กนกพัชร
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 20

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2562 23:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4
แบบอักษร

4 ชั่วโมงต่อมาหลังจากที่ออกเดินทางมาถึงมิดเดิลเอิร์ธนั้น ยามะไดกิรู้สึกคลื่นไส้อย่างบอกไม่ถูกทำให้ระหว่างทาง เขาต้องแวะอาเจียนอย่างหนักจ่าวิกโก้จึงตัดสินใจที่จะแวะข้างทาง เพื่อให้หนุ่มน้อยหายจากอาการคลื่นไส้เสียก่อน แต่คนที่ดูจะหงุดหงิดที่สุดคงไม่พ้น ชิษณุพงษ์ หรือ จีโอ้ เด็กหนุ่มรูปร่างสูงกำยำผิวขาวเหลืองไว้ผมเกรียณสั้นสีดำ ซึ่งสำหรับ คิมแดฮวี เขาไม่แปลกใจเพราะว่าอีกฝ่ายเป็นคนใจร้อนและค่อนข้างตรงต่อเวลา ไม่อยากให้มีการคาดเคลื่อนในการปฎิบัติภารกิจ แต่ในขณะเดียวกันคิมแดฮวีก็เข้าใจว่านี่เป็นสนามแรกของยามะไดกิดังนั้น จะมีความตึงเครียดก็ไม่แปลกอะไรมาก

   "ไดกิเป็นไงบ้างไหวไหม" ไทกาถามพร้อมลูบหลังอีกฝ่ายเพื่อให้อีกฝ่ายอาเจียนออกมาให้หมด ซึ่งยามะไดกิหลังจากที่หมดสภาพนั้นเขาก็กระหายน้ำอย่างมากจึงเอาขวดน้ำมากินอึดหนึ่ง รู้สึกแย่ที่เป็นตัวถ่วงของคณะแต่ทว่าจ่าวิกโก้ไม่คิดอย่างนั้นเขาเดินมาดูหนุ่มน้อยที่ทั้งเหงื่อท่วมตัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จากประสบการณ์ของชายหนุ่มพอจะมองออกว่ายามะไดกิ ยังไม่เคยต้องเดินทางไกลแถมยังต้องมารับแรงกดดันอีก

   "ไหวไหมยุวชนทหาร" จ่าวิกโก้ถามขึ้น 

   "ไหวครับครู" ยามะไดกิตอบทันควัน

   "ครู เราจะไปที่ไหนครับ" สุดเขตอดไม่ไหวที่จะถาม

   เด็กหนุ่มสังเกตว่าตั้งแต่เดินทางด้วยเท้ามา 4 ชั่วโมงกว่าๆ ทั้งจ่าวิกโก้และเซอร์ลีห์ต่างก็ไม่บอกว่าจะพาพวกเขาไปที่ไหน แถมตลอดทางที่สุดเขตพบเจอแต่ภูเขา ป่าไม้ เชิงผาหินและทุ่งลานหญ้าที่กว้างใหญ่สุดหูสุดตา ที่สำคัญคือร้อนตับแตกอีกด้วยแทบหาที่บังแดดไม่ได้เลย ทำให้รู้ซึ้งเลยว่ามิดเดิลเอิร์ธนั้นสมกับเป็นแดนโบราณที่ไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาจริงๆ แต่หากมองให้อีกมุมมันก็เหมือนมีมนเสน่ห์ของธรรมชาติที่ยังคงอยู่ เมื่อเทียบกับดินแดนบ้านเกิดของพวกเขา

   "เราจะไปที่วิหารเวสเทรอสซึ่งเป็นที่อยู่ของเทพไมอา" เซอร์ลีห์หันมาตอบทำเอาสุดเขตขมวดคิ้ว

   "เดียวก่อนนะ..... เทพไมอาเป็นพวกไม่ต้อนรับคนนอกดินแดน แน่ใจแล้วเหรอว่าจะพาพวกผมไปจริงๆนะ" สุดเขตถามอย่างกังวล

