Npch
Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 พบตัวหัวขโมยกลางป่า

ชื่อตอน : บทที่ 7 พบตัวหัวขโมยกลางป่า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย สยองขวัญ,สั่นประสาท

คนเข้าชมทั้งหมด : 24

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 22:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 พบตัวหัวขโมยกลางป่า
แบบอักษร

 

บทที่ 7 พบตัวหัวขโมยกลางป่า

 

   คนที่เปิดเข้าเต็นท์มาก็คือองอาจ ผมโล่งใจและถอนหายใจเฮือกใหญ่ในทันที ผมรีบมองซ้ายมองขวาและดึงมือเขาเข้ามา

 

   ผมเอามือปิดปากเขาหวังไม่ให้เขาตะโกนบอกเพื่อน สายตาขององอาจ มองตาผมเหมือนจะบอกว่าให้อธิบายออกมาเดี๋ยวนี้เลย ผมเลยเล่าทุกอย่างให้เขาฟังทั้งเรื่องที่ผมขึ้นไปเอาอาหารบนเครื่องบินตอนแรก และเรื่องที่ความช่วยเหลือจะมาในอีกไม่กี่วัน ผมมองหน้าเขาหน้าเขามีความสุขเหมือนอยากจะวิ่งออกไปตะโกนให้เพื่อนทุกคนฟัง

 

   '' เรื่องนี้บอกเพื่อนไม่ได้นะ '' ผมกระซิบบอกองอาจ

 

   '' ทำไมล่ะภัทร '' องอาจถามด้วยความสงสัย '' ทำไมพวกเราไม่ออกไปกันหมดเลยล่ะ

 

   '' เราออกไปกันหมดไม่ได้ '' ผมพูดเสียงสลด '' อาหารเรามีไม่พอ ''

 

   องอาจก้มหน้าแล้วพยักหน้า ผมรู้สึกเหมือนว่าเขาจะเข้าใจแล้ว ผมเลยเริ่มจะคุยแผนการการหนีออกจากที่นี่

 

   '' อีกเจ็ดวัน '' ผมพูดขึ้น '' เราจะออกจากที่นี่ ''

 

   '' ยังไงล่ะ '' องอาจถาม

 

   '' เราจะเดินทางไปนอกเขตป่าฝั่งตะวันตก ''

 

   '' แล้วทางที่เราจะไปมันไกลแค่ไหน ''

 

   '' ฉันไม่รู้ ''

 

   '' ถ้านายจะไปฉันก็ขอให้นายโชคดีนะ ''

 

   '' นี่นายหมายความว่ายังไง ''

 

   '' ฉันว่าฉันทิ้งพวกเขาไม่ลง ''

 

   '' แต่เราจะตายกันหมดนะ ''

 

   '' ถ้านายจะพาฉันไปนายก็ต้องพาเราไปด้วย '' องอาจยื่นคำขาด

 

   องอาจเงียบไม่พูดอะไร ผมนั่งคิดอยู่นาน แล้วผมก็ต้องพ่ายแพ้กับการขอร้องของเขา

 

   ผมบอกเขาว่าผมจะพาพวกเราทุกคนออกไป แต่ผมให้สัญญากับเขาไม่ได้ว่าผมจะสามารถพาออกไปอย่างปลอดภัยได้ทุกคน

 

   '' โอเคฉันจะพาพวกเขาไปด้วย '' ผมพูดขึ้น

 

   '' นายพูดจริงๆ เหรอเยี่ยมไปเลย '' องอาจพูดอย่างมีความสุข

 

   แล้วหลังจากนั้นผมก็เดินออกมาจากเต็นท์พร้อมกับองอาจ ทุกคนจับจ้องมาที่ผม เหมือนกับว่าผมเป็นคนเอาอาหารไปซ่อน

 

   ตอนนี้สายตาทุกคนไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น ผมไม่รู้ว่าผมจะสามารถอธิบายให้พวกเขาเชื่อได้หรือเปล่า ผมตะโกนเรียกพวกเขา และเล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ทั้งเรื่องที่ผมไปเจอซากเครื่องบิน และเรื่องที่จะมีการช่วยเหลือในอีกไม่กี่วัน พวกเขายิ้มอย่างมีความหวัง และกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข

 

   '' เธอพูดจริงเหรอไชยภัทร '' ครูปกรณ์เข้ามาพูดใกล้ผม

 

   '' ครับผม '' ผมตอบย้ำคำเดิม

 

   ครูปกรณ์หันไปตะโกนเรียกนักเรียนให้มารวมพล หลังจากนั้นครูปกรณ์ให้ผมขึ้นไปอธิบายแผนการ สายตาของนัทที่มองดูผมเขาคงไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เพราะเขาคงไม่สบอารมณ์ที่ผมได้ขึ้นมาเป็นคนออกคำสั่ง

 

   ผมบอกพวกเขาว่าเราจะเดินทางไปในทิศตะวันตกนอกเขตป่า ผมให้ทุกคนกลับไปเก็บกระเป๋าและเก็บเต็นท์ให้เรียบร้อย แล้วมาเจอกันที่ตรงนี้อีกที

 

   .

