agsaminako

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เปิดฉาก 3-2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 18:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เปิดฉาก 3-2
แบบอักษร

"นี่นะที่บอกว่าหอมปากหอมคอฉันไปไม่นานเองพวกนายก็สลบคาโต๊ะแหละ"

น้ำผึ้งที่เดินกลับมาถึงโต๊ะก็อดจะบ่นไม่ได้สารรูปแต่ละคนดูไม่ได้จริงๆแม้คนที่เธอคิดว่าพึ่งพาได้ก็เป็นไปกับเขาด้วยเธอมองเพื่อนตนเองอย่างเหนื่อยใจแต่ก็อดยิ้มไม่ได้พร่างมองที่โต๊ะก็พบตัวการที่ทำให้เพื่อนเธอสลบเมือกเร็วเช่นนี้จินวอคก้าเตกีร่านี่ก่ะเมาหรือก่ะตายกันแน่เล่นสั่งแต่ละอย่างแรงๆ ทั้งนั้นเธอที่คิดจะรินกินสักแก้วเป็นต้องขอบายเธอจึงสั่งคอสโมโพลิแทนมากินสักแก้วเพื่อรอให้เพื่อนเธอส่างเมาบ้างถึงจะเป็นไปได้ยากก็เถอะ

ตอนนี้คนในร้านก็เริ่มเบาบางลงเพลงที่เคยเปิดจังหวะมันส์ๆ ก็กลายเป็นทำนองฟังสบายแทนเธอเริ่มรับรู้ถึงสถานะการณ์ที่เธอต้องเผชิญแล้วเมื่อทั้งสามยังหลับสนิทชนิดเอาช้างมาลากก็ไม่ตื่น

"พี่คะ เหมือนเดิมค่ะ"

เธอหันไปพูดกับพนักงานในร้านพรางกวาดสายสายตาไปที่โซฟาพนักงานก็เข้าใจเจตนาที่เธอต้องการสื่อเขาพยักหน้าเล็กน้อยสองสามครั้งแล้วเดินจากไปไม่นานพนักงานคนเดิมก็กลับมาพร้อมพนักงานคนอื่นอีกสองสามคนพวกเขาช่วยกันแบกร่างไร้สติที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนเธออย่างลำบากเพราะแต่ละคนทั้งสูงทั้งหนักระหว่างที่พนักงานแบกพวกเขาเธอก็ต้องจัดการค่าเครื่องดื่มเสียก่อนส่วนค่าใช้จ่ายนี่หญิงสาวไม่มีทางออกให้แน่นอนน้ำผึ้งฉกบัตรเครดิตสีทองของเดนนิสมาจ่ายค่าเครื่องดื่มรวมไปถึงค่าทิปของพนักงานที่ช่วยแบกพวกเขาแทนเธอด้วย

น้ำผึ้งช่วยพนักงานแบกพวกเพื่อนตัวดีที่ป่านนี้ก็ยังคงไร้สติขึ้นรถจนครบทุกคนตอนนี้สภาพของแต่ละคนดูแทบไม่ได้จัสตินกับเดนนิสนอนสลบทับกันอยู่ที่ด้านหลังส่วนเซบาสเตียนก็นั่งคอพับคออ่อนอยู่ข้างคนขับน้ำผึ้งหันไปขอบคุณพนักงานทุกคนที่ช่วยเหลือภารกิจของตนในครั้งนี้พนักงานทุกคนต่างยิ้มแย้มเป็นกันเองอาจเป็นเพราะความเคยชินมั้งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดขึ้น

เธอขับรถไปตามถนนใหญ่ซึ่งตอนนี้เกือบตีสามบรรยากาศเงียบสงัดไร้รถราสัญจรจึงน่าจะใช้เวลาทำหน้าที่เป็นสารถีไม่นานนักและแล้วหน้าที่เธอกำลังจะสิ้นสุดเมื่อมาถึงบ้านของเดนนิสเธอส่งเขาเป็นรายสุดท้ายเพื่อที่จะได้ส่งรถคืนเจ้าของเลย

"ขอโทษนะคะรบกวนหน่อยค่ะ" น้ำผึ้งตะโกนอยู่หน้าประตูรั้วหวังให้คนในบ้านมาเปิดประตูให้หน่อยถึงจะเกรงใจที่มาเอาดึกดื่นแต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะถ้าจะโทษก็คงต้องไปโทษคนก่อเหตุด้านในรถนู้น

"อ้าว หนูน้ำผึ้งน้าคิดว่าใครมาป่านนี้" น้าสาวของเดนนิสออกมาทักทายอย่างเป็นกันเอง

"ขอโทษที่มาสักดึกเลยนะคะพอดี"

"น้ารู้จ๊ะแล้วก็หนูน้ำผึ้งไม่ต้องขอโทษเลยน้าต่างหากที่ต้องขอโทษที่หลานน้าสร้างเรื่องให้ตลอด"

"ไม่เป็นไรค่ะหนูชินแล้ว" น้ำผึ้งเอ่ยพร่างยิ้มเธอสนิทกับคนในบ้านจนเหมือนครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เพียงครอบครัวของเดนนิสทั้งเซบาสเตียนและจัสตินเธอก็เข้าได้กับทุกคน

"นี่เข้าบ้านมาดื่มน้ำดื่มท่าก่อนดีกว่า" น้าสาวคนสวยเอ่ยขึ้น

“ไม่ดีกว่าค่ะขอบคุณนะคะพอดีพรุ่งนี้หนูมีธุระแต่เช้าอยากรีบกับไปนอนแล้วน่ะคะ”

