Miss.Annant

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep18 นางเอกจอมมารยา

ชื่อตอน : Ep18 นางเอกจอมมารยา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 379

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ย. 2562 10:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep18 นางเอกจอมมารยา
แบบอักษร

มาเก๊า,ฮ่องกง 

“ไม่เจอกันนาน สบายดีนะครับคุณต้วน” 

เจ้าของห้องหย่อนสะโพกนั่งลงบนขอบโต๊ะทำงานใช้มือก็เคาะโต๊ะเบาๆเป็นจังหวะ หยั่งเชิงด้วยการยิ้มตอบให้กับอดีตลูกหนี้ที่นั่งกุมขมับศรีษะยุ่งเหยิงอยู่ที่โซฟา หากเดาไม่ผิดต้วนชินหมิงแพ้พนันเพราะเทหมดตักตามที่ลูกน้องรายงานเข้ามาเมื่อสักครู่ เขาเองก็ไม่ใช่คนใจจืดใจดำกับลูกค้าเครดิตดีเสียด้วยแต่เพื่อแลกเปลี่ยนกับความช่วยเหลือจากเขาคงต้องมีอะไรเดิมพันบ้าง 

“ช่วยผมอีกครั้งเถอะคุณหาน ผมขอร้อง จะให้ผมทำอะไรผมก็ยอม”ต้วนชินหมิงอ้อนวอนเสียงสั่นพลางยกมือขึ้นไหว้เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวลูกสาวอย่างหมดหนทาง จะแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือเหลียงเกาเฟยก็กระไรอยู่สู้ขอความเมตตาจากหานเฉินแม้จะต้องลดศักดิ์ศรีแต่ชั่วโมงนี้ความอยู่รอดของครอบครัวสำคัญที่สุด 

“ต้องยอมขนาดนั้นเชียวเหรอ คุณอย่าทำให้ผมดูเป็นเด็กที่รังแกผู้ใหญ่นะ ลดมือลงเถอะครับ” 

“ผมขอร้อง ครั้งสุดท้ายครับ” 

“ผมขอถามคุณอีกครั้ง คุณจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไร เอาต่อทุนอย่างนั้นหรือครับ” 

“เปล่า ผมจะเอาเงินไปใช้หนี้ ไถ่โฉนดที่ดินคืนจากคุณเหลียงครับ ตอนนี้ภรรยาผมเธอเริ่มสงสัย” 

“นี่คุณทำอะไรไม่ปรึกษาครอบครัว หนี้ครั้งก่อนคุณก็ยังไม่จ่าย วันนี้จะขอให้ผมช่วยอีกมันไม่มากไปเหรอครับ เงินของผมก็ต้องนำมาใช้หมุนเวียนในทุกๆวัน สงสารผมบ้างเถอะ”หานเฉินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาคนสนิทในทันที ซึ่งเขาเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดเมื่ออำนาจหน้าที่อนุมัติเบิกจ่ายเงินของคาสิโนอยู่ในความรับผิดชอบของเฟยหลง“รอสักครู่นะครับ ผมไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้เพียงคนเดียว” 

“ครับๆขอแค่คุณช่วยเหลือ ผมจะไม่ลืมบุญคุณของคุณแน่นอน” 

“แล้วนี่ไม่มีอะไรมาแลกเปลี่ยนกันบ้างเหรอ ผมได้ข่าวว่าคุณกับคุณเหลียงมีของแลกเปลี่ยนสมน้ำสมเนื้อกันเชียวนะ ไม่เอาๆ อย่าทำหน้าลำบากใจอย่างนั้นสิครับ ผมล้อเล่น” 

“ผมเอาโฉนดบ้านกับบ้านโฉนดโรงเรียนของยัยไอวี่ไปจำนองคุณเหลียงไว้ครับแต่ที่ผมจะไถ่ออกมาก่อนคือโฉนดโรงเรียนของลูก ภรรยาผมเธอถามหา เอ่อ คือบ้านเราจะ…” 

