악마 ปีศาจเขียน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เมียมาเฟีย๔๑

ชื่อตอน : เมียมาเฟีย๔๑

คำค้น : คริสยอล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 10:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียมาเฟีย๔๑
แบบอักษร

 

 

ชานยอลเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ ที่เขาเชื่อว่าทั้งเขามีบ้านอยู่หลังเดียว แถมเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาลูกนี้อยู่ส่วนไหนของฮ่องกง ชานยอลยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เมื่อเช้าเขาอยู่ฮ่องกง ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมง การเดินทางมาที่นี่คงยาวนานน่าดู เช่นนั้นที่นี่คงห่างจากฮ่องกงพอสมควร การที่เขาเดินเล่นในสวนแต่ไม่มีใครสนใจ นั่นก็หมายความว่าเขาไม่สามารถหนีออกจากที่นี่ได้ เฮ้อออ อุปกรณ์ที่จะติดต่อใครก็ไม่มี หรือเขาต้องสำรวจในบ้าน เผื่อว่ามีใทรศัพท์หรือไม่ก็พวกอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆที่พอจะใช้ได้  

 

“แด๊ด...ทำไมทำกับผมแบบนี้ ผมจะไปอีกเมืองไง ไม่รู้จะลากมาทำไม” ชานยอลหันไปมองตามเสียง เขาเห็นรถกอล์ฟที่มีอยู่หกที่นั่งวิ่งเขามาจอดหน้าบ้าน ตั้งแต่เขาเดินสำรวจบ้านหลังนี้ เขายังไม่เห็นรถยนต์สักคัน นอกจากรถกอล์ฟที่จอดเรียงกันเป็นตับๆ ที่นี่รถเข้าออกไม่ได้สินะ ที่นี่เป็นเขา รอบๆเขาคือแม่น้ำ ถ้าจะมาที่นี่ก็ต้องนั่งเรือ หรือไม่ก็เครื่องบิน  

 

“แล้วจะอยู่กับใคร”  

 

“อยู่กับน้าจ้านไง อี้ชางอยู่กับน้าจ้านก็ได้” หึ ชานยอลมองคนตัวสูงใหญ่ที่อายุไม่น่าจะต่างจากคนรักของเขา กำลังยืนเถียงกับเด็กที่น่าจะอายุห้าหกขวบอยู่ตรงหน้าบ้าน คนพวกนี้เป็นใคร 

 

”เขาไม่ได้อยู่จีนแล้ว ตอนนี้เขากำลังย้ายไปเปิดสาขาใหม่ที่ฮ่องกง แล้วทีนี้จะอยู่จีนกับใคร” ผู้ชายคนนั้นพูด 

 

”ก็ไปฮ่องกง อยู่กับน้าจ้าน น้าจ้านไง ถ้าไม่ให้อยู่กับหน้าจ้าน ผมไปอยู่กันลุงคิ...” 

 

”เงียบไปเลย นี่แทนที่มาถึงแล้ว จะรีบไปหาคุณปู่ มายืนเถียงแด๊ดเรื่องคนอื่นทำไม” 

 

”น้าจ้านไม่ใช่คนอื่น” 

 

”อี้ชาง” ดูเหมือนว่าเด็กที่ทะเลาะกับพ่อ แล้วจะแพ้ถึงได้เดินกระทืบเท้าหัวเสียเข้าไปในบ้าน ผู้ชายคนนั้นมองตามลูกชายก่อนจะหันมามองชานยอลที่ยืนอยู่ ชานยอลยิ้มให้ แต่คนคนนั้นเพียงจ้องเขาแล้วเดินเข้าไปในบ้าน อะไรหว่า เฮ้อออ เป็นที่ที่เขาคิดว่ามันวุ่นวายจริงๆนั่นแหละ คิดถึงคนรักจัง 

 

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

 

ชานยอลสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะลืมตาขึ้น เขาหันไปมองที่ประตูห้อง เด็กน้อยที่เขาเจอเมื่อตอนบ่าย กำลังยืนจ้องหน้าเขาอยู่ เสียงเคาะประตูคงมาจากเด็กคนนี้สินะ เขาคิดว่าเด็กน้อยคงเข้ามาในห้องเขาก่อนที่จะเคาะประตู ใครสอนเรื่องมารยาทเนี่ย เขามีแต่เคาะประตูก่อนถึงจะเข้ามา แต่นี่เข้ามาก่อนค่อยเคาะ  

