agsaminako

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ทำร้าย 4-1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 18:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทำร้าย 4-1
แบบอักษร

เมืองเวนิสประเทศอิตาลี

"ขออนุญาติครับตอนนี้ทางเราได้ตัวพิมนภัสรแล้วครับ"

ซันซัสหมุนลูกบิดสีทองอย่างเบามือเพื่อเปิดประตูบานใหญ่ที่ทำจากไม้สักเนื้อดีเมื่อบานประตูแงมออกเขาก้าวเข้ามาอย่างองอาจพร้อมถ้อยความที่บ่งบอกว่างานที่ได้รับมอบหมายลุล่วงแล้ว

"ใช้เวลามากไปนะแค่ผู้หญิงคนเดียว"

ติณภพตักเตือนชายหนุ่มนั่งอ่านเอกสารการประชุมของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เข้ามาร่วมลงทุนมูลค่าของงานนี้ร่วมร้อยล้านแต่เขากับได้ให้ความสนใจมากนักเขามั่วเเต่กังวลต้องการทราบเรื่องราวที่รบกวนจิตใจมาตลอดจึงทำให้เขาหลุดปากติเตียนความเฉื่อยชาของบรรดาลูกน้องทั้งที่จริงแล้วลูกน้องตนก็ไม่ได้ทำงานช้าอะไรแต่คงเป็นเพราะความว้าวุ่นใจของเขาเสียมากกว่า "ต้องขออภัยจริงๆครับ" ซันซัสเมื่อได้ยินถ้อยคำดังกล่าวเขาถึงกับมีอาการหายใจไม่ทั่วท้องลมหายใจเกิดติดขัดรีบก้มศีรษะขออภัยกับการกระทำอันน่าอัปยศนี้เขาทราบดีว่าภารกิจทุกอย่างต้องรวดเร็วถูกต้องแม่นย่ำไม่มีคำว่าผิดพลาดบอดีการ์ดที่นี้ยอมรู้ดีว่าถ้าเกินความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยจะเกิดสิ่งใดขึ้นฉะนั้นทุกคนจึงสู้สุดกรู่ไม่คิดถอยเพราะต่อให้ผู้ใดรอดจากสนามรบได้ผู้นั้นก็ต้องกลับมาตายรังอยู่ดีทุกคนจึงยึดมั่นว่าถ้าต้องตายก็ขอตายอย่างมีเกียรติและนี่อาจเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งที่ทำให้มาเฟียแก๊งนี้แข็งแกร่งจนเกินที่ใครจะต้านทาน

"เอาเถอะ แล้วได้ความยังไง" เขาบอกปัดแสร้งไม่ใส่ใจทั้งที่ภายในใจตอนนี้ร้อนรนดั่งกับมีเพลิงเปลวสุมกระหน่ำแต่ความเป็นผู้นำได้ค้ำคอเขาจึงต้องเคร่งขึมข่มอารมณ์ไว้ภายในมิอาจให้ลูกน้องตนเห็นความผิดปกติแม้ว่าจะเป็นคนสนิทก็ตาม

เขาละสายตากลับไปอยู่กับเอกสารอีกครั้งทั้งทีหาได้ใส่ใจเนื้อหา

ซันซัสกลับมารายงานอีกครั้งเมื่อนายตนไม่ถือความติดค้างอันใดกับตนแล้ว "ตอนนี้เราจับเธอไว้ในโกดังตามที่ท่านสั่งทว่าเธอยังไม่ได้สติครับ"

เมื่อลูกน้องคนสนิทรายงานความเป็นไปเสียงปากกากระทบเนื้อไม้หรืออาจจะเรียกว่ากระแทกเมื่อขณะนี้หัวปากกาที่ทำด้วยโลหะสีเงินปักจารึกเข้ากับโต๊ะไม้ปลายปากกาที่เคยแหลมคมบัดนี้กับหักงอจนน้ำหมึกจากปลายปากกากระเซ็นเป็นบริเวณกว้างติณภพเดือดดาดเมื่อรู้ว่าลูกน้องตนยังทำงานไม่คืบหน้าทั้งที่พวกนั้นใช้เวลาไปมากแต่กลับล้มเหลวงานครั้งนี้มันหนักหนาขนาดไหนกันถึงไร้ความสามารถนักเขาอุตสาห์สั่งแล้วว่างานนี้เขาต้องได้ความอย่างกระจ่างแจ้ง