 

   .

 

   .

 

   หลังจากที่พวกเขาเก็บเสร็จแล้วมารวมตัวกัน ผมบอกพวกเขาเราจะเริ่มออกเดินทางกันตั้งแต่วันนี้เลย เพราะเราไม่รู้ว่าทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลแค่ไหน

 

   ทุกคนพยักหน้ารับแล้วเดินตามผม พวกเราเดินเข้าไปในป่าทางทิศตะวันตก ระหว่างที่พวกเรากำลังเดินทางไปในป่าซักประมาณสามกิโล ก็มีคนตะโกนขึ้นมา

 

   '' ไม่ไหวแล้วโว้ย! '' มีเสียงตวาดก้องดังมาจากท้ายแถว '' อีกไกลแค่ไหนเนี่ย ''

 

   คนที่ตะโกนร้องก็คือโก้นั่นเอง สภาพของเขาตอนนี้คือก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นและหอบเหมือนกับสุนัขที่ขาดอากาศหายใจ

 

   ผมเข้าใจว่าโก้เป็นคนที่มีสุขภาพไม่ค่อยดี แต่เราจะมาทำให้แผนการพังเพราะคนคนเดียวไม่ได้ ผมจึงบอกให้ทุกคนพักกันสิบนาที

 

   ระหว่างที่พักผมก็เดินตรวจสอบสถานที่ มันแทบจะไม่มีอาหารหรืออะไรที่จะให้พวกเราพอกินได้เลย ไม่ว่าจะเป็นผลไม้หรือ เบอรี่ มันไม่มีแม้แต่อย่างเดียว

 

   แต่ถ้าพวกเราเป็นปลวกเราคงจะมีขุมทรัพย์อาหารมากมายเลยล่ะ เพราะรอบข้างเราตอนนี้มีแต่ป่าไม้รกทึบที่แทบจะมองไม่เห็นทางข้างหน้า ไม่รู้จะสะดุดล้มเมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าจะมีงูเลื้อยผ่านขาเราเมื่อไหร่

 

   แต่ผมบอกเลยว่าสถานการณ์นี้ถ้าเจองูก็คงต้องกินแล้วล่ะ

 

   ผมเดินไปมาพลางตรวจเช็กสภาพเพื่อนทุกคน เพื่อนทุกคนยังดูไม่ค่อยเหนื่อยมาก แต่บางคนที่มีโรคประจำตัวจะเหนื่อยเป็นพิเศษ เช่น กาน การมีโรคประจำตัวโรคหนึ่งคือหอบ เขาคงจะวิ่งอะไรเร็วๆ ไม่ได้ ไม่งั้นเขาคงต้องลงไปชักตายกับพื้นแน่

 

   หลังจากผ่านไปสิบนาทีครูปกรณ์ก็เรียกเพื่อนให้ลุกแล้วเดินทางต่อ หลังจากที่เราเดินต่อไปอีกประมาณสักหกกิโลเมตร

 

   ผมพึ่งจะรู้ว่าการเดินทางในป่าจะต้องใช้เวลามากขนาดนี้ในระยะทางแค่นี้ ท้องฟ้าเริ่มมืด แสงแดดเริ่มลับขอบฟ้า ความมืดมิดเริ่มค่อยๆ คืบคลานเข้ามา

 

   ผมเจอพื้นที่ที่พอจะให้พวกเราตั้งแคมป์ได้ ผมจึงกระจายกำลังเพื่อนออกไปตั้งเต็นท์ บางคนผมก็ให้ไปก่อไฟ

 

   .

 

   .

 

   .

