agsaminako

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เปิดฉาก 3-3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 18:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เปิดฉาก 3-3
แบบอักษร

"โธ่เอ้ย นี่คิดจะตามไปถึงเมื่อไรเนี่ย" น้ำผึ้งสถบออกมาอย่างรำคาญเธอขับรถหนีร่วมยี่สิบนาทีเห็นจะได้ ไม่ว่าเธอจะเข้าออกซอยไหนพวกนั้นก็ตามมาทันทั้งๆที่บางทีรู้สึกว่าสลัดพ้นแล้วแต่จนแล้วจนรอดพวกนั้นก็ยังตามทันอยู่ดี

"นี่เราเป็นคนร้ายหนีคดีอะไรหรือเปล่า" คนขับเริ่มตั้งข้อสงสัยหาสาเหตุที่ถูกตามล่าว่าเขากำลังช่วยนักโทษที่ไหนหรือเปล่า

"จะบ้าเหรอลุง หนูไม่ได้มีเรื่องอะไรกับใครทั้งนั้นแหละนี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นรู้เพียงว่าไม่ดีแน่ถ้าถูกไล่ทัน" เธอหันไปพูดกับอีกคนเสียงดังราวตะคอกระหว่างทางเธอเองก็คิดมาตลอดว่าเธอไปทำอะไรมาถึงโดนไล่ตามแบบนี้แต่ความคิดเธอไม่ค่อยแล่นแล้วตอนนี้เธอทั้งเหนื่อยทั้งล้าแถมยังง่วงอีกเธอจะขับหนีได้อีกนานแค่ไหนและระหว่างที่เธอคิดอยู่นั้นข้างหน้าเธอมีซอยที่ทะลุถนนใหญ่บางทีรถเยอะๆ อาจช่วยให้หนีพ้นแต่ความคิดเธอต้องดับลงเพราะเหมือนมันล่วงรู้แผนในใจเธอรถของพวกมันออกมาจากซอยข้างหน้าจอดดักขวางทางเธออึ้งไปนิดนึงกับการโดนดักหน้าแต่เมื่อมองไปด้านหลังความคิดที่จะย้อนกลับกับกลายเป็นศูนย์เมื่อรถคันหลังมาถึงทำให้ตอนนี้เธอโดนดักทั้งหน้าทั้งหลังไร้ซึ่งทางหนีรอด

"จนได้สิ แน่จริงตัวต่อตัวดิเล่นรุมแบบนี้ไม่แฟร์นิ"

เธอทุบพวงมาลัยรถระบายความโกรธโดยไม่สนใจเจ้าของรถที่มองเธออย่างคาดโทษ

หญิงสาวถอนหายใจก่อนจะเปิดประตูรถด้วยความที่ซอยนี้เป็นซอยแคบๆการที่จะวิ่งหนีจึงทำได้ยากแค่จะเปิดประตูรถออกมายังทำบานประตูรถขูดเข้ากับกำแพงจนเกิดรอดเป็นสายแต่เธอไม่ได้ให้ความสนใจ

เมื่อออกมาจากตัวรถได้เธอเดินเลาะข้างตัวรถจนมายืนอยู่ท้ายกระโปรงหลังสายตาจ้องมองไปยังรถที่ตามล่าเธอมาอย่างเครียดแค้นหมายอยากเห็นหน้าค่าตาแต่รถติดฟิล์มดำจนมองไม่เห็นด้านในรถรถที่จอดนิ่งเริ่มเคลื่อนตัวเข้าหาเธอช้าๆเหมือนกำลังเย้ยหยันจริงอยู่มันคงคิดว่ามันทำสำเร็จเธอไม่มีที่จะหนีอีกแล้วเมื่อทั้งหน้าทั้งหลังโดนประกบแต่พวกมันคงลืมไปว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร

น้ำผึ้งไม่รอให้รถยนต์แล่นมาใกล้ไปมากกว่านี้เธอถอยหลังเล็กน้อยจนแผ่นหลังสัมผัสท้ายรถก่อนสูดลมหายใจเข้าปอดพร้อมพ้นออกมาแรงๆและเหตุการณ์ที่ไม่มีใครฝันว่าจะได้เห็นก็เกิดขึ้นเมื่อเธอเร่งความเร็ววิ่งเข้าหาตัวรถที่พุ่งเข้าหาตนอย่างไม่เกรงกลัวรถที่พุ่งมาอย่างเร็วไม่สามารถจอดหยุดได้ทันแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเมื่อจังหวะที่เธอเข้าประชิดตัวรถน้ำผึ้งใช้ฝ่ามือยันกายกระโดดขึ้นหน้ารถอย่างรวดเร็วแรงกระแทกนั่นส่งผลให้กระโปรงหน้ารถถึงกับบุบเธอไม่ปล่อยให้ใครตั้งสติทันน้ำผึ้งเหยียบกระจกหน้าตรงฝั่งคนขับราวกับตั้งใจดูถูกคนในรถเมื่อขึ้นมาถึงจุดบนสุดของรถเธอยังไม่วายกระทืบเท้าเย้ยหยันก่อนจะย่อตัวไถลไปตามส่วนของรถจนขาแตะพื้นสายตาจดจ้องไปที่ซอกซอยแคบๆแม้ว่าพวกที่ตามล่าเธอจะได้สติวิ่งกรูออกมาจากรถพร้อมลั่นไกใส่เธอตามสัญชาตญาณดีที่เพื่อนของเขาตะโกนดักคอไว้ก่อน

