คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6: ซ่อนความเจ็บปวด [4]

ชื่อตอน : บทที่ 6: ซ่อนความเจ็บปวด [4]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 17:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6: ซ่อนความเจ็บปวด [4]
แบบอักษร

 

 

 

มอเตอร์ไซด์คันหนึ่งเลี้ยวหลบรถยนต์พุ่งเข้ามาเกือบชนดีนะที่คนขับรีบกำเบรกหยุดรถได้ทัน ไม่อย่างนั้นคงจะชนสาวนักท่องเที่ยวเข้าไปเต็มๆ วินมอเตอร์ไซด์อารมณ์เสียไม่ยอมรับผิดชี้หน้าด่ากราด 

“เดินยังไงถึงไม่ดูรถไม่ดูทาง ชนตายขึ้นมาผมไม่รับผิดชอบนะ” 

“นี่มันทางเท้า ไม่ใช่ถนนสิบแปดเลนส์ที่จะนึกอยากขับขึ้นมาตอนไหนก็ได้ ทำผิดแล้วขอโทษมันยากเย็นนักหรือไงถึงเที่ยวโยนความผิดให้คนอื่น ฉันเดินของฉันมาดีๆ แต่คุณหลบรถจะเข้ามาชน ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายเสียหาย!” ร่างอรชรลุกจากข้างทางขึ้นมาชี้หน้าด่าไม่ยอมแพ้ฝีปากของเจ้าถิ่น หนุ่มวินคนนั้นเห็นคนหันมามองเยอะก็รีบบิดมอเตอร์ไซด์ขับหลบไป กลัวจะต้องเสียค่าทำแผลให้สาวคนนั้น 

ซวยชะมัดเลย มือเจ็บ ขาเจ็บ ใจก็ยังเจ็บเพราะถูกด่าอีก สมกับได้ชื่อว่าอยู่ในช่วงเพญจเพสจริงๆ เฟื่องเอ๊ย สาวผู้โชคร้ายคนนั้นก็คือเฟื่องลดา หล่อนเพิ่งจะพาตัวเองออกจากโขดหินมาเดินเล่นถนนเส้นหน้าโรงแรม หลังจากตั้งมั่นสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะเข้มแข็งให้มากขึ้น หญิงสาวนั่งยองๆ บนพื้น มองแผลถลอกบนหัวเข่า เจ็บนิดหน่อยแต่ไม่ถึงกับเลือดออก ทิ้งไว้สักวันสองวันก็คงจะหายไม่เหลือรอย ช่างเถอะ เมื่อเช้าถูกป้านงค์ใช้ก้นหม้อร้อนชนมือยังเจ็บกว่าอีก 

สาวจากเมืองกรุงเดินดูร้านค้าไปเรื่อยๆ ช่วงเย็นนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติที่แวะเวียนมาพักผ่อนที่หัวหิน เฟื่องลดาตั้งใจจะเดินหาร้านเซเว่นอยากเข้าไปซื้อเครื่องสำอางเพิ่มสักสองสามชิ้น ไว้แต่งหน้าร่วมงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ให้ทุกคนเห็นว่าหล่อนสวย ไม่ได้โทรมเหมือนเมื่อก่อนแล้ว จะได้เลิกนินทาว่าหล่อนป่วยสักที ทว่าในระหว่างทางนั้นเองเฟื่องลดาก็บังเอิญเดินผ่านร้านตัดผม ขาก้าวผ่านหน้าร้านไปแล้ว แต่ใจกลับตะโกนร้องบอกให้ย้อนกลับไป และในท้ายที่สุดเฟื่องลดาก็เข้าไปนั่งรอคิวพลางค้นหาทรงผมในเน็ต ไปเจอผมบ็อบสั้นเหนือบ่า เห็นคนอื่นตัดแล้วสวยก็อยากลองบ้าง ถือซะว่าเป็นการแก้เคล็ด ตัดสิ่งเลวร้ายทุกอย่างออกไปจากชีวิต ต้อนรับวัยยี่สิบหกปีที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า 

ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรรไกรตัดฉับ ใจหล่อนก็หวิวแอบมองเส้นผมที่ตกลงพื้น มันเยอะมาก ผมหล่อนค่อนข้างยาวไว้มาตั้งแต่สมัยเข้ามหา’ลัยใหม่ๆ ล่วงเลยมาถึงตอนนี้ก็ผ่านมาหลายปีมากแล้ว 

เฟื่องลดาคอยมองหน้าตัวเองในกระจกอย่างใจจดใจจ่อกลัวตัดออกมาแล้วจะไม่สวย แต่พอตัดเสร็จเจ้าของร้านชมว่าหน้าเด็กขึ้นก็เหมือนความอึดอัดทุกอย่างถูกปลดเปลื้องออกจากอก หล่อนขอให้เจ้าของร้านช่วยทำผม รีดลงให้เรียบตรงและม้วนลอนบริเวณปลายล็อกด้วยสเปรย์ให้อยู่ทรงนานขึ้น ค่าตัดผมกับทำผมรวมกันพี่เขาคิดแค่สองร้อย ถือว่าไม่แพง หากตัดในกรุงเทพจะราคาสูงมากกว่านี้ 

สวยจัง ก่อนออกจากร้านก็ไม่วายชมตัวเองให้มีกำลังใจ 

หล่อนตั้งใจจะกลับโรงแรมทว่าฉุกคิดขึ้นได้ว่าลืมซื้อเครื่องสำอาง ดูเวลาเห็นว่าเพิ่งจะห้าโมงครึ่งจึงรีบเดินไปเซเว่น 

