กรกากี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

chapter 9 สาวหล่อทำพิษ

ชื่อตอน : chapter 9 สาวหล่อทำพิษ

คำค้น : ปมในอดีต

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 83

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2562 17:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
chapter 9 สาวหล่อทำพิษ
แบบอักษร

9...         สาวหล่อทำพิษ         

               หลังดูหนังรอบเที่ยงด้วยกันที่ซีนิเพล็กซ์บนห้างดังแห่งนึง วิชุดากับออสก้าคู่รักกำมะลอ ก็ลงบันไดเลื่อนมานั่งดื่มกาแฟทานของว่างกัน ที่ร้านมิสเตอร์โดนัสชั้นล่าง ติดกับประตูทางเข้า 

             ออสก้าเป็นเด็กหนุ่มที่น่ารักและนิสัยดีมากๆ เมื่อวิชุดาได้ใกล้ชิดสนิทสนมก็เกิดความรู้สึกรักใคร่เอ็นดูเขา ราวกับน้องชายแท้ๆก็ว่าได้ 

      ทั้งที่เพิ่งรู้กันแต่หนุ่มรุ่นน้องคนนี้ก็แทค์แคร์ดูแล ให้ความสำคัญคนชั้นต่ำไร้ค่าอย่างเธอราวกับญาติสนิทคนนึง คอยเป็นห่วงเป็นใยสารพัด นั่งเหมอก็ไม่ได้ หน้าเครียดก็ไม่ได้ เขาเป็นต้องไต่ถามอย่างกระวนกระวายราวกับเป็นเรื่องใหญ่โต จนเธอรู้สึกเกรงใจ ทั้งๆที่เศร้าก็ต้องทำเป็นร่าเริง เพราะไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ 

     ว่าที่บ่าว-สาวจอมลวงโลกทั้งสอง นั่งอยู่โต๊ะริมกระจกหน้าห้าง เห็นผู้คนเดินไปมาบนทางเท้า และรถราวิ่งไปมาขวักไขว่  

            อีแอบกับนังชะนีกำลังนินทาเหม่ยหลินกันอย่างมันปาก 

    “ เจ๊หลินเนี่ยนะในพาสปอร์ตชื่อ มิสเตอร์ ณัฐวุธ แซ่เหลียง ฮ่า ฮ่า ขำจัง อิ อิ ” ออสก้าหัวเราะงอหาย เมื่อวิชุดาเปิดโปงภูมิหลังเพื่อนซี้รุ่นพี่ให้ฟัง 

          วิชุดาหัวเราะ หยิบพอนด์เดอริงรสช๊อกฯขึ้นมาใส่ปากกัด แล้วเคี้ยวพลางพูดพลาง 

        “ ช่าย..ฮะ ฮะ แกอย่าเสือกไปล้อมันนะโว้ย ถูกมันกาทืบตายห่าไม่รู้ด้วย แล้วอย่าตอแหลบอกใครล่ะว่าฉันบอก ม่ายงั้นแกโดนฉันตืบแน่นังออสซี่ ” 

                 ออสก้า ทำคอย่นหลับตาปี๋ 

      “ ค่าๆ ออสซี่ไม่พูดหรอก เล่าต่อสิเจ๊ กำลังมัน ” เขารบเร้า พลางหยิบพอนด์เดอริงรสสตอฯ มาเคี้ยวกร่วมๆอย่างเอร็ดอร่อย  

                 วิชุดา คว้าเป็ปซี่มาดูดแก้คอแห้ง แล้วเล่าเป็นฉากๆ 

    “ มันกำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก พออายุสิบแปด เตี่ยมันก็จับได้ว่ามันเป็นตุ๊ด เตี่ยมันเป็นโรคประสาทคุ้มดีคุ้มร้ายอยู่แล้ว อาการเลยกำเริบฆ่าตัวตายไปอีกคน ”  