 

“คุณน้าเป็นใครอ่ะ ทำไมถึงมานอนที่นี่ หรือว่าปู่จะให้มาเป็นม๊ามี๊ใหม่อี้ชาง ไม่เอานะ ออกไปเลย ม๊ามี๊ของอี้ชางต้องเป็นน้าจ้านเท่านั้น” ชานยอลได้แต่กระพริบตาปริบๆ เด็กมันพูดเรื่องอะไร ใครแม่ใคร นี่โดนจับมา แล้วจะให้หนีไปไหน  

 

“อยากหนี แต่หนีไม่ได้ พาหนีหน่อยสิ” เนี่ย เมื่อหนีไม่ได้ก็ต้องให้เด็กที่เป็นเจ้าของบ้านพาหนีสิ แต่เด็กตรงหน้ากลับส่ายหัว 

 

”ถ้าหนีได้ผมหนีไปก่อนแล้ว นี่ที่ถามก็เพราะจะได้หนีด้วย” อ้าว...ซะงั้น  

 

“เฮ้อออ ผมอยากกลับฮ่องกงจัง” เด็กน้อยพูดแล้วทิ้งตัวลงนอนข้างๆชานยอล ไม่ทราบว่าไปสนิทกันตอนไหน  

 

“เราชื่ออะไร” 

 

”ผมเหรอ อี้ชาง หวังอี้ชาง เป็นหลานคนเดียวของเจ้าของคฤหาสน์นี้” ถามแค่ชื่อ แต่มาทั้งแซ่  

 

“แล้วที่นี่ที่ไหนเหรอ” เด็กน้อยนอนตะแคงหันมองคนถาม  

 

“จีน ที่นี่คือจีน” เขาถูกพาขึ้นเครื่องมาจริงๆสินะ  

 

“แต่ผมไม่บอกหรอกนะว่าอยู่ส่วนไหนของจีนน่ะ” ชานยอลยักไหล่ ไม่บอกก็ไม่ต้องบอก  

 

“แล้วที่นี่มีคนเฝ้าเยอะไหม” เขาถามขึ้น เผื่อเป็นข้อมูลได้ รู้เขารู้เรา  

 

“ไม่เยอะหรอกครับ ประมาณสิบคนได้ ที่นี่ไม่มีใครกล้าเข้ามาอยู่ ทางเข้าทางออกก็มีแค่ทางเดียว หรือไม่ก็นั่งเครื่องมา” ยากแฮะกับการที่จะหนีออกจากที่นี่ 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเมื่อชานยอลคุยกับเด็กน้อยได้สักพักใหญ่ เขาสองคนหันไปยังประตูสักพักจึงมีคนเปิดเข้ามาในห้อง 

 

”นายท่านให้มาตามคุณชานยอลลงไปทานอาหารว่างค่ะ นายน้อยด้วยนะคะ ทำเอาทุกคนตามหากันทั่วเลย ทำไมมารบกวนแขกแบบนี้ล่ะคะ” เธอพูดกับชานยอลจากนั้นจึงมองไปยังเด็กน้อยที่ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่คนพูด ชานยอลมองการกระทำของเด็กน้อยแล้วส่ายหัวยิ้มๆ  

 

“เดี๋ยวผมตามลงไปครับ” เธอพยักหน้าแล้วออกไปจากห้อง ชานยอลหันมามองเด็กน้อยที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง  

 

“ไม่ลงไปเหรอ” เด็กน้อยจิปากอย่างขัดใจก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น  

 

“ทำไมผมต้องมาติดอยู่ที่นี่ด้วย ผมอยากไปหาน้าจ้าน โว๊ะ” เขามองเด็กน้อย ไม่คิดว่าเด็กน้อยคนนี้จะแสดงท่าทีไม่พอใจขนาดนี้ ทั้งๆที่นี่มีแต่คนของตัวเองทั้งนั้น เขาสองคนเดินลงบันไดตรงไปยังห้องรับแขก เขาเห็นคนที่จะเขามานั่งจิบชาอยู่ ส่วนอีกคนกำลังนั่งตรวจเอกสารอะไรสักอย่าง ทั้งสองคนหันมามองที่ชานยอล  

