เหล่าปราชญ์พเนจร

นิยายน่ากอดมากๆ -เม้นเยอะเพิ่มความเร็วในการลงนิยาย- -ชอบสาวอวบควรอ่านเรื่องนี้- -ขอบคุณที่แวะเข้ามาน้า-

ตอนที่ 71 คราดาราจอมอาคมแห่งโซดาปะทะอดีตบัญญัติแห่งตราบาป

ชื่อตอน : ตอนที่ 71 คราดาราจอมอาคมแห่งโซดาปะทะอดีตบัญญัติแห่งตราบาป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 12

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 23:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 71 คราดาราจอมอาคมแห่งโซดาปะทะอดีตบัญญัติแห่งตราบาป
แบบอักษร

ตอนที่ 71 คราดาราจอมอาคมแห่งโซดาปะทะอดีตบัญญัติแห่งตราบาป 

          โกหกใช่ไหม?

         ทำไมไม่รักข้าแล้ว

         เอาลูกข้าคืนมา!!

         ฟ้า!! ฟ้า!! สวรรค์ใดเหตุจึงทำกับข้าเช่นนี้..

         จะล้างแค้น.. พวกเจ้า..

         …

         ..

         .

         ช่วยข้า.. ช่วยข้า.. ได้โปรด..

         …

         ..

         .

         เสียงหญิงสาวแผ่วเบาลงท่ามกลางดินโคลนชื้นแฉะ ชีวิตนางดับสิ้นลงอย่างเดี่ยวดายโดยไม่มีใครเหลียวแล..

         หยาดน้ำของนางแปรเปลี่ยนเป็นเม็ดมณีสีเขียวมรกต และมันฝังลึกใต้แผ่นดินเมืองซีเคร็ทออฟวอร์ ก้าวผ่านเวลาหลายสมัย…

         ตุบๆ ตุบๆ ตุบๆ

         แกร๊ง

         “โอ้”

         วันเวลายาวนานหลายร้อยปี.. นางหลับใหล.. ภายใต้ดินทรายโดยโอบอุ้มความแค้นไว้แน่นเต็มอ้อมกอด นางหลับฝันมาอย่างยาวนาน ในที่สุดฟ้าพลั่งส่งดวงดาวตกลงสู่พิภพ นำมาซึ่งความหวังที่ปลุกนางให้ตื่นจากการหลับใหล..

         “ลุงอาเธอร์รีบไปไหนน่ะ”

         “วันเกิดลูกสาวลุง ลุงจะรีบกลับบ้านไปฉลองให้แม่ฟ้าน้อย”

         “เฮ วันเกิดลูกสาวลุงอาเธอร์ ทุกคนช่วยกันร้องเพลงเร็ว!!”

         ชายรุ่นลุงยิ้มเจื่อนชืดพลางรีบกอดสมบัติล้ำค่าเผ่นหนีจากวงเหล้าอย่างรวดเร็วปานกลัวใครรู้ทันว่าเขาขุดพบแร่มณีราคาแพงกว่าทองคำ คุณลุงนำแร่สีเขียวมรกตผิวเงางามซ่อนในถุงผ้าที่ปิดอย่างมิดชิด เก็บซ่อนประกายแสงเรืองรองเด่นสะดุดตามิให้ใครสังเกตเห็น เขาจะรีบนำมันไปซ่อนในที่ไม่มีใครรู้ แล้วรอให้ผ่านไปสักหลายๆวัน เขาจะนำมันขายในตลาดมืดเพื่อหาเงินก้อนโตเอามาซื้อของตกแต่งบ้าน  

         รวยๆ

         ลุงอาเธอร์แย้มยิ้มกว้างโดยหารู้ไม่ว่าเหนือศีรษะเขาปรากฏดวงดาวตกดวงหนึ่งแวบพาดผ่าน ประกายแสงจากดวงดาวส่องทะลุเนื้อผ้า และตกกระทบผิวแร่มณี ส่งถ่ายพลังงานมาโฮลึกลับสู่มณีกระทั่งพลังนั้นกระตุ้นให้วิญญาณอาฆาตตื่นจากนิทรา.. “อุ๋ย ร้อนๆ” ลุงอาเธอร์รีบหาที่หลบคน โดยเขาโยกตัวเข้าในตรอกมืดมิด หันซ้ายหันขวาครั้นพบว่าปลอดภัยจึงรีบร้อนเปิดถุงผ้าเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับมณี

         ครั้นแสงสีเขียวสาดส่องทิ่มแทงตาจนเขาต้องรีบยื่นมือปิดซ่อนมณีอีกครั้ง โดยมิรู้เรื่องอะไร นิ้วมือหยาบกระด้างพลั่งเผลอแตะสัมผัสผิวมณี

         แตะ

         “อ๊ากกกก”

         ราววิญญาณโดนสูบจากร่างกายจนหมดสิ้นชีวิต ร่างหนุ่มพลั่งแห้งกรอบ ผิวห่อลีบปานกิ่งไม้ ครั้นเขาทรุดร่างล้มลงพื้น ส่งเสียงดังคลุกๆพลั่งก้อนมณีขนาดเท่าอุ้งมือกลิ้งตกบนพื้น กระเด้งกระดอน มันส่องแสงสว่างเรืองรองราวดวงดาราบนฟ้าราตรีครั้นมีออร่าพลังวิญญาณปรากฏเป็นควันสีเขียวเข้มแลน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด ไม่นานมีเสียงกระซิบดังกังวานท่ามกลางความมืดสีดำทะมึน  

         เสียงของความปรารถนาอันเฝ้ารอวันชำระล้างความแค้น

         สุรเสียงแห่งความพยาบาท

         น้ำเสียงเย็นยะเยือกแฝงด้วยความเจ็บปวดเหลือแสน..

