samui

ขอ comment เป็นกำลังใจด้วยนะครับ หรือจะติชมหรืออยากถามคำถามอะไรเกี่ยวกับเนื้อเรื่องก็ได้นะครับ ขอดาวและเหรียญสนับสนุนด้วยครับ

ตอนที่เจ็ดสิบ ใจเร็วด่วนได้

ชื่อตอน : ตอนที่เจ็ดสิบ ใจเร็วด่วนได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 83

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 22:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่เจ็ดสิบ ใจเร็วด่วนได้
แบบอักษร

ตอนที่เจ็ดสิบ ใจเร็วด่วนได้

แผนการของผมผิดพลาด

หลังจากจัดการกับคนที่ท่าทางเป็นทหารที่ชมอยู่ด้านข้าง กับคนใช้อาวุธหอกและอีกสองสามคนแล้ว ก็ไม่มีใครมาสู้กับผมอีกต่อไปแล้ว

ข้อดีอย่างเดียวที่ได้จากตอนนี้คือ อควอก็ได้เรียนรู้เรื่องการซ่อมอุปกรณ์อย่างเดียวไม่แต่งเติมอะไรให้มากเกินไปแล้ว แลกกับการที่ผมสัญญาว่าจะให้เธอสร้างรูปปั้นเพื่อบูชาตัวเธอหลังจากนี้

(ได้แต้มสกิล 14d12: 6,2,4,12,12,1,8,3,2,4,12,7,5,9,=87*10=870 แต้ม)

เรื่องน่าแปลกใจคือ แค่หน้าอกทะลุหรือแขนหักแต่พวกเขาก็หมดความตั้งใจจะต่อสู้กันแล้ว มิน่าราชาปีศาจจึงชอบใช้อันเดทมากกว่าเพราะมนุษย์ธรรมดานั้นมีอารมณ์หวาดกลัวได้ง่าย(ผู้เขียน พวกนักรบที่ต่อสู้ด้วยทอยเต๋าด้านพลังใจแพ้ครับ อย่างที่บากิเคยพูดว่านึกว่าแขนหักก็ยังจะสู้ต่อได้ แต่อย่างที่ว่าไม่ใช่ทุกคนจะเป็นอย่างบากิ)

 

ผมดูคนที่บาดเจ็บที่มีเพื่อนๆคอยดูแลอย่างอบอุ่นและยิ้มอออกมาอย่างอ่อนโยนที่เห็นเพื่อนๆร่วมปาร์ตี้ดูแลกันและกันต่อคนที่ถูกผมต่อยจนทะลุหน้าอกไป แม้แผลจะหายดีด้วยฝีมือระดับเทพเจ้าของอควอและชุดเกราะของพวกเขาก็ฟื้นกลับคืนสู่สภาพเดิมไม่มีอะไรเสียหายทางวัตถุ

แววตาของพวกเขาที่เสียชีว..เอ๊ยบาดเจ็บชั่วคราวด้วยหมัดของผมดูล่องลอยอยู่บ้าง

“นี่เธอเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่ชุบชีวิตน่ะ?” ผมแอบกระซิบถามอควอ

“เอริสบ่นนิดหน่อยน่ะ แต่ไม่เป็นไรชั้นเสียอย่าง” อควอเชิดอกอย่างภูมิใจ

ขอโทษนะครับท่านเอริสต่อไปนี้ผมจะเพลามือลง

ผมถอนใจและเพิ่มแต้มไปที่สกิล K.O Knock Out เพื่อให้สามารถจัดการคนที่สลบได้โดยไม่ต้องถึงขั้นเสียชีวิตและ

Control Strength ควบคุมความแข็งแกร่ง

 

เป็นสกิลที่ไม่มีประโยชน์ในการต่อสู้ตรงๆเลย มีไว้ก็เพื่อความสามารถในการจับเป็นศัตรูให้สมกับเป็นนักบวชผู้เมตตาที่ละเว้นชีวิตผู้คนให้พวกเขากลับตัวกลับใจ

แต่ปัญหาหากพิจาณาในภาพรวม ก็คือหากเอาแต้มสกิลอันมีค่ามาทุ่มเททางการที่ห่วงใยความปลอดภัยของศัตรู เราก็อาจจะไม่มีแต้มพอที่จะสู้เอาชนะศัตรูเสียเอง

แต่อย่างว่าล่ะ การตัดสินใจหลายๆของผม ไม่เหมือนพีท ไม่ได้มองจากตัวเลขแต่มองจากความเป็นจริงทางการเมือง

เทพธิดาเอริส คือหนึ่งในคนที่ผมไม่อยากสร้างศัตรูด้วย การลดภาระหน้าที่ของเธอหรือสร้างความสบายใจให้กับเธอผมก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องเสียหาย

