หมามุก17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.10

คำค้น : ออฟกัน

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 98

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 14:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.10
แบบอักษร

Gun Part.

อย่าเอาหน้าไปซุกอกใครด้วย ถ้าไม่ใช่พี่

ไม่รู้ว่าคำนี้มันวนเวียนอยู่ในหัวกี่ล้านรอบแล้ว แต่ผมไม่สามารถมูฟออนไปจากคำนี้ได้เลยซักนิดเดียว ที่พี่มันพูดก็คงจะด้วยความเป็นห่วงแหละ ใครมันจะเอาหน้าตัวเองไปซุกอกคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าวะ ถ้าไม่ใช่กับคนที่เราชอบ

อืม...ถ้าไม่ใช่กับคนที่เราชอบนั่นแหละ

แต่ว่ามันก็ทำเอาผมนอนไม่หลับเลยนะ ก็เลยได้แต่กลิ้งตัวไปมาบนที่นอนด้วยความรู้สึกที่...ไม่รู้จะอธิบายยังไง จากที่ผมเคยไปโรงเรียนแล้วอยากจะหาเรื่องเจอหน้าพี่ออฟ ตอนนี้ผมคิดว่าผมไม่กล้าที่จะสู้หน้าเขาได้แล้วแหละ ขอเถอะ วันจันทร์อย่าได้เจอเขาเลยนะ เพราะกูต้องทำตัวไม่ถูกแน่ๆ

เหมือนคำขอจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่เลยครับ เพราะตอนนี้ผมยืนอยู่ถนนอีกฝั่งก็มองเห็นพี่ออฟกับพี่เตยืนอยู่หน้าโรงเรียนแล้ว แหม สภาโรงเรียนนี้ขยันขันแข็งจนครูไม่ต้องทำอะไรแล้วแหละนะ มายืนจดชื่อและหักคะแนนเด็กที่แต่งตัวไม่เรียบร้อยแล้วก็เอาไปส่งให้ครูฝ่ายปกครองไว้จัดการต่อ ง่ายเว่อร์ แต่ผมเนี่ย ไม่ง่ายเลยแหละ ที่จะเดินผ่านเขาสองคนเข้าไปในโรงเรียนเนี่ย

“กัน!!!” และนี่ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ผมโคตรจะเกลียดที่สุดสำหรับยัยอลิซด้วย

ไม่ต้องเรียกดังข้ามถนนแบบนั้นก็ได้ เป็นไงละมึง เป็นจุดสนใจเลย

ผมทำอะไรไม่ได้เลยเดินดุ่มๆข้ามถนนไปหายัยอลิซที่ยืนอยู่หน้าประตูโรงเรียน โดยที่มีพี่ออฟกับพี่เตยืนมองเราสองคนอยู่ด้วย ไม่รู้จะมองทำไมนะครับ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก

“สวัสดีค่ะพี่ออฟ พี่เต”

“สวัสดีครับ” ผมกับยัยอลิซยกมือไหว้ทั้งสองคนที่ยืนหน้านิ่งอยู่ที่ประตูโรงเรียน ทั้งสองก็ยกมือรับไหว้ตามปกติ ในตอนนั้นพี่ออฟแม่งก็จ้องหน้าผมจังเลยครับทั้งที่วันนี้ก็เช็คตัวเองดีแล้วนะว่าไม่มีอะไรผิดระเบียบอ่ะ แต่พี่แกไม่ละสายตาจากผมเลยจริงๆ

“ไปเหอะ รีบ” ผมรีบดันหลังยัยอลิซให้เดินไปเร็วๆ แต่ในตอนนั้นสายตาพี่ออฟก็ยังไม่ไปไหนเลย เหมือนจะฉีกเลือดฉีกเนื้อกันตรงนั้นเลยว่ะ กูทำอะไรผิดไปหรือเปล่าเนี่ยพี่

“นายเห็นป่ะ นายเห็นป่ะ”

“อะไร”

“พี่ออฟมองฉันด้วยอ่ะ” เฮ้อ หลงตัวเองแต่เช้าเลยมึงเนี่ย

“เออๆ มองก็มอง รีบขึ้นห้องเถอะ”

“ทำไมอ่ะ ยังไม่ถึงเวลาเข้าแถวซักหน่อย รีบทำไมเนี่ย” ยัยนี้พูดยากเป็นบ้าเลยครับ

“รีบไปลอกการบ้าน ทำยังไม่เสร็จเลย เอามาลอกหน่อยดิ”

“เออ ใช่ คาบแรกเลยนี่นา งั้นรีบเลยกัน เดี๋ยวฉันช่วยเขียน ป่ะ” นั่นแหละครับถึงได้เป็นฝ่ายลากผมไปที่ห้องอย่างรวดเร็ว สุดท้ายพอถึงห้องยัยนี้ด่าผมเละเลยครับเพราะการบ้านผมทำเสร็จแล้ว ก็ไม่รู้จะด่าทำไม น่าจะดีใจที่อยู่ๆผมก็ตั้งใจเรียนเถอะ โธ่

แต่ก่อนหน้านั้นอ่ะ ผมก็ยังไม่รู้นะว่าที่พี่ออฟจ้องผมตาเขม็งขนาดนั้นมันหมายความว่ายังไง นอกจากจะต้องขนลุกกับประโยคนั้นของเขาแล้ว ผมยังต้องมากลัวสายตาแบบนั้นของเขาอีกหรอ แม่ง มีอะไรให้เซอร์ไพรส์อย่างที่พี่เตบอกจริงๆด้วยว่ะ แล้วเซอร์ไพรส์นี้มันจบไปหรือยังวะเนี่ย