“เอางั้นเหรอจ๊ะที่จริงถ้ามีธุระแบบนี้ปล่อยเจ้าตัววุ่นนี่ไปเลยก็ได้นะไม่ร่าต้องมาเสียเวลาแบบนี้เลย”

“ครั้งหน้าคงต้องทำแบบนั้นแล้วมั้งคะ”

เธอกับคุณน้าหัวเราะให้กันอย่างสนุกสนานก่อนที่เธอจะขอตัวกลับก่อนตอนแรกคุณน้าจะให้คนรถไปส่งแต่เธอขอกลับเองดีกว่าแม้ว่าคุณน้าจะบอกว่ามันอันตรายไม่ควรไปคนเดียวแต่น้ำผึ้งก็รั้นจะกลับเองเพราะความเกรงใจ

 

เธอโบกแท็กซี่ขึ้นรถพร้อมบอกที่หมายเมื่อขึ้นได้ไม่นานแอร์รถเย็นเฉียบทำเธอง่วงอาการเหนื่อยล้าทั้งวันเริ่มส่งผลแต่ก่อนที่เธอจะพักสายตาคนขับรถก็เอ่ยขึ้น

“นี่แม่หนูเธอกลับคนเดียวใช่ไหมไม่ได้มีใครตามมาส่งใช่หรือเปล่า”

“คะ” เธอหันมองอีกฝ่ายอย่างงงๆ นี่จะเล่นมุกหลอกให้กลัวตอนดึกๆหรือยังไงก็เห็นอยู่ว่ามาคนเดียวแล้วมาถามว่ามีใครมาส่งหรือเปล่า

“ฉันถามเพราะสงสัยว่ารถคันข้างหลังน่ะมากับเธอหรือกำลังตามเธอมากันแน่”

เมื่อได้ยินดังนั้นเธอจึงหันกลับไปมองด้านหลังและก็เห็นรถยนต์หรูสีดำสามคันขับอยู่ด้านหลัง

เธอรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆดึกป่านนี้ยังมีรถขับตามมาติดๆ เธอลอบสังเกตอีกพักใหญ่ก็ยังเห็นอีกฝ่ายตามอยู่ชนิดที่ไม่ได้ทิ้งระยะทางให้อุ่นใจเลยแบบนี้มันเจาะจงตามกันชัดๆ น้ำผึ้งหันไปมองอีกครั้งจ้องอีกฝ่ายอย่างหาเรื่องและในจังหวะที่รถเลี้ยวเธอจึงเห็นด้านข้างรถทั้งสามคันมีสติกเกอร์แปะข้างรถเหมือนกันทั้งหมดและสติ๊กเกอร์นั้นทำเธอเริ่มหายใจติดขัดเธอจำได้เพราะก่อนหน้านี่เธอเห็นมารอบนึงแล้วตอนอยู่ที่ผับบอดี้การ์ดที่เธอคิดว่ามาคอยรับใครนั่นยืนอยู่ข้างนถคันที่กำลังตามเธอจะบอกว่าเจ้าพวกนี้ตามเธอมาตั้งแต่อยู่ที่นั้นงั้นเหรอ

“คุณลุงเหยียบให้มิดเลยค่ะหนูไม่มีใครมาส่งเจ้าพวกนั้นเป็นใครไม่รู้แต่ที่แต่ๆ ไม่ใช่เรื่องดีแน่มันตามหนูมาตั้งแต่ที่ผับแล้ว”

คุณลุงมองเด็กสาวรุ่นลูกอย่างเป็นห่วงก่อนจะถามต่อ “นี่เราไม่ได้ไปทำอะไรผิดมาจนเขามาเอาเรื่องใช่ไหม”

“หนูเปล่านะคะหนูก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน”

คนขับพอฟังแบบนั้นก็เริ่มขับรถไวขึ้นแต่ดูเหมือนไม่ทิ้งห่างเท่าที่ควรพวกที่ตามดูเหมือนจะรู้ว่าเธอพยายามหนีจึงรีบเร่งตามจนเหมือนพวกนั้นจะดักหน้าดักหลังถ้าน้ำผึ้งไม่บอกคนขับให้เลี้ยวเข้าซอยข้างหน้าอย่างกะทันหันทำให้รถที่ตามมาตอนนี้เหลือคันเดียวแล้ว

“ลุงหนูขอขับเองได้ไหม”

“พูดอะไรของเธอแม่หนูมันจะอัยตรายไปกันใหญ่นะ”

แม้ว่าจะพูดแบบนั้นแต่หลังจากเหลือบมองเธอผ่านกระจกหลังเห็นสายตามุ่งมั่นซ้อนทับรถสีดำที่กำลังใกล้เข้ามา

รถแท็กซี่จอดสนิทคนขับหัดหน้ามองเธออีกครั้งก่อนราวจะย้ำให้แน่ใจเมื่อไม่ได้คำตอบเขาจึงต้องยอมจำนงแก่เธอเขาจำใจเคลื่อนตัวไปนั่งข้างคนขับน้ำผึ้งเธอเองก็ไม่รอช้ารีบลุกผ่านช่องระหว่างเบาะหน้าแล้วรีบนั่งประจำจุดคนขับทันทีรถเคลื่อนตัวขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ตัวรถวิ่งไว้ขึ้นมากจนพวกที่ตามมานั่นถูกทิ้งห่างแต่พวกนั้นไม่ล่ะความพยายามเธอยังคงขับเลี้ยวเข้าซอยนู้นออกซอยนี่ทะลุไปเรื่อยด้วยความที่เธอชำนาญเส้นทางจึงไม่ใช่เรื่องยากที่เธอจะซอกแซกไปมาจนคนที่ต้องมานั่งเป็นคนโดยสารแทนเธอถึงกับพะอืดพะอดทีเดียว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น