   "อย่าหวั่นวิตกไปเลยพ่อหนุ่ม ที่วิหารเวสเทรอสผู้นำที่ชื่อ ทีเรียน เขาเป็นสหายของฉันที่สำคัญ....ที่นั้นเป็นที่ที่ครูฝึกของพวกเธอจากมา" เซอร์ลีห์พูดก่อนจะทำการเดินไปสำรวจตรงอื่น นั้นทำให้พวกสุดเขตพร้อมใจกันหันมามองจ่าวิกโก้เป็นตาเดียว

   "ถ้าหายเหนื่อยแล้วก็ควรรีบเดินทางกันต่อ...ตอนกลางคืนที่นี่อันตรายมาก" จ่าวิกโก้เกริ่นขึ้น

   ตลอดการเดินทางมานั้นทำให้เหล่ายุวชนทหารเข้าใจแล้วว่า ทำไมจ่าวิกโก้ถึงไม่อยากให้พวกเขาเอาสัมภาระมามาก เพราะแบบนี้นี่เองแต่แม้ว่าตัวพวกเขาจะเบาทำให้เดินเร็วขึ้นก็จริง แต่แดดนรกที่แผดเผาพวกเขานั้นมันก็ไม่ค่อยปราณีสักเท่าไหร่ คิมแดฮวีสังเกตว่าจ่าวิกโก้ดูระแวดระภัยอย่างมาก ราวกับว่าศัตรูถิ่นนี้รู้การมาเยือนของพวกเขาแล้ว ฟ้าจากที่ยังมีแดดจ้าอยู่นั้นก็เริ่มมืดลงจนน่าใจหาย นั้นยิ่งทำให้พบว่าจ่าวิกโก้นั้นแสดงหวั่นวิตกอย่างมาก สุดท้ายแล้วทั้งคณะก็มาถึงป้อมหินในสภาพเก่าโทรมปรักหักพัง และเหมือนไม่มีการใช้งานมานานมากแล้ว

   "ป้อมปราการแห่งวาลีเรียน มันเป็นป้อมที่เก่าแก่มากแล้ว.... พวกเราจะค้างกันที่นี่" เซอร์ลีห์กล่าวขึ้น          

   ยามะไดกิเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เพราะเดินแทบมาทั้งวันหากไม่นับตอนเขาแวะอาเจียนกลางคัน การได้นั่งพักถือว่าได้ผ่อนความเครียดอย่างมาก ไทกาที่วางกระเป๋าลงนั้นเขาพบว่าตนเองหายใจออกมาเป็นควันเย็น บรรยากาศในตอนค่ำคืนนั้นหนาวแหน็บผิดกับตอนกลางวันอย่างชัดเจน แต่สำหรับพวกเขานั้นไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ จ่าวิกโก้รู้ดีกว่าเขาไม่ได้มีภูมิคุ้มกันอากาศหนาวดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องหาฝืนซึ่งค่อนข้างไกลจากป้อมมาก ดังนั้นเขาจำเป็นต้องพาลูกมือไปด้วยอย่างน้อย 3 คน

   "ฉันจะไปหาฝืนไม้มาก่อไฟ.... มานาบุ ชิษณุพงษ์ แล้วก็ เย่ซิ่ว มากับฉัน" จ่าวิกโก้พูดเรียกขึ้น

   "งั้นฉันจะไปลาดตระเวนแถวนี้หน่อย สุดเขต ธีออน กับคิมแดฮวีมากับฉัน.... จำไว้ถ้าฉันหรือวิกโก้ยังไม่มาห้ามส่งเสียงดังหรือทำอะไรเด่นเด็ดขาดเข้าใจไหม" เซอร์ลีห์หันมาสั่งอย่างจริงจังกับคนที่ต้องเฝ้าป้อมซึ่งประกอบไปด้วย ตัวยามะไดกิที่ตอนนี้ต้องการที่จะงีบหลับสักหน่อย ไทกา เปาโล และ ดาริโอ ก่อนจะพายุวชนทหารสามนายไปลาดตระเวน โดยที่พวกไทกาแทบมองไม่เห็นเพราะหมอกที่บดบังเอาไว้

   

                  

              