 

“ชานยอล ปาร์คชานยอล หรือจะให้เรียกอู๋ชานยอลดีล่ะ” เหมือนเป็นคำพูดจิกกัด แต่คงไม่ใช่หรอกมั่ง ชานยอลยิ้มให้คนพูดก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับทั้งสองคน ส่วนเด็กน้อยเดินไปหาคนที่จับตัวเขามา 

 

”เรียกชานยอลก็พอครับ” เขาบอกคนตรงข้าม คนตรงข้ามเพียงยกยิ้มมุมปากให้เขาเท่านั้น 

 

”แล้วคุณชื่ออะไร” เขาเอ่ยถาม เพราะคนตรงข้ามรู้ชื่อแซ่ของเขา แต่เขาไม่รู้จักคนตรงข้ามเลย มันดูไม่แฟร์เลยสักนิด 

 

”คริสไม่ได้บอก” คนตรงข้ามถาม เขาจึงส่ายหัว แล้วทำไมคนรักของเขาต้องบอก หรือเป็นคนรู้จัก แล้วทำไมคนรู้จักกันต้องลักพาตัวเขามาแบบนี้ด้วย หรือเป็นคนรู้จักที่ไม่น่าคบค้าสมาคมด้วย 

 

”ในเมื่อหมอนั่นไม่บอกฉันก็ไม่อยากบอก” เขาจะด่าว่าคนที่นั่งตรงข้างว่ากวนตีนดีไหม หรือไม่ดี 

 

”กวนตีน” เสียงเล็กๆดังขึ้น ทำให้ชานยอลหันไปมองยังต้นเสียง เด็กน้อยอี้ชางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนว่าเสียงเมื่อกี้ไม่ได้มาจากตัวเอง 

 

”ว่าใคร” คนตรงข้ามเขาหันไปถามเด็กน้อย เด็กน้อยยักไหล่แล้วพูดขึ้น 

 

”พูดลอยๆไม่ได้ว่าแด๊ดสักหน่อย” ชานยอลถึงกับหลุดขำกับความกวนของเด็กน้อย กวนกันทั้งคู่นั่นแหละ แต่เขาไม่คิดว่าเด็กน้อยกับผู้ชายหน้าหล่อคนนี้เป็นพ่อลูกกัน มีลูกตั้งแต่อายุยังน้อยสินะ ถึงมีลูกตัวโตขนาดนี้ ทันใช้แหะ 

 

“นี่” เมื่อในห้องเงียบอยู่นาน ชานยอลจึงได้เอ่ยขึ้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากทุกคน 

 

”พวกคุณจับผมมาทำไมกัน” คนทั้งสองเพียงยกยิ้มมุมปาก มีเพียงเด็กน้อยเท่านั้นที่ยังทำหน้าไม่สนใจอะไรใคร 

 

”ไม่เกินสองวันเดี๋ยวนายก็รู้” พ่อของเด็กน้อยพูด 

 

”ไม่ต้องระแวงไปหรอก พวกฉันไม่ใช่ศัตรูของนาย” 

 

”แต่เป็นของคุณคริส” จบคำพูดของชานยอล ทำให้ผู้สูงวัยกว่าใครในนี้หัวเราะออกมาเสียงดัง แต่ผู้ชายอีกคนเพียงส่ายหัวอย่าเอือมๆเท่านั้น เอ้า...เขาทำอะไรผิด เขามีสิทธิ์สงสัยไหมล่ะ 

 

”หมอนั่นไม่มีใครอยากเป็นศัตรูกับมันนักหรอก” มาเฟียหน้าหล่อพูดขึ้น เพราะต่างก็รู้ดีว่าเวลาโกรธมาเฟียอย่างคริสไม่เลือกวิธีกำจัดศัตรู ยิ่งไม่รู้ว่าตอนนี้มาเฟียเมียหายกำลังเดือดดาลมากแค่ไหน พวกเขาเพียงรอการปะทะเท่านั้นในตอนนี้ และตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมพ่อของเขาถึงลักพาตัวเมียคนอื่นมา 

 

 

 

 

 