                             อีแอบลูกเจ้าพ่อ ทำหน้าสลด  

      “ ชีวิตเจ๊หลินรันทดจริงๆ เฮ้อ! จะว่าไปก็คล้ายๆชีวิตออสซี่เหมือนกัน แม่ออสซี่ก็จากโลกนี้ไปหลายปีแล้ว เหลือแต่พ่อโทนี่ ถ้าพ่อรู้ว่าออสซี่เป็นแบบนี้ พ่อต้องผิดหวังและโกรธมากแน่ๆ ไม่รู้ว่าพ่อจะ..ว้ายยย แย่แล้ว ” 

                            วิชุดาตกใจสะดุ้งเฮือก เหลียวซ้ายแลขวาล่อกแล่ก 

   “ อะไรแย่ อยู่ดีๆก็ร้องโวยวายขึ้นมา ตกกะใจหมดเลย แกเป็นอะไรของแกวะ ? ”  

                              ออสก้าทำตาแดงๆ พูดเสียงสั่นเครือ 

     “ ถ้าพ่อโทนี่ รู้ความจริง แล้วเกิดคิดสั้นแบบพ่อเจ๊หลิน ออสซี่จะทำยังไง..ฮือ ๆ ” เขาร้องไห้สะอึกสะอื้นยังกะเด็กๆ 

                       วิชุดา เห็นโต๊ะอื่นๆมองก็ชักเขิน เคืองก็เคือง ขำก็ขำ  

      “ อีบ้า ดันอินจัดต่อมน้ำตาแตกซะงั้น พ่อแกยังไม่ตายซะหน่อย จะร้องหาวิมานอะไรวะ ชาวบ้านเขาแตกตื่นกันหมดแล้ว ” เธอกระซิบปรามเสียงดุๆ 

                  ออสก้ายกหลังมือเช็ดน้ำตา กล่าวเสียงสะอื้น 

   “ ก็มันน่ากลัวนี่เจ๊ พ่อหวังจะให้ผมสืบทอดตำแหน่งหัวหน้าแก๊ง แต่ผมดันมาเป็นแบบนี้ เจ๊คิดดู ถ้าพ่อรู้จะเสียใจแค่ไหน ” 

    “ เฮ้ย นั่นมันเรื่องอีกนาน พ่อแกยังไม่แก่ แกก็ยังเรียนไม่จบ มีเวลาเหลือเฟือ ค่อยๆคิดหาทางแก้ไขไป ” วิชุดาไม่อยากให้ตีตนไปก่อนไข้ 

    “ ก็จริงของเจ๊ แต่...” ออสก้ายังไม่คลายกังวล  

   “ แต่อะไร ? ” วิชุดาเลิกคิ้วถาม 

   “ ซินแสที่ดาวน์ทาวด์ เคยดูโหงวเฮ้งพ่อโทนี่ แล้วบอกว่าคนใบหูเล็กอย่างพ่อ อายุไขจะไม่ยืนยาว ถ้าเกิดพ่อเป็นอะไรไป ก่อนพ่อจะรู้ความจริง พ่อต้องตายตาไม่หลับแน่เลยเจ๊ ” ออสก้ากระสับกระส่าย 

                    วิชุดาอดหัวเราะไม่ได้ 

   “ หมอดูก็คู่กับหมอเดา แกจะกังวลไปทำไม ขนาดเจ๊กับนังหลินมันยังทายว่าเป็นพี่น้องกันเลย หมอดูเฮงซวยหลอกแดกไปวันๆแบบนี้ แกยังจะเชื่อถืออีกเหรอ ? ” 

                         ออสก้าลืมตาโพลง และยิ้มออกมาได้ 

   “ จริงด้วยเจ๊ ผมไม่น่างมงายเลย ทายผิดถนัดแบบนี้ ใครเชื่อก็ควายแล้ว อิอิ ” 

                        ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วหัวเราะอย่างขบขัน และหยุดกึก  

                       เมื่อได้ยินเสียงอุบัติเหตุรถชนกันบนถนนใกล้ๆร้านเสียงดังสนั่น 

   “ เอี้ยด !!! โครม !!!! ” 

