียงเข้ม

 

“ ขอโทษนะครับ ” พู่กันถอนหายใจแรงก่อนกัดฟันพูดออกไปเสียงดัง

ธีมเห็นท่าทางของร่างโปร่งก็แอบกระตุกยิ้มสะใจไม่น้อย

 

“ แล้วต่อไปนี้ เราต้องเรียกพี่เขาว่าพี่ธีม เข้าใจไหม ” วิภาพูดบอก

 

“ ก็ได้ครับ ” พู่กันตอบอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก็กลัวจะโดนแม่ดุอีกจึงต้องตอบรับไป

 

“ เคลียร์กันจบแล้วก็ทานข้าวกันต่อ ดูสิกับข้าวจะเย็นหมดแล้ว ” มานพพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าทุกอย่างคลี่คลาย

 

ทั้งสี่คนทานอาหารกันต่อจนเสร็จ ก็ต่างแยกย้ายกันไป โดยมีพู่กันขอตัวขึ้นไปอาบน้ำก่อน เพราะตอนนี้ร่างโปร่งยังคงอยู่ในชุดนักศึกษาในขณะที่ธีมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว

พู่กันเดินขึ้นมาบนห้องฮึดฮัด ก่อนเปิดประตูเดินตรงไปนั่งบนเตียงอย่างแรงแบบเผลอลืมตัวว่าตนยังเจ็บที่ช่องทางหลังจนใบหน้าหวานนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแปล๊บๆ

 

“ เหอะ มารยาเยอะเหลือเกินนะไอธีม อย่าให้ถึงทีกูบ้างแล้วกัน ” พู่กันพูดบ่นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปแช่น้ำอุ่นให้ตนเองผ่อนคลายจากอารมณ์ฉุนเฉียวในตอนนี้

 

เมื่ออาบน้ำเสร็จ พู่กันก็แต่งตัว ก่อนจะโทรไปคุยกับแฟนสาวเล็กน้อย เมื่อวางสาย พู่กันก็เดินไปปิดไฟแล้วขึ้นไปนอนบนเตียงทันที พู่กันรู้สึกหนักเปลือกตาเป็นอย่างมากเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน จนหลับไปอย่างง่ายดาย

 

 

 

 

“ อื้มมมมม ” พู่กันหลับไปได้สักพักก็ครางเบาอย่างหงุดหงิดในลำคอเพราะรู้สึกแปลกๆเหมือนมีอะไรกำลังซุกไซ้ซอกคอขาวของตนจนนึกรำคาญ เมื่อร่างโปร่งเริ่มรู้สึกตัวก็ชะงักแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นมา

 

{ โดนแล้วกู โดนผีเจ้าที่เล่นแล้วกู } พู่กันนึกในใจอย่างหวั่นกลัว เพราะคิดว่าตนต้องโดยผีอำเป็นแน่แถ้

 

“ นะโมตัสสะ ภะคะวะโต......แล้วอะไรต่อวะ โอ้ยยยย ” พู่กันสวดมนเสียงแผ่ว อย่างผิดๆถูกๆ เพราะตนไม่เคยเจอสิ่งเล้นลับมาก่อนเลยในชีวิต

 

“ ....อะระหะโต สัมมาสัมพุท ธัสสะ ” เสียงพูดต่อบทสวดมนของใครคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ใบหูเรียวบางจนลมหายใจลดกกหูเรียว

 

{เออจริงด้วย เอ๊ะ? ทำไมผีต่อบทสวดมนได้วะ แถมเสียงแม่งโคตรคุ้น.....เอาวะเป็นไงเป็นกัน} ร่างโปร่งเถียงกับตัวเองในใจ ก่อนจะตัดสินใจลืมตาขึ้นมองอย่างช้า ๆ เรียวตาสวยค่อยๆปรับสายตาให้มองเห็น แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้อง พู่กันจึงค่อยๆมองเห็นร่างคนตรงหน้าชัดๆ ก่อนจะสะดุ้งด้วยความตกใจ

 

 

 

“ โถ่ ไอธีม! กูตกใจหมด ” พู่กันพูดอย่างโล่งใจเมื่อคนที่นั่งคร่อมตนเองอยู่คือสิ่งที่ยังมีชีวิต ก่อนจะชะงัก ตาเบิกกว้างมองหน้าชายหนุ่ม

 

“ มึงเป็นบ้าอะไร ” ธีมถามเสียงเรียบ

 

“ มึงเข้ามาได้ไง ออกไป! ” พู่กันเริ่มโวยวายใส่ร่างแกร่ง และพยายามจะลุกหนีแต่ก็โดนธีมทับร่างไว้

 

“ กูจะเข้ายังไงก็เรื่องของกู แล้วสรุปเมื่อกี้มึงเป็นไร ” ธีมถามย้ำ

 

“ กะ...กูนึกว่าผีดิวะ เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง ” พู่กันตอบเสียงห้วน

 

 

“ หึหึ แล้วมึงอยากเจอผีไหมละ ” ธีมหัวเราะในลำคอก่อนจะถามกลับไป

 

 

“ ผีอะไรของมึง? ” พู่กับถามกลับอย่างไม่เข้าใจ

 

 

 

 

 

 

“ ก็ผีผ้าห่มไง ” ธีมตอบเสียงเรียบนิ่งก่อนจะกระตุกยิ้มแล้วก้มลงไปซุกไซ้ที่ซอกคอขาวอีกครั้ง

 

“ อ๊ะ..ไอเหี้ยธีม!!..ปะ...ปลอย.อ๊าาาา ”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

55555555 คนพี่ชอบแกล้ง คนน้องก็ชอบโวยวาย 😂

 

ฝากติดตามด้วยน่าาา ตอนหน้ามี NC คิคิ

 

อาจมีคำผิดบ้าง จะกลับมาแก้ไขในภายหลัง

 

1 คอมเม้นต์ดีๆ = ร้อยกำลังใจ ❤

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น