“พอๆผมพอเข้าใจคุณแล้ว โอ๊ะ นั่นไงๆ ผู้ช่วยของผมมาแล้ว รอคุยกับเขาเองดีกว่า” 

การปรากฏตัวของชายร่างสูงที่ยืนหน้าประตูเป็นเฟยหลงยืนโค้งคำนับทักทายเจ้านายและลูกหนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาในห้องทำงานถือวิสาสะมานั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามกับต้วนชินหมิงโดยไม่ต้องรอให้หานเฉินเอ่ยอนุญาตให้เสียเวลาถือว่ารู้ใจกัน และเหลือบไปมองเจ้าของห้องที่ยังคงนิ่งเฉยพลางยกมือจุดบุหรี่ขึ้นสูบอย่างไม่สะทกสะท้าน 

“คุณเฉิน…”เฟยหลงอึกอักเล็กน้อย 

“พูดไปเถอะ ถามคุณต้วนเขา ตัดสินใจได้เลย”ออกคำสั่งกับคนสนิทและพ่นควันบุหรี่ออกมาช้าๆราวกับจะใช้ความคิด อดไม่ได้ที่จะแอบมองเสี้ยวหน้าของลูกหนี้ที่เอาแต่นั่งก้มหน้าประสานมือกันไว้แน่น 

“ช่วยผมด้วยนะครับคุณจาง ผมขอร้อง ขอแค่ครั้งสุดท้าย”อำนาจเรื่องเงินของคาสิโนแทนที่จะเป็นหานเฉินหรือหานเกิงช่วยกันรับผิดชอบแต่กลับตกไปอยู่ในกำมือจางเฟยหลง มองเผินๆเหมือนบอดี้การ์ดต่ำต้อยเช่นคนอื่นๆแต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น แม้จะรู้สึกตกใจในความสัมพันธ์ตระกูลหาน หากแต่ความเดือดร้อนของตนก็สำคัญยิ่งกว่า จึงเลือกที่จะเก็บความสงสัยนั้นไว้ 

“ว่ายังไงคุณต้วน เดี๋ยวนี้กลับบ้านเร็วจริงๆนะ ขาดทุนเหรอครับ หน้าตาไม่สดชื่นเลย” 

“ครับ”ต้วนชินหลิงเอ่ยความจริงออกไปเพราะถึงโหกไปออกไปยังไง คนอย่างจางเฟยหลงย่อมสืบทราบได้ในภายหลัง มาถึงวันนี้เป็นเขาที่ประเมินค่าบอดี้การ์ดคนที่นั่งตรงหน้าผิดไป 

“รีบๆเข้าประเด็นเถอะคุณต้วน ไม่เห็นต้องอึกอายเขินอายหรอก เราก็คนกันเองทั้งนั้น” 

“เอ่อ ครับคุณหาน ถ้าคุณสองคนจะเมตตาผมสักครั้ง ผมมาขอกู้เงินครับ” 

“กู้เงินอะไร! บ้าไปแล้วนะ งวดที่แล้วคุณยังไม่คืนผมเลยนะ แล้วนี่รู้ไหมว่าดอกเบี้ยของคุณตอนนี้มันเท่าไหร่ คิดเลขเป็นไหมเนี่ยคุณต้วน ไม่ๆ ผมไม่อนุมัติ คุณกลับไปซะเถอะ”เฟยหลงแสร้งหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาบังอาการขบขันของตัวเองพลางเสมองไปที่หานเฉินส่งสายตาให้อย่างรู้ใจกัน  

“อาเฟย แกก็รับฟังเหตุผลของคุณต้วนให้จบก่อนสิ ใจร้อนไปได้ เผื่อเขามีข้อเสนอดีๆมาแนะนำ เกิดถ้าเราพลาดไปเสียดายแย่เชียวนะ ว่าข้อเสนอของคุณมาเถอะ” 

“ข้อเสนอดีๆผมคงไม่มี แต่ผมจะขอกู้เงินของคุณไปไถ่โฉนดโรงเรียนเอามาเก็บไว้ที่คุณ ดีไหมครับ” 