                                   ++++++++++++++++++++++++++++                         

       

ผ่านไปอีก 6 ชั่วโมงหลังจากที่จ่าวิกโก้และเซอร์ลีห์นั้นหายไปยังไม่กลับมา แต่การเชื่อมจิตของพวกไทการับรู้ได้ว่าพี่น้องที่ติดตามไปนั้นยังสบายดีอยู่ อันที่จริงทั้งสามน่าจะห่วงกันเองมากกว่าเพราะอาการที่กดดันจนผิดปกติ Six- sense ของพวเขาต่างรับรู้ได้ว่านอกป้อมมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวข้างนอก สัญชาตญาณบางอย่างทำให้เปาโลกับดาริโอพากันเรียกอาวุธของตนออกมา ไทกาตัดสินใจใช้พลังเนตรฟ้าเพื่อจับภาพเคลื่อนไหวด้านนอก และเขาพบเงาดำเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าวนเวียนอยู่รอบๆป้อม แถมมีแนวโน้มว่ากำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆด้วย

   "ไดกิตื่นเร็วเข้า" ดาริโอตัดสินหันไปปลุกรุ่นน้องที่นอนอยู่ข้างๆ ซึ่งเมื่อยามะไดกิสะลึมสะลือตื่นขึ้นมานั้นเขาก็มึนงงว่า ทำไมถึงพากันถืออาวุธแบบนั้นกัน

   "อะไรกันนะพี่...ทำไมถึงถืออาวุธแบบนั้น.... ฮะ ฮะ ฮัดเช้ย !" เสียงจามของยามะไดกินั้นกลายเป็นสัญญาณว่า "งานเข้า" ชะแล้ว

   ไทกาหันกลับไปทางเดิมอีกรอบก็พบว่าเงาปริศนานั้นเคลื่อนเข้ามาที่ป้อมโดยตรง แถมไม่ได้มาแค่เงาเดียวยังมีตามมาอีก 6 ! ตอนนี้เหลือเพียงกันแค่ 4 คนก็ต้องเอาตัวรอดกันเองแล้ว ไทกาวิ่งนำไปที่ยอดป้อมโดยมีเปาโลวิ่งตาม ดาริโอหันมาดึงตัวยามะไดกิที่ยังไม่สางง่วงเท่าไหร่นัก จนกระทั่งเขาสัมผัสถึงจิตสังหารที่แผ่เข้ามาในป้อม ทำให้ตาของยามะไดกิกลายเป็นสีแดงทันที ยุวชนทหารทั้ง 4 นายพากันขึ้นมาบนยอดป้อมแล้ว แต่ไทกาพบว่าบนยอดป้อมนั้นแทบไม่มีช่องตันเลย ทุกอย่างเปิดโล่งหมดแปลว่าข้าศึกจะโผล่มาทางไหนก็ได้ ยามะไดกิที่ตอนนี้พึ่งได้สติก็รีบเรียกดาบโค้งของเขาออกมา         

   "เอาหลังชนกันเร็ว" ไทการ้องตะโกน และทั้ง 4 รีบเอาหลังชนกันเพื่อระวังภัยกันและกัน พร้อมใช้ทั้งไฟธาตุกับพลังเนตรเพื่อรับศึก

   ไม่นานนักตรงหน้าพวกเขาก็ปรากฎนักรบผ้าคลุมสีดำถือดาบเดินเข้ามาในตัวป้อม โดยมีพรรคพวกตามมาอีก 6 ตนผ้าคลุมสีดำสนิทสะบัดไปมาอย่างน่าหวาดหวั่น นักรบแต่ละคนใส่ผ้าคลุมหัวมิดจนแทบไม่เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ แต่พวกเขาไม่อยากจะรู้ว่าหน้าตาพวกมันเป็นยังไง ไม่กี่อึดใจนั้นตัวที่น่าจะเป็นนายใหญ่ก็เป็นฝ่ายบุกมาก่อนโดยเล็งคมดาบมาทางยามะไดกิ ที่อยู่ใกล้มากที่สุด

   

    

                                       ++++++++++++++++++++++++++++          

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น