Jamie_psf

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์และกำลังใจนะคะ :)

Chapter 21: วันที่คุณหนูอายุ 18 ปี

ชื่อตอน : Chapter 21: วันที่คุณหนูอายุ 18 ปี

คำค้น : Yaoi คุณหนูตัวร้าย นายกระจอก คนสวน คุณหนู NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 508

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2562 18:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 21: วันที่คุณหนูอายุ 18 ปี
แบบอักษร

              วันเกิดอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ของพอชถูกจัดขึ้นอย่างง่ายๆ ที่บ้าน เจ้าของวันเกิดตัดสินใจไม่ชวนเพื่อนมางานเลี้ยงเหมือนปีก่อนๆ เพราะส่วนใหญ่เพื่อนสนิทของเขาต่างก็เดินทางท่องเที่ยวที่อื่นกันแทบทุกคน ปีนี้พอชเองก็อยากจะฉลองแค่กับคนในบ้าน อีกเหตุผลหนึ่งคือเพราะแม่กับพ่อของเขาอยู่บ้านตรงกับวันเกิดพอดีในปีนี้ จึงทำให้เด็กน้อยอยากใช้เวลาส่วนตัวกับครอบครัวในวันสำคัญของเขามากกว่า มีเพียงครอบครัวภัทรโชติที่สนิทกันที่สุดเท่านั้นที่จะมาร่วมงานเลี้ยงด้วย

               “สุขสันต์วันเกิดครับคุณพอช” สมควรเอ่ยอวยพรคุณหนูของเขาเมื่อเจอกันครั้งแรกในเช้าวันเกิด เพราะเจ้านายใหญ่ทั้งสองอยู่บ้าน พอชจึงไม่ได้นอนค้างที่ห้องของเขา ดีใจเหลือเกินที่เปิดประตูห้องออกมาเจอคนที่เขารักออกจากห้องพอดี อยากจะดึงมากอดแล้วพรมจูบไปทั่วใบหน้าขณะเอ่ยคำอวยพรแต่ก็ทำไม่ได้

               “ขอบคุณครับพี่สมควร วันนี้ม๊าจ๋ากับป๊าจ๋าจะพาน้องไปดูหนังก่อน แล้วค่อยกลับมาฉลองวันเกิดตอนช่วงดินเนอร์ พี่สมควรอยากไปกับน้องมั้ยครับ” พอชเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้มกว้าง แต่คนสวนหนุ่มหรือจะกล้าเสนอหน้าไปเที่ยวฉลองวันเกิดกับเจ้านาย และคิดว่าคุณหนูควรใช้เวลาของวันสำคัญนี้กับพ่อแม่มากกว่า หากมีเขาติดสอยห้อยตามไปด้วยคงไม่เหมาะนักจึงปฏิเสธ

               “คุณพอชใช้เวลากับคุณพ่อคุณแม่เถอะครับ ผมอยู่ทางนี้คอยจัดเตรียมงานเลี้ยงตอนเย็นให้คุณพอชท่าจะดีกว่า” คำปฏิเสธอันแสนสุภาพและมีเหตุผลนั้นทำให้พอชไม่อยากงอแงใส่ วันนี้วันเกิดและได้อยู่กับพ่อแม่ทั้งที เขาจึงไม่อยากจะเสียอารมณ์กับเรื่องอะไรทั้งสิ้น

               “งั้นเอาไว้หลังวันเกิด เราขับรถไปเที่ยวค้างคืนที่ทะเลกันสองคนนะครับ” คำชวนนั้นทำให้หัวใจของหนุ่มกล้ามโตเต้นไม่เป็นจังหวะ

วันนี้วันเกิดคุณหนู = คุณหนูอายุ 18 ปีบริบูรณ์

อายุ 18 ปี = กินได้ไม่โดนข้อหาพรากผู้เยาว์แล้ว

ชวนไปค้างคืนกันสองต่อสอง = เปิดโอกาสให้กิน

ข้อความดังกล่าวผุดขึ้นในหัวสมองของนายสมควรทันที คำนวณทุกอย่างในใจอย่างรวดเร็วแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างหืดหาด น่าอัศจรรย์เหลือเกินที่คำพูดชวนเที่ยวแค่นั้นกลับทำให้เขาใจสั่นได้ขนาดนี้ และทำให้สมควรน้อยตื่นเต้นจนกระตุกดุ๊กดิ๊กขึ้นมาทันทีอย่างไม่ต้องมีการปลุกเร้าใดๆ เขาถอดใจไปแล้วว่าคืนนี้คงอดแน่ เพราะนายใหญ่ทั้งสองอยู่บ้านและมีงานเลี้ยงด้วย แต่หากได้ไปเที่ยวกันสองต่อสองความหวังที่จะได้ฉลองอายุ 18 ปีกับคุณหนูด้วยวิธีที่เขาจินตนาการในสมองมานานแสนนานก็จะเป็นจริงได้ในไม่อีกกี่วัน

“ได้ครับคุณพอช” เสียงตอบกลับที่แหบพร่านั้นทำให้คนขี้ยั่วระบายรอยยิ้มอันแสนทรงเสน่ห์ แล้วใช้สายตาหวานฉ่ำมองคนรัก เหลือบตามองซ้ายขวาเห็นว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้นก็เดินเข้าไปประชิดแฟนรูปหล่อ ทาบมือลงบนแผ่นอกแน่นตึงแล้วลูบเบาๆ

“อีกสองวันนะครับ รอให้ป๊ากับม๊าเดินทางก่อนนะ” พูดจบก็กัดริมฝีปากตัวเองแล้วช้อนสายตามองคนที่กำลังกัดฟันกรอด ท่าทางนั้นทำให้สมควรต้องพยายามห้ามใจอย่างหนักไม่ให้ดึงเด็กช่างยั่วตรงหน้ามาฟัดให้ปากเจ่อ

ทนไว้ไอ้ควร อดทนมาได้ตั้งหลายเดือน อีกสองวันเท่านั้น ทนอีกนิด สมควรน้อยลูก ใจเย็นไว้ อย่าเพิ่งตื่นเต้นตอนนี้ เดี๋ยวพ่อต้องลงไปรดน้ำต้นไม้นะ จะเดินเป้ากางเกงปูดลงไปให้คนอื่นแตกตื่นไม่ได้!

คนสวนหนุ่มพยายามปลอบขวัญสมควรน้อย สูดลมหายใจเข้าลึก ต่อสู้กับสิ่งยั่วตัณหาตรงหน้าอย่างเข้มแข็งที่สุดแล้วตอบออกไป

“ครับคุณพอช ผมรอได้” รอยยิ้มที่แสดงความพอใจในคำตอบของเขามันดูเชื้อเชิญอย่างประหลาด ทำไมเด็กผู้ชายคนนี้ถึงได้มีเสน่ห์ดึงดูดขนาดนี้ ช่างขยันเข้ามาปั่นป่วนหัวใจกันเหลือเกิน ไม่เห็นใจเขาและสมควรน้อยบ้างเลย คืนนี้เห็นทีเขาคงจะต้องหันหน้าเข้าหามังงะวายเพื่อเป็นที่พึ่งทางกายอีกแล้ว

ท้ายที่สุดนายใหญ่ทั้งสองก็ชวนให้สมควรไปดูหนังด้วย เพราะพวกเขาต้องมีคนขับรถติดสอยห้อยตามไปด้วยอยู่แล้ว สง่าจึงเสนอให้คนหนุ่มอย่างสมควรไปแทน ส่วนตัวเองก็อยู่ช่วยภรรยาเตรียมงานเลี้ยงในตอนเย็น ช่วงสายหน่อยหลังรับประทานอาหารเช้า ทั้งสี่จึงเตรียมตัวออกไปชมภาพยนตร์

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่คนสวนหนุ่มได้ย่างเท้าเข้าไปในโรงภาพยนตร์สุดหรู ที่เขาไม่เคยทราบมาก่อนด้วยซ้ำว่ามีโรงหนังแบบนี้อยู่ด้วย เพียงแค่ก้าวเข้าไปในบริเวณส่วนต้อนรับของโรงภาพยนตร์ ก็ต้องทึ่งกับความอลังการ อาหารและเครื่องดื่มที่มาพร้อมกับแพ็คเกจของบัตรชมภาพยนตร์ก็ดูมีราคาค่างวดสูงอย่างที่เขาคงไม่มีปัญญาจะจ่ายเอง

“ป๊ากับม๊าไปนั่งนวดก่อนนะคะลูก หนูก็สั่งอะไรมาดื่มรอเวลาหนังฉายกับพี่สมควรนะคะ” มารดาของพอชเอ่ยขึ้นแล้วพาสามีเดินไปใช้บริการนวด ปล่อยให้ลูกพาคนสวนกล้ามโตไปสั่งเครื่องดื่ม

“พี่สมควรอยากดื่มอะไรครับ” เจ้าของวันเกิดถามเสียงใส

“เอ่อ...ไม่ดีกว่าครับ เชิญคุณพอชตามสบายเลย” สมควรปฏิเสธอย่างเกรงใจ แม้จะไม่สามารถคาดเดาสนนราคาของโรงภาพยนตร์สุดหรูนี้ได้ แต่เขาก็คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างคงจะราคาสูงมากจนไม่อยากจะรบกวนเจ้านายมากไปกว่านี้

“พี่สมควร วันเกิดน้องพอชนะครับ” พอชเอ่ยแล้วทำปากยู่ เขารู้ว่าแฟนตัวเองรู้สึกอย่างไร และไม่อยากให้อีกฝ่ายต้องเกรงอกเกรงใจกันแบบนี้ เห็นท่าทางของคนรักสมควรก็ถอนหายใจและยอมทำตามเหมือนเคย

“ดื่มแบบเดียวกับคุณพอชครับ” คำตอบนั้นทำให้เด็กน้อยยิ้มกว้าง จัดการสั่งเครื่องดื่มแล้วนั่งพิงเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์

“ดูหนังเสร็จค่อยออกมากินอาหารเนอะ ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย อาหารและเครื่องดื่มมันรวมราคาอยู่กับค่าตั๋วหนังไปแล้ว นอกจากว่าเราจะสั่งอะไรเพิ่มเติมจากที่เขากำหนดถึงจะต้องจ่ายเพิ่ม เฉพาะฉะนั้น พี่สมควรต้องกินและดื่มทุกอย่างนะ” พอชอธิบายเสียยืดยาวเมื่อเห็นสีหน้าลำบากใจของแฟนหนุ่ม

“ครับคุณพอช” สมควรรีบรับคำเพราะไม่อยากให้คนรักต้องเสียอารมณ์ในวันคล้ายวันเกิด

“อ้อ เดี๋ยวน้องพอชจะให้ลุงหง่าจัดการจองโรงแรมให้ เราไปแค่ใกล้ๆ ก็พอเนอะ พี่สมควรจะได้ไม่ต้องเหนื่อยขับรถ” พอชเปลี่ยนเรื่องพูดทันทีเมื่อคนหล่อของเขารับคำ

“ไปที่ไหนก็ได้ครับ แล้วแต่คุณพอช” ทาสรักผู้ซื่อสัตย์ตอบ

“น้องไม่ได้อยากไปเที่ยวทะเล แค่อยากอยู่กับพี่สมควรสองคน และทริปนี้ป๊ากับม๊าก็บอกว่าจะให้เป็นหนึ่งในของขวัญวันเกิดของน้องด้วย กำลังคิดอยู่ว่าไปแค่พัทยาก็พอ ไม่ต้องขับรถไกลให้เหนื่อยเปล่าๆ พักโรงแรมดีๆ ที่มีชายหาดส่วนตัวสักสองคืน ดีมั้ยครับ” เด็กน้อยพูดเจื้อยแจ้วพลางถามความคิดเห็น แต่สมควรก็ยินดีที่จะไปทุกที่ที่พอชต้องการอยู่แล้วเขาจึงทำเพียงตอบรับ

“ไปไหนก็ได้ครับที่คุณพอชต้องการ” หนุ่มกล้ามโตตอบ สำหรับเขาไปที่ไหนก็เหมือนกัน เพราะอย่างไรเสียทริปนี้ก็เป็นทริปฉลองอายุครบ 18 ปีเต็มของคุณพอช และสมควรน้อยตั้งหน้าตั้งตารอจะให้ของขวัญอย่างใจจดจ่อแล้ว ขอเพียงได้อยู่กันตามลำพังสองคน จะไปที่ไหนกี่คืนเขาก็ไม่ขัดข้อง