"สรุปเรื่องที่สั่งไม่คืบหน้า"

"ครับ" มือขวาตอบรับฟังชัดยอมรับโดยไม่คิดอ้างเหตุผลใด เขาเป็นลูกน้องที่ทำงานรับใช้คนตรงหน้ามาเนินนานยอมรู้ดีว่าไม่ว่าเหตุผลจะดีแค่ไหนถ้อยคำเหล่านั้นก็มิต่างจากคำปิดชีพตนเองชายผู้นี้ไม่สนใจเหตุผลพรรณาใดเป็นแน่แท้

"งานที่ฉันสั่งมันหนักหนามากใช่ไหม" มาเฟียหนุ่มยังคงเอ่ยประโยคคำถามแต่แฝงบ้างอย่างไว้ซึ่งสร้างความกดดันต่อคนได้ยินทั้งๆที่เป็นประโยคคำถามง่ายๆ แต่คำตอบที่ต้องเอื้อนเอ่ยยากยิ่งนักบรรยากาศตอนนี้ไม่ต่างจากลานประหารเท่าไรลูกน้องคนสนิทเหมือนโดนคมดาบจ่อคอรอวินาทีที่จะสังหารนักโทษ

"ไม่ครับ" บอดีการ์ดหนุ่มกลั้นใจตอบยังคงรับผิดไม่โต้เถียงทั้งที่แน่ใจแล้วว่าไม่ว่าอย่างไรตนต้องชดใช้เรื่องนี้อย่างสาสม

"ดี มีอะไรจะพูดอีกไหมพูดออกมาซะฉันจะให้โอกาสแกก่อนจะไม่มีโอกาสได้พูดอีกฉันรู้แกไม่ใช่คนที่จะพลาดง่ายๆ" ติณภพกัดฟันพูดเพื่อระงับความไม่ได้ดั่งใจน้ำเสียงที่รอดผ่านตามไรฟันนั้นทำให้คนที่ได้รับโอกาสรีบใช้สิทธิ์ทันที

"ครับมีเพียงเรื่องเดียว"

เมื่อเขามองเข้าไปในนัยน์ตาของลูกน้องตนเขาก็พอรู้ว่าบอดีการ์ดคนสนิทมีอะไรอยากจะพูดเขาจึงให้โอกาสลูกน้องได้อธิบายและก็จริงอย่างว่าเมื่อซันซัสยอมรายงานเรื่องที่เก็บงำไว้ให้ทราบเขาบอกเรื่องทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวที่ให้ไปนำจับว่าเธอนั้นสร้างความประหลาดใจให้เขาและคนอื่นอย่างไรการหลบหนีที่ดูมีชั้นเชิงไม่ได้ทำส่งๆเหมือนเธอนั้นวางแผนการณ์ต่างๆ คาดเดาเหตุการณ์ได้ในเวลาสั้นทั้งทีมันไม่น่าจะเป็นไปได้เรื่องฝีมือการต่อสู้ก็มีไม่น้อยยามจับอาวุธก็ไม่ได้เหมือนคว้ามาป้องกันตนเองแต่มันเหมือนมืออาชีพการจับสายตาที่จ้องมาที่เหยื่อราวกับต้องการปิดชีพจริงๆ แต่เพราะความประมาณหรือยังไม่ถึงขั้นของเธอทำให้เสียท่าจนสลบแต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไหนมันก็สร้างผลดีให้เขาอยู่ดีเมื่อการรายงานของมือขวาถูกบรรยายไปเรื่อยๆ ติณภพก็ยิ่งทราบเรื่องต่างๆ ของหญิงสาวแม้ไม่ได้เห็นทุกกริยาบทแต่เขาก็พอจะเห็นเริ่มเห็นภาพและเข้าใจการกระทำของเธอว่าคงไม่ธรรมดาเขาสังเกตได้จากการกล่าวของลูกน้องตนแม้ไม่ถึงกับพลั้งปากชมแต่เพียงแค่นี้เขาก็พอจะเข้าใจว่าชายตรงหน้าเขาน่าจะใส่ใจเธอจนผิดปกติไม่มากก็น้อย