 

   หลังจากนั้นซันกับมุกก็เริ่มแจกจ่ายอาหาร แต่แจกจ่ายอาหารในปริมาณที่น้อยมากๆ ทุกคนดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ แต่พวกเขาก็เข้าใจและกินมันต่อไป

 

   หลังจากที่เรากินเสร็จโก้ดูไม่ค่อยพอใจนักเพราะอาหารไม่พอสำหรับเขา แต่ต่างกับนัดลิบลับเพราะตอนนี้นัดยิ้มเหมือนเพิ่งจะกินข้าวมื้อใหญ่มา

 

   ผมผิดสังเกตทันที ผมวิ่งเข้าไปกระชากกระเป๋านัดออกมาจากไหล่ ผมเปิดกระเป๋าเขาดูแลเทของทุกอย่างออกมา มันทำให้พวกเราทุกคนยืนตะลึง ตอนนี้เรารู้แล้วว่าใครเป็นคนขโมยอาหาร

 

   '' นี่นายเองเหรอ '' ผมพูดขึ้น

 

   '' ฉัน..ฉันไม่ได้เอามานะ '' นัทเสียงตะกุกตะกัก '' มัน..มันมาอยู่ในเป้ฉันตั้งแต่เช้าแล้ว

 

   '' นี่นายบ้าหรือเปล่าอาหารนะไม่ใช่สิ่งมีชีวิต '' ผมพูดสวน '' ที่มันจะมีปัญญาคืบคลานเข้ามาในกระเป๋าเป้ของนาย

 

   '' ก็ฉันบอกไม่ได้เอามาไง! '' นัดตวาดก้อง '' เชื่อฉันสิทุกคนมันมีคนใส่ร้ายฉัน ''

 

   คำพูดของนัดไม่มีน้ำหนักเหมือนกับขนนกที่ปลิวไปมา เพราะว่ามีหลักฐานมัดตัวเขาเต็มไปหมด บวกกับการที่เขาทำให้เพื่อนๆ ไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขา

 

   '' โอเค '' ครูปกรณ์พูดขึ้น '' เราคงต้องมีการลงโทษกันหน่อยแล้วแหละ เพื่อให้คนอื่นไม่ทำตามเราจะต้องลงโทษเธอนะ ''

 

   '' ก็ผมบอกผมไม่ได้ทำไง! '' นัทตวาดก้องไปมา

 

   '' เราจะมัดนายไว้ให้นายนอนนอกเต็นท์ '' ครูปกรณ์พูดต่อ

 

   '' ไม่ ไม่! ไม่!! พวกนายจะไม่ทำอย่างนั้นใช่ไหม '' เขาพูดพลางมองไปรอบตัวเขา

 

   ตอนนี้ผู้ชายทุกคนเริ่มค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้เขา

 

   '' อย่าเข้ามานะ! '' นัทตะโกน

 

   นัดเริ่มค่อยๆ ก้าวถอยหลัง

 

   หลังจากนั้นผู้ชายทุกคนกระโจนเข้าล็อกตัวนัทเอาไว้ นัทพยายามดิ้นสุดชีวิต เขาดิ้นรนเหมือนกำลังโดนงูอนาคอนด้ารัดตัวเขาไว้ แต่ผู้ชายคนเดียวไม่ว่าจะแรงเยอะขนาดไหน ก็ต้องแพ้แรงผู้ชายมากกว่าสิบคนอยู่แล้ว

 

   หลังจากนั้นไม่นานนัดก็โดนมัดมือมัดเท้า แล้วก็เอาไปผูกไว้กับต้นไม้

 

   '' ครูหวังว่าเธอจะสำนึกนะ '' ครูปกรณ์พูดขึ้น

 

   หลังจากนั้นพวกเราก็เริ่มทยอยเข้าเต็นท์ไปนอน

 

   '' ไม่พวกนายจะไปไหนนะ '' เสียงนัทไล่หลังมา '' พวกนายจะทิ้งฉันไว้กลางป่าไม่ได้นะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้

 

   หลังจากที่พวกเราเข้าเต็นท์นอนกันเรียบร้อย เราก็ยังได้ยินเสียงนัทตะโกนไปมาอยู่ พอผ่านไปสักชั่วโมงหนึ่ง เสียงนัทก็เริ่มเงียบลงเหมือนเขาจะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้แล้ว หลังจากนั้นพวกเราก็ได้นอนกันสักที

 

   .

 

   .

 

   .

 

   เช้าวันที่สามในนรก

 

   อยู่ดีๆ ก็มีเสียงหนึ่งเสียง สอดแทรกเข้ามาในโสตประสาทของผม

 

   '' อ๊า! '' มีเสียงผูหญิงกรีดร้องด้วยความกลัวออกมาจากด้านนอกเต็นท์

 

   พวกผมรีบวิ่งกรูกันออกไปดู

 

   .

 

   .

 

   .

 

   สิ่งที่ผมเห็น มันทำให้ผมช็อก หัวใจตกไปยังตาตุ่ม

 

   .

 

   .

 

   .

 

   มันก็คือ....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น