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวน้องโทร.บอกลุงหง่าให้จองโรงแรมที่ป๊ากับม๊าพาน้องไปพักบ่อยๆ เวลาไปเที่ยวพัทยาแล้วกัน สองคืนเนอะ” พูดจบก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มองคนรักที่พยักหน้ารับกับคำถามท้ายประโยคของตน แล้วจึงต่อสายไปหานายสง่าให้จัดการจองโรงแรม

เมื่อถึงเวลาหนังใกล้ฉายทั้งสี่ก็เดินเข้าไปในโรง สมควรมองเบาะนั่งที่ใหญ่ราวกับเป็นที่นอนขนาดใหญ่นั้นอย่างทึ่ง คุณพงษ์และคุณอรเดินตรงไปยังที่นั่งด้านหน้า และเห็นพอชเดินไปอีกที่ก็รีบเดินตามไปนั่งด้วย หัวใจของเขาเต้นแรงเพราะรู้สึกเหมือนกำลังนอนเตียงเดียวกันกับพอชมากกว่ากำลังนั่งดูหนังอยู่ในโรง พอแฟนเด็กขยับเข้ามาใกล้แล้วเอนศีรษะลงซบอกก็สะดุ้งโหยง

“คุณพอชครับ อย่าครับเดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่จะเห็นเข้า” พูดพลางรีบมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง ชะเง้อมองไปยังที่นั่งด้านหน้าก็มองไม่เห็นเลยว่าเจ้านายทั้งสองมองพวกเขาอยู่หรือเปล่า

“ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ที่นั่งห่างกันขนาดนี้ แถมใหญ่และเป็นส่วนตัวด้วย ไม่มีใครเห็นหรือได้ยินพวกเราหรอก” พอชเอ่ยพลางยกมือขึ้นกอดเอวคนสวนหนุ่มไว้แน่น

“แต่...” ไม่สนว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดอะไรเป็นการขัดใจตัวเองอีก เด็กเอาแต่ใจก็รีบพูดสวนขึ้น

“วันนี้วันเกิดน้องพอช พี่สมควรยังไม่ได้จูบน้องเลยสักครั้ง ไม่ต้องกลัวนะครับว่าจะมีใครเห็นเรา พี่สมควรอยากจูบน้องตรงไหนก็จูบได้...” พูดจายั่วยวนกันขนาดนี้ คนที่ต้องข่มใจตัวเองมาตั้งแต่เช้าจึงเริ่มทนไม่ได้ สมควรสูดลมหายใจเข้าแล้วนึกในใจว่าเป็นไงเป็นกัน ก่อนจะโอบรัดร่างผอมบางเข้าหาตัว แล้วประกบริมฝีปากลงไปจูบปากเล็กๆ ช่างจำนรรจานั้นทันที

“สุขสันต์วันเกิดครับ” คนสวนหนุ่มกระซิบคำอวยพรอีกครั้งเหนือริมฝีปากบางสวยนั้น แล้วประทับริมฝีปากลงไปบนกลีบปากแดงเรื่ออีกหน ค่อยๆ ละเลียดเล็มมันอย่างพยายามระงับอารมณ์ที่สุด เตือนตัวเองว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ในโรงหนัง จะจูบกันลึกซึ้งกว่านี้ไม่ได้ บอกตัวเองให้พอไม่รู้กี่ครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถผละออกจากเรียวปากอันน่าลุ่มหลงนั้นได้ ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามือของเขาสอดเข้าไปใต้เสื้อของพอชตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ใบหน้าของเขากำลังซุกไซ้อยู่กับซอกคอและพอชเริ่มส่งเสียงครางออกมาแผ่วเบา

“อา...คุณหนูของบ่าว...” สมควรรำพึงรำพันออกมาอย่างลืมตัวเช่นเคย ผิวเนื้อนุ่มหอมที่มอมเมาเขาอยู่นั้นทำให้ชายหนุ่มยับยั้งความรู้สึกไว้ได้ยากเหลือเกิน เขามุดศีรษะเข้าไปในเสื้อของพอชแล้วเริ่มละเลงลิ้นลงไปตวัดไล้ตุ่มเนื้อเล็กน่ารักนั้น แทบจะลืมสิ้นไปหมดแล้วว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนหากเสียงจากหน้าจอไม่ดังจนต้องสะดุ้ง เขารีบผละออกมาจากยอดอกเต่งตึงนั้นทันทีแล้วดึงคนที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับสัมผัสของเขาเข้าไปกอดเอาไว้แน่น

“คุณพอชครับ เราต้องหยุด ผมต้องหยุดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นแล้วผมจะหยุดไม่ได้” สมควรพูดเหมือนกับบอกตัวเองไปด้วย คนในอ้อมกอดที่หอบสั่นพยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย พลางกอดรัดร่างกำยำของแฟนหนุ่มเอาไว้แน่น

“เอาไว้...เอาไว้ตอนเราอยู่กันสองคนที่พัทยานะครับ” พอชพูดปนหอบ คำพูดนั้นทำให้สมควรน้อยตื่นเต้นคึกคักเสียจนพยายามเอาหัวชนกางเกงของนายสมควรยกใหญ่ แม้จะรู้ว่ายังออกมาสูดหายใจตอนนี้ไม่ได้ แต่ได้ยินคุณหนูพูดแบบนั้นมันเลยอดไม่ได้ที่จะร้องเรียกหาแม่นางทั้งห้าและท้าขึ้นสังเวียน แต่คำท้าของสมควรน้อย ศิษย์บุญเรืองในคราวนี้ต้องเป็นโมฆะไป เพราะเวลาและสถานที่ไม่เหมาะต่อการขึ้นชก การสูดลมหายใจเข้าลึกและผ่อนออกมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งนั้นเป็นทางออกทางเดียวในตอนนี้

หลังชมภาพยนตร์ในโรงสุดหรูและรับประทานอาหารในเล้าจน์ของโรงหนังแล้ว คุณพงษ์และคุณอรก็พาพอชชอปปิ้งของขวัญวันเกิดต่อจนได้เวลากลับไปฉลองที่บ้านกับครอบครัวภัทรโชติ หลังส่งเจ้านายทั้งสามและนำรถเข้าไปเก็บในโรงรถเรียบร้อยแล้ว สมควรก็ไปรับน้องไก่ย่างจากบ้านข้างๆ ตามความต้องการของเจ้าของวันเกิด

“น้องดีใจจังเลยที่เดี๋ยวนี้ข้าวเหนียวไม่งอแงกับน้องไก่ย่างแล้ว” พอชพูดเสียงแจ๋วกับพ่อและแม่เมื่อเห็นว่าข้าวเหนียวยืนนิ่งให้ไก่ย่างและหมูปิ้งเลียแก้มคนละข้าง

“ก็แน่ละ มีน้องๆ เอาใจทั้งสองตัวขนาดนั้น ถ้ายังจะงอแงอีกก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว” คุณพงษ์เอ่ยกลั้วหัวเราะ พลางมองไปยังเจ้าตัวเล็กทั้งสามที่เลิกเลียหน้ากัน แล้วพากันวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานในสนามหน้าบ้าน

“ไม่รู้พี่สมควรทำยังไง น้องๆ ถึงสามัคคีกันได้ พี่สมควรนี่เก่งไปหมดทุกอย่างเลย” ได้โอกาสเด็กน้อยก็รีบอวยแฟนให้ผู้บังเกิดเกล้าฟัง

“ป๊ารู้แล้วว่าพี่เขาเก่ง ทั้งเก่ง ทั้งขยัน และนิสัยดี นับว่าโชคดีมากที่ได้สมควรมาอยู่กับพวกเรา” คนเป็นพ่อเอ่ยชื่นชมคนสวนหนุ่มจากใจจริง ยังรู้สึกประทับใจไม่หายที่ชายหนุ่มช่วยทำให้ครอบครัวของตนรอดพ้นจากการโดนโกงเป็นสิบล้านมาได้อย่างหวุดหวิด

“มีคนที่ไว้ใจได้มาเป็นคนคอยดูแลหนูอย่างใกล้ชิด ม๊าก็สบายใจค่ะ ขอภาวนาอย่าเพิ่งให้พี่เขาไปมีแฟนตอนนี้เลย เดี๋ยวติดแฟนแล้วจะไม่มีเวลามาดูแลเรา ให้หนูโตทำงานแล้วไปอย่างเนอะ” คนที่มองว่าลูกชายของตัวเองยังเป็นน้องตัวเล็กๆ เอ่ยขึ้น คุณอรไม่ได้มีปัญหาอะไรหากลูกจ้างจะมีคนรัก เพียงแค่เกรงว่าจะส่งผลกระทบกับงานเหมือนที่เคยประสบมากับลูกจ้างคนก่อนในอดีต

“ถ้างั้นน้องพอชต้องทำให้พี่สมควรเป็นแฟนน้องแล้วหละ พี่เขาจะได้ไม่ไปไหน ดีมั๊ยครับ” เมื่อมารดาเปิดช่อง ได้ทีพอชจึงรีบพูดขึ้น ได้ยินเสียงพ่นลมหายใจจากผู้เป็นบิดาก็ทำปากยู่

“ทั้งดื้อทั้งเอาแต่ใจแบบนี้ พ่อสมควรจะอยากเป็นแฟนด้วยเร้อ” คุณพงษ์หยอกลูกอย่างไม่คิดอะไร

“ถ้าน้องทำได้ ป๊าจะยอมรับปะล่ะ” เด็กเอาแต่ใจรีบถาม แม้จะรู้ว่าเขาสามารถดื้อดึงกับพ่อแม่ได้แทบทุกอย่างไม่ว่าจะต้องการอะไร แต่เรื่องนี้ก็ยังทำให้เขาใจเต้นแรงเมื่อเปิดประเด็น

“ถ้าทำได้ ก็ไม่เห็นว่าทำไมถึงจะไม่ยอม เราน่ะคงไปดูแลคนอื่นไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าได้สมควรมาดูไปตลอดมันก็น่าจะดีกว่าเนอะคุณ” คุณพงษ์ทวีพูดพลางหันไปถามความเห็นภรรยา

“อรไม่มีปัญหาอะไรค่ะคุณ สมัยนี้แล้ว พวกคู่ค้าชาวต่างชาติและเพื่อนๆ พวกเราหลายคนก็มีคนรักเพศเดียวกันตั้งไม่รู้กี่คู่ อยากมีทายาทก็ไปหารับเด็กจากสถานเด็กกำพร้ามาเลี้ยงก็ได้ มีอย่างเดียวที่ต้องกังวลก็คือว่าพ่อสมควรจะคิดยังไงกับเรื่องนี้เท่านั้นเอง” คนที่ตามใจลูกเสมอเอ่ยออกมาอย่างไม่เห็นว่าเรื่องรักร่วมเพศเป็นเรื่องแปลกใหม่อะไร การที่พวกท่านทั้งสองเดินทางไปต่างประเทศบ่อย นับเป็นการช่วยเหลือให้วิสัยทัศน์กว้างและเปิดใจรับสิ่งต่างๆ ได้มากอย่างที่พอชเองก็คาดไม่ถึง

คำบอกของพ่อและแม่ทำให้พอชดีใจจนแทบจะเผลอพูดออกไปว่าทั้งสองคบกันแล้ว แต่ก็ยังสามารถห้ามปากตัวเองไว้ได้ทัน วันนี้วันเกิดเขา จึงไม่อยากให้มีเรื่องอื่นใดเข้ามาทำให้บรรยากาศเสีย เพราะแม้พวกท่านจะพูดอย่างนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วอาจไม่เป็นอย่างที่พูด และสมควรเองก็เคยบอกเขาแล้วว่าอยากเป็นฝ่ายออกมาขออนุญาตคบกับเขาเอง จึงพยายามยั้งใจยั้งคำพูดเอาไว้ก่อน อย่างน้อยก็ปูทางมาได้ขนาดนี้ และได้อัดเสียงบันทึกทุกอย่างเอาไว้แล้วเหมือนคราวก่อนด้วย

งานเลี้ยงฉลองแบบเป็นกันเองของสองครอบครัวดำเนินไปอย่างราบรื่นดี หลังรับประทานอาหารค่ำและตัดเค้กแล้ว ก็เป็นเวลาเปิดกล่องของขวัญ คุณพงษ์และคุณอรผู้พาลูกไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ราคาแพง พาลูกชอปปิ้ง และจ่ายค่าทริปไปพัทยาให้เป็นของขวัญวันเกิดแล้ว ก็ยังจะมีของขวัญใส่กล่องให้ลูกอีก นาฬิกาเรือนสวยยี่ห้อดังที่แพงเสียจนสมควรไม่คิดว่าชาตินี้จะมีปัญญาหาซื้อมาให้ได้ทำให้เด็กน้อยดีอกดีใจเป็นยกใหญ่ รีบใส่นาฬิกาใหม่เอี่ยมนั้นแล้วอวดให้คนทั้งบ้านดูอย่างตื่นเต้น ของขวัญชิ้นต่อไปเป็นของคุณสุรชัยและคุณวิไลวรรณ ภายในกล่องเป็นรองเท้าหนังอิตาลีชั้นดี ยี่ห้อที่ราคาสูงกว่าเงินเดือนรวมกันหลายเดือนของสมควรเสียอีก