            ในขณะที่คนในร้านโดนัสแตกตื่น มองออกไปนอกร้านพร้อมกัน  

       เด็กสาววัยรุ่นอายุไม่เกินสิบหกปีสองคน เดินหันรีหันขวางเข้ามานั่งในร้าน โดยไม่มีใครทันสังเกต 

          ทั้งสองแต่งตัวดี แต่หน้าตาอิดโรยเหมือนคนติดยา ต่างมีท่าทีลุกลี้ลุกลน มองซ้ายมองขวาหูตาล่อกแล่ก เหมือนเพิ่งหนีใครมา 

      “ ทิ้งของไปก่อนเถอะ มันคงเห็นตอนที่ส่งของกัน ถึงตามจิกเราติดไม่ยอมปล่อยแบบนี้ ” คนผมยาวที่นุ่งเดรสสั้นสีฟ้ากระซิบกระซาบ กับคนผมสั้นใส่กางเกงยีนส์เสื้อแจ็กเก็ต 

                        สาวผมสั้นหุ่นผอมกะหร่อง ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย 

 “ จะบ้าเรอะ ทิ้งแล้วจะเอาที่ไหนเสพล่ะ เดี๋ยวก็แย่ไปตามๆกันหรอก ผมว่าเราคงสลัดมันหลุดแล้วละ ” 

                     สาวผมสั้นแทนตัวว่าผม บอกยี่ห้อว่าเป็นทอม 

                       สาวผมยาว ขมวดคิ้วนิ้วหน้า 

      “ หลุดบ้าอะไรล่ะ เมื่อกี้ฉันเห็นพวกมันที่หน้าบันไดเลื่อน ถึงลากคุณเข้ามาหลบในนี้ เชื่อฉันทิ้งไปเถอะ ถ้าถูกค้นแล้วเจอของ เราสองคนเกมยาวแน่ ” 

          สาวทอมเสียดายของ พยายามหว่านล้อมชักแม่น้ำทั้งห้า  

 “ จะวิตกทำไม พ่อแม่คุณใหญ่โตจะตาย ของแค่ไม่กี่ออนซ์ ถ้าพลาดจริงๆ ก็แค่ใช้พาวเวอร์ขู่ เอาเงินฟาดหัวไปหน่อย เท่านั้นก็สิ้นเรื่อง จริงมั้ยที่รัก ” 

                     สาวดี๋ทำตาเขียวกระซิบกรอกรูหูคู่ขา 

“ ฟาดหัวคุณนะสิ ถ้าพ่อรู้ว่าเราติดโคเคน พ่อฉันเอาด้ามปืนฟาดกบาลคุณแยกแน่ คดีอื่นยังพอคุยกันได้ แต่คดียาเสพติด ไม่มีใครเอาด้วยหรอก ” 

            สาวทอม กลืนน้ำลายเอื้อกทำตาปริบๆ นึกชั่งใจว่าจะเอาไงดี 

         ในขณะที่เด็กสาวผมสั้นกำลังลังเล ตำรวจนอกเครื่องแบบสองนายก็ปรากฏตัวขึ้น ทั้งสองใส่แจ๊กเก็ตพกปืนตุง ต่างเดินมาเกาะผนังกระจกด้านข้าง ชะเง้อมองเข้ามาในร้านโดนัสอย่างเคลือบแคลงสงสัย 

              เด็กวัยรุ่นทั้งสอง ตกใจถึงกับผงะ ต่างผลุดลุกขึ้นยืนพร้อมกัน 

        นังเด็กทอมใช้ช่วงชุลมุนทิ้งซองพลาสติกเล็กๆที่กุ้มไว้ในอุ้งมือ แล้วคว้าข้อมือดี๋สาวคู่ขาพาวิ่งตะเลิดเปิดเปิงหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนก ปนฉงนสนเท่ห์ของทุกคนในที่นั้น  