“นี่”

“อะไร”

“นายบอกว่า วันนี้จะเริ่มแก้ชั่วโมงใช่ม๊ะ”

“อืม”

“ฉันอยากอยู่ช่วยนายนะ แต่ไม่ว่างเลยอ่ะ”

“ก็ไม่ได้ขอให้ช่วยมั้ย”

“ก็อยากให้นายเสร็จเร็วๆไง ไม่ได้หรอ” เออ จะว่าไปตอนแก้ชั่วโมง ยัยอลิซก็มักจะอยู่ช่วยผมอยู่ตลอดเลย ตอนนั้นที่แก้ได้เร็วจนเกือบเสร็จก็เพราะได้ยัยนี่ช่วยแหละ แล้วผมก็ดันสร้างปัญหาเพิ่มจนได้แก้เพิ่มซะงั้น เหตุผลอะไรไม่ต้องพูดถึง มันปัญญาอ่อนได้โล่เลยครับ

“ไม่เป็นไรหรอก เธอช่วยเรามาเยอะละ”

“อืม ทำคนเดียวได้นะ”

“มันจะไปยากอะไรวะ”

“จ้า ป่ะ ไปกินข้าวกัน พักเที่ยงตั้งนานจนคนเขาลงไปกันจะหมดห้องละ”

เรียนยังไม่รู้เรื่องเลยพักเที่ยงแล้วหรอวะ ตอนเช้าเรียนอะไรไปบ้างผมยังรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเข้าสมองเลย ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าแม่งมีวิชาอะไรบ้างอ่ะ รู้สึกจะเป็นเอามากแล้วนะครับสำหรับผมในตอนนี้

มาถึงโรงอาหารซื้อข้าวเสร็จก็มานั่งกินอยู่ตามปกติ แต่ผมก็ยังได้แต่เขี่ยข้าวในจานเล่นไปเรื่อยๆ ไม่ค่อยจะรู้สึกหิวเท่าไหร่เลยนะ

“เขี่ยเล่นจังเลย เป็นอะไรมั้ย ฮึ”

“ไม่มีอะไร ก็แค่ยังไม่ค่อยหิว”

“ไม่ค่อยหิวก็ควรจะกินนะ เวลานั่งเรียนสมองมันจะได้แล่นๆหน่อยอ่ะ” นี่แหละ กัดเก่งเป็นที่หนึ่ง ยิ่งกว่าหมาแถวบ้านที่เดินผ่านทุกวันซะอีก

“รำคาญจริงๆเลย ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

“อ้าว กัน เดี๋ยวดิ”

ผมไม่ฟังที่ยัยนี้ร้องเรียกหรอกครับก่อนจะเดินดุ่มๆตรงไปที่ห้องน้ำอย่างรวดเร็ว แต่บางทีแม่งก็พูดอะไรมากไปไม่ได้เพราะเธอเป็นเพื่อนคนเดียวของผมในโรงเรียนนี้ บางทีก็พยายามที่จะไม่พูดคำแรงๆออกไปนะ กลัวว่าซักวันมันจะหนีหายไปแหละ

แปลกใจตัวเองนะ ตอนแรกที่เข้ามาที่โรงเรียนนี้ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองจะอยากมีเพื่อนซักเท่าไหร่หรอก อยากอยู่คนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียวมากกว่า ด้วยเพราะความเกาะติดไม่ห่างของยัยอลิซเลยทำให้ผมยอมเปลี่ยนความคิดนี้จนกลายเป็นว่า เธอเป็นเพื่อนคนเดียวของผมและน่าจะเป็นคนเดียวที่ผมพอจะระบายอะไรออกไปให้เธอได้ฟังบ้าง เว้นก็แต่เธอที่ไม่ค่อยจะพูดอะไรเกี่ยวกับตัวเองเลย

ผมเลือกมาเข้าห้องน้ำที่อยู่ห่างจากโรงอาหารพอสมควรครับเพราะอยากเข้าคนเดียว คนอื่นๆเขาไปกินข้าวกันหมดมันก็เลยจะเงียบๆหน่อยแหละ ที่มาเนี่ยไม่ได้ปวดฉี่หรือปวดขี้หรอก อยากมาล้างมือที่นี่เฉยๆนี่แหละ

“กินข้าวแล้วหรอ”

เสียงนี้ที่ว่าจะคุ้นไหมก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่เลยครับ แต่พอหันไปตามเสียงก็เจอคุณประธานนักเรียนสุดหล่อกำลังยืนมองผมอยู่หน้าทางเข้าห้องน้ำ หน้านิ่งเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือโคตรพ่อโคตรแม่อะไรจะหล่อขนาดนั้นวะ พี่แกหล่อทุกวันนะแต่วันนี้แม่งหล่อเป็นพิเศษไปหน่อยว่ะ

“กินแล้วครับ พี่ล่ะ” อ่ะ ถามกลับหน่อยก็แล้วกันแม้ว่าผมไม่อยากจะอยู่ตรงนี้นานๆเท่าไหร่หรอก

“กำลังจะไปกิน มาเข้าห้องน้ำก่อน”

“งั้นก็เชิญตามสบายนะ ผมไปก่อน”

เรื่องน่าโมโหคือทางเข้าออกห้องน้ำแม่งมีทางเดียวไง ผมก็เลยต้องเดินผ่านพี่แกออกไปไง เอาจริงๆไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเจอกันแบบนี้เลยนะแต่แม่งจะถือว่าเป็นความซวยของกูก็แล้วกัน