“ถือเสียว่าเป็นของขวัญรับขวัญนักศึกษาใหม่นะลูก สีดำเรียบๆ แบบนี้จะได้ใส่กับชุดนักศึกษาได้” คุณวิไลวรรณกล่าวอย่างใจดี พอชเอ่ยคำขอบคุณและลองใส่รองเท้าที่เป็นเงามันวับนั้น ไม่แปลกที่จะใส่ได้อย่างพอดิบพอดีเพราะสง่าผู้ดูแลคุณหนูมาแต่ไหนแต่ไรให้ข้อมูลขนาดรองเท้าผ่านทางตาโด่งล่วงหน้า

สมควรมองของขวัญราคาแพงที่คนรวยเขาให้กันแล้ว ก็เกรงว่าของขวัญที่เขาเตรียมไว้มันจะด้อยค่าเกินไป แต่เขาก็ตั้งใจเก็บออมเงินเพื่อซื้อให้พอชในระยะหนึ่งแล้ว นิ่งเงียบมองดูคนรักแกะของขวัญของตาโด่งและภรรยา กับของสง่าและป้าอุไรก่อนดีกว่า เป็นลูกจ้างเหมือนกันกับเขาอาจจะไม่สามารถซื้อของแพงๆ ให้คุณหนูได้

“งื้อออ น้องกำลังอยากได้รุ่นนี้อยู่พอดีเลย!!!” เมื่อเปิดกล่องของขวัญของคุณลุงคนสวนและป้าแม่บ้านข้างบ้าน พอชก็ร้องเสียงดังด้วยความดีใจ

รองเท้าผ้าใบรุ่นใหม่ยี่ห้อดังที่เขาได้ยินพอชบ่นอยู่ว่าจะอ้อนให้พ่อกับแม่ซื้อให้ ทำให้สมควรเริ่มใจไม่ดี ลืมไปว่าผู้สูงวัยทั้งสองไม่มีทายาทและทำงานมานานมากจนคงจะมีเงินเก็บมากกว่าเขา สองคนรวมกันซื้อรองเท้าราคาสูงขนาดนี้ไม่น่าจะมีปัญหา ตอนนี้เขาแทบไม่อยากคิดเลยว่ากล่องของขวัญของลุงหง่าและป้าอุไรที่รักคุณหนูอย่างกับลูกในไส้จะเป็นอะไรที่ทำให้เขาอยากจะมุดโต๊ะหนีไปมากกว่านี้ เท่าที่รู้คือหน้าที่ของทั้งสองไม่ใช่เพียงขับรถและเป็นแม่บ้านธรรมดาๆ แต่ยังเป็นเสมือนคนสนิทและผู้จัดการของครอบครัว เงินเดือนของทั้งสองจึงค่อนข้างสูงทีเดียว

“iPad Pro รุ่นใหม่ล่าสุด!!! งื้ออออ” เสียงกรี๊ดของพอชทำให้ชายหนุ่มกล้ามโตใจแป้วและไอแพดรุ่นใหม่ล่าสุดที่ราคาสูงจนเขาแทบหน้ามืด ของแพงที่ได้จากพ่อแม่หรือครอบครัวภัทรโชตินั้นพอจะเข้าใจ แต่เขาคิดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสทั้งสี่ที่เป็นลูกจ้างเหมือนกับเขาจะให้ของขวัญราคาสูงแบบนี้ด้วย

สมควรมองคนรักเที่ยววิ่งไปกอดขอบคุณทุกคนอย่างดีใจ ปากก็พร่ำบ่นว่าไม่เห็นต้องซื้อของแพงให้ แต่ใบหน้านั้นบานแฉ่งเสียยิ่งกว่าดอกทานตะวันเสียอีก คิดไปคิดมาทั้งสี่ก็อายุมากและรักคุณพอชเหมือนดั่งลูกหลาน วันเกิดมีเพียงปีละครั้งจะเก็บออมเอาไว้ซื้อของขวัญแบบนี้ให้ ในสังคมคนรวยก็อาจเป็นเรื่องธรรมดาก็ได้ ตัวเขาเองเพิ่งก้าวเข้ามาอยู่ในสังคมของคุณหนู คงจะต้องพยายามปรับตัวและทำใจให้ได้ ว่าของที่เขาให้นั้นมันคงไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่อย่างน้อยเขาก็ให้มันด้วยใจ

หลังตื่นเต้นดีใจกับของขวัญชิ้นอื่นจนพอแล้ว พอชก็หยิบกล่องของขวัญกล่องเล็กที่สุดของเขาขึ้นมา เด็กน้อยเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าขึ้นเป็นสีชมพูระเรื่อยามมองกล่องของขวัญชิ้นแรกที่ได้รับจากแฟน ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่กล้าเหลือบตาขึ้นมองคนให้ จึงเริ่มแกะกระดาษห่อออกเงียบๆ ข้างในเป็นกล่องกำมะหยี่แบนๆ สีงาช้าง ที่ดูก็รู้ว่าคนเลือกพิถีพิถันในการเลือกเพียงใด พอชใจเต้นแรงยามเมื่อเปิดกล่องนั้นดู สร้อยคอ Pink Gold ที่มีอักษรรูปตัว P ประดับเป็นจี้ทำให้เจ้าของวันเกิดน้ำตาซึม

“สวยจังเลยลูก พ่อสมควรช่างเลือกจริงๆ ทองสีชมพูเหมาะกับน้องพอชมากเลย” คุณอรมณีเอ่ยชมจากใจจริง เมื่อเห็นของในกล่อง ถึงแม้ของขวัญชิ้นอื่นจะมีสนนราคาสูงกว่ามากนัก แต่สำหรับเธอและสามีแล้ว ไม่ได้คิดว่าราคาเป็นสิ่งสำคัญแต่อย่างใด

พอชมองดูสร้อยคอเส้นเล็กดูบอบบางนั้นแล้วเดินไปหาคนให้ ส่งมันคืนให้สมควรที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงด้วยคิดว่าคนรักไม่อยากได้ของขวัญที่ดูด้อยค่าเมื่อเทียบกับของคนอื่นๆ เขารับมันมาด้วยมือสั่นเทา เสียใจจนรู้สึกเจ็บปวดหัวใจไปหมดแล้ว จนกระทั่งคนตัวเล็กตรงหน้าเอ่ยขึ้นเบาๆ

“ใส่ให้น้องหน่อย” คำพูดสั้นๆ นั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นดึงเขาขึ้นมาจากเหว สมควรรีบปลดตะขอสร้อยมือไม้สั่นแล้วอ้อมมือไปด้านหลังเพื่อใส่สร้อยให้คนรัก

“คุณพอช...ผม...ผมขอโทษ ที่ผมสามารถซื้อให้ได้แค่นี้...” คนสวนหนุ่มเอ่ยขึ้นเบาๆ แล้วต้องตกใจเมื่อหยาดน้ำใสไหลออกมาจากดวงตากลมคู่นั้น

“สร้อยคอของพี่สมควร เป็นของขวัญที่น้องชอบมากที่สุด มันสวยมาก ขอบคุณนะครับ” พูดพลางใช้หลังมือป้ายน้ำตาตัวเองไปด้วย ดูน่ารักน่าทะนุถนอม น่าปลอบเสียจนสมควรเกือบเผลอดึงเข้าไปกอด เขาแอบเหลือบตามองไปยังผู้ใหญ่ทั้งหลายที่อยู่ในห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าทุกคนกำลังให้ความสนใจไอแพดใหม่เอี่ยมของพอชอยู่ โดยไม่มีใครสนใจพวกเขา

“ด้วยความยินดีครับ” ชายหนุ่มพูดเสียงแผ่วเบา แอบเอื้อมมือไปกุมมือเล็กๆ ของพอชเอาไว้แล้วบีบเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน

“น้องพอชอยากกินเค้กอีก พี่สมควรตัดเค้กมากินกับน้องพอชอีกชิ้นนะครับ” เจ้าของวันเกิดพูดพลางดึงมือคนรักให้เดินตามไปยังโต๊ะอาหาร ยืนรอให้นายสมควรตัดเค้กให้แล้วเดินด๊อกแด๊กกลับไปนั่งกับพ่อแม่ โดยไม่ลืมที่จะลากแขนแฟนหนุ่มให้ไปนั่งด้วย

“กินอีกแล้ว เมื่อกี้ก็กินไปสองชิ้นโตๆ แล้วนะเรา” คุณพงษ์เอ่ยทักเมื่อเห็นลูกชายเดินกลับมาพร้อมเค้กชิ้นโต

“ก็เค้กวันเกิดน้องพอชนี่ จะกินกี่ชิ้นก็ได้ ม๊าจ๋าเอาอีกมั้ยครับ” เถียงพ่อเสร็จก็หันไปอ้อนแม่

“ไม่ละจ้ะลูก หนูกินเถอะ พวกเราอายุเยอะกันทุกคนแล้ว น้องพอชกับพี่สมควรยังหนุ่มอยู่กินกันไปเยอะๆ เลย” คุณอรมณีตอบแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ลูกคนเดียวของเธอ

“งั้นพวกเขาขอตัวกลับก่อนดีกว่า พักหลังนี่นอนดึกมากไม่ไหว สุขสันต์วันเกิดนะน้องพอช เดี๋ยวลุงกับป้ากลับก่อนละ จะกินเค้กในส่วนของลุงอีกสักชิ้นก็ไม่ว่าอะไรนะ” คุณสุรชัยเอ่ยอย่างอารมณ์ดี สร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้แก่ทุกคน ก่อนจะให้ตาโด่งไปอุ้มน้องไก่ย่าง และลาเจ้าภาพจัดงานกลับเข้าบ้านของตัวเอง

งานวันเกิดของพอชจบลงด้วยดี คืนนั้นเด็กน้อยที่โตจนอายุ 18 ปีแล้ว แต่ก็ยังจะไม่วายไปอ้อนขอนอนกับแม่ ความที่ตัวเล็กนิดเดียวทำให้ดูอย่างไร ทำอะไรก็ยังดูน่ารักเหมือนเด็ก คุณอรมณีเองก็ไม่เคยห้ามหรือปฏิเสธลูกเลยสักครั้งทุกครั้งที่พอชขอไปนอนด้วย อย่างไรเสียในสายตาของเธอพอชก็เป็นเพียงเด็กน้อยตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น และอีกสองวันเธอและสามีก็ต้องเดินทางกันอีกแล้ว จึงยอมปล่อยให้ลูกมานอนอ้อนตามต้องการโดยไม่ขัดใจ ใช้เวลาในวันถัดไปพาลูกไปผ่อนคลายในสปากันสองคนแม่ลูก โดยสง่าพาทั้งสองไปส่งที่สปาหลังพาคุณพงษ์ทวีไปส่งที่ออฟฟิศแล้ว และรับกลับเมื่อหมดเวลาสปาเดย์ที่จองไว้ ก่อนจะขับไปรับคุณพงษ์จากบริษัทและตรงกลับเข้าบ้านพร้อมกัน

ทริปพัทยาที่สมควรตั้งตารอคอยนั้น แม้จะเพียงแค่สองคืนสามวัน แต่สำหรับเขามันช่างยาวนานเหลือเกิน พอเช้าวันเดินทางมาถึง คนสวนหนุ่มก็แทบจะกระโจนออกจากห้อง เข้าไปชิงตัวพอชแล้วอุ้มไปใส่ในรถ โดยไม่ต้องกินอาหารเช้าหรือทำอะไรทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงเขาจะทำแบบนั้นไม่ได้ จึงได้แต่ช่วยแม่อุไรเตรียมอาหารเช้าให้เจ้านายทั้งสาม ในขณะที่สง่านำกระเป๋าเดินทางของคุณพงษ์และคุณอรไปใส่ท้ายรถ เพื่อเตรียมตัวขับไปส่งยังสนามบิน

หลังจัดสำรับอาหารให้นายเรียบร้อยแล้ว สมควรก็ยกกระเป๋าเดินทางของเขาและคุณหนูไปใส่ท้ายรถอีกคันหนึ่งบ้าง พอกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้งก็ได้ยินคุณอรกำลังสอนลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