และแต้มนี้ก็ได้มาจากการทำร้ายพวกเขา จะเสียไปสักหน่อยเพื่อให้พวกเขาบาดเจ็บน้อยลงในอนาคตก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินเลยไปตามความคิดของผม

“นี่ นี่ฉันเก่งใช่ไหมล่า เอรีสเธอโมโหมากเลยที่ฉันบอกว่าฉันมีผู้ชายของตนเองแล้ว ส่วนเธอยังเวอร์จิ้นอยู่ ฮิ ฮิ” อควอปิดปากหัวเราะ อ้าวตกลงไม่ใช่โมโหเรื่องการชุบชีวิตหรอกเรอะ? พวกเธอทะเลาะกันเรื่องอื่นหรือนี่?

ไอ้ผมก็ดันมือไวกดอัพค่าสกิลไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างหนึ่งที่ผมชอบในการต่อสูกับผู้คนคือ ได้เลเวลและค่าประสบการณ์ที่ขึ้นเร็วมากกว่าซอมบี้ แม้การชกทะลุหน้าอกของพวกเขาจะทำให้รู้สึกสยองมากกว่าการโจมตีใส่ซอมบี้เพราะมนุษย์เราแสดงอาการบาดเจ็บได้มากกว่า

ว่ากันตรงๆที่ผมเลือกซอมบี้เพราะมีปริมาณมาก

ซอมบี้ความจริงก็เหมือนก็อบลินในบางส่วนคือ ดูจากค่าสถานะนั้นอาจจะต่ำกว่าคนธรรมดาทั่วไปที่ถือจอบเสียมก็ฆ่าได้ไม่ต่างกับก็อบลิน

แต่ที่อันตรายคือ ซอมบี้มีพลังแห่งความตาย necrotic arura และสามารถส่งออร่าแห่งความหวาดกลัวต่อสิ่งมีชีวิตทั่วไปที่จิตไม่แข็งได้

คนธรรมดาทั่วไปที่เจอซอมบี้ก็จะต้องทอยเต๋าทดสอบความหวาดกลัว fear ว่าจะหนีหรือไม่

หากหนีก็จะไม่สามารถโจมตีใส่ซอมบี้ได้

อย่างที่บอกว่าสัตว์ประหลาดแต่ละอย่างก็มีความน่ากลัวของมันเอง หากปล่อยซอมบี้ให้เข้าไปในเมืองก็จะเจอเหตุการณ์ที่คนโดนเปลี่ยนเป็นซอมบี้ทั้งเมืองได้เช่นกัน

 

อควอที่เป็นเทพเจ้าจะดูแลทุกข์สุขของมนุษย์โดยการกำจัดซอมบี้หรือวิญญาณร้ายจึงไมท่ใช่เรื่องที่ผิด

แต่ปัญหาคือนิสัยของเธอนี่ล่ะนะ

อควอกุมท้องยังขำไม่หาย

พวกเราคงดูแปลกๆแน่ๆที่เห็นคนที่ตายไปเพราะมือของผมได้แล้วอควอก็ยังหัวเราะขำได้อีกแบบไม่คิดอะไรมาก

และเพราะอย่างนั้นก็เหมือนจะไม่ค่อยมีใครกล้ามาดวลเดี่ยวกับผมอีกต่อไปแล้ว

หลังจากที่เห็นฉากชกทะลุหน้าอกไปแค่ไม่กี่คน

“ชกให้หนักๆเลย” นั่นส่งเสียงเชียร์หาเรื่องชาวบ้านเขาอีกนั่นล่ะ

ผมหันไปรอบๆได้เห็นมาริสเทลล่าและลูน่าเรียที่กำลังเชียอยู่ด้านข้างอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส

โรอัลทำสีหน้าครุ่นคิดเมื่อมองดูสภาพของผุ้คนที่บาดเจ็บจากการต่อสู้

 

“อย่ามาหยิ่งผยองนะ นักผจญภัยไม่ได้สู้คนเดียวเสียหน่อย ทำอย่างนี้ไม่ใช่นักผจญภัยที่แท้จริงหรอก”

ชายหนุ่มผมสีแดงถือดาบคนหนึ่งกล่าวจากด้านข้าง

ที่เขาพูดนั้นถูกต้อง นักผจญภัยที่แท้จริงนั้นสู้เป็นทีม เสริมจุดแข็งของตน ฝากจุดอ่อนของตนเองไว้ให้เพื่อนดูแลและแสดงพลังที่มากกว่าคนเดียวจะแสดงได้

 

“คุณคือ?”

