นัฐพันธ์

เรื่องราวความอลเวง ระหว่างผีกับคน เเเละคดีปริศนา ความรัก ความลับ ใครกันคือคนร้าย ร่วม้นหาได้ใน สื่อรัก...สัมผัสอลเวง

ตอนที่2 ปฏิบัติการปลอมตัว

ชื่อตอน : ตอนที่2 ปฏิบัติการปลอมตัว

คำค้น : ปฏิบัติการปลอมตัว

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 18

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2562 09:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่2 ปฏิบัติการปลอมตัว
แบบอักษร

ตอนที่2 

หวานได้แต่นิ่ง เพราะเธอยืนอยู่ด้านหน้า 

กดมือถือดูพบว่า นาฬิกาบอกเวลา 8.35 น.สายไปแล้วห้านาที แถมลิฟต์ดันมาค้างอีก ชีวิตหนอชีวิต ชั่งน่าเวทนาจริงๆ 

           “คุณๆอยู่ด้านหน้ากดปุ่มสัญญาณเรียก รปภ.หน่อยสิครับ” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น 

มือหนาๆของหวานกดปุ่มสัญญาณรูปกระดิ่งกดเรียกคนด้านนอก เพราะอากาศภายในลิฟต์ไม่หมุนเวียนทำให้คนภายในหลายคนเริ่มหายใจไม่ออก ไม่นานสัญญาณบนแผงลิฟต์ก็กลับมาทำงานปกติลิฟต์จึงกลับมาใช้ได้ดังเดิม  ลิฟต์เคลื่อนไปช้าๆตามปกติก่อนจะเปิด  ทุกคนดีใจออกมา เห็นบาคนเป็นลมล้มพับไปเพราะว่าอากาศถ่ายเทไม่สะดวก   หวานออกมาจากลิฟต์ได้ก็เข่าทรุดและล้มลงเหมือนหมดแรง 

แต่มีมือของใครคนหนึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร รั้งตัวของเธอไว้ได้ 

           “คุณ” เสียงใสๆ ของชายหนุ่ม 

ภาพทุกอย่างมัวๆ เบลอไปหมด 

           “ขอบคุณค่ะ” 

เริ่มรู้สึกตัวแล้วค่อยพยุงตัวเองขึ้นมา เมื่อประสานสายตา เขามองเธอ เธอมองเขา มันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างไรบอกไม่ถูก 

           “เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณ” 

น้ำเสียงกังวาน หวานตัวเบากว่าเดิม เหมือนปุยนุ่นลอยกลางอากาศ 

           “เออ .... แค่เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ” 

           “แล้วนี่คุณทำงานอยู่ชั้นไหนครับ” 

           “ชั้นสิบห้าค่ะ” 

เขาหยักหน้า 

           “เดี๋ยวผมขึ้นไปส่งคุณดีกว่าครับ เผื่อคุณเกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาอีก” 

           “ไม่ต้องหรอกค่ะคุณ ฉันเกรงใจ” 

“คือว่า” ไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบ หวานก็แทรกขึ้นมาทันที 

“ฉันเกรงใจคุณค่ะ” 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถึงอย่างไรผมก็ต้องผ่านชั้นนั้นอยู่แล้วครับ” 

“ผ่าน” หวานพึมพำ 

“คุณทำงานชั้นสิบห้าด้วยหรอคะ” หวานมึนงง ถามชายที่อยู่ตรงหน้า 

ชายหนุ่มพยักหน้า พร้อมกับลิฟต์เปิดขึ้นมาพอดี สองคนจึงยุติการคุยกันแล้วก้าวเข้าลิฟต์ต่อ ประตูลิฟต์เปิดออก ร่างของชายหนุ่มเดินออกมา พร้อมกับสาวร่างอวบตามออกมาเวลานั้นเมื่อเขาและเธอก้าวออกมาพร้อมกัน สายตาทุกคู่ก็มองมาที่บุคคลทั้งสองเหมือนรู้ เพราะสายตาเหล่านั้นพยายามตั้งคำถามที่เกิดขึ้น คำถามที่ว่า 

สองคนนี้ออกมาพร้อมกันได้อย่างไร 

           “ผมส่งคุณแค่นี้นะ” 

หวานพยักหน้า ชายหนุ่มนั้นเดินออกไปอีกทาง 

           “เดี๋ยวก่อนคุณ” หวานตะโกนใส่หลัง เขาหันมามอง 

           “ฉันยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลย” 

           “ไม่ต้องหรอกคุณ คนกันเองขอบอกขอบใจทำไม” 