“เดินทางกันสองคนกับพี่เขา อย่าดื้อนะลูกนะ ทำตัวน่ารักๆ พี่เขาจะได้เอ็นดูและอยู่กับหนูไปนานๆ เข้าใจมั้ยคะ” คำพูดแสนอ่อนหวานนั้นทำให้สมควรรู้สึกดี และรักครอบครัวนี้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในทุกวัน

“น้องพอชไม่ดื้อหรอก แต่ถึงจะดื้อ พี่สมควรก็ยอมให้น้องตลอดแหละ” คนเอาแต่ใจเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ แล้วพูดอย่างผู้ที่เหนือกว่าจนคนเป็นบิดาถอนหายใจเฮือกใหญ่

“โตแล้วเลิกทำนิสัยเด็กเอาแต่ใจได้แล้ว ถ้าอยากให้เขาอยู่ดูแลกันไปนานๆ ก็หัดทำตัวให้มันน่ารักบ้าง” เมื่อโดนพ่อตำหนิพอชก็ทำปากยู่ แต่ก็ไม่ได้โต้เถียงอะไรให้มากความ เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่าจะจัดการกับคนรักอย่างไร และรู้ว่าสมควรนั้นยอมเขาทุกอย่าง และคิดเอาไว้ในใจแล้วด้วยว่า ทริปนี้เขาจะออดอ้อนและเอาใจแฟนหนุ่มกล้ามใหญ่ของตัวเองบ้าง อยากได้อะไร อยากให้เขาทำอะไร หรืออยากจะทำอะไรกับเขา พอชก็จะยอมให้ทุกอย่างเลย

สง่าและสมควรขับรถคันสวยของครอบครัวเจริญบารมีวงศ์ออกเดินทางไปพร้อมกันคนละจุดหมายปลายทาง หัวใจของคนสวนหนุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะตลอดการเดินทาง พยายามข่มใจไม่ให้ตื่นเต้น ขู่สมควรน้อยไม่ให้ตื่นตัวตั้งแต่ยังอยู่ในรถ แต่มันก็ช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน ในเมื่อรู้ว่าทริปนี้เขากับคุณพอชกำลังจะกลายเป็นคนคนเดียวกัน อยากติดปีกแล้วเหาะไปให้ถึงโรงแรมที่พักให้เร็วกว่านี้ แต่ก็ยังนับว่าโชคดีมากที่รถไม่ติด ใช้เวลาสองชั่วโมงนิดๆ ทั้งสองก็เดินทางไปถึงโรงแรม

ตามปกติแล้วเวลาเช็คอินของโรงแรมนี้คือบ่ายสามโมง แต่พ่อแม่ของพอชเป็นสมาชิกระดับแพล็ตตินั่มของโรงแรมเครือนี้ จึงสามารถขอเช็คอินก่อนเวลาได้ และจะเช็คเอ้าท์ช้ากว่าเวลาเที่ยงวันในวันกลับก็ไม่มีปัญหาอะไร พอชและสมควรสามารถใช้เวลาผ่อนคลายในโรงแรมระดับห้าดาวสุดหรูแห่งนี้ได้อย่างเต็มที่

เมื่อไปถึงห้องพักสิ่งแรกที่สมควรอยากทำคือกระโดดเข้าไปตะครุบคุณหนูแล้วลากขึ้นไปฟัดบนเตียงให้สาสมกับความกระหายหิวของเขา แต่ทาสอย่างเขาก็ไม่อาจจะทำอย่างนั้นได้ พอวางข้าววางของเรียบร้อยแล้วจึงรอดูทีท่าว่าแฟนที่สุดแสนน่ากินของตนจะว่าอย่างไร หากคุณพอชบอกว่าอยากออกไปนั่งเล่นชายหาด เขาก็คงจะต้องจำยอมอดทนอดกลั้นและปลอบขวัญสมควรน้อยให้เย็นเข้าไว้ต่อไป แต่หากคุณหนูของเขาอยากอาบน้ำแล้วขึ้นเตียงเป็นอย่างแรก เขาจะเข้าไปบริการช่วยอาบให้ถึงในห้องน้ำเลยทีเดียว

“วันนี้อากาศร้อนจังเลย น้องไม่อยากออกไปชายหาดตอนนี้ พี่สมควรละครับ อยากไปเดินเล่นมั้ย” คำถามที่ไม่จำเป็นต้องคิดคำตอบให้เสียเวลานั้นทำให้คนสวนหนุ่มใจแกว่งไปหมดแล้ว

“ผมก็ไม่อยากไปครับ ถ้าคุณพอชร้อน จะไปอาบน้ำก่อนก็ได้นะครับ แล้วค่อยไปนั่งเล่นที่ระเบียงก็ได้” พูดอย่างคนหวังดีและพยายามแอบซ่อนความตื่นเต้นของน้ำเสียงมากที่สุด

“น้องพอชอยากอาบน้ำ...พี่สมควรอยากอาบพร้อมน้องหรือเปล่า...”คำพูดที่ยั่วออกมาตรงๆ นั้นทำให้คนสวนหนุ่มสบถคำหยาบในใจ เขาไม่ตอบอะไรแต่ตรงเข้าไปกอดร่างผอมบางแล้วประกบริมฝีปากลงบนปากที่ช่างเอ่ยคำยั่วยวนนั้นทันที

จุมพิตที่เร่าร้อนรุนแรงตั้งแต่เริ่มทำให้เด็กน้อยตั้งตัวไม่ทัน ตกใจเล็กน้อยที่สมควรสอดมือเข้าไปในเสื้อแล้วบีบคลึงเนินเนื้อหน้าอกของเขาอย่างแรง ลมหายใจหืดหาดและเสียงคำรามตามอารมณ์ความต้องการของอีกฝ่ายทำให้พอชใจเต้นแรง เนื้อตัวช่วงล่างที่เบียดมาจนชิดนั้นแข็งปั๋งยิ่งกว่าทุกครั้งจนคนชอบยั่วใจหาย

“ฮือ...พี่...พี่สมควร...อย่า...อย่าเพิ่งครับ...” เสียงครางประท้วงดังขึ้นเมื่อริมฝีปากของคนพูดเป็นอิสระ มือเล็กพยายามจิกทึ้งเส้นผมของคนที่มุดศีรษะเข้าไปในเสื้อและดูดดึงยอดอกของเขาอย่างกับคนอดอยากมานาน

“พี่ไม่ไหว ไม่ไหวแล้วคนดี...อา...” สมควรเพ้อออกมาเป็นคำพูด สรรพนามแทนตัวที่ใช้เป็นครั้งแรกนั้นทำให้พอชใจเต้นตึกตักยิ่งกว่าเดิม แม้จะชอบให้ทาสของเขาแทนตัวเองว่าบ่าวมากกว่า แต่เมื่อได้ยินคำว่าพี่มันทำให้เขาเขินจนรู้สึกระทดระทวยไปหมด

“พี่สมควรจ๋า...ฮ้า...อาบน้ำกับ...น้องพอชก่อน...อือ...นะครับ” พอชกัดฟันแล้วดันศีรษะของสมควรออก เขาเองก็ต้องพยายามห้ามความต้องการของตัวเองเช่นกัน แต่หากจะมีอะไรกันลึกซึ้งเป็นครั้งแรก เขาก็อยากจะทำความสะอาดและเตรียมตัวให้พร้อมเสียก่อน

“พี่จ๋า...น้องก็ต้องการพี่ แต่เราต้องไปอาบน้ำ...ชำระล้างให้พร้อมก่อนนะครับ” ได้ยินเสียงหวานพูดแบบนั้น สมควรก็จับตัวคนพูดยกขึ้นทั้งตัว แล้วอุ้มเข้าไปในห้องน้ำ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าให้อีกฝ่ายและของตัวเองอย่างรวดเร็วเสียจนพอชมองแทบไม่ทัน สุดแสนอึ้งเพราะไม่เคยเห็นสมควรถอดเสื้อผ้าเร็วแบบนี้มาก่อน มือใหญ่เอื้อมไปเปิดน้ำฝักบัวแล้วลูบไล้ผิวเนื้ออ่อนบางของเขาทันที ทั้งสองประสานสายตากัน ต่างคนต่างก็รู้ว่าอีกไม่นานร่างสองร่างกำลังจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว

สายน้ำที่โปรยปรายลงมาดูเหมือนจะไม่ช่วยทำให้จิตใจอันแสนรุ่มร้อนเมื่อครู่เย็นลงได้ ครีมอาบน้ำนุ่มลื่นถูกชโลมลงบนผิวขาวสะอาด มือสากหนาที่มีสีผิวเข้มกว่าฟอกฟองครีมไปทั่วทุกอณูของร่างกายคุณหนู ในขณะที่มือเล็กๆ ก็ลูบไล้ไปตามเนื้อตัวที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามนั้น ทั้งสองประสานสายตากันนิ่ง ดวงตาคมกริบที่บ่งบอกว่าต้องการเขามากเพียงใดของอีกฝ่ายทำให้พอชรู้สึกราวกับกำลังถูกหลอมละลายด้วยไฟราคะ เขาอยากให้ส่วนสำคัญของชายผู้นี้ สอดใส่เข้าไปในกายของเขาจนแทบจะรอไม่ไหวแล้ว

ผ้าขนหนูสีขาวสะอาดฟูนุ่มถูกนำมาห่อตัวพอช และคนที่มีรูปร่างสูงกำยำก็ช้อนเรียวขาทั้งสองข้างขึ้น อุ้มคนรักตัวลอยไปวางลงบนเตียง อดทนมาได้นานขนาดนี้จะทนต่อไปอีกสักนิดโดยการทำให้อีกฝ่ายเคลิบเคลิ้มมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร หนังสือแต่ละเล่มที่เขาอ่านก็บอกเขาอยู่แทบทุกเล่มว่าการโล้มเล้านั้นเป็นสิ่งสำคัญ แม้อยากจะฟัดพอชให้จมเตียงแค่ไหน แต่ครั้งแรกของพวกเขาทั้งสอง สมควรก็อยากให้มันเป็นไปอย่างนุ่มนวลที่สุด เขาผละออกไปหยิบของบางอย่างซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะเป็นตัวช่วยให้คนรักของเขาไม่ต้องเจ็บปวดมากเกินไปในการร่วมรักครั้งแรก พอชมองขวดเจลหล่อลื่นในมือของคนสวนหนุ่มด้วยใจเต้นแรง ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวไปในเวลาเดียวกัน

ร่างผอมบางที่นอนอยู่บนผ้านวมผืนหนาที่ถูกคลุมอยู่บนที่นอนสะท้านน้อยๆ เมื่อริมฝีปากอุ่นของคนรักประทับลงมาบนริมฝีปากของตน จุมพิตอันแสนละเมียดละไมและเรียวลิ้นที่เล็มเลียอย่างแผ่วเบาพาเอาใจหวิว พอชเผยอริมฝีปากต้อนรับลิ้นชื้นให้เข้าไปเล่นซนอยู่ในอุ้งปาก ขนลุกซู่เมื่อสมควรกดลิ้นลงบนลิ้นเล็กๆ ของเขาแล้วลากเลียไปมาอยู่อย่างนั้น ก่อนจะค่อยๆ และเล็มสำรวจไปทั่วทั้งโพรงปาก แล้วตวัดเอาลิ้นของเขาเข้าไปในปากของเจ้าตัวแล้วดูดดึงมันราวกับเป็นของหวานจานพิเศษ

เรียวขาของพอชถูไถไปมาบนที่นอนจนผ้านวมที่ปูไว้ตึงเปรี๊ยะเริ่มยับยู่ยี่ มือขาวเอื้อมไปจิกทึ้งปลายผมดำขลับของคนสวนหนุ่มผู้กำลังง่วนอยู่กับการดูดดึงติ่งเนื้อเล็กๆ บนหน้าอกของเขา เด็กน้อยส่งเสียงครวญครางแผ่วหวานเมื่อคนรักค่อยๆ ลากปลายลิ้นลงต่ำ มือหยาบหนาที่คลึงเคล้นไปตามผิวเนื้อเนียนนุ่มก็เคลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ เช่นกัน

“ฮ้า...” พอชครางเสียงสั่นเมื่อสมควรแทรกปลายลิ้นลงไปในหลุมเล็กกลางหน้าท้อง ลิ้นร้ายนั้นตวัดไล้ไปมาอย่างหยอกเย้า ก่อนจะค่อยๆ ลากลงไปเล็มเลียตรงซอกขา เด็กน้อยแยกขาทั้งสองข้างออกโดยอัตโนมัติ ปลายเท้าจิกผ้านวมแน่นเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวนั้นครอบลงมาบนส่วนอ่อนไหวของตน