คริสนั่งจ้องลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง ที่ตอนนี้นั่งยิ้มเจื่อนอยู่ตรงข้ามกับเขา ส่วนเพื่อนๆของไอ้แสบก็ถูกพากลับคอนโดไปแล้ว แค่เขาปล่อยคนรักไว้ที่บ้าน แต่ลูกพี่ลูกน้องคนนี้กลับพาแฟนเขาออกมาก่อเรื่อง นี่เขาจะละสายตาจากคนรักไม่ได้จริงๆเลยใช่ไหม  

 

“นี่ครับนาย” จื่อเทายื่นแล็ปท็อปมาตรงหน้าผู้เป็นนาย ภาพเคลื่อนไหวที่เขามองอยู่คือกลุ่มชายชุดดำกำลังลากคนรักของเขาขึ้นรถ เขายังไม่เคยลากไอ้แสบแบบนี้เลย แล้วพวกมันเป็นใคร 

 

“คนของเราแกะรอยตามไปจนถึงเกาลูน จากนั้นคนพวกนั้นก็หายไปเหลือเพียงรถที่จอดทิ้งไว้ครับ” จื่อเทารายงานอีกครั้ง คริสนั่งกำมือแน่น เขาเพิ่งจะตามคนรักกลับมา เพิ่งจะจำคนรักได้ แล้วนี่มันอะไรกัน ใครมันกล้ามาลักพาตัวคนรักของเขาไปอีก  

 

“นายอยากจะไปคุยเล่นกับเสี่ยวหลงไหม ช่วงนี้เสี่ยวหลงไม่ค่อยมีเพื่อนเล่นอยู่” น้ำเสียงนิ่งๆแต่ชวยขนลุกดังขึ้น เหว่ยถิงถึงกับขยับตัวให้ห่างจากน้องชายตัวเองให้มากเท่าที่จะสามารถเอาตัวเองออกให้ห่างได้มากที่สุด ใครมันจะอยากไปบ้าไปนั่งเล่นกับเสือโคร่งจอบเขมือบตัวนั้น ใครกล้าก็บ้าแล้ว  

 

“ฉันพี่นายนะคริส ทำอะไรก็ใจเย็นๆก่อนนะ” คริสตวัดสายตาจ้องมองพี่ชายต่างพ่อแม่  

 

“ใจเย็น ใจเย็นงั้นเหรอ เฮอะ ไว้ให้ฉันลักพาตัวแฟนนายไปปล่อยเกาะ นายจะยังใจเย็นอีกไหม” เหว่ยถิงยิ้มเจื่อน ดีนะที่เขายังมีความไม่รู้จักพอ เพราะทุกคนที่เขาควงอยู่มีสถานะเพียงชั่วคราวเท่านั้น โชคดีมากที่เขายังไม่มีแฟน 

 

”นายครับ เราได้ภาพกล้องวงจรมาเพิ่มครับ” แจ็คสันวิ่งเข้ามาก่อนจะยื่นแฟลชไดรฟ์สีดำให้กับผู้เป็นนาย คริสเสียบแฟลชไดร์ฟเข้ากับแล็ปท็อป เขากดดูอยู่สักพักจึงมีภาพจากระยะไกลปรากฎอยู่ที่หน้าจอ เขามองภาพเฮลิคอปเตอร์สองลำที่บินขึ้นฟ้าก่อนจะกำมือแน่น เขาเห็นสัญลักษณ์ที่ติดอยู่บนเครื่องบิน ถึงภาพมันจะไม่ชัด แต่เขาจำได้ว่ามันคือสัญลักษณ์ของตระกูลไหน  

 

“นะ นายครับ นั่นมันคนของนายใหญ่นิครับ” แจ็คสันพูดขึ้นเสียงกระตุก เพียงเห็นแค่สัญลักษณ์เขาก็จำได้แม่นยำ นั่นมันนายใหญ่ผู้คุมมาเฟียทั้งห้าตระกูล ผู้อยู่เบื้องหลังมาเฟียทั้งหมด แล้วทำไมอยู่ๆนายใหญ่ถึงได้ออกโลงเองแบบนี้ ทั้งๆที่ไม่เคยออกมายุ่งกับโลกภายนอกนานแล้ว  

 

“เตรียมอาวุธกับคนให้พร้อม” 