“ดียังไง?เมื่อสักครู่คุณพูดเองว่าภรรยาคุณถามหา ถ้าคุณเอามาไว้ที่ผม มันก็เป็นปัญหาใหญ่สิ” 

“นั่นน่ะสิ นี่คุณคิดจะทำอะไรกันแน่”เฟยหลงหันไปมองหานเฉินด้วยความรู้สึกแปลกๆ  

“แกว่ายังไง ฉันก็ว่าตามแก ฟังแล้วเหมือนจะมีเซอร์ไพรส์ ว่าไหมครับคุณต้วน”หานเฉินก้าวเดินเข้ามาประชิดร่างหนาของคนสนิทและยกมือตบไหล่เฟยหลงเบาๆอย่างส่งสัญญาณรู้กัน 

“คุณกลับไปตกลงกับคุณเหลียงก่อนเถอะนะ เรื่องเงินน่ะฝ่ายผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” 

“ครับๆขอบคุณครับคุณจาง คุณหาน ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ให้ไอวี่มาดูแลนะครับ” 

“นี่คุณ!ผมไม่ได้มีรสนิยมนอนหยอกล้อกันสองสามคนนะ คุณล่ะครับ ชอบไหม ฮ่าๆๆ” 

เฟยหลงระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นราวกับเป็นเรื่องสนุกไม่วายแหงนหน้าขึ้นปะทะสายตาคมกริบและเอ่ยหยอกเจ้านายหนุ่มที่ทำหน้าบึ้งตึงบ่งบอกอารมณ์ของเจ้าตัวว่ากำลังหัวเสียกับเรื่องพรรค์นี้เพราะคุยกับต้วนชินหมิงทีไรไม่พ้นจะอ้างลูกสาวยกเสนอให้เจ้าหนี้นักบุญ หารู้ไม่ว่าเจ้านายของเขาคนเย็นชาเรื่องนี้มาก ผู้หญิงที่จะได้ขึ้นเตียงด้วยนั้นต้องเข้าตาจริงๆ อย่างไอวี่ ลูกสาวของต้วนหมิง ขอฟันธงว่าเธอไม่มีทางได้บำเรอความสุขให้หานเฉินอย่างแน่นอน  

“ไม่ต้องถึงลูกสาวคุณหรอก ผมไม่ได้ขาดแคลนผู้หญิง ขอบคุณสำหรับน้ำใจครับ” 

“ครับๆขอตัวก่อนนะครับ มีธุระต้องไปต่อ”ต้วนชินหมิงยกกาแฟขึ้นมาดื่มอีกอึกใหญ่ต้องการข่มอารมณ์ที่โกรธเอาไว้ เมื่อทราบว่าหานเฉินรังเกียจลูกสาวของตน ไอวี่มีทั้งความสวยและความสามารถไม่แพ้ผู้หญิงคนอื่นที่หานเฉินเคยควงในอดีต นึกชังที่ถูกปฏิเสธน้ำใจอย่างไม่ใยดี ตัวเป็นสุภาพบุรุษทั้งที่ผ่านเรื่องอย่างว่าอย่างโชกโชน คิดจะเป็นคนดีเอาตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว ทำได้เพียงแค่ค่อนขอดอยู่ในใจเท่านั้น เพราะเขายังต้องพึงใบบุญเด็กหนุ่มคนนี้ไปจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ 

“ฉันฝากแกส่งคุณต้วนด้วยนะ”เจ้าของห้องออกคำสั่งกับลูกน้องเดินเลี่ยงออกไปเพื่อให้ทั้งสองได้คุยกัน 

“ดะ เดี๋ยวๆนั่นคุณหานไปไหน”ต้วนชินหมิงตะโกนไล่ตามหานเฉิน  

“คุยกับผมก็ได้ เมื่อสักครู่ก็ได้ยินนี่ครับว่าผมเป็นคนอนุมัติเงิน หรือคุณไม่ไว้ใจผม” 