         พวกตำรวจเห็นหลังผู้ต้องสงสัยไวๆ ต่างส่งเสียงเอะอะโวยวาย แล้วพากันวิ่งเข้าประตูมาในร้าน แต่เป้าหมายการจับกุมหายตัวไปแล้ว  

           สายสืบหญิงรูปร่างหน้าตาดี ตัดผมสั้นทรงทอมบอยอายุราว 30 ปี ท่าทางคงเป็นหัวหน้า หล่อนหันไปสั่งชายผิวหมึกที่มาด้วยกัน ให้รีบวิ่งตามเป้าหมายไป ส่วนตัวเองชักวิทยุสื่อสารที่เอวขึ้นมาว.เข้าศูนย์.แจ้งรูปพรรณเด็กวัยรุ่นทั้งสองและขอกำลังเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ใกล้เคียงมาช่วยปิดล้อมสกัดจับ  

     ลูกค้าทั้งหมดในร้านโดนัสตอนนั้นรวมทั้งวิชุดากับออสก้า ต่างตระหนกตกใจกับเหตุชุลมุน ทุกคนลุกขึ้นยืนที่โต๊ะตัวเอง ทำหน้าตาเหลอหลา มองไปที่โปลิสทอมบอยเป็นจุดเดียว 

       โปลิสสาวทอม ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบ และให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ 

              ชายหนุ่มในร่างหญิงสาว เรียกผู้ดูแลร้านมาคุยเรื่องกล้องวงจรเปิดในร้าน และสอบถามประจักษ์พยานผู้อยู่ร่วมในเหตุการณ์ทั้งหมดในร้านทีละคน ตามขั้นตอนปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  

         การสอบพยานดำเนินไปด้วยดี กระทั่งถึงพยานสองคนสุดท้าย วิชุดากับออสก้า 

        พอได้เห็นรูปร่างหน้าตาทั้งสวยทั้งเซ็กซี่ของวิชุดาชัดๆเต็มๆตา กิริยาท่าทางเอางานเอาการ ดูน่านับถือของโปลิสทอมบอย ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง 

                     สาวทอม จ้องอกภูเขาไฟของวิชุดาอย่างพอใจ แล้วอมยิ้มมุมปาก ทำท่าทีกะลิ้มกะเหลี่ย  

        ความหื่นกามในแววตาอีกฝ่าย ทำให้วิชุดารู้สึกไม่ถูกชะตา พาลไม่ชอบขี้หน้าอย่างแรง จึงชวนออสก้าลุกขึ้นจะเดินออกจากร้าน 

                         โปลิสทอมชักสีหน้าไม่พอใจ ตวาดลั่นร้าน 

  “ จะไปไหน นั่งลงเดี๋ยวนี้ ! ”  

                           วิชุดา หันมาว้ากกลับ 

 “ ทำไม ? ฉันไม่ใช่คนร้าย ? คุณมีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่ง ” 

  “ ขั้นตอนการสอบสวนยังไม่เสร็จ ถ้าผมไม่อนุญาต ใครก็ไปไหนไม่ได้ ” โปลิสทอมประกาศศักดา แต่ตาไม่ละจากอกโต 

                  ออสก้า เป็นลูกมาเฟียไม่กินเส้นกับพวกตำรวจอยู่แล้ว พอถูกตำรวจเบ่งใส่ก็เดือดดาล พาลตอกกลับแรงๆอย่างคนรู้กฎหมาย 

   “ ทำไมจะไปไม่ได้ ? พวกผมไม่ได้ทำอะไรผิด ถ้าจะจับก็เอาตรามาดู แล้วแจ้งข้อหามาด้วย  ถ้าไม่..เราจะไปเดี๋ยวนี้ ” 

            พวกตำรวจเกลียดคำพูดหัวหมอแบบนี้ที่สุด  

          ตำรวจทอมบอยทำตาเขียวปั้ด จ้องหน้าออสก้าอย่างขุ่นเคือง ก่อนชักตราตำรวจเวกัสในอกเสื้อให้ดู แล้วกล่าวเสียงเครียด  