“ขอทางหน่อยพี่”

“ก็ออกไปดิ”

ผมก็ไม่รู้จะออกไปยังไงดีนะครับเพราะพี่แกเล่ยยืนขว้างทางเข้าออกแบบชนิดที่ว่าแม้ผมจะตัวเล็กๆแบบนี้ก็ยังหาทางออกไม่เจอ แถมยังไม่หลบด้วยนะ อุตส่าห์ขอดีๆแล้วนะเนี่ย

“ขอทางอีกนิดได้ม๊ะ”

“.....” นอกจากจะเงียบแล้วยังไม่ยอมหลบให้อีกนะครับ

ในเมื่อพี่มันไม่หลบงั้นผมก็ต้องขอถือวิสาสะในการแหวกช่องเล็กๆแคบๆระหว่างพี่ออฟกับฝนังออกไปแทนแล้วกันนะ แต่เพิ่งจะก้มตัวไปได้นิดเดียว มือหนาอันใหญ่ของพี่ออฟก็เปลี่ยนมาพาดขวางเอาไว้ จากที่พอจะแหวกได้ก็ไม่ได้ไง ผมเงยหน้ามองพี่ออฟที่ยังทำหน้านิ่งๆแต่แฝงไปด้วยความกวนตีนที่พอจะสัมผัสได้ เลยเปลี่ยนที่จะเดินไปแหวกตัวพี่มันอีกฝั่งหนึ่ง แต่เหมือนรู้อ่ะพี่แกเลยเอามือมาขว้างไว้เหมือนเมื่อกี้ไม่มีผิด

อะไรของเขาวะ จะหาเรื่องหรอ?

ผมถอยออกมาให้ห่างจากตัวพี่ออฟแล้วจ้องหน้าเขากลับไปเลยครับ แต่มีหรอที่พี่ออฟมันจะหลบ เขาก็มองสู้คืนสิ ผมเคยคิดว่าผมจะอยู่ในโรงเรียนนี้อย่างสงบสุขและคนอื่นไม่ต้องมายุ่งกับชีวิตผม ตอนนี้แม่งไม่ใช่แบบนั้นแล้วว่ะ

พี่ออฟยังไม่ยอมไปไหนครับ ผมเองก็ไม่รู้จะทำยังไงอีกเหมือนกันก็เลยเดินไปหาพี่มันตรงๆอีกครั้งก่อนจะจับแขนอันแข็งแรงของพี่ออฟแล้วผลักพี่มันออกไปข้างๆ แต่พี่ออฟไม่ขยับไปไหนเลยแฮะ ตัวแข็งอย่างกับหิน ผมถอนหายใจแล้วเงยหน้ามองพี่มันที่กำลังส่งยิ้มมุมปากนิดๆมาให้

มันคือการเยาะเย้ยแน่ๆ ผมรู้

ผมปล่อยมือจากพี่ออฟอีกครั้งแล้วถอยออกมา สำรวจรอบตัวว่าพอจะมีทางออกให้ตัวเองอยู่อีกไหม และก็เจอทางหนึ่งครับนั้นคือหว่างขาพี่ออฟ ผมจ้องมองมันเขม็งแต่ว่ายังไม่ทันได้ทำอะไรนะคนตัวสูงตรงหน้าก็เหมือนจะรู้ทันแล้วหุบขาตัวเองเอาไว้

จบกัน ทางออกเดียวของกู ถ้าจะหาอีกก็คงต้องทะลุเพดานออกไปแล้วแหละ

“นี่พี่ออฟ ทำอะไรของพี่เนี่ย”

ก็คือชักจะหมดความอดทนกับไอ้คนหน้าหล่อแล้วละครับ แถมผมยังชักสีหน้าที่ไม่พอใจกลับไปใส่ด้วยนะ มีหรอที่พี่แกจะสนใจ ไม่พอนะ อยู่ๆพี่มันก็เดินตรงเข้ามาผมอย่างเร็วเลยครับเอาซะผมต้องรีบถอยหลังหนีไปอย่างเร็วด้วยเหมือนกัน สุดท้ายต้อนผมไปจนมุมในห้องส้วมเลยนะ

ใช่ครับ โดนพี่มันดันเข้ามาในส้วม!!

สภาพของเราตอนนี้คือผมที่นั่งนิ่งบนชักโครกและพี่ออฟที่ใช้แขนทั้งสองดันฝนังกั้นไม่ให้ผมได้หนีไปไหนเลยครับ

“พี่...พี่ทำไรอ่ะ”

“จะออกไม่ใช่หรอ”

“.....”

“ก็ออกไปดิ”

“ฮะ”

จะให้กูออกไปยังไงล่ะพี่ มึงเล่นดันกูและขังกูไว้ด้วยแขนของมึง ถามจริง จะให้กูออกไปยังไงก่อน แล้วนี่พี่แกเล่นอะไรของแกวะ

“ออกไปจากอ้อมแขนพี่ให้ได้ซิครับ”

“.....”