“ไม่ใช่ๆแล้วแต่คุณเถอะครับ ผมยังไงก็ได้ แค่คุณรับปากช่วยเหลือ ผมก็ขอบคุณมากๆ ขอบคุณๆๆ” 

“เรื่องเงินผมพูดคำไหนคำนั้น ที่นี่ไม่มีคนปลิ้นปล้อน พูดจาตลบตะแลงอ้อมโลก ผมมีเรื่องจะรบกวนคุณเรื่องเดียว กรุณาฟังให้ชัดๆ เรื่องของคุณไอวี่ ลูกสาวของคุณเอง คุณในฐานะพ่อช่วยตักเตือนบอกกล่าวกับเธอด้วยนะครับ คุณเฉินไม่ได้ชอบเธอ อย่าให้เธอมาวุ่นวายที่คาสิโนอีกเป็นอันขาด ถ้าไม่อยากเดือดร้อนไปมากกว่านี้” 

“ครับ ไว้ผมจะเตือนเธอ”ก้มหน้ามองพื้น จำใจรับคำเพื่อให้จางเฟยหลงสบายใจ แต่ในใจกลับนึกโกรธหานเฉินอยู่ไม่น้อย ก่อนจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นอีกครั้ง“ขอตัวก่อนนะครับ” 

“ครับ ผมก็หวังว่าจะได้ยินข่าวดี ขอให้คุณกับคุณเหลียงตกลงกันได้ โชคดี”เฟยหลงขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สองมือหนากระชับเสื้อสูทให้แน่นขึ้น ผายมือเชิญลูกหนี้ออกไปจากห้อง มองตามร่างท้วมที่ห่างออกไปด้วยความไม่สบายใจ  

 

 

โรงพยาบาล XXX เซี่ยงไฮ้,จีน 

“แพมมี่ ตื่นแล้วเหรอลูก โอเคไหมคะ?” 

อันเฉียนเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เมื่อลูกสาวเอาแต่เงียบนั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่างห้องพักผู้ป่วยอย่างใจลอย เชื่อว่าอู๋อิงเหลียนรักหานเฉินเข้าให้แล้ว เธอตัดใจผิดจริงๆที่ปล่อยให้ลูกต้องเผชิญเรื่องเสี่ยงจะนองน้ำตาอย่างเช่นในตอนนี้  

“โอเคค่ะ ไม่น่าเชื่อนะคะ ความทรมานนี้หนูรับมาเต็มที่คนเดียวเลย” 

 ในตอนนี้เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดในอก น้ำใสก็เอ่อล้นออกมาจากตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบๆ อู๋อิงเหลียนเอ่ยเสียงสั่นก่อนจะยกหลังมือปาดน้ำตาของตัวเองลวกๆ แล้วหันไปยิ้มหวานให้กับมารดาที่นั่งหน้าเศร้าอยู่บนโซฟามุมห้อง  

“หนูไม่ต้องพูดเรื่องหานเฉิน แม่รู้จากหนูลี่แล้ว ขอร้องนะ แม่ไม่อยากได้ยินเชื่อผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว” 

“ทำไมแพมมี่ต้องพูดถึงคนที่กำลังจะแต่งงานล่ะคะ คุณแม่ก็คิดมาก คิกๆ”หัวเราะอย่างอารมณ์ดี 

“ไม่อยากจะเชื่อ แต่เชื่อเถอะ ตอนนี้แม่เกลียดตาเฉิน คุณหาน คุณหู ไม่สั่งสอนลูกชายบ้างหรือไง” 

“แม่จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกนะคะ คนผิดก็ลูกสาวคนนี้ด้วย หนูก็เองที่ทำอะไรมีปรึกษาแม่ รู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ได้คิดจริงจังยังจะหลอกตัวเองอยู่เรื่อย” 

