winterandwhite

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 62

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 20:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5
แบบอักษร

“คุณแป้ว-ปราง อาหารตามสั่ง วันนี้ทหารมารับจ๊อบเป็นเด็กเสิร์ฟหนึ่งวันนะคะ แลกกับเงินไปซื้อกาแฟ”

วันนี้เบธตื่นนอนแต่เช้า ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็รีบลงจากห้องนอนมาช่วยคุณป้าและคุณน้ายังสาวตั้งร้านขายอาหารตามสั่ง ธุรกิจเล็กๆ ที่ทำให้เบธและเมธได้เรียนหนังสือและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีมาเสมอ

“ทหารโดดงานเหรอจ๊ะ” น้าปรางถาม

“วันนี้ที่หน่วยซ่อมระบบไฟน่ะน้าปราง ทหารเลยสบายไปวันนึง”

“ดีเลย ไปช่วยรับออเดอร์และเสิร์ฟให้ทีนะจ๊ะ”

“งานถนัดอยู่แล้ว”

น้าปรางชวนคุยระหว่างช่วยกันกางโต๊ะ จัดเก้าอี้ และเอาเครื่องปรุงมาวางจัดวาง เสร็จแล้วน้าปรางก็เข้าครัวไปช่วยป้าแป้ว วันนี้ป้าแป้ว แม่ครัวมือหนึ่งจะไม่ต้องเหนื่อยนัก เพราะน้าปรางได้เข้าไปเป็นลูกมือ ส่วนหน้าร้าน มีทหารหล่อ ๆ คอยจัดการ

ในช่วงเช้าตรู่แบบนี้ เมนูอาการที่เป็นที่นิยม ก็ไม่พ้นข้าวต้มร้อน ๆ มีทั้งหมู ไก่ ปลา กุ้ง เวียนกันไปตามความชอบของแต่ละคน โดยส่วนมากก็เป็นเด็กนักเรียนที่ผู้ปกครองพามากินก่อนไปส่งที่โรงเรียน

และหนึ่งในลูกค้าที่แวะเวียนมาเป็นประจำ ก็คือ น้าสยาม คนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน ที่แวะเวียนมากินอาหารที่ร้านนี้ทุกวัน เป็นเวลาเกือบยี่สิบปี

“อ้าว น้าสยาม เบธเป็นทหารได้ไม่นาน มีลูกแล้วเรอะ” เบธแซวชายโสด ที่วันนี้มากับเด็กผู้ชายอีกคนที่เบธไม่คุ้นหน้าคุ้นตา

“ไอ้เบธ เอ็งก็พูดไป น้าเสียหายหมด นี่ไอ้สมชาย ลูกของน้องชายน้า เพิ่งย้ายมาจากบ้านนอก เอ้า สมชาย ไหว้พี่เค้า พี่เค้าเป็นทหาร” น้าสยามชี้ไม้ชี้มือ ให้หลานชายทักทายเบธ

“สวัสดีครับ ผมชื่อสมชายครับ โตขึ้นจะเป็นทหารครับ” เด็กชายพูดเสียงดังฟังชัด

“สวัสดีครับ ทหารสมชาย อยากกินอะไรครับ” เบธยิ้มให้สมชายอย่างเอ็นดู

“กินข้าวต้มหมู ไม่ใส่ผักครับ”

“เฮ้ย ได้ไง ทหารที่ไหนไม่กินผัก” เบธประท้วงเด็กน้อย

ทำเอาเด็กชายทำหน้าจ๋อย

“ถ้าเข้าป่าไปสู้กับผู้ร้าย แล้วมีแต่ผัก ทหารก็ต้องกินผัก ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีแรงไปสู้กับผู้ร้าย เข้าใจมั้ย”

“ใส่ผักก็ได้ครับ”

เบธลูบหัวเด็กชายตัวน้อย ที่ว่านอนสอนง่ายเหลือเกิน

“น้าสยามเอา ข้าวผัดก็แล้วกันนะ”