"อย่าพึ่งยิงท่านสั่งจับเป็นโว้ย"

น้ำผึ้งที่วิ่งหายเข้าไปในซอยได้ยินดังนั้นเหมือนเป็นตัวจุดฉนวนให้เธอรีบวิ่งไวขึ้นเพราะแน่ใจแล้วว่าพวกมันต้องการจับเธอไปจริงๆทั้งที่ตอนแรกเธอก็แอบคิดว่าอาจจะเกิดความเข้าใจผิดกันแต่ในเมื่อได้ยินชัดขนาดนี้แถมมันยังเกือบยิงเธออีกตอนนี้มีแต่ต้องหนีให้ ‘รอด’

เธอวิ่งหนีบอดีการ์ดที่ตามมาเป็นขบวนจนปากทางสวรรค์ใกล้เข้ามาเรื่อยๆในใจเฝ้าหวังว่าข้างนอกจะมีใครอาสาช่วยเธอได้บ้าง

เสียงบอดีการ์ดตะโกนโหวกเหวกสั่งให้เธอหยุดมาถึงขนาดนี้แล้วประโยคเล่านั้นคงไม่ส่งผลต่อเธอน้ำผึ้งยังคงวิ่งอย่างสุดฝีเท้าอีกแค่ไม่กี่ก้าวเธอจะหลุดพ้นจากซอยมหานรกนี้แล้วแต่เสียงหนึ่งกับสั่งให้ประสาททั้งห้าเธอหยุดทำงาน

เสียงนกสับจากปากกระบอกปืนทำเอาหญิงสาวยืนค้างพวกของมันยืนถือปืนดักหน้าปลายกระบอกปืนอยู่ไม่ห่างจากหน้าผากเสียงดุดันดังขึ้นราวกับต้องการยุติการวิ่งไล่จับเป็นเด็กๆ นี่ซะ

"พอกันทีฉันเบื่อที่วิ่งไล่ตามเธอแล้วแต่ถ้าเธอยังอยากเล่นต่อล่ะก็ไปเล่นต่อในนรกซะ"

ไม่เพียงแค่น้ำผึ้งที่หยุดยืนนิ่งแต่เหล่าบอดีการ์ดที่เคยตามเธอมาก็นิ่งไม่ต่างกันเมื่อสติเริ่มกลับมาร่างเล็กที่นิ่งไม่ขยับก็เริ่มช้อนสายตาจ้องมองหน้าคนที่ถือปืนจ่อศีรษะอย่างไม่เกรงกลัวเธอต้องการมองลึกเข้าไปผ่านเลนส์แว่นตาสีดำนั่น

"ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อนครับที่เหลือพวกผมจัดการกันเองจะไม่ให้ผิดพลาดแบบนี้อีก"

บอดีการ์ดหนึ่งในที่วิ่งตามเธอมาเอ่ยหอบสำนึกผิดกับเหตุการณ์เมื่อครู่ชายตรงหน้าที่น่าจะมีตำแหน่งที่สูงกว่าพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจไม่ถือความเอาผิดลูกน้องแต่อย่างใดถ้าเขาคิดจะคาดโทษคงเป็นหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าคนนี้เขาเห็นทุกการกระทำของเธอทุกอย่างตั้งแต่ฝีมือการขับรถที่ไม่ธรรมดาเธอหลบหลีกเส้นทางได้เป็นอย่างดีแต่สิ่งที่เขาแปลกใจคือการกระทำอันบ้าบิ่นที่เธอกระโดดหนีนั้นเขายอมรับเลยว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะรับมือได้ง่ายๆ

"เลิกดิ้นได้แล้วยังไงเธอก็หนีไม่พ้นแล้ว"

น้ำผึ้งถูกพวกมันจับตัวแล้วกำลังจะพาไปขึ้นรถตู้ที่พวกมันเตรียมไว้เธอยังคงขัดขืนไม่ยอมง่ายๆจนพวกนั้นถึงกับเอื้อมระอาชายร่างสูงลากเธอมาจนถึงประตูรถสหายอีกคนเปิดประตูรถให้เขาเตรียมยัดร่างเธอเข้ารถแต่ความระหำของหญิงสาวยังไม่หมดตราบใดที่ยังไม่หมดหนทางเธอไม่มีทางยอมง่ายๆ แน่