อู๋อิงเหลียนขาก้าวลงจากเตียงคนไข้ ค่อยๆลากเสาน้ำเกลือเดินไปหามารดา หวังจะกอดประจบให้ท่านคลายความโมโห ด้านอันเฉียนไม่ปล่อยให้ลูกสาวลำบากรีบถลาเข้าไปช่วยประคองร่างบอบางของลูกสาวก่อนที่จะเซลงไปกองอยู่กับพื้น โชคดีที่ประคองไว้ได้ทัน รีบโอบกอดพาเธอมานั่งที่โซฟาด้วยกัน 

“ดื้อนัก หนูจะลงจากเตียงทำไมคะ หนูจะเอาอะไร บอกแม่สิ”อันเฉียนคว้าข้อมือนุ่มของลูกสาวที่เจาะสายน้ำเกลือมาลูบเบาๆ“ดูสิ เลือดซึมเลย” 

“แผลเล็กแค่นี้ทำอะไรแพมมี่ไม่ได้หรอกค่ะ แพมมี่เจ็บตรงนี้”ยกมือกุมหน้าอกด้านซ้ายความปวดร้าวยังบาดลึกอยู่ภายในใจ ในวันที่เธอหลงรักเขาอย่างหมดใจแต่เขากลับทิ้งเธอไปอย่างไม่ใยดี 

“พอๆไม่ต้องเก็บเรื่องนี้มาคิด ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป เชื่อแม่นะคะ”อันเฉียนยกมือลูบศีรษะลูกสาวเพื่อปลอบใจ  

“แพมมี่สัญญาจะลืมเขาให้ได้ จะไม่ให้อภัยเขาเด็ดขาด!!!”ยึดคติ'ใครที่ทำเธอเจ็บมันต้องเจ็บกว่าเธอหลายเท่า'สาบานว่าชาตินี้เธอจะเกลียดหานเฉินเกลียดชนิดที่ไม่อยากจะหายใจอยู่ร่วมโลกเดียวกัน 

“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกจ้ะ แค่หนูเลี่ยงพบหน้าเขา ตอนแรกแม่จะชวนหนูไปงานแต่งงานตาเกิง แต่ว่าถ้าไปก็คงจะเจอตาเฉิน ลำบากใจเปล่าๆ ไม่ไปดีกว่า เดี๋ยวแม่จะโทรบอกพ่อเราให้เขาออกหน้าไปคนเดียว” 

“ดีค่ะ เพราะแพมมี่ก็ยังไม่อยากจะเจอหน้าเขา แพมมี่ฝากของขวัญงานแต่งงานพี่เกิงไปกับเขาแล้ว ก็ไม่รู้ว่าเขาจะให้พี่เกิงไหม ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวแพมมี่จะซื้อให้พี่เกิงย้อนหลังก็ได้ค่ะ พี่เกิงน่ารัก พี่เกิงต้องต้องเข้าใจแพมมี่” 

“ใช่ๆ ตาเกิงนิสัยดีกว่า…เฮ้อ จริงๆเลยตาเฉิน โอ้ย หยุดพูดเรื่องนี้เถอะลูก ปล่อยวางค่ะ” 

“ใครพาแพมมี่มาโรงพยาบาล แล้วพี่ลี่ล่ะคะ”ตากลมสวยเหลือบไปเห็นกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของตัวเองวางข้างชั้นวางทีวี ทำให้ชวนสงสัยขึ้นมา“แม่คะ กระเป๋าของแพมมี่นี่ แล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” 

“เอ่อ หนูลี่เขา คือว่า แพมมี่ฟังแม่นะลูก หนูหลับไป 2 วันเต็มๆ แม่กับหนูลี่ปรึกษากันว่าอยากจะให้หนูมีเวลาพักผ่อน เรื่องละครก็ถ่ายไปต่อนะ เพียงแต่ว่าแม่โทรไปขอร้องให้ผู้กำกับเขาถอดหนูออกจากละครจ้ะ”เลือกที่จะโกหกอู๋อิงเหลียน หากพูดความจริงว่าลูกน้องของหานเฉินเป็นคนพามาส่งที่โรงพยาบาล ไม่วายที่ลูกสาวของเธอจะต้องแสดงบทโกรธเคืองขึ้นมาอีกครั้ง 