 

”นายครับ”  

 

“เหี้ย” ทั้งลูกน้อง และลูกพี่ลูกน้องของคริสร้องขึ้น เขาไม่สนใจ เพียงตวัดสายตามองเท่านั้น และดูเหมือนว่าลูกน้องของเขาก็พอทราบว่าผู้เป็นนายต้องการอะไร ในเมื่อเจ้านายไม่กลัว แล้วพวกเขาจะกลัวไปทำไม ก็แค่ตัดขาดจากผู้กุมอำนาจใหญ่เท่านั้น แต่มันจะอันตรายมากถ้ามาเฟียแก๊งอื่นรวมหัวกันเล่นงานมาที่พวกเขา เพราะทุกวันนี้พวกเขาก็ถูกแก๊งอื่นหมายหัวอยู่ ถ้าไม่มีนายใหญ่คอยคุ้มกันอยู่เบื้องหลังไม่รู้ว่าแก๊งของเขาจะอยู่รอดมาถึงตอนนี้ไหม 

 

“คริส นั่นนายใหญ่เลยนะ” เหว่ยถิงพูดขึ้น แต่คริสเอาแต่เงียบ เพราะเขากำลังใช้ความคิดอย่างหนักกับการจะบุกเข้าไปหานายใหญ่ 

 

”โอเคน้องชาย เดี๋ยวฉันตามลูกน้องแป๊บ อย่าเพิ่งฉายเดี่ยวนะ รอฉันด้วย” เหว่ยถิงพูดจบจากนั้นจึงหันไปโทรศัพท์เพื่อนตามคนของตัวเองมาสมทบ ในเมื่อน้องชายต้องการแตกหักกับผู้กุมอำนาจ เขาซึ่งเป็นพี่ชาย ก็ต้องคอยช่วยเหลือน้องสิถึงจะถูก  

 

“รู้หรือเปล่าต้องไปที่ไหน” หลังจากที่เหว่ยถิงกดวางสาย เขาจึงหันมาถามน้องชายที่นั่งหน้าเครียดอยู่ เพราะถ้าเป็นเขา เขาก็เครียด นั่นยิ่งเป็นถึงประธานใหญ่ ผู้ควบคุมมาเฟียทุกสาขา แม้กระทั่งเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น นี่มันตำตอชัดๆ  

 

“นายใหญ่ไม่ได้มีที่กบดานที่เดียว” คริสพูดขึ้น เพราะนายใหญ่เปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อย บางทียังไปอาศัยอยู่ต่างประเทศ หรือในประเทศเขาก็หายากพอๆกัน 

 

“เอาน่า เดี๋ยวให้คุณนายตามให้” เหว่ยถิงหมายถึงผู้เป็นแม่ของตัวเอง ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าอยู่จุดไหนของมุมโลก  

 

“คุณนายบอกว่ารอแป๊บ โคตรจะโมโหเลย” เหว่ยถิงวายสายจากผู้เป็นแม่แล้วหันมาพูดกับน้องชายอีกครั้ง ไม่วายบ่นเรื่องแม่ที่โมโหเรื่องคนลักพาตัวหลานสะใภ้สุดรักไป คริสกับพี่ชายรออยู่ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ผู้เป็นแม่จึงติดต่อกลับมา 

 

”จีน” ทั้งสองคนร้องขึ้น เมื่อรู้ว่าไอ้แสบถูกจับอยู่ส่วนไหนของจีนแผ่นดินใหญ่  

 

 

1 คอมเมนท์ 1 กำลังใจในการลงต่อฝากด้วยนะคะ 

 

รู้สึกหล่ะสิว่ามีชื่อใครติดมา ใช่แล้วค่ะ พี่จ้านของเราเอง แล้วก็ใช่ค่ะ ต่อไปจะเป็นทีของพี่จ้านออกโรง หือ อยากรู้ชื่อเรื่องเหรอ บอกก็ได้ เขย่าหัวใจพี่เขยมาเฟีย และเรื่องนี้ จ้านจ้านของเราก็แสบไม่แพ้ไอ้แสบของเรานะคะ  

 

ถ้าลงที่ไหน เดี๋ยวมาบอกอีกทีนะคะ  

 

 

ความคิดเห็น