คนสวนหนุ่มลูบสะโพกบางไปมาด้วยความต้องการ เขาเอื้อมมือไปคว้าขวดเจลที่เตรียมไว้ เปิดฝาออกแล้วชโลมมันลงไปบนมือโดยไม่ได้ผละริมฝีปากออก พอชนั้นมัวแต่ร้องครวญครางจนไม่รู้ว่าคนรักกำลังลูบนิ้ววนเวียนไปมาอยู่ที่ปากทางเข้า จนสมควรค่อยๆ สอดนิ้วแรกเข้าไปจึงถึงกับสะดุ้งเฮือก

แม้ความรู้สึกที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอยู่ในร่างกายจะไม่ได้เจ็บปวดมากอย่างที่กังวล และเมื่ออีกฝ่ายเริ่มขยับนิ้วเข้าออก พอชก็ได้พบกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ตัวตนของเขาที่ยังถูกริมปีฝากของสมควรครอบอยู่และส่วนนั้นที่มีนิ้วมือขยับเข้าขยับออกอยู่ภายในมันรู้สึกดีเสียจนเลือดในกายพลุ่งพล่านไปหมด แต่เมื่อคนรักแทรกนิ้วมือใหญ่ๆ นิ้วที่สองเข้าไป ความอึดอัดคับแน่นที่เพิ่มมากขึ้นก็ทำให้พอชเกร็งตัว โพรงอุ่นเริ่มกระตุกตอดตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย

“ฮ้า...พี่สมควร...อึดอัด...ฮื้อ...พอชอึดอัด” เด็กน้อยพร่ำบอกปนเสียงครางสั่นพร่า เริ่มจิกเล็บมือลงบนบ่าของอีกฝ่ายเพื่อช่วยระบายความรู้สึก สมควรยังคงดูดดึงส่วนอ่อนไหวของคุณหนูอย่างใจเย็นแล้วค่อยๆ ขยับนิ้วเข้าออกอีกครั้ง เมื่อได้รับการเสียดสีอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความเกร็งจนขาสั่นก็ทุเลาลง เปลี่ยนเป็นความรู้สึกอย่างอื่นเข้ามาแทนที่ พอนิ้วที่สามถูกสอดเข้าไป และเจ้าของนิ้วค่อยๆ ควานช้าๆ หวังว่าจะช่วยให้คนรักได้ปรับตัว พอชก็กรีดเสียงครางยาว กระตุกตัวเกร็งและปลดปล่อยความต้องการออกมาทันที

ความรักความหลงอย่างสุดเสน่หาทำให้คนสวนหนุ่มกลืนกินสิ่งที่คุณหนูของเขาหลั่งออกมาทุกหยาดหยด แล้วลากลิ้นเล็มเลียไปทั่วหน้าท้องเนียนขาว ในขณะที่มือของเขานั้นก็ยังคงขยับเข้าออกสลับหมุนวนไปมาเพื่อช่วยให้โพรงอันแน่นสนิทนั้นอ่อนนุ่มขึ้น สมองของพอชตอนนี้ขาวโพลนไปหมด และยังหอบหายใจไม่หาย ความรู้สึกวาบหวามก็ก่อตัวขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งนิ้วมือที่คับแน่นอยู่ในช่องทางของตนขยับเร็วขึ้น หัวใจของเด็กน้อยก็เต้นแรงขึ้น อีกทั้งแฟนรูปหล่อก็ยังใช้ลิ้นเล่นซนอยู่บนตัวของเขาไม่มีหยุดหย่อน จากเล็มไล้หน้าท้องแบนราบ ไล่เรื่อยขึ้นมาจนถึงเนินเนื้อหน้าอก กดลิ้นลากลงไปหนักๆ แล้วค่อยตวัดไล้ไปมาอย่างไม่เห็นใจกันบ้างเลย ละเลงลิ้นรัวอยู่กับตุ่มไตเล็กๆ ข้างหนึ่งของเขา อีกข้างก็ใช้มือที่ว่างทั้งบีบคลึง ทั้งเขี่ยมันเล่นจนพอชบิดตัวไปมา มือหนึ่งจิกเส้นผมของเจ้าของลิ้นร้ายนั้น อีกมือดึงทึ้งปลอกหมอนเสียจนมันยับย่นไปหมด

“ฮ้า...พี่สมควรจ๋า...พี่สมควร...ฮื้อ...” ใจอยากจะร้องปรามและบอกว่ามันวาบหวิวจนทนไม่ไหว แต่ก็สามารถเปล่งเสียงออกไปได้เพียงแค่นั้น สมควรลากปลายลิ้นขึ้นไปไล้เลียซอกคอระหง งับสร้อยคอที่ตัวเองซื้อให้เล่นเบาๆ ก่อนจะไล้ลิ้นไปยังปลายคางแล้วครอบริมฝีปากลงบนปากเล็กๆ ที่เผยออ้า ดูดกลืนกลีบปากฉ่ำหวานอย่างใหลหลง แล้วเริ่มควานมือหาขวดเจลอีกครั้ง เปิดมันออกโดยไม่ผละริมฝีปากออกจากพอช ชโลมมันลงไปบนสมควรน้อย ที่ผงาดแข็งเกร็งเสียจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนอย่างเด่นชัด ถอนนิ้วมือทั้งสามออกมาอย่างช้าๆ และพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของคุณหนูด้วยลีลาการจูบที่ศึกษามาอย่างดี ก่อนจะค่อยๆ สอดแทรกท่อนเอ็นขนาดมโหฬารของตัวเองเข้าไป

“ฮื้อออ...” แม้ริมฝีปากจะถูกดูดกลืนอยู่แต่พอชก็ยังส่งเสียงเล็ดลอดออกมาเพราะความเจ็บปวด มือเล็กๆ ทั้งทุบทั้งจิกทึ้งคนรักที่ยังคงดันสิ่งนั้นเข้าไปในตัวเขาอย่างช้าๆ เมื่อโดนทุบหนักเข้าสมควรก็เริ่มใจไม่ดี เขาไม่อยากทำให้คนที่เขารักที่สุดต้องเจ็บปวด แต่เมื่อสมควรน้อยได้มุดเข้าไปในถ้ำจนเกือบถึงครึ่งทางแล้วแบบนี้ จะให้เขาหยุดตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า ช่องทางของคุณหนูก็ตอดกระหวัดรัดสมควรน้อย กระตุกถี่เสียจนเขาแทบจะคลั่งตายอยู่แล้ว แต่กำปั้นกลมๆ ที่ทุบเขาแรงขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้ชายหนุ่มต้องคลายริมฝีปากออกแล้วพยายามพูดปลอบ

“คุณพอช...ทนนิดนะครับ คนดีของบ่าว...” เขากระซิบเสียงพร่า และต้องตกใจเมื่อเห็นใบหน้าใสมีน้ำตาไหลพรากเปื้อนสองข้างแก้ม

“พี่สมควร ฮือ...น้องไม่ไหว...เอาออกไป...เจ็บ น้องเจ็บ...ฮือ...” พอชร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ภาพที่เห็นทำให้สมควรใจไม่ดี แต่เท่าที่เขาอ่านเจอมาครั้งแรกมักจะเจ็บแบบนี้หากเมื่อเริ่มขยับตัวทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้น จึงพยายามกลืนความรู้สึกทั้งสงสารทั้งใจเสียนั้นทิ้งไป แล้วให้สมควรน้อยเป็นคนคิดแทน

“ทนนิดนะครับ เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว” พูดจบก็พยายามดันตัวเองเข้าไปอีกนิดจนถึงครึ่งทาง ความใหญ่โตของเขาทำให้ร่างผอมบางสั่นสะท้าน แม้จะอยากดันตัวเข้าไปให้สุด แต่ท่าทางแบบนั้นทำให้เขาตัดสินใจขยับตัวเข้าออกแม้สมควรน้อยจะมุดเข้าไปได้เพียงครึ่งตัวเท่านั้น พอเขาเริ่มขยับเข้าออกช่องทางอ่อนนุ่มของคุณหนูก็บีบรัดและตอดเขามากยิ่งกว่าเดิม มันให้ความรู้สึกดีมากจนสมควรน้อยผู้ได้มุดโพรงเป็นครั้งแรกในชีวิตทนไม่ไหว เมื่อขยับตัวเข้าไปอีกเพียงครั้งเดียวของเหลวในกายของเขาก็พุ่งกระฉูดออกมาทันที

ความอุ่นวาบในช่องท้องทำให้พอชสะดุ้งน้อยๆ เสียงคำรามและแรงกอดรัดจากลำแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามทำให้เด็กน้อยรู้สึกผ่าวร้อนไปทั้งหน้า ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว ทั้งเจ็บปวดช่วงล่าง และต้องใจหายวาบเมื่อรู้สึกได้ว่าส่วนที่ยังค้างคาอยู่ในกายนั้น เริ่มขยายตัวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้สิ่งที่สมควรเพิ่งหลั่งออกมาช่วยเพิ่มน้ำหล่อลื่นให้ช่องทางอันคับแน่นมากกว่าเดิม เขาเงยหน้าขึ้นมองพอช ดวงตาของทั้งสองประสานกัน ต่างคนต่างก็รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร แม้จะเจ็บและกลัว แต่พอชก็ได้ตัดสินใจตั้งแต่ก่อนเดินทางแล้วว่า จะมอบความบริสุทธิ์ของตนให้กับคนรัก เด็กน้อยยกสองแขนขึ้นคล้องลำคอแกร่ง เม้มริมฝีปากแล้วพยักหน้าน้อยๆ เพื่อเป็นการเปิดทางให้อีกฝ่าย สมควรจึงแนบริมฝีปากลงไปงับเม้มเรียวปากสวยเบาๆ แล้วค่อยๆ ดันตัวให้ลึกเข้าไปอีก แรงจิกทึ้งเส้นผมบ่งบอกว่าอีกฝ่ายอึดอัด เขาจึงพยายามค่อยๆ ดันเข้าไปอย่างใจเย็นที่สุด

แม้จะยังรู้สึกเจ็บปวดแต่พอชก็อยากให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาพัฒนาขึ้น ขยับสะโพกบางยกขึ้นตามมือของสมควร ที่พยายามประคองสะโพกเขาให้ยกขึ้นสูงจากที่นอน ในขณะที่ดันตัวตนเข้าไปจนสุด ชายหนุ่มหยุดเคลื่อนไหวอยู่อย่างนั้นพักหนึ่งจึงเริ่มขยับตัว เริ่มจากขยับเข้าออกเป็นจังหวะสั้นๆ ช้าๆ เมื่อเสียงครางเบาๆ ในลำคอด้วยความเจ็บปวดของพอช เริ่มเปลี่ยนไปเป็นครวญด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง คนสวนหนุ่มจึงเปลี่ยนจังหวะเป็นดึงตัวเข้าออกยาวและเร็วขึ้น เขาคลายริมฝีปากออกแล้วยืดตัวขึ้น มองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ใคร่ของคนที่เขาทั้งรักและบูชา จับเรียวขาขาวแยกออกจากกันกว้างขึ้น สองมือตรึงข้อเท้าเล็กทั้งสองเอาไว้แน่น แล้วเริ่มขยับตัวเข้าออกอีกครั้ง

“ฮ้า...พี่สมควร อื้อ...พี่สมควรจ๋า...อ๊า...” พอชร้องครวญครางเสียงหวาน ความเจ็บปวดเมื่อแรกไม่หลงเหลืออีกแล้ว เขายกสะโพกขยับขึ้นลงไปตามจังหวะขยับเข้าออกที่แรงขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าและท่าทางแบบนั้นกระตุ้นความต้องการของสมควรเพิ่มเป็นทวีคูณ เขาแลบลิ้นออกมาเลียเท้าเล็กๆ ที่หงิกเกร็งแล้วกระแทกตัวเข้าออกแรงขึ้นเรื่อยๆ มองส่วนสำคัญของคุณหนูที่กำลังมีน้ำปริ่มออกมาตาวาว จับขาข้างหนึ่งพาดไว้บนบ่าแล้วเอื้อมมือไปรูดรั้งส่วนนั้นของพอช เสียงกรีดร้องอย่างสุขสมทำให้เขายิ่งเร่งจังหวะกระแทกถี่รัวขึ้น มือที่กอบกุมอวัยวะสำคัญของคนรักก็ขยับขึ้นลงเร็วและแรงขึ้น พอชจิกทึ้งหมอนที่นอนหนุนอยู่พลางบิดตัวเร่าเมื่อโดนกระแทกกระทั้นรัวแรงไม่หยุด สมควรกระแทกตัวเข้าไปสุดแรงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วคำรามลั่น พร้อมกับเสียงครางยาวของคนที่นอนอยู่ด้านใต้ ยามเมื่อความต้องการของทั้งสองถูกปลดปล่อยออกมาในคราวเดียวกัน

หนุ่มร่างกำยำโถมตัวลงไปดูดกลืนเรียวปากของพอชอย่างหลงมัวเมาที่สุด เขายิ่งรู้สึกทั้งรักทั้งหลงคุณหนูของเขามากกว่าเดิมเป็นหมื่นเป็นแสนเท่า

“คุณหนู...คุณหนูของบ่าว...ผมรักคุณหนู...รักที่สุด...สุดที่รักของผม...” เขาพร่ำคำบอกรักไม่หยุดพลางพรมจูบไปทั่วใบหน้าแล้วกอดรัดร่างบอบบางเอาไว้แน่น เมื่อคนในอ้อมแขนเงียบไปไม่ตอบอะไรกลับมาเขาก็เอะใจ ยืดตัวขึ้นมองใบหน้าสวยที่ดวงตาปิดสนิทไปแล้ว สมควรตกใจแทบสิ้นสติ นี่เขาทำรุนแรงเกินไปจนคุณพอชน็อคไปแล้วหรือ เขาควรทำอย่างไร จะเรียกหมอหรือพาคุณพอชไปโรงพยาบาลดี หรือควรโทรไปปรึกษาไอ้กรณ์??