“เหรอคะ ก็ดีแล้ว แพมมี่ก็เบื่อ ไม่อยากเจอหน้าใครบางคน เขาได้นักแสดงใหม่แล้วเหรอคะ”  

‘ถิงถิง’คนที่เธอเกลียดจนไม่อยากจะเห็นหน้า แต่พอยิ่งเกลียดกลับยิ่งได้ใกล้ชิดเพราะร่วมงานกัน หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น นางเอกรุ่นพี่ก็หาเรื่องกลั่นแกล้งเธอในกองถ่ายแทบจะทุกวันเพียงแค่เธอต้องอดทนรักษาภาพพจน์แสร้งเป็นนางเอกอยู่หน้าจอแต่ถ้าหากอยู่ลำพังสองคน เธอจะตบให้เลือดกบปาก อู๋อิงเหลียนคิดเคียดแค้นเพื่อรอการเอาคืนให้สาสม 

“ก็คงอย่างนั้นนะ แม่ว่ารอถามหนูลี่ละกัน เธอออกไปให้สัมภาษณ์กับนักข่าว หนูลี่จอมวางแผนจริงๆ” 

“ไม่ใช่แผนพี่ลี่หรอกค่ะ แผนของแพมมี่เอง แพมมี่คิดเรื่องนี้นานแล้ว แต่คุณแม่ก็เห็นนี่คะ เรื่องหนูกับเขาสักวัน เหอะๆ”อู๋อิงเหลียนเค้นเสียงหัวเราะด้วยความสมเพชตัวเอง ใครเล่าจะคิดว่านางเอกดาวรุ่งสุดฮอตในขณะนี้อย่างเธอจะถูกผู้ชายบอกเลิก‘หานเฉิน’ชื่อนี้ทำเธอแค้นนัก  

“ปล่อยวางเถอะลูก อย่าเจ้าคิดเจ้าแค้นกันเลย คนเราย่อมต้องมีผิดพลาดกันบ้างเป็นธรรมดา”เมื่อเธอเลี้ยงมาเองกับมือ ทำไมเธอจะรู้จักนิสัยของลูกสาว อู๋อิงเหลียนร้ายกาจเกินบรรยาย ถ้านางร้ายในจอละครต้องปะทะคารมด้วยคงต้องยกธงขาวยอมแพ้แน่นอน  

 “ก็จริงนะคะ คิดแล้วก็ไม่ได้อะไร เสียเวลาทำมาหากินจริงๆ แพมมี่รักคุณแม่ที่สุดเลย”  

“จ้ะๆ แม่ก็รักหนู รักที่สุด คนเก่งของแม่ ไหนดูสิ ร้องไห้จนตาบวมหมดสวยแล้ว”พูดพลางกับยกมือลูบแก้มใสของลูกสาวเบาๆไม่ว่าจะดีจะร้ายยังไงอู๋อิงเหลียนก็ยังเป็นเด็กน่ารักสำหรับเธอเสมอ“อาบน้ำให้สดชื่นดีกว่า เดี๋ยวแม่จะโทรสั่งของอร่อยๆมาทานด้วยกัน คุณหมออนุญาตให้แพมมี่กลับบ้านได้แล้วนะ” 

“แพมมี่ยังไม่อยากกลับบ้าน น่าเบื่อ…”เธอย่นจมูกอย่างน่ารัก 

“หนูโตแล้วนะคะ ถ้าไม่กลับบ้านแล้วจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ คุณพ่อก็บ่นหาอยากเจอหนูด้วย” 

“รอแพมมี่อารมณ์ดีกว่า รอหลังเสร็จงานแต่งพี่เกิง เราค่อยกลับบ้านกัน” 

“ก็ได้ๆแม่ตามใจหนู ลุกไปอาบน้ำได้แล้ว เสื้อผ้าก็อยู่ในกระเป๋านั่น” 

