เซียจื่อ นักเขียนใต้เงาจันทรา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เริ่มEpที่2/30%

คำค้น : จีน

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 156

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2562 03:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เริ่มEpที่2/30%
แบบอักษร

นับต่อมาอีกหลายวันที่จวนสกุลไป๋... 

เรือนผิงหลัน 

“น้องเล็กเจ้าก็อดทนหน่อยอย่าบ่นให้มากนักเลยตัวยาเหล่านี้ล้วนได้มาจากห้องยาที่หวังหลวงใช่จะหามาได้ง่ายๆ อาการถูกยาพิษของเจ้านั้นครั้งนี้สาหัสแทบเอาชีวิตไม่รอดพวกเราใจคอไม่ดีเจ้าก็อย่าดื้อไปนักเลยน้องเล็ก" 

“พอแล้วพี่สะใภ้รองตัวของข้าเหมือนจะเปื่อยเหมือนไก่ตุ๋นแล้วนะหากแช่อีกเพียงก้านธูปเดียวท่านตักข้าใส่ถ้วยส่งไปให้ท่านแม่กินแทนซุปไก่ได้เลยนะเจ้าค่ะ”  

หานหนี่ว์ที่ต้องอดทนกับการลงไปแช่ในถังน้ำอุ่นสมุนไพรแก้พิษมาได้ร่วมสิบวันในที่สุดนางก็ถึงกับร้องโอดโอยเพราะเริ่มมองเห็นภาพของคนเองเป็นไก่ตุ๋นสมุนไพรขึ้นมารำไร ตั้งแต่รู้ความมานี้เป็นครั้งแรกที่นางต้องมาเจอวิธีการรักษาสุดแสนจะทรมาทรกรรมหนักมากถึงมากที่สุด ขนาดถูกฝึกหนักสาหัสมากว่า72ชั่วโมงยังไม่รู้สึกแย่เท่านี้เลย ... 

ยาที่ต้องดื่มก็ขมจนติดลิ้นขมคอล่อกันไปยันลำไส้ใหญ่รู้อย่างนี้เลือกเรียนหมอเพิ่มอีกสาขาวิชาเสียก็คงจะดีต่อใจไม่น้อยเลยในยามหน้าสิ่วหน้าไก่เช่นนี้... 

ไม่ใช่แค่ไก่ต้มน้ำปลาธรรมดาเสียด้วยนะหากทว่าเป็นไก่ตุ๋นยาจีนขึ้นเหลาระดับสิบดาวกันเลยละท่านเอ๋ย... 

“น้องเล็กเจ้าจะบ่นไปไย อีกเพียง5วันก็ครบตามที่ท่านหมอสั่งเอาไว้แล้ว”  

“ห๊า!!! ...5วัน! ...พี่สะใภ้รอง ท่านช่างกล้าพูดออกมาได้เช่นไรว่าเพียงแค่5วัน! ...โฮ๊ก! ...มันตั้ง5วันต่างหากเล่า พี่สะใภ้ท่านได้โปรดช่วยฆ่าข้าอีกครั้งเสียเถิด”  

TYT 

‘ใครก็ได้บอกข้าที หมอหลวงผู้นี้เคยมีความแค้นต่อข้าแต่เดิมทีมาก่อนใช่หรือไม่หรือหานหนี่ว์นางเคยไปฆ่าเป็ดขโมยห่านบ้านของเจ้าหมอเฒ่าผู้นั้นมากันแน่จึงเจียดยาเช่นนี้ให้กับข้า...’  

คิดแล้วสาวแกร่งก็น้ำตาแทบไหล... 

“น้องเล็กเจ้านี่ติดนิสัยขี้โวยวายมาจากเจ้าเด็กบ้าบอลิ่งซานแล้วใช่หรือไม่ ไม่ดีแล้ว ช่างไม่ดีเป็นยิ่งแล้ว เห็นทีข้าต้องบอกให้ท่านแม่กันเจ้าเด็กคนนั้นไปให้ห่างเจ้าเอาไว้สักหน่อย มิเช่นนั้นหากเจ้าติดนิสัยแย่ๆ จากเจ้านั่นมามากกว่านี้จะเสียภาพลักษณ์และเสียการปกครองเอาได้”  

โอเค... 