ยังไม่หยุดส่งยิ้มมาให้อีกนะ ยิ้มที่โคตรจะกวนประสาทผมในตอนนี้อ่ะ และถึงแม้ผมจะพยายามผลักคนที่ร่างใหญ่กว่าตรงหน้าออกไปแต่มันก็ไม่เป็นผลเลยซักนิด ไม่ขยับเขยื้อนเลยซักนิดเดียวอ่ะ แม่ง

“พี่เล่นอะไรของพี่เนี่ย ออกไป”

“พี่ไม่ได้อยากออก แต่ถ้าเราอยากออก...ก็ออกไปดิ”

โอ้โหไอ่เหี้ย กูไม่รู้จะทำยังไงแล้วจริงๆนะ หน้าเหวอไปเลยกู

แต่ไม่ว่าผมจะพยายามมุดออกไปทางไหน มือของพี่ออฟแม่งก็ขวางไว้ตลอดเลยจนหมดหนทางจริงๆ คุณเคยเห็นผมปากดีและทำเก่งในช่วงแรกๆได้ใช่ไหม ลองเอามาเทียบกับตอนนี้ดูดิ ผมแพ้พี่ออฟราบคาบเลยนะ แม่งเหนือกว่าผมไปอีก

“พี่แม่งโคตรกวนตีนเลย” ตอนนี้ผมจะไม่ทนแล้วครับ ก็เลยพ่นคำพูดที่มาจากความรู้สึกจริงๆใส่พี่ออฟไป ตอนนั้นพี่มันก็รีบดึงหน้าให้กลับมาขรึมเหมือนเดิม แน่นอนสีหน้าผมก็ดูไม่พอใจมากๆ ก็อยากให้พี่มันรู้แหละว่าที่ทำอยู่ กูไม่สนุกด้วยนะพี่

“แล้ว?” พี่ถามกลับแล้วเอียงหัวทำหน้ากวนตีนใส่ไม่เลิก

“แล้วหรอ?” ผมถามกลับแล้วส่งยิ้มร้ายไปให้ เดี๋ยวมึงได้เจอแน่ๆ

“.....”

ปั๊ก!!!

“นี่แหนะ”

“เอ๊าะ!!”

เหลืออดจริงๆครับ แม่งไม่ยอมออกใช่ไหม ได้ กูจ้องหว่างขามึงมานานแล้วครับพี่ออฟ และคิดไว้ว่าการทำร้ายไอ้น้องชายของพี่มันจะเป็นวิธีสุดท้ายที่ผมจะใช้เพื่อให้ได้ออกไปจากการกักขังหน่วงเหนี่ยว เหอะ ไงล่ะ จุกไหมพี่

“สมน้ำหน้า บอกให้ออกไปตั้งนานแล้วไม่ยอมออก”

ผมผลักพี่ออฟที่นอนม้วนตัวกุมลูกชายสุดรักของตัวเองเอาไว้แล้วรีบวิ่งออกไปจากห้องน้ำให้เร็วที่สุด แต่มันไม่ใช่แค่นั้นหรอก พี่ออฟแม่งดันมาขว้าเอาขาสั้นๆที่ก้าวได้ไม่ยาวของผมเอาไว้ได้อ่ะดิ เป็นไงล่ะ ล้มกลิ้งลงไปอยู่ที่พื้นห้องน้ำทั้งคู่ไปเลย

“โอ๊ยยยยย”

“น้องทำอะไรเนี่ย”

“ก็พี่หาเรื่องผมก่อนไหมล่ะ ปล่อย!!” ผมพยายามสะบัดขาของตัวเองให้หลุดจากมืออันหนาและใหญ่ของประธานนักเรียนสุดหล่อคนนี้ แต่แม่งก็ไม่หลุดซักทีแถมพี่มันยังขว้าขาอีกข้างของผมเอาไว้ได้ด้วย เอาล่ะ คราวนี้ก็ไปไหนไม่ได้แล้ว

“โห เห็นแล้วนึกถึงวันที่ต้องจับเราใส่รองเท้าเลยนะเนี่ย ท่าคล้ายไม่มีผิด”

โอ้โห มันใช่เวลาที่จะมาย้อนรำลึกความหลังในสภาพแบบนี้หรือไงวะพี่ออฟ

“ปล่อยนะ จะจับไว้ทำไมเล่า จะแกล้งผมหรือไง”

“เออ ก็มึงน่าแกล้งอ่ะ จะไม่ให้แกล้งได้ไงวะ”

ป๊าด ครั้งแรกที่พี่มันพูดหยาบกับกูโว๊ย ต้องดีใจไหม ก็ไม่ใช่เวลาอีกนั่นแหละ สัด

ตอนนั้นผมพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากพี่ออฟให้ได้ แต่ยิ่งดิ้นพี่มันก็ยิ่งจับขาไว้แน่นขึ้นด้วยจนรู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูกก็เลยจ้องตาอีกคนคืนไปกะจะเอาเรื่องเลยแหละ แล้วพี่มันก็ดูจะอึดจริงๆเลยนะ เตะไข่ไปขนาดนั้นแต่เจ็บไปได้แป๊ปเดียวเอง แม่ง

แต่พี่ออฟแม่งเร็วสัดเลยครับ ในขณะที่ผมยังคงนั่งหอบหลังจากใช้พลังงานในการเอาตัวรอดมากเกินไป พี่มันปล่อยมือจากขาของผมแล้วคลานเข้ามารวบเอาแขนทั้งสองข้างของผมยกขึ้นไปจับขึงกับฝนังห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ทำเอาผมอึ้งไปเลย นี่แหละนะคนเล่นกีฬา แข็งแรงเว่อร์

“อะไรของพี่อีกเนี่ย ปล่อยได้แล้วมั้ง ผมเจ็บ!!”

“เออ งั้นทีหลังอย่ามากวนประสาทให้มาก”

“ผมไปกวนตอนไหนอ่ะ”

“ทุกตอนเวลาเจอหน้ากันนี่แหละ”

“ผมไม่ได้กวนนะ แค่พูดออกไปตรงๆแค่นั้นเอง”

“เถียงหรอ?”