ไอ้กรณ์...

เมื่อชื่อเพื่อนซี้วิ่งเข้ามาในหู สมควรก็นึกถึงสารพัดมังงะวายที่อ่านขึ้นมาได้ ที่คุณพอชหมดสติไปนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องร้ายแรงที่เขาจะต้องแตกตื่นขนาดนั้น คนสวนหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก และค่อยๆ ผ่อนมันออกมาช้าๆ พยายามตั้งสติให้ดีแล้วเริ่มตรวจเช็คคนรัก ดูท่าคุณพอชคงจะเหนื่อยจนสลบไปมากกว่า เขาเองก็ควรจะพาอีกฝ่ายไปทำความสะอาดแล้ะชำระล้างสิ่งที่เขาปลดปล่อยเข้าไปในกายของเด็กน้อยออกมาให้หมด เมื่อคิดดังนั้นแล้วสมควรจึงค่อยๆ ช้อนคนตัวเล็กขึ้น แล้วอุ้มตรงไปยังห้องน้ำ โอบกอดคนที่เขาทั้งรักทั้งหลงเอาไว้แนบแน่น ให้สายน้ำที่โปรยปรายลงมาบนตัวช่วยชำระคราบต่างๆ บนหน้าท้องของพอช และค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปล้างของเหลวที่เขาหลั่งเข้าไปด้านในจนมันไหลย้อนออกมาตามเรียวขา หัวใจของชายหนุ่มเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อส่วนนั้นตอดกระตุกสู้นิ้วมือของเขา สมควรน้อยของเขาตกใจตื่นขึ้นมาอีกแล้วเพราะสัมผัสเมื่อครู่ แต่คุณหนูของเขายังสลบไสลไม่ได้สติแบบนี้ เห็นทีเขาคงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากพึ่งแม่นางทั้งห้า

จัดการชำระล้างทั้งด้านนอกด้านในจนคุณหนูของเขาสะอาดหมดจดแล้ว สมควรก็อุ้มร่างผอมบางนั้นกลับไปวางลงบนที่นอนนุ่ม เขาขึ้นไปนั่งคุกเข่าเหนือร่างของพอช มองเรือนกายอันน่าลุ่มหลงนั้นแล้วเริ่มเปิดศึกเจ้าสังเวียนระหว่างสมควรน้อย ศิษย์บุญเรืองและแม่นางทั้งห้าอีกครั้ง ขยับมือขึ้นลงไปมาพลางมองเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของคุณหนู แล้วสิ่งหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว มองมือเล็กๆ ของคนรักแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างตื่นเต้น ก่อนจะขยับตัวขึ้นไปคร่อมอยู่เหนือร่างในระยะที่มือขาวนั้นจะเอื้อมถึงสมควรน้อย จับมือพอชมากุมท่อนเนื้อของตนแล้ววางมือตัวเองทับลงไป มืออุ่นนุ่มนิ่มที่ไม่ใช่ของตัวเองทำให้เขารู้สึกว่าเลือดในกายพลุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม สมควรใช้มือของตัวเองบังคับให้มือของคนที่หลับไม่รู้เรื่องขยับขึ้นลงตามต้องการ แรงขยับรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ ตามอารมณ์ที่รุ่มร้อนขึ้น เพียงไม่นานความปรารถนาของคนสวนหนุ่มก็พุ่งกระจายออกมาเป็นของเหลวสีขุ่น เขาเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ หลับตาแล้วคำรามเสียงต่ำ

เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งหัวใจเขาก็แทบหล่นลงไปที่ตาตุ่ม เมื่อสิ่งที่เขาฉีดพ่นออกมาเมื่อครู่มันเลอะเทอะเปรอะเต็มใบหน้าของคุณหนู เขามองภาพสุดแสนอิโรติกนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตกใจทั้งตื่นเต้นทั้งอยากถ่ายรูปเก็บไว้ดูเล่นเป็นการส่วนตัว แต่ก็คงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้เพราะถ้าเกิดพลาดพลั้งคุณหนูหรือใครเห็นเข้า ทั้งเขาและพอชจะต้องแย่แน่ๆ โดยเฉพาะคนที่เขารัก สมควรจะไม่มีทางทำให้บุคคลที่เขาเทิดทูนอยู่เหนือสิ่งอื่นใดเสียหายเป็นอันขาด เมื่อรู้ว่าบันทึกภาพไว้ในโทรศัพท์ไม่ได้ นายกล้ามโตจึงทำเพียงเก็บภาพนั้นเอาไว้ในความทรงจำแทน มองผลงานของตัวเองที่ถูกแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าสุดแสนไร้เดียงสานั้นด้วยใจเต้นแรง นั่งมองอยู่พักใหญ่จึงลุกไปนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดทำความสะอาดให้พอชจนหมดจด ทำความสะอาดตัวเองอีกรอบแล้วจึงทิ้งตัวลงนอนกอดคนที่หลับไม่รู้เรื่องแน่น ปล่อยให้คนรักนอนพักเอาแรงด้วยหวังว่าตื่นขึ้นมาจะได้ชวนรวมร่างกับเขาอีกครั้ง

กว่าพอชจะตื่นจากการหลับใหลก็เป็นเวลาหัวค่ำแล้ว เด็กน้อยรู้สึกปวดรวดร้าวไปทั้งร่าง และหิวจนแทบจะกินคนกล้ามโตที่นอนตะแคงยิ้มหวานให้เขาอยู่ข้างๆ ได้ทั้งตัวแล้ว แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ทำให้เขาหมดแรงจนสลบเหมือดไปหลายชั่วโมงก็รู้สึกเขินจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าไปครึ่งหน้า

“น้องหิวแล้ว” คนที่ซุกใบหน้าอยู่ใต้ผ้าห่มส่งเสียงอู้อี้ออกมา มองค้อนคนรักที่มองเขาด้วยดวงตาหวานเชื่อม

“คุณพอชอยากออกไปกินที่ร้านอาหาร หรือสั่งมากินในห้องครับ” สมควรถามเสียงนุ่ม โน้มใบหน้าลงไปใกล้คนที่มีเพียงดวงตากลมโผล่ออกมานอกผ้าห่ม แล้วจูบหน้าผากเนียนอย่างแผ่วเบา

“สั่งมากินที่ห้อง หยิบรูมเซอร์วิสเมนูมาให้น้องสิ” มนุษย์ผ้าห่มยังคงออกคำสั่ง ทาสรักจึงลุกไปหยิบเมนูที่วางอยู่บนโต๊ะมาส่งให้ พอชเปิดเลือกดูเมนูอาหารที่ต้องการได้แล้วก็ยื่นให้สมควรเลือกอาหารบ้าง หลังจากโทร.สั่งเรียบร้อยแล้วคนสวนหนุ่มจึงพยายามหว่านล้อมให้พอชออกมาจากผ้าห่ม

“ไม่เอา น้องอยากอยู่แบบนี้สักพัก” เด็กดื้อยังคงยืนยันว่าจะซ่อนตัวอยู่ในผ้าห่มนวมผืนหนา สมควรไม่อยากขัดใจคนรักจึงสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มเสียแทน แล้วรวบร่างเปลือยเปล่านั้นเข้าหาตัวพลางกดจมูกลงไปบนพวงแก้มนุ่ม

“คุณพอชหายเหนื่อยหรือยังครับ คืนนี้เราทำแบบนั้นอีกครั้งได้มั้ย” ชายหนุ่มรวบรวมความกล้าแล้วถามออกไปตามที่สมควรน้อยสั่งมา

“ไม่ได้” คำตอบห้วนสั้นนั้นทำให้หัวใจของนายสมควรหดเหลือสองนิ้ว เขากระถดตัวไปซุกซบอยู่บนอกของเด็กน้อย บรรจงจูบลงตรงกลางอกแล้วถอนหายใจเบาๆ ท่าทางเซื่องราวกับลูกหมาตัวน้อยๆ ที่โดนเจ้านายดุนั้นทำให้พอชสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วตัดสินใจบอกความจริง

“ที่บอกว่าไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่ต้องการ แต่เพราะ...น้องไม่ไหว...” พูดแค่นั้นก็เม้มริมฝีปากแน่น ยกมือขึ้นลูบศีรษะของแฟนหนุ่มตัวโตแล้วซุกหน้าลงไปบนเรือนผมหนานุ่มนั้น

“ของพี่สมควร...ใหญ่มาก...น้องต้องขอเวลาพักก่อน” เมื่อต่อประโยคจนจบแล้วก็ยิ่งซุกหน้าลงบนผมของคนรักมากขึ้น พอรู้สึกว่าเจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมามองก็กดศีรษะของอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ให้ผงกขึ้นมาได้

“เอ่อ...ผมขอโทษครับ” เจ้าของสมควรน้อยตัวเขื่องไม่รู้จะเอ่ยว่าอะไรจึงได้แต่กล่าวคำขอโทษ เขาก็คิดอยู่แล้วว่าของเขามันใหญ่เกินไปสำหรับบั้นท้ายเล็กๆ ของคุณหนู แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปพวกเขาจะร่วมรักกันอีกได้อย่างไรกัน สมควรขมวดคิ้วมุ่น ทำหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเครียดขนาดนี้มาก่อน

“จะขอโทษทำไมเล่า คือ...ตอนนั้นมันก็รู้สึกดีมาก แต่...แต่น้องคิดว่า ช่วงแรกๆ มันอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัว พอเราทำแบบนั้น...เอ่อ...บ่อยขึ้น อีกหน่อยน้องก็คงไม่เพลียเท่านี้” พอชพูดทั้งหมดออกมาทั้งที่ยังซุกหน้าอยู่กับศีรษะของสมควร ทั้งเขินทั้งอาย แต่นิสัยเป็นผู้นำและถนัดกับการสั่งการจึงทำให้เขากล้าพอที่จะพูดอะไรแบบนี้ออกมาได้

“ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า...เราจะ เอ่อ...ทำแบบนั้นกันอีกใช่มั้ยครับ” คนสวนหนุ่มเอ่ยถาม จูบกลางอกพอชเบาๆ อีกครั้งแล้วกอดเอวบางคอดเอาไว้แน่น

“ใช่...แล้วก็เลิกถามได้แล้ว น้องอาย!” พูดพลางทุบกำปั้นเล็กๆ ลงบนบ่าของแฟนหนุ่ม นอนกอดกันอยู่อย่างนั้นพักใหญ่พนักงานรูมเซอร์วิสก็มากดกริ่งเพื่อนำอาหารเข้ามาเสิร์ฟ สมควรรีบใส่กางเกงแล้วออกไปเปิดรับ โดยพอชยังคงซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้าห่มเงียบกริบ เซ็นใบเสร็จเพื่อรวมไปชำระเงินในวันเช็คเอ้าท์เสร็จก็เดินกลับไปที่เตียง

“คุณพอชอยากนั่งกินที่ไหนครับ ที่โต๊ะอาหารหรือที่ระเบียง” สมควรถามพลางเข็นรถเข้ามาด้านใน เขาไม่ได้ให้พนักงานจัดโต๊ะให้เพราะเกรงว่าจะเห็นสภาพของพอชจึงให้ทิ้งรถเข็นไว้ตรงโถงทางเข้าเท่านั้น