เบธจดชื่ออาหาร และหมายเลขโต๊ะอย่างที่ทำทุกที แต่ที่จะพิเศษไปสักหน่อย ก็คือ มีชื่อลูกค้าด้วย แล้วก็เดินไปส่งเมนูให้น้าปรางในครัว

น้าปรางกวาดตาอ่านรายการอาหาร แล้วก็ไปสะดุดที่ชื่อลูกค้า กะพริบตาปริบๆ อยู่สองที แล้วก็ขยำทิ้งไป

“โอ๋ๆ เบธแกล้งเล่น ถึงกับทิ้งลงถังขยะเลยเหรอน้าปราง”

“มากินทุกวัน ไม่รู้จักเบื่อบ้างหรือไง” น้าปรางผู้แสนใจดี ขมวดคิ้ว แล้วก็บ่น น้าปรางไม่ได้โกรธเบธหรอก แต่โกรธลูกค้าคนนั้นมากกว่า โกรธมานานแล้วด้วย

“เอาน่าน้าปราง สงสารแก”

“เหม็นขี้หน้า”

“ก็อย่าถึงกับใส่สลอดให้แกกินเลยนะ”

“เคยใส่แล้วไม่ได้ผล ก็เลยเลิกใส่”

เบธอมยิ้ม แล้วก็ส่ายหัวให้กับความใจแข็งของน้าสาว

จากนั้นก็ออกมานั่งเอนเตอร์เทนลูกค้าอยู่หน้าร้าน

 

“น้าสยาม เบธถามจริงนะ ตามตื๊อน้าปรางมาร่วมยี่สิบปี น้าไม่เบื่อบ้างเหรอ”

“ถ้าตามจีบอย่างเดียว ก็คงจะเบื่อ แต่นี่จีบไปด้วย แล้วก็อยากจะขอโทษเค้าไปด้วย มันเลยไม่เคยอยากจะหยุด”

“จนป่านนี้ น้าปรางยังไม่ยอมปริปากบอกเลย ว่าเคืองน้าสยามด้วยเรื่องอะไร เป็นเบธนะ ท้อไปนานละ”

“ก็เพราะไม่รู้นี่แหละ เลยท้อไม่ได้ น้าไม่อยากให้มันค้างคาใจไปจนวันตาย”

“โอ้โห หัวใจน้าทำด้วยอะไร”

“ด้วยรักและภักดีล่ะมั้ง”

“ง่อวววว เป็นรปภ. นี่ก็เท่ได้ไม่แพ้ทหารเลย”

“น้าไม่เท่แข่งกับใครหรอก แค่แข่งกับความใจแข็งของปรางเค้า น้าก็ยังไม่รู้ว่า จะมีวันชนะมั้ย”

เบธยิ้มให้กำลังใจชายวัยกลางคนในเครื่องแบบพนักงานรักษาความปลอดภัย แล้วก็นึกถึงแววตาที่แฝงไปด้วยความน้อยอกน้อยใจของน้าปราง มันทำให้เบธยิ่งนึกสงสัยในความหมายของคำว่า รัก ที่คล้ายจะหอมหวาน และง่ายดาย แต่ในหลายๆ ครั้ง มันเฝื่อนขม และยากยิ่ง

เมื่อได้เวลาที่ประมาณไว้ เบธก็เดินเข้าไปรับอาหารจากน้าปรางมาเสิร์ฟให้ผู้ชายนักรักและอนาคตทหารของชาติ

“พี่เป็นทหาร ก็ต้องมีปืนใช่มั้ย ผมอยากยิงปืน” สมชายกินข้าวต้มผสมผัก แล้วก็ชวนเบธคุยบ้าง

“พี่ไม่มีปืนหรอก พี่เป็นหทารอากาศ มีแต่เครื่องบิน เอาเครื่องบินแทนได้มั้ยล่ะ”

“ฮะ! พี่จะให้เครื่องบินผมเหรอ”