นี่นางมีมารดามากกว่าหนึ่งคนจริงแท้ใช่หรือไม่?! ... 

แต่ก่อนอื่น... 

ขอชิ้งก่อนละเว๊ยยยยย... 

อยู่ต่อเป็นไก่ตุ๋นชัวร์!  

“อร้าย! ...น้องเล็ก...หนี่ว์เอ๋อร์ เจ้าจะไปไหน อย่าหนีนะ กลับมาแช่ยาให้ครบชั่วยามครึ่งเสียก่อนสิเจ้า หานหนี่ว์ ไฮ้! ทำไมจึงกลายเป็นเด็กเหลวไหลเช่นนี้ไปได้อย่างกันนะ”  

ไป๋ผิงอันผู้เป็นสะใภ้รองนางนั้นมีหน้าที่คอยดูแลเรื่องการแช่สมุนไพรและอบควันยาเพื่อค่อยๆ ถอนพิษที่หานหนี่ว์ได้รับมีอันต้องโวยวายเสียงลั่นจวนทุก2ชั่วยามตลอดเวลาที่ทำการรักษากันมา 

“แอ๊ะ! ...ทำอะไรอยู่หรือใต้เท้า”  

มือลึกลับกับเสียงที่ไม่พึงประสงค์ดังขึ้นพอให้ได้ยินกันเพียงสองคน เล่นเอาร่างที่มีเพียงเสื้อคลุมตัวหลวมสวมใส่เอาไว้เพียงตัวเดียวอย่างลวกๆ เพราะนางเร่งรีบหลบหนีออกมาจากห้องอาบน้ำด้านในเรือนมีอันต้องขวัญบินอีกรอบ... 

“อั๊ยย๊ะ!!!”  

โผล๊ะ! ... 

พลั๊ก! ... 

ผลั๊ว! ... 

ตุบ! ... 

อึ๊ก... 

“อ๊อก...”  

เสียงที่มาเร็วกว่าแสงทำเอาร่างหน้าที่ตั้งใจจะกลั่นแกล้ง ผู้เป็น “เจ้านาย” ที่ยังบาดเจ็บให้ตื่นตกใจเล่น หากแต่เกิดคาดไปไกลนักมากโข เมื่อเขาถูกจู่โจมอย่างไม่ทันได้กะพริบตาเลยด้วยซ้ำ!!! ... 

“ตะ...ใต้เท้า...ข้าเอง...ลิ่งซาน...”  

เพ่ย! ... 

เจ้าเด็กนรกนี่เอง 

“เป็นเจ้านี่เอง ข้าบอกหลายครั้งแล้วใช่หรือไม่ว่าอย่าโผล่มามั่วซั่วซี้ซั้ว เจ้าอยากตายมากนักรึไงเจ้าบ้าเอ๊ย”  

“อูย... นี่ตกลงใต้เท้าป่วยจริงแท้ใช่หรือไม่”  

“อย่างนั้นเจ้าก็มาทดลองดื่มยาพิษแล้วตายดูบ้างเป็นอย่างไรจะได้รู้ว่าข้านั้นป่วยจริงแท้หรือแค่แกล้งตายเอาสนุก เจ้าเด็กบ้านรกแตก!!!”  

“โอ๊ย! ...ใต้เท้า อาซานมิบังอาจหรอกครับ ข้ายังอายุน้อย แฟนสักคนก็ยังไม่มี ข้าไม่รีบข้าไม่รีบ”  

“อย่างนั้นเจ้ามาวุ่นวายอะไรที่เรือนของข้าตอบมา! ...”  