“น้องกินบนเตียงได้มั้ย น้อง...น้องลุกไม่ไหว” คำตอบของคนรักทำให้สมควรเบิกตากว้าง ที่พอชซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มไม่เพียงเพราะอาย แต่เพราะช่วงล่างร้าวระบมจนไม่อยากขยับตัว เขารีบรุดขึ้นไปบนที่นอนแล้วระดมจูบใบหน้าน่ารักนั้นพลางเอ่ยขอโทษขอโพยด้วยความรู้สึกผิด

“คุณพอชของผม ผมขอโทษ...ผมขอโทษนะครับ” สมควรสงสารคนรักแทบขาดใจ พลางคิดไปว่าหากรู้ว่าคุณหนูจะมีสภาพแบบนี้ เขารอให้อีกฝ่ายโตกว่านี้อีกหน่อยน่าจะดีกว่า

“น้องบอกแล้วไงว่าไม่ต้องขอโทษ มันเป็นครั้งแรกของน้อง น้องจะระบมแบบนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก” พอชพูดอย่างเข้มแข็ง แถมยังส่งรอยยิ้มหวานให้กำลังใจแฟนตัวโตอีกด้วย

“ผมไม่อยากทำให้คุณพอชต้องเจ็บ ผมรักคุณพอชมากนะครับ” คนสวนหนุ่มประคองมือเล็กขึ้นไปจูบเบาๆ พอชเม้มริมฝีปากน้อยๆ แล้วเอ่ยขึ้นบ้าง

“น้องพอชก็รักพี่สมควร เพราะฉะนั้น น้องยอมเจ็บ หากมันทำให้ความสัมพันธ์ของเราทั้งสองแน่นแฟ้นขึ้น และมันทำให้เรามีความสุข” คำบอกรักครั้งแรกและความเข้มแข็งของคนที่ตัวเล็กกว่าเขามากทำให้สมควรตื้นตันจนน้ำตาคลอ เขาโอบรัดร่างผอมบางเอาไว้แนบแน่นแล้วกดจูบลงบนศีรษะกลมน่ารักนั้นหลายต่อหลายครั้ง

“แค่คุณพอชรักผม ผมก็มีความสุขที่สุดแล้วครับ ขอบคุณนะครับที่รักคนอย่างผม” พูดจบก็จับใบหน้าน่ารักให้เงยขึ้นมาหา ประทับจุมพิตแผ่วเบาแล้วผละออกมามองดวงตากลมใสแจ๋วนั้น

“น้องก็มีความสุข และดีใจที่พี่สมควรรักน้อง แต่ตอนนี้น้องหิวมากเลย ไปหยิบอาหารมาเสิร์ฟให้น้องบนเตียงก่อนได้มั้ยครับ” พูดจบท้องของคุณหนูก็ร้องโครกยืนยันคำพูดทันที สมควรจึงรีบลุกไปหยิบจานอาหารมาเสิร์ฟให้ หลังอาหารเขาก็อุ้มพอชให้ไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ แล้วพากลับไปนอนบนที่นอน โชคดีที่แม่อุไรสั่งให้เขานำยาแก้ปวดแก้ไข้ติดตัวมาด้วยเผื่อว่าคุณหนูจะเล่นน้ำจนเป็นไข้ จึงให้คนรักกินยาแล้วนอนพักผ่อน เขาเลิกหวังว่าคืนถัดไปจะได้ทำกิจกรรมพิเศษกันอีกรอบ ขอให้พรุ่งนี้พอชมีแรงพอที่จะลุกจากที่นอนและไปเที่ยวเล่นกับเขาได้ก็พอ

วันรุ่งขึ้นคุณหนูรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว แต่ก็ยังคงเดินด้วยท่าทางแปลกๆ อยู่ ช่วงเช้าพวกเขาจึงสั่งอาหารเช้าจากรูมเซอร์วิสแล้วไปนั่งกินที่ระเบียงพลางชมทิวทัศน์ไปด้วย แทนที่จะไปรับประทานบุฟเฟต์ที่ร้านอาหารของโรงแรม พอชโดนสมควรบังคับให้กินยานอนอีกรอบหลังอาหาร เมื่อตื่นมาอีกครั้งในช่วงบ่ายก็รู้สึกดีขึ้นมาก แม้จะยังเดินได้ไม่เป็นปกติร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ก็พอจะเดินช้าๆ เพื่อไปนั่งเล่นที่ชายหาดได้ในช่วงเย็น ชายหาดนี้เป็นชายหาดส่วนตัวจึงไม่มีคนพลุกพล่านนัก ทั้งสองจึงได้พักผ่อนโดยไม่มีใครมารบกวน เมื่อพระอาทิตย์เริ่มคล้อยลงต่ำ พอชก็ชวนให้สมควรไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันในร้านอาหารของโรงแรม ใช้เวลานั่งรับประทานอาหารอย่างสบายๆ จนค่ำก่อนจะกลับขึ้นไปอาบน้ำ

สมควรอยากอาบน้ำพร้อมพอชอีกครั้งใจแทบขาด แต่ก็รู้ว่าคนรักยังไม่ไหว จึงปล่อยให้นอนแช่ในอ่างอาบน้ำเพื่อผ่อนคลายแต่เพียงลำพัง โดยที่เขาเตรียมเก็บข้าวของที่ไม่ใช้ในเช้าวันถัดไปเอาไว้ล่วงหน้า พรุ่งนี้พวกเขาก็จะเดินทางกลับกันแล้ว จากที่คิดเอาไว้ว่าสองคืนสามวันนี้เขาจะได้เชยชมคนรักอย่างเต็มที่ แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้เขาก็คงทำได้เพียงอดทนเอาไว้เช่นเดิม ส่วนพอชเองก็รู้สึกผิดหวังเช่นกัน เพราะเขาก็ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะยอมให้สมควรทำตามใจตัวเอง แต่ร่างกายของเขากลับยังต้องการการปรับตัวมากอย่างที่เขาเองก็คาดไม่ถึง แต่ทั้งพอชและสมควรก็คิดว่าพวกเขาไม่ได้มีเพียงทริปนี้ทริปเดียวที่จะได้แนบชิดสนิทเนื้อกัน เมื่อพวกเขาคบกันอย่างจริงจังแล้ว วันหนึ่งพอชจะปรับตัวได้ และเมื่อถึงตอนนั้นพวกเขาจะมีอะไรกันทุกวันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้แน่นอน

........................................................... 

เมื่อกลับจากทริปพัทยาแล้ว ทั้งสมควรและพอชต่างก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ร่วมรักกันอีก เพราะพวกเขาเกรงว่าเสียงครวญครางของพอชและเสียงกระแทกกายของสมควรนั้น จะดังไปถึงหูคนในบ้าน อีกทั้งหากพอชมีสภาพแบบตอนไปทะเลและเดินไม่ไหวแบบนั้นอีก มันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ทั้งสองจึงตกลงกันว่าพวกเขาควรจัดทริปไปเที่ยวด้วยกันทุกสัปดาห์ในระหว่างที่ยังไม่เปิดเทอม

ก่อนทริปที่สามจะเริ่มขึ้น พ่อและแม่ของพอชก็กลับจากเดินทางมาพักผ่อนที่บ้าน เพราะสมควรมีความสัมพันธ์ทางกายอย่างลึกซึ้งกับพอชแล้ว ทำให้เขารู้สึกผิดต่อเจ้านายที่ดีกับเขาทุกอย่างมากกว่าเดิม เขาเปลี่ยนใจจากที่วางแผนเอาไว้ว่าจะขออนุญาตคบหากับพอชหลังจากเรียนจบ เพราะคิดว่าการทำอะไรลับหลังหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้นั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับนายมนัสที่พยายามจะฉ้อโกงคนที่รักและไว้ใจ เขาจึงตัดสินใจที่จะบอกท่านทั้งสองในตอนนี้เลย

หลังอาหารค่ำวันนั้นสมควรคิดว่าเป็นโอกาสเหมาะที่สุดที่จะกราบขอขมาและขออนุญาตคบหากับพอช ช่วงเช้าที่ออกไปวิ่งจึงแวะซึ้อพวงมาลัยพวงใหญ่จากร้านขายดอกไม้ในตลาด ที่เขาติดต่อสั่งให้ทำเป็นพิเศษล่วงหน้า กลับจากวิ่งก็นำพวงมาลัยดอกไม้สดนั้นมาเก็บไว้ในตู้เย็น เมื่อถึงเวลาที่ครอบครัวเจริญบารมีวงศ์มักจะมานั่งเล่นที่โซฟาในห้องนั่งเล่นเป็นประจำในช่วงหัวค่ำ เขาจึงรวบรวมความกล้า แล้วนำพวงมาลัยนั้นใส่พานที่ขอยืมมาจากป้าอุไร ผู้ซึ่งไม่ซักถามอะไรเขาเลยสักคำ และเขารู้สึกขอบคุณอยู่ในใจลึกๆ

สมควรมองภาพผู้ใหญ่ที่เขาเคารพรักทั้งสองท่าน กำลังนั่งคุยหยอกล้อกับลูกชายคนเดียว คนที่เขามอบความรักหมดทั้งหัวใจให้ไป แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น เมื่อเข้าไปใกล้เขาก็คุกเข่าลงแล้วเดินเข่าเข้าไปหา ท่ามกลางความประหลาดใจของสองสามีภรรยาและคนที่เขารักที่สุด น้องหมูปิ้งและเจ้าข้าวเหนียวที่นั่งเล่นอยู่บนตักของพอชกระโดดผลุงลงไปหาพี่สมควรทันที ชายหนุ่มไม่ได้วอกแวกที่มีน้องๆ วิ่งเข้ามาเลียมือเลียแขน ยังคงทำหน้านิ่งและมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งที่ตั้งใจ

“มีอะไรกันพ่อสมควร ทำไมต้องถือพวงมาลัยและคลานเข่าเข้ามาหาพวกเราแบบนี้ ไม่เอาน่า ลุกขึ้นนั่งบนโซฟาดีๆ เถอะจ้ะ” คุณอรมณีเอ่ยอย่างใจดี แต่หนุ่มคนสวนก็ไม่ได้ปฏิบัติตาม เขาสูดลมหายใจเข้าลึกอีกครั้ง หันไปมองหน้าพอชที่เอียงคอมองเขาอย่างไม่เข้าใจเช่นกันก่อนเอ่ย

“ผมอยากกราบขอขมาคุณพงษ์และคุณอร และขออนุญาตเป็นคนดูแลคุณพอชไปจนตลอดชีวิตครับ” คำพูดอันมั่นคงและหนักแน่นนั้นทำให้เจ้านายใหญ่ทั้งสองเบิกตากว้าง แม้แต่พอชเองก็ตกตะลึงเช่นกัน

“พ่อสมควร...นี่มันอะไรกัน หืม?” คุณพงษ์ทวีเอ่ยถามด้วยความฉงน

“ผมรักคุณพอชครับ” พูดออกไปทั้งที่ในใจกลัวเหลือเกินว่านายจ้างจะไล่ตะเพิดเขาออกจากบ้านไปเสียเดี๋ยวนั้น แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรลับหลังอีกต่อไปแล้ว มองภาพคุณอรที่ยกสองมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจและคุณพงษ์ที่นิ่งไปพักใหญ่แล้วก็ยิ่งกลัวว่าเขาตัดสินใจผิด และอาจจะต้องสูญเสียคุณพอชไปตลอดกาล ไม่กล้าเหลือบตาไปมองคนที่เขารักที่สุดเลยแม้แต่น้อยว่ากำลังทำสีหน้าอย่างไร

“อืม...” ในที่สุดคุณพงษ์ทวีก็ส่งเสียงออกมา ขยับตัวเล็กน้อยแล้วหันไปมองลูกชายตัวเอง

“เราจะว่ายังไง หืม เราเองก็ชอบพี่เขามากไม่ใช่เรอะ” เขาพูดอย่างรู้ทันลูกตัวเอง เขาเป็นพ่อ เลี้ยงลูกมาจนโตขนาดนี้ มีหรือจะไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นที่พอชพยายามตะล่อมถามเรื่องมีแฟนแล้วพาดพิงถึงคนสวนของครอบครัวนั้น ลูกของเขามีความรู้สึกอย่างไร เด็กน้อยทำปากยู่เล็กน้อย มือกำโทรศัพท์แน่น คิดว่าหากพ่อกับแม่ไม่ยอมรับขึ้นมาเขาจะเปิดเสียงที่อัดไว้มายืนยันและจะ ดื้อ...ดื้อ...ดื้อ...ให้ถึงที่สุด!