น้ำผึ้งถูกพาตัวมาประเทศอิตาลีโดยเครื่องบินส่วนตัวของติณภพเธอถูกจับอยู่ในโกดักร้างสักที่แต่ดูแล้วน่าจะเป็นที่ของมาเฟียหนุ่ม เวลาตอนนี้ผ่านมาเกือบสิบชั่วโมงแล้วแต่เธอยังคงสลบอยู่ร่างกายเธอถูกมัดแขนมัดขาเข้ากับเก้าอี้จนเลือดแทบจะไม่ไปเลี้ยงเเขนขาทั้งสองข้างแล้วบอดีการ์ดทั้งสองที่อยู่หน้าโกดังลุกขึ้นโค้งเคารพมาเฟียเจ้านายตนอย่างพร้อมเพียงจากนั้นก็ปลดกุญแจที่ล็อกประตูไว้มาเฟียหนุ่มเดินเข้าไปอย่างองอาจเมื่อเขามองไปกลางโกดังสายตาก็ได้จับจ้องร่างที่ยังไร้สติชายหนุ่มจ้องมองเธออย่างอาฆาตจริงอยู่ที่เรื่องนี้เกี่ยวกับพ่อเธอเธออาจไม่มีส่วนผิดแต่เรื่องในตอนนี้ยังหาข้อสรุปไม่ได้บ้างทีเธอก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องแต่ถึงไม่ก็ตามลูกสาวอย่างเธอก็ต้องรับผลกรรมนี้อย่างสาสมอยู่ดีความแค้นนี้ต้องแลกด้วยชีวิต...

"ไปเอาน้ำมา"

"น้ำ...หรือครับ"

มาเฟียหนุ่มสั่งลูกน้องตนเสียงเข้มลูกน้องเขามีท่าทีงงกับคำสั่งแต่ก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

เหยือกน้ำพร้อมน้ำแข็งละเอียดบรรจุในเหยือกแก้วใสชั้นดีถูกยื่นให้กับคนสั่งเขารับมาและวินาทีนั้นน้ำเย็นภายในเหยือกก็สาดกระเซ็นออกมาตามแรงเหวี่ยงมุ่งสู่ใบหน้าใสที่นั่งบนเก้าอี้ด้วยความเย็นและสะเก็ดน้ำแข็งทำให้ร่างเล็กสะดุ้งตื่นอย่างรนรานน้ำที่สาดเข้ามายังทำให้เธอถึงกับสำลักน้ำผึ้งตื่นตกใจเธอพยายามจะลืมตาขึ้นแต่หยาดน้ำทั่วหน้าต่างหยดไหลรินเข้าดวงตาทำเอาแสบตาในทันทีร่างที่เปียกปอนหลับตาแน่นส่ายศีรษะเพื่อน้ำสลัดน้ำบริเวณรอบดวงตาให้หมดในที่สุดเธอก็ลืมตาขึ้นจนได้ภาพแรกที่สายตาจับได้คือชายหนุ่มร่างสูงสวมแว่นตาเสื้อเชิ้ตถูกสวมทับด้วยเสื้อโค้ทยาวถึงเขา กางเกงสแลคผ้าเนื้อดีทุกอย่างล้วนสีดำหมดจนดูน่าเกรงขาม เขาอยู่ในท่าที่ถือเหยือกน้ำดูจากองศาการถือแล้วเขาต้องเป็นคนสาดน้ำใส่เธอไม่ผิดแน่มาเฟียหนุ่มจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่แฝงไปด้วยความดุดันโกรธแค้นและอาฆาตจนเธอเกือบหลบสายตาคู่นั้นแต่ความไม่เกรงกลัวใครอย่างเธอจึงทำให้ร่างเล็กจ้องเข้าไปในแววตาคู่นั้นอย่างไม่ลดละ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น