 

ชายหนุ่มผมแดงคนนั้นสูดหายใจเมื่อผมหันไปถามเขา

“เพลสแห่งกลุ่มเขี้ยวขาว”

ผมพยักหน้า

“ถ้ามีปัญหาที่เห็นไม่ตรงกันเราก็พิสูจน์สิจริงไหม ทั้งปาร์ตี้มาสู้กับผมเลยก็ได้”

คำประกาศนั้นสร้างความตื่นตลึงให้กับคนรอบข้าง

เพลสกับพวกของเขาที่เป็นนักบวช โจรและนักเวทย์ก็ได้ขึ้นมาพร้อมกันบนเวที

พวกเขาส่งสัญลักษณ์แทนการสื่อสารกันด้วยวาจา

ความรวดเร็วเหมือนกับรู้ใจกันที่ต่อสู้ร่วมกันมานับร้อยครั้ง

Provoke ยั่วยุ

คาถายั่วยุเพราะเพลสวางแผนจะให้ผมพุ่งความสนใจไปที่เขาคนเดียว

ยอมรับการโจมตีตั้งท่าอย่างรัดกุมในสถานะแท็งก์ตัวรับความเสียหายของกลุ่ม

อดทนต่อความเจ็บปวดเชื่อมั่นในการรักษาของนักบวชในทีมและการโจมตีประสนของโจรและนักเวทย์เพื่อนร่วมทีม

แต่

อ๊ากกก

ผมยอมรับการยั่วยุ provoke เพราะมันเพิ่มพลังโจมตีให้ผมและลดการป้องกันลง

หมายความว่าหมัดของผมก็ทะลุดาบของเพลสและหน้าอกของเขาด้วยการโจมตีได้อย่างง่ายดายมากขึ้น

เพลสยังเหลือกตาค้างที่การตั้งรับ defend และความทนทาน endurance นั้นไม่ได้ผลต่อผมที่ได้ลงสกิลmonk และศิลปะการต่อสู้ขั้นสุดยอดแล้ว

ขณะที่ทุกคนมองดูหมัดของผมทะลุหน้าอกของเพลส

ผมไม่ได้มองดูโจรที่ระหว่างกระโดดเข้ามาโจมตีได้มีรูปหมัดของผมปรากฏขึ้นที่หน้าอกของเธอทำให้เธอร่วงลงกับพื้น

เช่นเดียวกับจอมเวทย์และนักบวชที่รูหมัดของผมก็ปรากฏที่หน้าอกของพวกเขาเช่นกัน

นักบวชมีแสงสว่างวาบคอยปกปักรักษาตัวของเขา

ปึกปึก

ผมสะบัดข้อมืออีกครั้ง

รอยหมัดอีกสองรอยปรากฏบนตัวของเพลสและโจรกับนักเวทย์

แผลที่ปรากฏบนร่างกายของนักบวชและค่อยๆหายไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ holy light และคำอวยพรของเทพเจ้า divine blessing ของนักบวชที่ช่วยปกปักษ์รักษานั้นไม่สามารถรักษาอีกสองแผลได้ทัน

ข้อผิดพลาดของพวกเขาไม่ใช่แผนการแต่คือการที่ผมนั้นเน้นการต่อสู้และการโจมตีเป็นกลุ่มมากกว่าการต่อสู้ตัวต่อตัวเสียอีกเพราะความที่ต้องการจะเก็บเลเวลกับซอมบี้ที่มีจำนวนมหาศาลนั้น เน้นการโจมตีเป็นกลุ่มมากกว่าการโจมตีตัวต่อตัว

Army reaping technique กวาดล้างทั้งกองทัพ

ผมอัพสกิลนี้จนน่าจะสามารถจัดการแบ่งความเสียหายที่ทำต่อคนคนหนึ่งกระจายไปในกองทัพเดียวกันได้ถึงห้าร้อยคนแล้ว (5*10*10)

เพลสคิดถูกที่สู้เป็นทีม

ไม่มีอะไรผิดพลาดในแผนของเขาและปาร์ตี้

แต่น่าเสียดายโลกไม่ปราณีเราและปล่อยให้เราทำสำเร็จต่อให้เราทำถูกต้องทุกอย่าง

ผมคิดเช่นนั้นขณะที่เอามืออกจากหน้าอกของเพลสและอุ้มไปให้อควอรักษาที่ข้างลานต่อสู้

นี่ก็เป็นข้อเสียของการตกอยู่ภายใต้สกิลของฝั่งตรงกันข้าม

Provoke ทำให้ผมไม่สามารถควบคุมขนาดแค่บาดเจ็บหมดสติได้

เช่นเดียวกับทักษะคนคลั่ง berserker ที่แลกกับพลังโจมตีที่เพิ่มมากขึ้นและพลังชีวิตที่เพิ่มมากขึ้น คนที่ตกอยู่ในฐานะคนคลั่งจะเลือดลดลงเรื่อยๆและจะต้องโจมตีคนที่อยู่ด้านข้างโดยไม่แยกแยะมิตรศัตรู

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น