“เป็นรางวัลที่สมชายจะกินข้าวต้มที่มีผักจนหมดจานโดยไม่เหลือไว้แม้แต่นิดเดียว”

ได้ยินดังนั้น สมชายก็รีบกินข้าวต้มของเค้า ไม่นานก็หมดเกลี้ยง เบธก็ทำตามสัญญาโดยการขึ้นไปบนห้องนอน หยิบเครื่องบินบังคับ ที่เบธหลับตาครู่เดียวก็ประกอบมันได้สำเร็จ แต่พอหยิบขึ้นมาก็ชั่งใจนิดหน่อย ก่อนจะเอามาแต่ตัวเครื่องบิน ทิ้งรีโมทบังคับไว้บนห้องอย่างเดิม

“มันบินยังไงเหรอครับ พี่” เด็กน้อยถาม หลังจากยกมือไหว้ และรับของไปแล้ว

“มันมีรีโทมบังคับ แต่ถ้าสมชายอยากได้ สมชายต้องไปหัดท่องสูตรคูณแม่ 15 ให้ได้ก่อน แล้วพี่ถึงจะเอามาให้ ตกลงมั้ย”

“แต่ที่โรงเรียนให้ท่องแค่แม่ 12 เอง”

“เราทำมากกว่าที่โรงเรียนสอนก็ได้ เข้าใจมั้ย”

“เข้าใจครับผม”

เบธคิดเงินค่าอาหารแล้วก็โบกมือลา ส่งทหารอากาศตัวจิ๋วไปเรียนหนังสือ น้าสยามชะเง้อหน้ามองหาน้าปราง เมื่อทำอย่างไรก็ไม่เห็น ก็เลยเดินคอตกไปทำงาน เบธรู้สึกว่า ตัวเองทำบาปอยู่หรือเปล่า ที่ทำให้เค้าสองคนไม่ได้เจอหน้ากันอย่างทุกวัน

จากเช้า ผ่านเลยช่วงเวลาลูกค้าแน่นหนาในช่วงเที่ยง ก็เข้าสู้ช่วงบ่าย ประชาชนเริ่มซาลงไปมาก เบธก็คืนหน้าที่พนักงานดูแลลูกค้าให้กลับน้าปราง แล้วบอกน้าปรางว่า จะเอารถยนต์คันเล็กๆ ที่เบธซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ไปรับเมธที่มหาวิทยาลัย

“เจ้าเมธมันเลิกเรียนแล้วเหรอ ไปซะเร็วเลย”

“ว่าจะแวะไปที่ห้องสมุดก่อนน่ะน้าปราง น้าปรางอยากได้หนังสืออะไรมั้ย”

“เอ้อ น้าอยากได้ตำราอาหารฝรั่ง จะลองหัดทำดู”

“ได้เลย เดี๋ยวเบธจัดให้”

“เอ้อ แล้วเมื่อไหร่จะจีบสาวที่ห้องสมุดติดล่ะจ๊ะ ทหารเบธ”

“ฮั่นน่อว มีแซวๆ น้าปรางเอาคืนเบธใช่ปะเนี่ย”

“ไม่ได้แซว แต่น้าอยากรู้ ว่าเมื่อไหร่ จะพาหลานสะใภ้มาไหว้สักที”

“ถ้าหมายถึงคนนี้ ท่าทางจะยาก ยากเหมือนน้าปรางนั่นแหละ คิคิ”

น้าปรางชี้หน้าเบธอย่างเอาเรื่อง เบธหัวเราะขำ ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถ แล้วขับออกไปทันที

เบธขับรถไปอย่างอารมณ์ดี พอเห็นร้านกาแฟเจ้าประจำก็จอดรถลงไปซื้อมา 1 แก้ว โดยร้านประจำที่ว่า เป็นร้านประจำของบรรณารักษ์สาว ไม่ใช่ของเบธ เพราะเบธแพ้เครื่องดื่มพวกชากาแฟ ที่พอจะกินได้ก็คือโกโก้ แต่ก็ยังมีผลข้างเคียงเป็นอาการปวดท้องนิดๆ หน่อยๆ