อันเฉียนเลื่อยมือขี้นไปหยิกแก้มนุ่มใสของลูกสาวตัวร้ายเบาๆก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปกระเป๋าเดินทางหมายจะหยิบมาเปิดหาเสื้อผ้าให้อู๋อิงเหลียนผลัดปลี่ยนอาบน้ำ เป็นจังหวะที่ประตูบานเลื่อนถูกเลื่อนเปิดอย่างรวดเร็ว ร่างสมส่วนของลี่เถียนสาวเท้าเดินมานั่งที่โซฟาตัวเดียวกับนักแสดงในสังกัด พลางยกมือขึ้นมากุมขมับทิ้งตัวพิงพนักโซฟา ได้โอกาสที่สองแม่ลูกแอบมองกันอย่างสงสัย 

“พี่ลี่ เป็นอะไรคะ”อู๋อิงเหลียนเขย่าต้นแขนของผู้จัดการส่วนตัวแรงๆ“มีเรื่องไม่สบายใจเหรอคะ” 

“ก็ใช่ แต่มันก็ไม่เชิงหรอกนะ พี่ให้สัมภาษณ์ตามที่แพมมี่สั่ง แพมมี่อยากป่วยเป็นโรคซึมเศร้า พี่กับยัยซือซือก็ช่วยกันเล่นบทนี้เลยจ้ะ เข้าทางเชียวล่ะพวกนักข่าวเชื่อกัน รบเร้าอยากจะสัมภาษณ์แพมมี่ให้ได้ พี่นะคะกว่าจะหนีฝ่ากองทัพนักข่าวได้เกือบตายค่ะ โชคดีที่แฟนยัยซือซือโทรมาขัดจังหวะได้พอดี” 

“พี่ซือซือล่ะคะ” 

“กลับไปกับแฟนจ้ะ เดี๋ยวนางโทรหา ไม่ต้องห่วงนางหรอก หนูห่วงตัวเองเนี่ย หนูเป็นโรคซึมเศร้านะคะ พี่ดันพลั้งปากพูดว่าแพมมี่ต้องรักษาตัวจนกว่าจะหายดีเป็นปกติ คือประมาณว่าหายป่วยวันไหนคงจะเห็นหน้าออกทีวีวันนั้น” 

“แม่ชักจะกลัวแล้วนะวงการนี้ มันเสี่ยงมากๆนะลูก ทั้งงานทั้งเงิน เอ่อ”ครอบครัวของเธอประกอบธุรกิจด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ถ้าเป็นเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่ด้วยซ้ำ แต่ชื่อเสียงที่ลูกสาวสั่งสมมาต้องมาพังครืนเพราะแผนการร้ายๆ ดื้อดึงและร้ายกาจที่สุดต้องยกให้ลูกสาวของเธอ 

“เห็นด้วยค่ะคุณแม่ ความจริงหนูว่าอ้างเรื่องนี้มันร้ายแรงมากนะคะ แต่ถ้ามันเป็นการตัดสินใจของยัยแพมมี่ หนูก็ เฮ้อ แล้วแต่เธอค่ะ หนูเถียงเธอไม่ชนะ”ลี่เถียนค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆเมื่อถึงนึกเรื่องราวของวันข้างหน้า 

“วางใจเถอะค่ะ แพมมี่แค่อยากพักผ่อนสักพัก ช่วงนี้เบื่องานบันเทิงแล้ว อยากทำงานอื่นมากกว่า” 

“คุณน้องขา คุณน้องเพิ่งเข้าวงการเล่นละครแค่ 4 เรื่อง ส่วนนี้เรื่องที่ 5 มันพังแล้วนะคะ พังแล้ว คุณน้องถอดใจเร็วมาก พี่ละเสียดายโอกาสจริงๆ แต่ก็เอาเถอะ ถ้าหนูตัดสินใจดีแล้ว พี่ขอเป็นกำลังอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆค่ะ” 