กูไม่ได้เถียงเลยครับพี่ ก็แค่พูดความจริงเองอ่ะ ปล่อยกูเถอะแม่งเจ็บข้อมือไปหมดแล้ว

“ปล่อย!!”

พี่ออฟยอมปล่อยครับเมื่อผมจ้องหน้าสู้และแสดงอารมณ์ที่ไม่สนุกด้วยกับสิ่งที่เขาทำอยู่ในตอนนี้ ที่ข้อมือเป็นรอยนิ้วของพี่ออฟไปหมดเลย ทั้งเจ็บทั้งปวด

“ไม่คิดเลยนะ ว่าพี่จะกล้าแสดงความป่าเถื่อนออกมาให้ผมได้เห็นอ่ะ” ยังครับ กูยังปากดีอยู่

“นี่ปล่อยแล้วนะ ถ้ายังไม่รีบออกไปจะโดนหนักกว่านี้อีก”

เราสองคนจ้องหน้ากันซักพักก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายเดินออกไปเอง พอออกมาพ้นห้องน้ำผมก็รีบวิ่งสปีดกลับไปที่ห้องเรียนอย่างรวดเร็วเลย ตอนนั้นโคตรจะดีเลยนะครับที่แม่งไม่มีคนมาจ๊ะเอ๋พวกเรา ไม่งั้นได้เป็นภาพที่อุจาดตาแถมเป็นขี้ปากคนทั้งโรงเรียนแน่ๆ

เอาจริงๆผมงงนะที่อยู่ๆพี่ออฟก็เป็นแบบนี้ ไม่หลงเหลือคราบประธานนักเรียนที่แสนดีเลยซักนิดเดียว นี่คืออีกด้านของพี่แกหรอวะ จะว่าไปก็น่ากลัวไม่เบาเหมือนกันนะเนี่ย ต่อไปผมคงต้องพยายามอยู่ห่างๆพี่แกเอาไว้แล้วแหละ กลัวว่าวันหนึ่งเดี๋ยวกูกวนตีนไปแล้วพี่มันจะฆ่ากูแทน ต่อไปนี้คือกูต้องเป็นเด็กดีซินะถ้าไม่อยากจะต้องไปเจอพี่ออฟอีกเผื่ออดที่จะกวนตีนไม่ได้ด้วย คดีติดตัวก็เยอะเหลือเกิน

Off Part.

“พรุ่งนี้เปลี่ยนเวรเป็นเอพริลกับเคนตามเดิมนะ ที่จะเป็นคนตรวจเครื่องแต่งกาย”

“ได้เลย ถ้าไม่มีอะไรแล้วเรากลับนะ”

“อืม”

ผมนั่งฟังไอ้เตมอบหมายงานในวันพรุ่งนี้ให้กับสมาชิกสภาคนอื่นๆก่อนจะเก็บกระดาษรายชื่อของนักเรียนไว้ที่โต๊ะตามเดิมและหยิบเอากระเป๋าเรียนของตัวเองมาแนบไว้ข้างกาย เพราะมันถึงเวลาเลิกเรียนแล้วละครับทุกคน

“เสร็จแล้วใช่ม๊ะ”

“อืม”

“โอเค”

ไอ้เตหยิบกระเป๋าของตัวเองมาถือไว้บ้างก่อนจะเดินนำผมออกไปจากห้องสภา เราไม่ต้องทำอะไรมันครับเพราะลุงภารโรงจะเป็นคนมาจัดการล็อคห้องไว้เอง ในห้องมันก็ไม่ได้มีอะไรสำคัญหรอกนะ และถึงใครจะเข้าออกที่นี่ก็มีกล้องวงจรปิดจับภาพได้อยู่แล้ว

“กูถามมึงตั้งนานแล้วนะว่าตอนเที่ยงหายไปไหนมา”

“จะอยากรู้ไปทำไมวะ”

“เอ้า ก็มึงไม่ยอมมานั่งกินข้าวด้วยนี่หว่า สรุปไปไหนมา” ผมไม่ตอบครับแต่ส่งยิ้มไปให้ไอ้เพื่อนรักจนมันคงจะหงุดหงิดแล้วแหละที่ไม่ว่าจะถามมาตรงๆหรือหลอกถามยังไงผมก็ไม่ตอบ

จะว่าไปก็นึกถึงเรื่องที่ตัวเองทำลงไปเมื่อตอนเที่ยงนะ แต่มันเหลืออดกับไอ้เด็กคนนี้นะ คิดว่าผมไม่รู้หรือยังไงว่ามันคิดจะตามมากวนประสาทผม คงคับแค้นใจที่ผมคงช่วยมันไม่ได้ตอนเข้าห้องปกครองมั้ง แถมยังได้แก้ชั่วโมงเพิ่มไปอีก ลดหย่อนก็ไม่ได้

แต่มีหรอที่ผมจะนิ่งอ่ะ มันหาเรื่องมาผมก็สนองกลับหน่อยดิ อย่าคิดว่ามึงจะได้อยู่เย็นเป็นสุขเลยไอ้น้อง มึงรู้จักกูน้อยไปซะแล้ว ตอนเที่ยงเห็นมันเดินไปเข้าห้องน้ำคนเดียวก็เลยแกล้งไปเจอซักหน่อย ตอนแรกแม่งคิดว่าจะเก่งเหมือนช่วงที่เข้ามาใหม่ๆซะอีก แต่ดูท่าจะกลัวหัวหดเลยไอ้เปี๊ยกเอ้ย

ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่วายโดนมันทำร้ายร่างกายเข้าให้ครับ ไอ้เปี๊ยกนี่มันเตะหรรมผม จุก เจ็บ สัด!!