“เอากาแฟมาส่งค่ะ คุณฝนต้นเมษา”

“ฝนไม่ได้สั่งนี่คะ”

“เอ้าเหรอคะ แล้วใครสั่งมาน้อ”

“เสียงกระซิบจากหัวใจกระมังคะ คุณรั้วของชาติ” เธออมยิ้ม นานๆ ทีเธอถึงจะยิ้มแบบนี้

“ทำไมชิงตบมุกก่อนถึงเวลาอันควรแบบนี้ล่ะคะ เอาไปกินเลยค่ะ เบธไม่เล่นด้วยแล้ว”

“ขอบคุณค่ะ”

เธอรับกาแฟจากมือของเบธไป เอาหลอดปัก แล้วก็ดูดดให้คนซื้อมาฝากชื่นใจสองสามอึก แล้วก็วางไว้บนโต๊ะอย่างระวัง เพราะรอบตัวเธอมีแต่หนังสือและกระดาษ จากนั้น เธอก็หันไปนั่งทำงานของเธอต่อ สองตาจับอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

“หืม คุณมีอะไรกับฝนอีกหรือเปล่าคะ”

แต่เมื่อเธอเห็นว่า เบธยังคงยืนมองเธออยู่ที่เดิม ไม่ขยับตัวไปไหน ก็เลยหันมาถามอีกที

“คุณใจร้ายมากเลยนะคะ คุณเมษา”

“ฝนไม่เคยใจดีกับใครอยู่แล้วนี่คะ คุณก็ทราบดีไม่ใช่เหรอ” เธอว่า แล้วก็กลับไปที่หน้าจอคอมต่อ

“แต่เบธไม่คิดว่า คุณจะใจร้าย ขนาดที่คุณไม่ยอมเตือนเบธ ว่าลืมคืนหนังสือเล่มหนึ่งมาเป็นอาทิตย์ เนี่ยเบธต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่ คุณรู้มั้ย”

“ถ้าคุณเอามาคืนวันนี้ ก็สิบเจ็ดบาท ห้าสิบสตางค์ค่ะ” เธออมยิ้มขำอีกที

“คุณจำได้ขนาดนี้ แล้วยังไม่เตือนเบธอีก”

“ก็คุณไม่เคยบอกฝนสักคำ ว่าถ้าคุณลืม ให้เตือนด้วย ใช่มั้ยล่ะคะ”

“คนเราอะเนอะ”

“เคืองมั้ยคะ ถ้าเคืองก็ สามารถเอากาแฟคืนไปได้ค่ะ” คราวนี้เธอหันมาจ้องหน้าเบธ เอามือท้าวคาง และยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ก็ถ้า...อุ้ย!! ”

ในขณะที่เบธพยายามจะต่อล้อต่อเถียงตามที่เสียงของหัวใจมันบอกให้ทำ ก็มีผู้ชายคนหนึ่ง ถือลังซ้อนกันเป็นชั้นๆ เดินผ่านไปทางข้างหลัง แล้วขอบลังก็เฉี่ยวหลังเบธ เบธก็เลยสะดุ้ง

“ขอโทษครับ” ชายคนนั้นกล่าวขอโทษด้วยใบหน้านิ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่ให้ช่วยมั้ยคะ คุณดูหนักมาก” เบธไม่โกรธ แถมยังเสนอตัวไปช่วยอีก

“ไม่เป็นไรครับ” เขาว่า แล้วรีบเดินจากไป

เบธมองตาม จนชายคนนั้นก้าวออกจากประตูไป

“คุณเมษาคะ ผู้ชายคนนั้นเค้าเป็นใคร แล้วมาขนอะไรไปเยอะแยะเลยคะ”

“คุณอยากรู้ไปทำไม นี่เป็นกิจของทหารเหรอคะ”