“ขอบคุณพี่ลี่นะคะ แพมมี่ขอโทษจริงๆ”พูดพลางแนบใบหน้าซบกับแขนเรียวภายใต้เสื้อโค้ทกันหนาวแถมถูไถอย่างเอาใจ ลี่เถียนถึงจะบ่นเก่งแต่ทุกคำที่กลั่นออกมาล้วนฟังดูหนักแน่นจริงจังและจริงใจ“ระหว่างนี้พี่ลี่ไปดูแลคนอื่นๆได้เลยนะ แพมมี่จะกลับบ้าน” 

“ขอบใจมากนะจ้ะหนูลี่ ที่รักและเอ็นดูลูกสาวแม่ พวกเราคงคิดถึงหนูมากๆเชียวล่ะ” 

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะคุณแม่ หนูก็รักน้องเขาเหมือนน้องสาว ดื้อบ้างซนบ้างตามประสาเด็กน่ะค่ะ” 

“ถ้าหนูลี่ว่างๆไปเที่ยวฮ่องกง แวะไปบ้านแม่ได้ตลอดนะจ้ะ” 

“รับทราบค่ะคุณแม่ ส่วนเธอก็รักษาโรคนี้ให้หายดีล่ะ ดูแลตัวเองด้วย อย่าเที่ยวเกเรใครให้เป็นข่าวนะ” 

“ฮ่าๆๆแพมมี่คงขังตัวเองอยู่ในบ้านแน่นอนค่ะ”อู๋อิงเหลียนปล่อยเสียงหัวเราะชอบใจออกมาดังๆลั่นห้องพัก ต่างจากมารดาและผู้จัดการส่วนตัวที่มองหน้ากัน ต่างคนต่างส่ายหน้าอย่างระอา 

“ค่ะๆคุณน้องก็ระวังปาปารัสซี่ด้วยละกัน พี่ต้องกลับล่ะ มีงานที่อื่นน่ะ ไหนจะไปเคลียร์เรื่องน้องกับต้นสังกัด ผู้หลักผู้ใหญ่โทรจิกจนพี่อยากจะหายตัวไปจริงๆ ไปนะคะคุณแม่” 

“จ้ะ ขอบใจมากๆ” 

“พี่ลี่ขา ฮึก”นางเอกสาวโผเข้าไปกอดร่างสมส่วนของผู้จัดการส่วนตัวไว้แน่นๆไม่คิดไม่ฝันว่าวันนี้จะต้องมาอยู่ในสถานการณ์ตัวห่างไกลแต่ใจไม่ห่างกันราวกับว่าอยากจะซึมซับทุกวินาทีที่ได้อยู่ใกล้ชิด เมื่อลี่เถียนเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวเธอไปแล้ว เมื่อต้องมาลาจากไปเพียงแค่ชั่วคราวย่อมต้องอาลัยอาวรณ์เป็นธรรมดา“คิดถึงแพมมี่ด้วยนะคะ” 

“คิดถึงสิคะ จะลืมได้ยังไง ร้ายที่สุดในสังกัด ฮ่าๆจริงๆนะคะคุณแม่” 

“แม่เชื่อหนูลี่ทุกเรื่องเลยจ้ะ พูดอีกก็ถูกอีก ปล่อยพี่เขาเร็วสิลูก”อันเฉียนปรี่เข้ามาช่วยแกะมือเล็กของลูกสาวออกจากเอวบางของลี่เถียนกว่าจะสลัดหลุดก็เล่นเอาเธอปาดเหงื่อกันเลยทีเดียว“รีบไปเถอะ อย่าลืมโทรหาพวกเรานะจ้ะ” 

“รับทราบค่ะคุณแม่ พี่ไปแล้วนะ ห้ามดื้อล่ะ” 

ลี่เถียนยิ้มพลางลุกขึ้นแล้วก้มศีรษะคำนับมารดาของนางเอกสาวอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องพักไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้สองแม่ลูกยืนกอดกันกลมด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ รอสักวันจะได้พบกับกันอีกแน่นอน 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น