ถึงจะยังมีอาการข้างเคียงจากยาพิษที่ได้รับอยู่บ้าง แต่ดูเหมือนร่างกายเดิมนี้ค่อนข้างจะแข็งแรงกว่าหญิงสาวปกติอยู่มาก ทำให้เมื่อได้รับการรักษาที่ดีและถูกวิธีอาการของนางจึงดีขึ้นอย่างรวดเร็วบวกกับทักษะการต่อสู้ที่มีติดตัวมาตั้งแต่ชาติเดิมจึงทำให้การตอบโต้ต่อศัตรูเป็นไปเองตามสัญชาตญาณที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดีเช่นนั้นแล้วต่อให้นางยังไม่หายดีเต็มร้อยแต่เรื่อง “กระทืบ” คนมันหาใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงของนางแต่อย่างใด... 

“ตอบข้ามา เจ้ามาแอบดูข้าใช่หรือไม่”  

“ใครจะอยากดูท่านกัน ด้านหน้ากับด้านหลังข้าอยู่กับท่านมาสิบกว่าปียังไม่เคยแยกออกสักครั้ง ทำไมข้าต้องมาแอบดูพวกเดียวกันให้เสียลูกนัยน์ตากันด้วยเล่าใต้เท้า”  

ลิ่งซานบ่นออกมาด้วยความปากไวตามนิสัยอีกเช่นเคย 

ทำเอาผู้ที่ถูกเอ่ยถึง ว่า “แยกแยะด้านหน้ากับด้านหลังไม่ถูก” พลันมีลมร้อนๆ ออกมาจากหูจนอื้ออึง แน่นอนว่าไม่มีผู้หญิงที่ไหนทนต่อคำพูดร้ายกาจขาดกะบังลมเช่นนี้ได้แน่ หานหนี่ว์ผู้นี้ก็มิได้ถูกยกเว้น!  

"จงตายเสียเถอะไอ้เด็กนรก!!! " 

"ย๊ากกกกกก" 

ผลั๊ก!!! .... 

ตึ่ง... 

หมัดเดียวก็เอาอยู่น่าจะเป็นนิยามที่คู่ควรที่สุดในครั้งนี้ 

เพราะว่าลิ่งซานนั้นหลับไปตั้งแต่ศีรษะทุยนั้นยังไม่ทันได้แตะลงพื้นเลยด้วยซ้ำ... 

“ตายให้สนิทไปเลยนะไอ้เด็กนรก!”  

ยิ่งคิดก็ให้อยากเอาน้ำมาสาดแล้วป้อนเท้าหวานๆ ให้อีกสักสิบยี่สิบชุด... 

หน่อย... 

ช่างกล้ามาก...กล้าเกินไปเสียแล้ว...ฮึ! ...ร่างกายนี้ไม่ได้แย่ขนาดนั้นเสียหน่อย อกเป็นอกเอวเป็นเอว ถึงผิวขาวๆ นี่จะมีรอยแผลเป็นเยอะไปหน่อยก็ตามทีแต่โดยร่วมก็ยังดูสวยงามกว่าร่างเก่าของนางตั้งมากชิชะ...ช่างกล้ามาว่ารูปร่างอวบอึ้มของข้าตายไปเลยนะจงอย่าฟื้นมาให้เห็นหน้าอีกเชียวแม่จะยำให้แหลกเลย!!! ... 

จากแมวน้อยวิ่งหนีอ่างอาบน้ำบัดนี้กลับกลายเป็นนางสิงโตขี้โมโหหัวร้อนชนิดสุดตับสุดใตไปในบัดดล... 

“หนี่ว์เอ๋อร์ นี่เจ้าหนีจากห้องอาบน้ำอีกแล้วนะ เจ้าลูกคนนี้ นับวันยิ่งโตนางกลับยิ่งดื้อดึง ข้าคงอบรมณ์เจ้าน้อยไปใช่หรือไม่”  

เฮ้อ! ... 

การมีแม่ช่างดีอะไรเช่นนี้... 

“นั่นนะสิน้องเล็กนับวันชักจะละเลยต่อสุขภาพมากขึ้นทุกวัน กว่าจะดื่มยาได้ ข้าต้องหมดน้ำผึ้งไปหลายโหลแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ปกติน้องเล็กไม่เคยดื่มยายากเช่นนี้มาก่อน เห็นที่นางจะอยู่ชายแดนมากเกินไปถูกเจ้าสองแสบปั่นหัวจนกลายเป็นเด็กเสียนิสัยไปจนหมดแล้วเป็นแน่”  

นั่นไงมีเพิ่มมาอีกหนึ่ง... 