“เบธว่า เค้าหน้าตา ท่าทาง ดูไม่ว่าไว้ใจ เบธว่า เค้าดูโหดๆ”

เบธพูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มีชายอีกคน ที่แต่งตัวด้วยชุดสีดำ เดินออกมา แล้วก็ขนลังออกมาในลักษณะเดียวกัน เบธมองตาม แล้วก็ชี้ให้บรรณารักษ์สาวดูด้วย

“คนหน้าตา ท่าทางดูโหดๆ ต้องเป็นคนไว้ใจไม่ได้ เสมอไปหรือคะ”

“เบธไม่ได้ว่าคุณเมษานะคะ”

“ฝนก็ไม่ได้หมายความถึงฝนค่ะ ฝนพูดถึงผู้ชายสองคนนั่น” เธอดูเกรี้ยวกราดขึ้นมานิดนึง

เบธหลุดขำออกมา รู้สึกว่า ภารกิจมากวนใจเจ้าหน้าที่ห้องสมุดวันนี้ สัมฤทธิ์ผลแล้ว

“แล้วสรุปว่า พวกเค้ามาทำอะไรที่นี่คะ”

“กรุณาขึ้นไปถามบรรณารักษ์อีกท่านที่อยู่บนชั้นสองค่ะ เพราะเขามีหน้าที่ดูแลเรื่องการนำหนังสือที่ชำรุดไปซ่อม”

เบธพยักหน้าตามอย่างเข้าใจ

“เอ่อ คือว่า...”

“ทำไมวันนี้คุณดูมีปัญหาเยอะจังคะ”

“เบธแค่จะบอกว่า อยากได้ตำราอาหารฝรั่ง คุณพอจะแนะนำให้ได้บ้างไหม คุณอะ มองเบธในแง่ร้าย”

“เดินตรงไป เลี้ยวขวา ล็อคที่สอง ช่องที่สาม ชั้นที่หก เล่มที่แปดค่ะ”

เบธยิ้มอย่างพอใจ แล้วก็เดินไปตามที่คุณบรรณารักษ์ให้คำแนะนำ ทั้งๆ ที่รู้ว่า มันต้องไม่ใช่ตำราอาหารแน่ๆ แต่เบธก็อยากรู้ ว่าหนังสือเล่มนั้น คือหนังสืออะไร

“เล่มที่แปดใช่มั้ย” เบธค่อยๆ ใช้นิ้ว ไล่นับไปจนถึงเล่มดังกล่าว

‘วิธีรับมือ คนเจ้าชู้’  

เบธหยิบถือหนังสือเล่มนั้นติดมือไปด้วย แล้วก็ไปหาตำราทำอาหารให้น้าปราง เมื่อได้เล่มที่น่าสนใจแล้ว ก็เอาไปยืมที่เคาน์เตอร์

เบธทำทีไม่พูดไม่จา ยืนสงบปากสงบคำ ขณะที่จับจ้องทุกอากับกิริยาคุณบรรณารักษ์คนกวน เธอก็ทำเป็นนิ่งแล้วก็ทำงานไปด้วยความเป็นมืออาชีพ แม้จะสะดุดกับหนังสือเล่มที่ตัวเองแนะนำให้หยิบนิดหน่อยก็ตาม แล้วก็ส่งหนังสือให้เบธไป

“สรุปว่า ยืมอย่างเดียว ไม่มีคืนนะคะ”

“เบธไม่คืนให้คุณง่ายๆ หรอกนะคะ คุณเมษา”

“ที่พูดเนี่ย แน่ใจนะคะ ว่าหมายถึงหนังสือ”

“ถ้าเป็นอย่างอื่น ที่ไม่ใช่หนังสือ ก็คงจะดีมากๆ เลยค่ะ”

“ฝนว่าบางที คุณก็อ่านหนังสือเยอะไป เพลาๆ บ้างก็ดีนะคะ”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น