แต่คราวนี้มันจะไม่มีโอกาสได้กวนตีนผมอีกแล้ว เพราะผมจะเล่นมันก่อนทุกครั้งเอาให้มันเข็ดหลาบไปเลย มึงจะเก่งได้อีกนานแค่ไหนก็คอยดู

แต่ว่าตั้งแต่วันที่แกล้งน้องมันในห้องน้ำวันนั้นผมก็ไม่เจอหน้ามันอีกเลยว่ะ ไอ้เตบอกว่าน้องมาโรงเรียนนะแต่ทำไมผมไม่เห็นว่ามันจะเดินเข้าโรงเรียนเลย ไอ้เตบอกว่าเห็นมันไปนั่งกินข้าวตามปกติ แต่ทำไมผมไม่เห็นวะ มึงใช้ผ้าคลุมล่องหนคลุมตัวหรือไงเนี่ย

ไม่รู้สาเหตุที่น้องมันหลบหรอกนะครับ แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เหมือนทำให้รู้ว่าแม่งมันก็ไม่ได้เก่งจริงซักเท่าไหร่หรอก พอเจอคนจริงอย่างผมมันก็ถือว่าชีวิตคงจะจบแล้วแหละ เห้อ

วันเวลาผ่านไปจนมาถึงวันพฤหัสบดีที่คาบสุดท้ายจะเป็นคาบของการเข้าชมรม จริงๆผมเกือบจะลืมน้องมันไปแล้วละครับบวกกับที่ไม่เห็นหน้าน้องมาตลอดเกือบสามวัน แต่พอไอ้เตเตือนว่าถึงเวลาจะต้องไปชมรมหน้าของมันก็ผุดขึ้นมาในสมองผมทันที เอาล่ะ วันนี้ถ้าได้เจอกันมันจะเป็นยังไงนะ ไอ้เปี๊ยก

และพอผมกับไอ้เตเข้ามาในห้องก็เห็นไอ้ตัวเล็กนั่งจิ้มโทรศัพท์รออยู่แล้วครับ นั่งพับเพียบซะเรียบร้อยเลยนะนั้น ส่วนสมาชิกคนอื่นๆก็เปลี่ยนชุดและตั้งใจซ้อมกันอยู่ ส่วนหนึ่งก็เพื่อที่จะลงแข่งด้วย จะมีก็แต่ไอ้กันที่ดูจะว่างงานอยู่คนเดียว

“ทำไมไม่เปลี่ยนชุดมาซ้อมกับคนอื่นเขาล่ะ” ไอ้เตเดินตรงไปถามน้องมันที่ยังกดโทรศัพท์อยู่ ส่วนผมก็แยกตัวมาเอาของเก็บเข้าที่ก่อนจะไปเปลี่ยนชุดบ้าง

“ต้องซ้อมด้วยหรอพี่ ไม่ได้ไปแข่งด้วยซักหน่อย” มันกวนตีนไอ้เตแล้วครับ

“นี่ ถึงไม่ได้แข่งก็ต้องซ้อม ถือว่าเป็นการเรียนรู้ไง แค่ปีนี้ปีเดียวเอง อดทนหน่อย”

“ก็ได้ ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ”

ไอ้กันวางโทรศัพท์ของตัวเองไว้ตรงกระเป๋าแล้วเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุด เห็นแบบนั้นแล้วเรื่องที่อยากจะแกล้งมันก็เข้ามาในสมองอีกแล้วครับ ก็เลยเดินตามมันเข้าห้องไปซะเลย ส่วนไอ้เตมันบอกผมไว้ก่อนหน้านั้นแล้วว่ามันจะไม่ซ้อมเพราะจะขอใช้เวลาเคลียร์งานของสภาที่ต้องส่งครูพรุ่งนี้ เป็นงานเร่งงานด่วนอ่ะนะ

ในห้องเปลี่ยนชุดเลยมีแค่ผมกับไอ้กันเพียงแค่สองคนเท่านั้นแหละ

ผมเปิดประตูตามหลังมันเข้าไปก็เจอว่ามันกำลังถอดเสื้ออยู่ เพิ่งจะได้เห็นหุ่นไอ้คนตัวเล็กครั้งแรกนะเนี่ย แอบมีกล้ามด้วย ถ้ามันตัวโตกว่านี้ผมว่าคงเป็นสเป็กสาวทั้งโรงเรียนแน่ๆ เพราะหน้าตามันก็ถือว่าดีใช้ได้เลยแหละ

คนตัวเล็กหันมามองหน้าผมที่ยังยืนจ้องมันเหมือนจะหาเรื่องก่อนจะหันหน้ากลับเข้าไปในตู้ล็อคเกอร์ของตัวเองอย่างอายๆ ไม่รู้จะอายทำไม ผู้ชายเหมือนกัน มันชะโงกหัวออกมาอีกรอบครับแต่ก็ยังเจอสายตาของผมที่มองตรงไปที่มันอยู่ คราวนี้มันเม้มปากแน่นแล้วค่อยๆปิดตู้ล็อคเกอร์ของตัวเองลงแล้วหันมาหาผมอย่างใจสู้ แต่ดูหน้าก็รู้ว่าแม่งกลัว ไอ้เปี๊ยกเอ้ย

“ขอตัวนะครับ”

แนะ จะหนีหรอ? ใครจะไปยอมวะ ผมก็เลยยกมือขึ้นมาพิงล็อคเกอร์ขวางแม่งเลย

“ชุดก็ยังไม่ได้เปลี่ยน จะรีบออกไปทำไม”