“ข้าก็เห็นจริงตามที่พี่สาวพูดเจ้าค่ะท่านแม่กลับมาครั้งนี้น้องเล็กช่างดื้อดึงนัก ข้าว่าท่านแม่ควรจะให้น้องเล็กอยู่ที่จวนนานหน่อยเถิดครั้งนี้พวกเราจะได้ช่วยกันอบรมณ์ให้นางเป็นกุลสตรีเพิ่มขึ้นมาอีกสักหน่อย”  

พระเจ้า!!! .... 

ข้าเคยคิดมาตลอดว่าหากแม่ไม่รีบตายจากไปตั้งแต่ยังเด็กก็คงจะดีไม่น้อยหากแต่นี่... 

โอ๊ยโย๊ะ! ... 

มาทีเดียวแท็กทีม ไม่ไหวจะเครียร์อ่อนเพลียจะคุยเด้อพี่น้องงานนี้... 

หญิงสาวถึงกับกวาดดวงตามองบนเพดานอย่างสุดจะเซ็ง 

เฮ๊อะ!!! ... 

ฝึกให้นางเป็นกุลสตรี... 

คิดช้าไปหน่อยไหมอ่ะ... 

พลิกแผ่นฟ้าคงจะง่ายกว่าหรือเปล่า นางไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้... 

จะหานหนี่ว์วันนี้หรือหานหนี่ว์ในอดีต นางก็เชื่อสุดใจว่าคงมีนิสัยไม่ต่างห่างไกลกันเท่าใดหรอก ดูได้จากหลายวันที่ผ่านมาไม่มีใครสักคนที่จะคิดสงสัยในตัวตนใหม่ไม่สิต้องเรียกว่าจิตวิญญาณใหม่นี่เลยสักคนขนาดท่านแม่แท้ๆ เองก็ดูจะไม่แปลกใจกับสิ่งที่นางทำเลยแม้สักครั้ง อาจมีหยุดมองบ้างในบางคราวแต่ก็แค่ชั่ววูบเดียวนางก็กลับมาจ้ำจี้จ้ำไชกันต่อไป... 

"แล้วนี่ลิ่งซานหายไปไหนจึงไม่มากินข้าว " 

"ข้าฆ่าเจ้านั่นหมกหลังจวนไปแล้วเจ้าค่ะท่านแม่" 

"เฮ้อ! ...เจ้านี่ละก็พูดจาเลอะเลือนอีกแล้ว เห็นหรือไม่เพราะความดื้อดึงขี้เกียจกินยาขี้เกียจแช่สมุนไพร เจ้าจึงยังไม่หายขาดสักที" 

ฮูหยินไป๋ฉู่เนียงคีบอาหารไปปากก็ยังบ่นให้แก่บุตรสาวคนเดียวไม่หยุด 

"ฮะ...ฮูหยิน...ข้าน้อย...ยะ...อยู่ที่ขอรับ" 

"เพ่ย!!! วะว๊ากกกกก" 

จู่ร่างสะบักสะบอมมอมแมม แถมใบหน้าข้างหนึ่งยังบูดบวมบิดเบี้ยวเบ้าตานั้นหรือก็ปิดดูแล้วน่าเกลียดเป็นอย่างมากก็ดันมาโผล่พรวดขึ้นมาข้างกายของคนที่กำลังสวาปามอาหารตรงหน้าด้วยความอเล็ดอร่อยเพราะหลายวันที่ผ่านมานั้นนางกินได้น้อยแสนน้อยแถมยังเป็นเพียงแค่โจ๊กอ่อนๆ กับน้ำซุปสมุนไพรที่นางเหม็นเบื่อไปหมดแล้วเพิ่งจะมีมื้อนี้ที่ได้กินอร่อยก็มีอันให้แทบช็อกตายคาอาหารรสเลิศตรงหน้าเพราะไอ้เด็กผีมันตามมาหลอกหล่อนนาง... 