“ถ้าน้องพอชก็ชอบพี่สมควร ป๊ากับม๊าจะยอมให้เราคบกันได้หรือเปล่าล่ะครับ” คนเอาแต่ใจถาม เหลือบตาไปมองสมควรแล้วพยายามส่งสายตาให้กำลังใจคนรัก

“คุณอรว่ายังไง” ผู้เป็นบิดาหันไปถามความเห็นของภรรยาคู่ชีวิต เธอลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบพวงมาลัยจากพานของสมควรมาถือไว้ เป็นการยอมรับคำขอขมาก่อนเอ่ย

“อรเคยบอกแล้วว่าอรไม่มีปัญหาอะไร ไม่ว่าลูกจะรักใครชอบใคร มันก็เป็นสิทธิ์ของลูก เราไม่ได้เดือดร้อนอะไร และพวกเราก็ไม่ใช่ครอบครัวที่ชอบออกหน้าในงานสังคม อรไม่สนหรอกค่ะว่าใครจะคิดยังไง ขอแค่เพียงให้ลูกมีความสุขก็พอ หากสมควรรักน้องพอชจริงและคิดว่าจะดูแลน้องพอชไปได้ตลอด โดยไม่ทอดทิ้งหรือทำให้น้องเสียใจ ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของทั้งสองคน ป๊ากับม๊าไม่ใช่คนตัดสิน” พอคุณอรมณีกล่าวจบ เธอก็มองตาสมควรนิ่ง คนสวนหนุ่มรู้สึกหัวใจพองโต เขารีบตอบออกไปอย่างไม่ลังเลใจเลยสักนิด

“ผมรักคุณพอชมากครับ ผมจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คุณพอชมีความสุข และจะยอมคุณพอชทุกอย่าง จะอยู่คอยดูแลรับใช้ตลอดไป” สิ้นคำพูดก็ได้ยินเสียงพ่นลมหายใจพรืดดังมาจากคุณพงษ์ทวี มันทำให้หัวใจอันพองโตเมื่อครู่ฟีบลงทันที ลืมคิดไปว่าเมื่อครู่คนที่อนุญาตคือคนเป็นแม่ แต่คนเป็นพ่อยังไม่ได้เอ่ยปากอนุญาตเลยแม้สักคำ

“คุณอร ได้ยินที่สมควรพูดมั้ย จะยอมพอชทุกอย่าง แบบนี้เจ้าลูกคนนี้ก็ได้ข่มตายเลยเนี่ย แค่นี้ก็ทั้งดื้อทั้งเอาแต่ใจ มีคนใกล้ตัวมาคอยตามใจแบบนี้ มิยิ่งไปกันใหญ่เรอะ” สิ่งที่ได้ยินนั้นแม้จะผิดคาดไปมาก แต่คนสวนหนุ่มก็ยังไม่มั่นใจว่าผู้พูดมีความคิดเห็นอย่างไร

“พี่สมควรเอ่ยปากเองนะ น้องไม่ได้บังคับ ไม่ดีหรือไงกันครับ ที่มีคนมาตามเอาใจน้องแบบนี้” พอชพูดแล้วทำแก้มตูมใส่บิดา

“เฮ่อ...ถึงยังไงนิสัยแบบนี้ก็คงแก้ยาก ถ้าได้สมควรมาช่วยดัดนิสัยก็น่าจะดีกว่า แต่นี่มายอมมาตามใจกัน จะทำให้เสียนิสัยไปใหญ่มั้ยคุณ” คุณพงษ์หันกลับไปพูดกับภรรยา เธอระบายรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนตอบ

“ถ้าสิ่งที่น้องพอชกับสมควรตกลงกัน มันทำให้ทั้งสองมีความสุข จะตามใจกันหรือขัดใจกัน อรก็ไม่ใส่ใจหรอกค่ะ สำหรับอรขอเพียงลูกมีความสุขเท่านั้นอรก็พอใจแล้ว” คนรักและตามใจลูกทุกอย่างพูดจากใจ หากไม่ใช่การกระทำที่ผิด เบียดเบียน หรือทำร้ายใคร ขอเพียงสิ่งที่ลูกเธอทำหรือเป็นนั้น ทำให้ลูกชายคนเดียวของเธอมีความสุข เธอก็พึงพอใจที่สุดแล้ว

“เอาละ พ่อสมควร ฉันขอพูดตามตรงนะ ทั้งสมควรและพอชยังเด็กมากนัก อย่าได้มาสัญญาเลยว่าจะรักกันไปตลอดชีวิต เพราะในอนาคตทั้งสองยังต้องเจออะไรในชีวิตอีกเยอะ แต่หากอยากคบหากัน ฉันก็ไม่ได้ห้าม เพราะฉันกับคุณอรก็เคยต่อสู้ปัญหาเรื่องการคลุมถุงชนในสมัยที่เพิ่งเริ่มคบกัน จึงตั้งใจกันไว้แล้วว่าเราจะไม่บังคับลูกเรื่องความรัก อย่างไรเสียก็อยู่ในสายตา ในชายคาบ้านฉัน และอีกหน่อยเรียนจบแล้วสมควรก็จะมาทำงานกับฉันอยู่ดี เพราะฉะนั้น ในระหว่างที่ยังรักกันและคบหากันอยู่นั้น ก็ขอให้ต่างฝ่ายต่างดูแลกันให้ดี ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของทั้งสองคน” คำอนุญาตของผู้ใหญ่ที่ใช้เหตุใช้ผลในการคิดตรึกตรองอย่างดี ทำให้สมควรรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก พอชนั้นดีใจจนอยากจะลุกขึ้นมากระโดดรอบห้องนั่งเล่น แต่ก็ยังพยายามสงวนท่าที

“ขอบคุณคุณพงษ์และคุณอรมากครับ ที่เข้าใจเราสองคน และเปิดโอกาสให้ผมได้ดูแลคุณพอช” สมควรคลานเข่าเข้าไปใกล้ผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วกราบแทบตัก กิริยามารยาทอันแสนสุภาพและเจียมตัวเสมอทำให้เจ้านายทั้งสองยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากขึ้น

“นี่ก็ค่ำแล้ว ไปพักผ่อนไปพ่อสมควร ไม่ต้องคิดอะไรให้มากมายนะ ยังไงฉันก็เห็นว่าสมควรเหมือนลูกเหมือนหลานมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เอ้า ลุกขึ้นเถิดพ่อคุณ นั่งกับพื้นอยู่ได้” คุณพงษ์พูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วฉุดให้ชายหนุ่มลุกขึ้นตาม

“อย่าคิดอะไรมาก เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องห้ามกันไม่ได้ ขอให้รักและดูแลกันไปนานๆ เหมือนป๊ากับม๊านะลูกนะ” คุณอรเอ่ยอย่างใจดี แล้วหันไปมองลูกชายที่นั่งยิ้มกริ่มอยู่ข้างตัว

“หนูก็อย่างอแงมากนักนะลูก” พูดกับลูกเพียงเท่านั้นแล้วยกมือขึ้นบีบจมูกรั้นเบาๆ

“น้องพอชจะดูตัวอย่างจากม๊าจ๋าและป๊าจ๋านะครับ ขอบคุณที่เข้าใจน้อง” พูดจบเด็กน้อยก็กอดเอวมารดา แม้ว่าพ่อของเขาจะพูดแบบนั้น แต่พวกท่านก็เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะพ่อกับแม่ของเขารักกันตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย และอยู่กันมาอย่างมีความสุขจนถึงทุกวันนี้

 “ขอแค่น้องพอชกับสมควรรักและเข้าใจกันเท่านั้นก็พอลูก แล้ววันข้างหน้าจะเป็นยังไงนั้น ก็ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างเอง” พูดจบคุณอรและสามีก็ขอตัวขึ้นไปพักผ่อนด้านบน ปล่อยให้เด็กสองคนได้อยู่คุยกันตามลำพัง

“พี่สมควร ขอบคุณมากนะครับที่พี่กล้ามาขอป๊ากับม๊าแบบนี้ น้องตกใจหมดเลย แต่ก็ดีใจที่สุด น้องรักพี่สมควรที่สุดเลย” เมื่อคล้อยหลังพ่อกับแม่แล้ว พอชก็เอ่ยขึ้น พลางเดินไปกอดเอวคนรัก

“ผมรักคุณพอชมาก และยอมที่จะเสี่ยงทุกอย่างเพื่อคุณพอชครับ” คำบอกรักซ้ำๆ นั้นทำให้พอชยิ้มอย่างมีความสุข ไม่เคยรู้สึกเบื่อที่จะได้ยินคำนี้จากคนที่เป็นทาสรักของตน

“ขอบคุณนะครับที่รักน้องมากขนาดนี้ อีกสามวันเราจะไปเที่ยวกันอีกแล้ว พี่สมควรอยากได้รางวัลอะไร อยากให้น้องทำอะไรบ้าง เตรียมคิดเอาไว้ได้เลยนะครับ” พูดจบพอชก็เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอันหล่อเหลา แล้วส่งสายตาหวานเชื่อมไปให้อย่างมีความหมาย คนสวนหนุ่มหายใจติดขัดทันที ไม่ต้องอธิบายมากก็รู้ชัดเจนว่าคนรักหมายความว่าอย่างไร แม้พวกเขาจะยังต้องปรับร่างกายเข้าหากันอยู่ แต่มันก็มีอะไรอีกหลายๆ อย่างที่พอชสามารถทำให้เขาได้ และคำสัญญาของรางวัลนั้นทำให้สมควรคิดว่า ก่อนวันเดินทางเขาจะต้องอ่านมังงะวายให้ครบทุกเล่มอีกรอบ และจดเอาไว้ให้ละเอียดเลยว่ามีสิ่งใดบ้างที่เขาอยากได้เป็นของรางวัล

-The End- 

จบแล้ววว แงงงง ต้องคิดถึงคุณหนูมากแน่ๆ เลยยยย ฮือออออ

ในที่สุดก็ปิดไปอีกเรื่อง เรื่องนี้เราตั้งใจไว้ว่าจะเขียนแบบฮาๆ หื่นๆ comedy ไม่มีดราม่านะคะ เพราะงั้นเราเลยเขียนให้ครอบครัวยอมรับความสัมพันธ์ของพวกเขาแบบไม่มีข้อแม้ ทัศนคติของพ่อแม่น้องพอชที่มีต่อเรื่องความรักนั้น คือทัศนคติของเราเอง ในฐานะแม่ของลูกอายุห้าขวบ สำหรับเราแล้ว หากลูกเรารักคนที่เป็นเพศเดียวกัน เราก็ไม่มีปัญหา และไม่สนใจว่าใครจะว่ายังไง เราพูดกับแฟนจนเขาเองก็ยอมรับในจุดนี้ได้เช่นกัน ขอเพียงให้ลูกเรามีความสุข ให้คนรักของลูกรักลูกเรา เราก็พอใจแล้ว เราเลยเอาความคิดนี้ไปใส่ในบทพูดของคุณอรตอนที่นายสมควรมาขอคบกับคุณหนูพอชค่ะ

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามผลงานเรื่องนี้นะคะ นิยายเรื่องนี้จะตีพิมพ์กับ สนพ.ฟาไฉ ออกงานหนังสือเดือนตุลาคม นอกจากเนื้อหาที่ลงในเว็บแล้ว ในเล่มจะมีตอนพิเศษอีกสามตอนนะคะ

Special Chapter 1: เมื่อน้องกล้ายอมรับผิด พี่ก็ต้องกล้าลงโทษ!

Special Chapter 2: คำขอครั้งแรกของนายสมควร

Special Chapter 3: ทาสรัก...รักทาส...ตลอดไป

ตอนพิเศษทั้งสามตอนนั้น เนื้อหาก็จะเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับเนื้อเรื่องหลักที่อัพในเว็บ แถมด้วยความอุกๆ มีอันคัท (NC) ทุกตอนนะคะ // แค่กๆ

#คุณหนูตัวร้ายกับนายกระจอก #MyWickedMaster จะออกงานหนังสือเดือนตุลาคมนี้นะคะ เรื่องนี้ออกกับ สนพ.ฟาไฉนะคะ เจมี่จะไปที่บูธของสนพ.วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม ช่วงบ่ายๆ ค่ะ ไปเจอกันได้นะคะ มีของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ ไปแจกด้วยจ้า จำนวนจำกัดน้าาา

หลังงานหนังสือ เล่มจะจำหน่ายตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป และจะมี e-book ออกหลังจากนั้นนะคะ ติดตามข่าวสารได้จากทวิตเตอร์และเพจของ สนพ. รวมทั้งทวิตเตอร์และเพจของเจมี่ด้วยค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยเป็นกำลังใจเสมอมานะคะ ฝากติดตามผลงานอื่นๆ ด้วยนะคะ ร้ากกกกกก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น