“ไปเปลี่ยนข้างนอกก็ได้ครับ” มึงจะหนีกู กูรู้

“เปลี่ยนในนี้ให้เสร็จเถอะ กูไม่แอบดูหรอก”

ไอ้กันเก้ๆกังๆครับแต่ก็ยอมเดินเข้ามาข้างในคืน ผมเลยเปิดตู้ล็อคเกอร์ของตัวเองเพื่อจะเปลี่ยนชุดบ้างและก็ไม่ได้แอบดูมันเปลี่ยนเสื้อผ้าจริงๆนะ เพราะผมก็เปลี่ยนของผมอ่ะ ไม่มีเวลาดูหรอก โธ่

แต่ช่วงระยะเวลาสั้นๆในตอนนั้นผมรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่กำลังจะผ่านหลังผมไปในขณะที่ผมยังเปลี่ยนชุดไม่เสร็จ แต่มีหรอที่มันจะพ้นมือผมไปได้ก็เลยยื่นมือไปกระชากคอเสื้อของไอ้เด็กตัวเล็กคนนี้ไว้ได้ทันท่วงที

“โอ๊ยยย ทำอะไรเนี่ยพี่”

“ใครสั่งให้ออกไปก่อนพี่วะน้อง ต้องออกไปพร้อมกันดิ”

“ก็แต่งตัวเสร็จแล้วอ่ะ จะอยู่ทำไม”

“อยู่รอออกไปพร้อมพี่ไงน้อง”

“ก็พี่แต่งยังไม่เสร็จอ่ะ”

“เสร็จแล้ว”

“ฮะ” อันที่จริงยังไม่เสร็จหรอกครับ แต่เด็กคนนี้มันน่าแกล้งมากกว่านะ

ในขณะที่ไอ้กันยังอึ้ง ผมเลยจับมันอุ้มขึ้นพาดบ่าแม่งเลย นั่นแหละ มันร้องดิ้นอย่างกับโดนเชือดแต่ก็ไม่ได้ทำให้ผมสะเทือนหรอกนะ ตัวแค่นี้จะเอาอะไรมาสู้วะ

“พี่เล่นอะไรเนี่ย ปล่อย”

“จะพาไปซ้อมไง นิ่งๆไว้เถอะ”

ผมอุ้มมันออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดโดยมีสายตาของคนอื่นๆมองตามอย่างตกใจ คงคิดว่าผมกับไอ้ตัวเล็กเล่นอะไรกันอยู่แน่ๆ ไม่มีอะไร อยากแกล้งไอ้คนทำเป็นเก่งเท่านั้นแหละ ดูเหมือนพอเจอคนจริงแล้วมันก็หัวหดไปเลยนะ

“พี่ออฟ ปล่อย”

ตุ้บ

เสียงดังฟังชัดเลยครับที่ผมจับมันทุ่มลงไปบนเบาะเต็มแรงจนเหมือนมันจะกระดูกหัก แต่คนแบบมันตายยาก เชื่อผมเถอะ

“เจ็บนะพี่”

“แค่นี้เอง ลุกขึ้นมาเร็ว”

ไอ้ตัวเล็กเบะปากใส่แต่ก็ค่อยๆลุกขึ้นมายืนประจันหน้ากับผมครับ หน้าเนี่ยดูซีดอย่างกับไก่ต้มเลย

“เดี๋ยวผมซ้อมคนเดียวก็ได้”

“......”

“ก็ท่าที่พี่ให้ทำเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไง”

“นี่ ท่านั้นเราควรจะเก่งและชำนาญได้แล้วนะ ช่วงวันหยุดไม่ได้ฝึกหรือไง”

“ก็วันหยุดพี่ชวนผมไปร้านหนังสืออ่ะ”

“กลับไปก็ยังซ้อมได้”

“ก็ผมเหนื่อยอ่ะ กลับมาก็พักผ่อนนอนหลับไปละ ไปเลือกหนังสืออะไรตั้งสามชั่วโมงอ่ะ”

“ก็เอาไปไว้อ่านไง”

“หนังสือการ์ตูนเนี่ยนะ”

“แล้ววันอื่นไม่ซ้อมล่ะ”

“ก็วันอื่นผมก็ทำงานทำการบ้านของตัวเองดิ ผมก็ห่วงตัวเองเหมือนกันนะ ขนาดหนังสือการ์ตูนที่พี่เตแนะนำให้อ่านผมยังไม่ได้อ่านเลย”

“.....” ผมรู้สึกเหมือนมันจะพูดเยอะไปแล้วละครับ พูดถึงหนังสือการ์ตูนอ่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่อย่าพูดรายละเอียดที่มากกว่านั้นเลยมึง อายเขา เสียภาพลักษณ์ประธานนักเรียนหมด

“จะเอาเวลาที่ไหนมาซ้อมวะพี่ มีเวลาแค่ในคาบนี้เท่านั้นแหละ”

“แต่วันนี้มันควรจะไปเสต็ปอื่นได้แล้วนะ ถ้ายังมัวแต่ซ้อมท่าเดิมแบบนี้จะไปเก่งได้ยังไงล่ะ”

“จะให้ผมเอาไปแข่งกับใครล่ะพี่ กับหนังสือการ์ตูนหรอ”

“......” มึงจะวนกลับมาทำไมเล่า

“หนังสือการ์ตูนที่หน้าปกนมใหญ่ๆนั่น....”

ตุ้บ!!

“อั๊ก!!!”