น้ำผึ้งที่โดนนายบอดี้การ์ดจับมือไขว้หลังก้าวขึ้นรถตู้จังหวะที่ตัวเธอก้าวขึ้นรถทำให้ร่างเล็กห่างจากระดับพื้นดินและสูงพอที่จะใช้เท้าถีบท้องน้อยของชายที่จับเธอมาด้วยความจุแป๊บ ทำให้เขาต้องปล่อยมือที่พันธนาการเธออยู่ลงพร้อมกับลงไปกองกับพื้นน้ำผึ้งไม่ยอมปล่อยโอกาสตรงหน้าผ่านไปแต่ดันที่เธอจะกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งหนีกับแย่งปืนจากบอดีการ์ดที่กำลังตะลึงแล้วรีบกระชากประตูรถปิดและล็อกอย่างรวดเร็ว

ภายในรถที่เงียบถูกเสียงหนึ่งทำลายความเงียบลง "ออกรถซะ..." น้ำผึ้งสั่งคนขับไม่เพียงเท่านั่นเธอจอปืนที่พึ่งยึดมาได้ใส่เขาเพื่อไม่ให้ขัดขืนอีกน้ำผึ้งฉีกยิ้มเมื่อเห็นท่าทีเชื่อฟังของคนขับเธอโล่งอกเล็กน้อยกับแผนที่เธอคิดหนีเข้ามาในรถแทนที่จะหนีไปข้างนอกเธอคิดว่าเธอไม่มีทางสู้กับคนมากมายขนาดนั้นได้แต่ถ้ามีเเค่คนขับเธอก็เหลือศัตรูเพียงคนเดียวแผนการณ์กำลังจะไปได้สวยถ้าไม่มีมารมาผจญชายปริศนาที่ไม่น่ามีตัวตนกับลุกขึ้นมาพร้อมกับฝ่ามือที่กระแทกเข้าต้นคอเธออย่างจังมือที่ถือปืนของเธอถึงกับอ่อนแรงเธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายหันกลับมาสู่แต่ความรุนแรงเล่นงานเธออย่างหนักหญิงสาวจึงทำได้เพียงแค่หันมามองหน้าคนที่ทำร้ายเธอเท่านั้นหลังจากนั้นทุกอย่างก็มืดดับลง

"จบสักทีนะ สาวน้อย" คำพูดออกมาจากปากชายปริศนาพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฎขึ้น

"ให้มันได้แบบนี้สิ"

ซันซัสที่หมดห่วงหลังจากจับตัวเธอได้แล้วกับต้องหนักใจอีกครั้งเมื่อเห็นเธอแย่งปืนลูกน้องไปต่อหน้าต่อตาแล้วหนีขึ้นรถไปเขาเดินเข้ามาหวังจะเปิดประตูทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าเธอล็อกไว้แล้ว

"เปิดเดี๋ยวนี้!"

ภายในรถเงียบจนน่าแปลกใจซันซัสตะโกนเรียกอีกครั้งและคราวนี้เขาได้ยินเสียงปลดล็อกเขาจึงรีบกระชากประตูออกและเตรียมจัดการยัยตัวดีขั้นเด็ดขาดแต่เขาและบอดีการ์ดคนอื่นถึงกับยืนนิ่งเมื่อเห็นคนร่างเล็กนอนสลบคาเบาะหน้ารถพร้อมปืนที่อยู่ไม่ไกลนักความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นถูกเฉลยเมื่อมีเสียงหนึ่งดังขึ้น

"ภาระกิจเคลียร์จะกลับกันได้หรือยัง" เปเรตพูดพร่างนั่งไขว้ขางกระดิกขาสบายอารมณ์

"เรียบร้อยเเล้วก็กลับ" ซันซัสสั่งเสียงเรียบลูกน้องเมื่อได้ยินเช่นนั่นก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถของแต่ละคนส่วนซันซัสกระโดดขึ้นรถตู้ตรงหน้าทันทีพร้อมเปิดฉากถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้หญิงเลยนะแกเนี่ย"

"มั่วแต่ออมมือก็เสียว่าเวลาเปล่าๆ" เปเรตยังคงพูดอย่างไม่สะทบสะท้านกับเหตุการณ์ที่ตนทำ

ทั้งสองนั่งนิ่งมองร่างที่สลบไสลคาเบาะก่อนพูดออกมาว่า

"ยัยนี่ไม่ธรรมดาเหมือนกันนะมีหวังคราวนี้สนุกแน่"

ซันซัสไม่ตอบเขายังคงนั่งเงียบแว๊บนึงที่เขามองหล่อนเขาแอบสงสัยว่าเมื่อคนๆ นั้นเห็นเธอแล้วอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น