           “ เอ้า..เห็นตราแล้วใช่มั้ย ที่ผมไม่แจ้งข้อหาเพราะไม่ได้จะจับกุม ก็แค่จะขอความร่วมมือในฐานะพยาน สอบปากคำเสร็จเมื่อไร พวกคุณก็ไปได้เลย ทำหน้าที่พลเมืองดีนิดๆหน่อยๆแค่นี้ คงเสียเวลาไม่นานหรอก ” 

              วิชุดาวีนัสเจนเซ็น ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผล แต่ด้วยใจที่มีอคติต่อนังตำรวจทอม ทำให้เธอดึงดันกวนส้นตีนไม่เลิก 

        “ แต่พวกฉันไม่มีเวลาเหลือเฟือมาทำตัวเป็นพลเมืองดี ให้คนบางคนได้ความดีความชอบหรอกย่ะ ” 

            เธอพูดเสียงเย็นเฉียบเหมือนคนเลือดเย็นไร้น้ำใจ แล้วหันไปเอ่ยปากชวนออสก้า ดังๆ ให้นังทอมหื่นได้ยิน 

      “ ไปเถอะที่รัก เราขึ้นไปเดินตากแอร์ บนห้างต่อกันดีกว่าค่ะ ” 

                         ทั้งสอง ยักคิ้วยิ้มเยาะโปลิสทอม ก่อนควงแขนกันก้าวเดินจากไป  

                นังทอมปี๊ดขึ้นหัวอย่างแรง รีบใช้อำนาจหน้าที่ในมือในฐานะผู้รักษากฎหมาย บังคับผู้อื่นตามถนัดทันที  

   “ ไปไม่ได้ ยิ่งพวกคุณไม่ให้ความร่วมมือ ยิ่งมีพิรุธน่าสงสัย ไม่แน่อาจสมรู้ร่วมคิดหรือมีส่วนเกี่ยวพันกับคนร้ายก็ได้ ผมคงต้องค้นตัวพวกคุณแล้ว ” 

             อยู่ดีๆมาปรักปรำยัดเยียดข้อหาร้ายแรง แล้วยังจะใช้อำนาจไม่เป็นธรรมค้นตัวชาวบ้านส่งเดชแบบนี้  วิชุดากับออสก้า ซึ่งไม่ได้ทำอะไรผิด มีรึจะยอม  

        ทั้งสองต่อต้านปกป้องสิทธิ์ของตนเองอย่างสุดฤทธิ์ ช่วยกันส่งเสียงโวยวายร้องแรกแหกกระเชอ ประนามหยามเหยียดเจ้าหน้าที่ตำรวจกันยกใหญ่ 

     โปลิสทอม ถูกด่าประจานก็เลือดขึ้นหน้า แหกปากบริภาษโต้ตอบ อย่างไม่ยอมลดละเช่นกัน  

       ต่างฝ่ายต่างใช้อารมณ์ จึงไม่มีใครยอมใคร ทั้งสองฝ่ายหลับหูหลับตาสาดกระสุนคำพูดใส่กันแบบไม่เลี้ยง เสียงแซ่ดไปหมดฟังไม่ได้สรรพ ยิ่งกว่านกกระจอกแตกรัง 

       ขณะกำลังโต้เถียงปะทะคารมกันอย่างดุเดือด  สายตานังทอมบอยก็บังเอิญเหลือบไปเห็นซองยาที่ถูกทิ้งไว้ ร่วงตกอยู่ใต้เก้าอี้ที่วิชุดานั่ง 

     นังตำรวจทอมทำตาเป็นประกาย  รีบก้มลงเก็บสิ่งที่เห็น ขึ้นมาเปิดออกดูต่อหน้าทุกๆคนในที่นั้น 

     เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน นังตำรวจลักเพศ ก็แสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ รีบล้วงกุญแจมือใหม่เอี่ยมออกมาทันที... 

 

                                   ****** 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น