         “อีวานหยุดรถ”

         ณ เมืองใต้ดินดาว์ซิวเวีย ยามวิกาล รองโรน่าลงมาที่นี้เพื่อรักษาอาการป่วย นางกำลังนั่งรถเหล็กกลับบ้านพัก กระนั้นเวลาแล่นรถผ่านถนนใกล้ๆเหมืองแร่ หญิงสาวพลั่งแว่วยินเสียงคนเรียกร้องขอความช่วยเหลือ โดยมิรู้ความจริงอันดำมืดที่กำลังเฝ้ารอรับประทาน รองโรน่าสั่งให้คนขับรถลงไปดูรอบๆว่ามีสตรีใดต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ กระนั้นคนขับรถลงไปนานแล้วยังมิกลับมาเสียที

         “อีวาน?”

         กลิ่นไอมรณะคืบคลานอย่างอสรพิษเลื้อยในพงหญ้า..

         รองโรน่าหน้าซีดเผือก นางร้องเรียกคนขับรถนาน ทว่ามิมีเสียงเขาตอบกลับ นางเก็บงำความสงสัยมิไหว ประกอบกับไม่มีทางเลือกอื่น นางเปิดประตูแล้วก้าวเท้าลงจากรถ ในมือถือปืนพกที่เอาไว้ใช้ป้องกันตัวจากโจรร้าย หญิงสาวขมวดคิ้วพลางค่อยๆก้าวไปห่างจากตัวรถเพื่อเสาะหาคนขับ น่าเจ็บใจที่นางนั่งรถมากับคนขับแค่สองคนเท่านั้น

         “อีวานอยู่ไหนหรือ”

         อีวานถือเป็นคนคุ้มกันคนสนิทของรองโรน่า ขอแค่มีเขาคนเดียว หญิงสาวก็วางใจว่าชีวิตตนปลอดภัย กระนั้นตอนนี้เขาไม่อยู่แล้ว จะให้นางใจเย็นได้อย่างไร

         บรรยากาศหนาวเย็นมีกระแสลมพัดเบาๆเจือจางด้วยความลี้ลับยากหยั่งถึง รองโรน่าพยายามส่ายสายตามองรอบด้านเพื่อสำรวจหาร่างหรือเงาคนรู้จัก ครั้นนางแลเห็นเงาดำหนึ่งปรากฏเลือนรางในตรอกร้าง เงาที่นางมิคุ้น ทว่ามันราวมีแรงดึงดูดให้นางก้าวตามอย่างมิรู้ตัว

         “อีวาน..”

         ใต้แสงมณีเพดานนคร ท่ามกลางความมืดที่โรยราอย่างน่ากริ่งเกรง รองโรน่ามิใช่คนขี้กลัว แม้นร่างกายนางอ่อนแอ หญิงสาวเดินไปตามบางสิ่ง กระทั่งรู้สึกตัวว่าเข้าใกล้มันขึ้นเรื่อยๆ..

         ช่วยด้วย..

         “นั่นใคร”

         ได้โปรด..

         “ใคร!!”

         ขอ..ร้อง..

         “เจ้าอยู่ไหน!!!”

         มั่นใจแล้วว่านั่นคือเสียงสตรีที่กำลังขาดใจ รองโรน่ารีบยกกระโปรงแล้ววิ่งตามต้นเสียง เงาของนางเคลื่อนขยับยืดยาวตามแสงโคมไฟสลัว แสง และเงาที่สาดสลับราวหนังจอขาวดำทำให้นางมิทันสังเกตเห็นศพคนขับรถที่ตกนอนตายในสวนดอกไม้.. กระทั่งนางมาถึงจุดที่ก้อนมณีตกอยู่บนพื้น

         “?”

         มณีสีมรกตอับแสงราวของปลอม รองโรน่ามิทันสังเกตเห็นซากศพที่นอนมิใกล้มิไกล เพราะมณีเด่นมากกว่า นางค่อยๆสาวเท้าเข้าใกล้เพื่อหวังหยิบมัน กระนั้นชั่วพริบตาที่วิญญาณร้ายปรากฏกายจากด้านหลังหญิงสาว พลางมันกระซิบกระซาบเสียงเปี่ยมด้วยยินดี “เจอแล้ว”   

         มิมีโอกาสให้กรีดร้องอ้อนวอนต่อผู้ใด ฝ่ามือวิญญาณร้ายพุ่งจากด้านหลัง และปิดปากรองโรน่า พลางมันค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นไอพลังวิญญาณแล้วไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายหญิงสาวประหนึ่งวิญญาณร้ายขอสิงสู่ร่างมนุษย์คนเป็น.. อย่างช้าๆ กระทั่งเรียบร้อย..

         “ฮะ..ฮาๆๆ”

         เสียงหัวเราะเยี่ยงปีศาจดังสนั่นทั่วเขตเมืองแห่งแร่ เหล่าวิญญาณเร่ร่อนรอบด้านแอบซ่อนอย่างกลัวตัวสั่นเทิ้ม คนเป็นยังมิรู้สึก ส่วนเจ้าวิญญาณร้ายในกายรองโรน่าก็เริ่มแฝงตัวชีวิตไปในฐานะคุณหนูที่อาการเริ่มดีขึ้นราวคนละคน..

         กาลเพลาเคลื่อนผ่านข้ามแรมข้ามคืน ตลอดสองเดือนครึ่งอันแสนสงบสุข 

         “สำเร็จแล้วท่านเมรัย!!”

          -- 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น