สมน้ำหน้าไอ้กัน โธ่เว้ย พูดออกมาจนได้ หวังว่าไอ้พวกที่ซ้อมอยู่เนี่ยจะไม่เข้าใจนะว่ามันหมายถึงอะไรอ่ะ แม่ง ผมยืนมองหน้าไอ้คนตัวเล็กที่นอนแผ่อยู่ที่พื้นหลังจากที่ผมเพิ่งจะจับมันทุ่มลงไป สีหน้ามันเหมือนจะร้องไห้แล้วละครับ

“เจ็บนะ”

“ลุกขึ้นมา”

“ไม่เอาอ่ะ พี่ไม่ให้ผมตั้งตัวเลย ไม่ซ้อมแล้ว” ไอ้ห่า งอแงซะด้วยวะ ไม่ยอมลุกอีกต่างหาก ผมก็เลยต้องเดินตรงไปหาและก้มลงไปจับที่คอเสื้อของมันแล้วจะยกขึ้น แต่แล้วก็พลาดครับโดนมันจับคอเสื้อแล้วดึงผมลงไปม้วนตัวหลังกระแทกเบาะอย่างแรก ไอ้นี่มันชอบเล่นทีเผลอเหมือนกันแฮะ

“เอ๊าะ”

“สมน้ำหน้า โดนซะบ้าง”

ผมนอนนิ่งไปเลยครับ ไม่ใช่ว่าเจ็บหรอกนะแต่มันยังอยู่ในอาการงงๆมากกว่า ก่อนหน้านั้นผมได้ยินเสียงเด็กหัวเราะเบาๆครับแต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว คงจะเยาะเย้ยละสิ เอาเถอะ ขอกูคิดก่อนแล้วกันว่าจะเอายังไงกับมึงต่อดี

ถ้าลุกขึ้นไปคราวนี้จะจับมันทุ่มอีกรอบแรงๆเลยดีมั้ย หรือว่าจะท้ามันแข่งตัวต่อตัวเลยดีวะ หรือจะจับมันขึ้นมาพาดบ่าอีกรอบแล้วโยนออกไปนอกห้องเลยดีนะ

เอาแบบไหนดี?

“เจ็บหรอ?”

อึก

ชะงักไปนิดนึงครับ เพราะอยู่ๆไอ้กันก็โผล่หน้าก้มลงมามองผมพร้อมกับถามคำถามด้วยน้ำเสียงเบาๆเรียบๆที่พอให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่หน้ามันก้มลงมาใกล้มากเลยนะ ใกล้จนเห็นทุกอย่างบนใบหน้านั้นอย่างชัดเจนเลยแหละ แม่งหนังหน้าโคตรดีเลย

“.....”

“ผมทำแรงไปหรอ?”

“เฮ้ย”

พอตั้งสติได้ผมก็รีบลุกขึ้นแล้วคลานถอยหลังออกมาจากไอ้คนตัวเล็กทันทีเลยครับ แต่มันคงจะตกใจนึกว่าผมจะเป็นอะไรไปมั้ง ก็เลยคลานตามเข้ามาประชิดตัวผมอย่างเร็วด้วยเหมือนกัน

“เฮ้ยพี่ ผมขอโทษนะ เมื่อกี้ผมทำแรงไปใช่ไหม?”

“ปะ...เปล่า พี่ไม่เป็นไร”

“ไม่จริงอ่ะ ทำไมหน้าแดงแบบนั้นล่ะ เฮ้ย ผมขอโทษจริงๆนะ”

เออ กูรู้ว่ามึงขอโทษกูจริงๆ แต่มึงไม่ต้องคลานเข้ามาหากูใกล้ๆแล้วครับ แต่เหมือนแม่งมันจะไม่รับรู้ความรู้สึกของผมเลยว่ะ ยิ่งแต่จะใกล้เข้ามาอีก ผมเลยคลานหนีมันแม่งเลย

“อ้าว พี่ออฟ สรุปเจ็บมั้ยเนี่ย”

“ไม่เจ็บ ไม่ต้องตามมาด้วย”

“ก็กลัวว่าพี่จะเจ็บจริงๆอ่ะ ไหนขอดูหน่อย”

“ไม่ต้อง”

คือตอนนี้คนในห้องคงงงๆกับที่ผมและไอ้กันทำอยู่แน่ๆ เพราะผมคลานไปตรงไหนไอ้ตัวเล็กก็คลานตามอย่างไม่ลดละเลยจนตีวงกว้างไปทั้งห้องละ ก็บอกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องตามมันก็ไม่ฟัง เหมือนเล่นไล่จับกันนะครับ ส่วนไอ้เตก็ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกไปแล้ว สีหน้าอึ้งแดกกับสิ่งที่เพื่อนเจอนั่นแหละ สัด

“พี่ออฟ ผมขอโทษ”

“.....” ถ้ามึงยังไม่เลิกตามนะ

“พี่ออฟ”

“......” กูจะไม่ทนแล้วนะ

“พี่ออฟ ผมคลานตามไม่ไหวแล้วนะ”

คราวนี้เหลืออดจริงๆแล้วครับเลยลุกขึ้นแล้วหันไปจ้องไอ้กันที่หยุดคลานและมองตรงมาที่ผมอยู่ ก่อนจะเดินกลับไปหามันแล้วจับมือทั้งสองของมันให้ลุกตาม จากนั้นก็ดันมันเข้าไปที่มุมห้องขังมันไว้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันอยู่ในอ้อมกอดผมแทนนะและพูดกับมันที่พอจะได้ยินแค่สองคน

“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไงครับ"

“.....”

“ถ้ายังไม่ฟังอีก จะตีก้นให้เข็ดเลย”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น