“ใต้เท้า...ท่านจะโวยวายไปไย ก็เป็นท่านที่กระทำต่อน้องชายผู้บอบบางเช่นข้าจนเป็นเยี่ยงนี้ทะ...ท่านมันนางมารโหดร้าย...”  

ปากเจ่อเป็นปากครุฑยังมีแก่ใจเอาความจริงมาบูดได้อีก นี่นางลงมือเบาไปหรือว่าฝีมือนางตกไปกันแน่หนอ... 

หานหนี่ว์เวอร์ชัน2019มองร่างตรงหน้าตาเขียวปั๊ด!  

เจ้าเด็กนรก!!!  

“ลิ่งซาน! ...นั่นเจ้าไปต่อยตีกับผู้ใดมาอีก ข้าเตือนเจ้าแล้วมิใช่หรือว่าเป็นถึงรองแม่ทัพ อย่ากระทำตนให้ผู้เป็นนายต้องขายหน้า เจ้านี่มัน...”  

ฮูหยินไป๋นั้นอยากจะเป็นลมนักติดที่ว่านางเป็นพวกมีจิตใจที่เข้มแข็งมานานจึงทำได้เพียงโมโหแต่ก็เท่านั้น 

“เฮ๊อ! ...ข้านั้นเหนื่อยใจนัก พอกันทั้งนายทั้งบ่าว ขยันทำแต่เรื่องขัดใจข้านัก พวกเจ้ารู้ความอะไรกันบ้างหรือไม่ เลิกเล่นสนุกแล้วช่วยกลับมาจริงจังกันได้แล้ว หานหนี่ว์ลิ่งซาน หากกินอิ่มแล้ว พวกเจ้าสองคนตามไปพบข้าที่ห้องบรรพบุรุษด้วย ข้าอิ่มแล้ว จะนำไปก่อน ฟางเย่ว ผิงอัน ดูและเทียนมู่กับหลิงหยาง อย่าให้เข้าไปรบกวนพวกข้า”  

กล่าวจบฮูหยินไป๋ฉู่เนียงก็ลุกเดินออกไปอย่างเงียบๆ ทำเอาทุกคนที่เหลือถึงกับกินอะไรไม่ลงตามไปด้วย 

“เทียนมู่ไปท่องหนังสือกับแม่”  

“หลิวหยาง เจ้าก็เตรียมเข้านอนกับแม่ได้แล้ว”  

“อาซ้อ...”  

หานหนี่ว์รับรู้ได้ถึงความตึงเคลียดบางอย่างขึ้นมาทันที 

“กินให้อิ่ม น้องเล็ก ในเมื่อเจ้าคิดว่าตนเองหายดีแล้วก็ควร กลับมาเป็นแม่ทัพพิชิตแดนใต้คนเดิมเสียที10กว่าวันที่เจ้าบาดเจ็บ ยังมีอีกหลายหมื่นหลายแสนชีวิตที่รอคอยเจ้าอยู่พวกเราเข้าใจว่าตลอดมาเจ้านั้นเหนื่อยมามากมายนัก จึงยินยอมให้เจ้าใช้ชีวิตอย่างหญิงสาวธรรมดาผู้หนึ่งมาช่วงเวลาสั้นๆ แต่...อย่างไรเสียเป็นเจ้าที่ย่อมรู้หน้าที่ดีกว่าใครทั้งปวง”  

เป็นฟางเย่วที่เอ่ยปากกับน้องสามีด้วยประโยคที่ยาวค่อนข้างมากอย่างที่ไม่บ่อยได้เอ่ยบ่อยนัก... 

นั่นเองที่หานหนี่ว์คนใหม่เริ่มได้คิดอะไรต่างๆ มากขึ้น จริงแท้ ตลอดเวลาที่ผ่านกว่า10วันที่ผ่านมานางเองก็ไม่เชิงว่าไม่ได้คิดอะไรเสียทีเดียวหรอก เพียงแค่นางพยายามปรับตัว ให้เข้ากับร่างใหม่ครอบครัวใหม่โลกใบใหม่สังคมใหม่และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ใหม่ทั้งหมดให้คุ้นชินมากที่สุดก็เท่านั้นเอง... 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น