เฟื่องลดาอารมณ์ดี ฮึมฮัมร้องเพลง มือเล็กหิ้วตะกร้าข้างในมีขนม นม ของกินจุกจิกหลายอย่างแล้วก็เครื่องสําอางราคาประหยัด ใช้ได้กับผิวหล่อนทุกอย่างเลยเว้นครีมรองพื้นต้องเลือกให้ดีกลัวว่าซื้อมาแล้วหน้าจะขาวหรือคลํ้าเกิน หยิบมาเปรียบเทียบทั้งสองซอง เช็คสีตามในรูปไม่มั่นใจจึงคิดว่าจะซื้อทั้งคู่ ได้ใช้เวลาว่างเดินดูของแม้จะแค่ในเซเว่นแต่เฟื่องลดาก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาก บางทีสาเหตุที่กลับมาซึมเศร้าอีก อาจเพราะหล่อนไม่ยอมหาความสุขใส่ตัว เช่น เที่ยว เดินห้าง ดูหนัง ซื้อของ วันๆ ทํางาน เครียดเรื่องงานแล้วก็มาเครียดเรื่องที่บ้านต่อก็เลยเก็บกดจนมีสภาพยํ่าแย่ เห็นทีจะต้องขอกลับมาอัปเดตแฟชั่นของสาวสมัยนี้ แล้วก็เทรนด์แต่งหน้าใหม่ๆ บ้างแล้ว 

หญิงสาวเลือกซื้อเครื่องสำอางกับขนมด้วยความรวดเร็ว ตั้งใจจะแต่งหน้า แต่งตัวสวมชุดใหม่ที่คุณศรันย์เคยซื้อให้ แล้วก็ตั้งใจจะเพิ่มน้ำหนักให้ได้อย่างน้อยสามกิโลภายในหนึ่งสัปดาห์ก่อนเจอเจ้จอย เฟื่องลดาเพลินมากเดินดูครีมบำรุงผิวแบบซอง เลือกมาไว้สลับใช้ พอก่อนดีกว่า เท่าที่หยิบมาก็น่าจะหมดเงินหลายร้อยแล้ว เฟื่องลดาไม่ได้งกเงิน ตั้งใจจะกลับไปเลือกซื้อต่อที่กรุงเทพ ช่วงที่ผ่านมาหล่อนทำงานหนักรับทั้งงานในงานนอก มีเงินเก็บเพิ่มมาจำนวนหนึ่ง แต่ไม่ค่อยได้ใช้จ่ายอะไร ไม่ค่อยช็อปปิ้งเหมือนสาวๆ ทั่วไป 

ใกล้จะหกโมงแล้ว นัดคุณโสมไว้หนึ่งทุ่มเฟื่องลดากลัวไม่ทันจึงจะรีบไปจ่ายเงิน หล่อนหันหลังให้ชั้นวางผลิตภัณฑ์จะเดินหน้าทว่าต้องตกใจเมื่อเห็นรณภพยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่ข้างหลัง ดวงตาคู่ใสเบิกกว้างเงยหน้าขึ้นมองเขา 

“คุณภพ มายืนตรงนี้ตั้งแต่ตอนไหน ทำไมไม่ส่งเสียง” 

“ฉันเดินตามตั้งแต่เห็นเธอออกจากร้านตัดผมแล้ว” เขายิ้มแบบผู้ร้าย ปั้นหน้าให้ขำทรงผมบ๊อบสะท้านโลกดูไม่เข้ากับหน้าหล่อนเลย หรืออาจเพราะยังไม่ชินสายตาก็ได้ 

“นึกคึกอะไรถึงตัดผมสั้นขนาดนี้ กลัวเปลืองแชมพูบ้านฉันเหรอ หนูหิ่นมากๆ ทรงกะลามะพร้าวใช่ไหม” 

รณภพถากถางหล่อนแกล้งทำมือเหมือนกำลังจับกะลามาครอบหัวแล้วใช้กรรไกรตัดเล็มเส้นผมบริเวณที่โผล่พ้นออกมา 

ไม่ตลก เฟื่องลดามองหน้าเขาตรงๆ 

รณภพเห็นอย่างนั้นก็เลิกแซวเรื่องผมเปลี่ยนมาสนใจเครื่องสำอางในตะกร้า หยิบขึ้นมาดูทำหน้าแหยะๆ “แล้วนี่ซื้ออะไร” 

“ของเฟื่อง! หลีกทาง เฟื่องจะเดิน” สั่งพลางจะโยกตัวหลบไปทางอื่นทว่าเขากลับกวน สองมือล้วงกระเป๋าสองเท้าก้าวมาปิดช่องไว้ไม่ให้เดินหนี คอยมองหน้ามองทรงผมหล่อนไม่วางตา 

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ให้ทาง เธอจะมีปัญญาทำอะไรได้” 

 

 

 

 

 

เฟื่องจะสวยและเข้มแข็งแล้วนะทุกคน อีตาคุณภพกดหัวไม่ได้แล้ว 

 

ฝากติดตามฉบับเต็มด้วยน้าา พรุ่งนี้มาอัปต่ออีกค่ะ 

ไรท์จะอัปตัวอย่าง 15 ตอน ยังมีเนื้อหามาลงต่อเนื่องอีกเป็นเดือนเลยค่ะ ^//^ 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น