           “แหม่คุณ ก็คุณอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยฉัน ขืนคุณไม่ช่วยฉันฉันอาจจะเป็นลมตายไปแล้วก็ได้” 

หวานพูดจาติดตลก 

           “คนอย่างคุณไม่น่าตายเพราะเป็นลมหรอก” 

หวานทำหน้าสงสัย 

           “ทำไมหรอ” 

เขาไม่ตอบ รังเฉไฉ เปลี่ยนเรื่องทันที 

           “เปล่าไม่มีอะไรหรอก ผมไปละมีงานด่วน” เขาก้าวเดินไปแต่หวานวิ่งตามไปหา 

           “คุณ เดี๋ยวก่อน” แตะไหล่ชายหนุ่ม 

           “มีอะไรอีกคุณ” 

           “ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย ชื่อแซ่อะไร ยืนคุยกันตั้งนานสองนาน” 

           “เดี๋ยวเราก้องรู้จักกัน เชื่อสิ เดี๋ยวคุณก็รู้จักผมเอง” 

ชายหนุ่มหันไป ก้าวฉับๆเดินไปอีกมุมของตึกปล่อยให้หวานยืนอยุ่ที่เดิม 

           “แปลกแฮะ ถามชื่อถามแซ่ก็ไม่ยอมตอบ กลัวว่าฉันจะไปสืบประวัติจากทะเบียนราษฎร์หรือไง” หวานได้แต่ครุ่นคิด ก่อนจะเปิดประตูเข้าบริษัทไป 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

           “นี่แก ฉันเห็นเต็มสองตาจริงๆนะแกยัยนก 

เสียงเพื่อนของพัชนกดังขึ้นเมื่อหล่อนเห็นว่าหวานมีผู้ชายมาส่งที่หน้าออฟฟิศ 

“ตอนแรกฉันว่าจะไม่มาบอกแกแล้ว” เสียงนั้นยังคงพูดต่อแบบไม่หยุดหายใจ 

“แต่เห็นแกกับมันเป็นศัตรูกัน ฉันเลยต้องเอาเรื่องนี้มาขยายความ” 

“มาก็สายแถมยังนัดผู้ชายมาอีก ดีงาม ฉันจะเอาเรื่องไปบอกฝ่ายบุคคลให้โดนตัดคะแนนความประพฤติ”    พัชนกแอบกระหยิ่มในใจตัวเอง 

“นังช้างน้ำแอฟริกานั้นนะหรอจะมีผู้มาชอบ” พัชนกเบ้ปากนิดๆ 

ลิตาพยักหน้า หล่อนเป็นฝ่ายสนับสนุนเป็นอย่างดี เพื่อนย่อมมีนิสัยไม่แตกต่างกัน จึงคบกันได้ 

           “จริง สองตาของฉันเห็นจริง” ลิตาบอก 

           “เอาล่า ฉันจะฟ้อง” พัชนกพูด กระหยิ่มในใจ 

           “ฟ้องใคร” ลิตาทำงง ตีซื่อ แต่รู้อยู่แล้ว หล่อนใช้พัชนกเป็นตัวเดินหน้า หล่อนเป็นฝ่ายตาม ฉลาดแกมโกง หล่อนไม่ต้องเอาตัวเองให้คนอื่นด่า เอายัยนกนี่แหระเป็นตัวโดนคนอื่นด่าแทนเธอ 

           “ฟ้องฝ่ายบุคคล และก็พี่อรจีราหัวหน้าของเรา” พัชนกยิ้มหมายมั่น เหมือนผู้ชนะ 

………………………………………………………………………………………………………………… 

“แกจำเรื่องเมื่อวานที่ฉันจะเล่าให้แกฟังได้ปะวะช่อ” 

ช่อหยักหน้า เงยหน้าจากชามก๋วยเตี๋ยวที่เพิ่งซื้อมา 

“จำได้ เออตอนแรกก็ลืมซะสนิทเลย สรุปว่าไงวะแก ไหนเล่ามาซิ” 

หวานเลื่อนแก้วน้ำตรงหน้าออกไป แล้วเริ่มเล่าเรื่องต่อ 

           “คือเมื่อวานตอนเช้าที่ฉันเดินผ่านต้นไทรที ริมถนนในซอยนั้นนะ” 

หวานกำลังจะเล่าเรื่องต่างๆอยู่แล้วเชียว แต่ก็มีเสียงอะไรแทรกเข้ามาซะก่อน 

           “มาสายเป็นกิจวัตรประจำวัน แหม่ๆวันนี้ก็ได้พ่วงผู้ชายมาด้วย” 

พัชนกเดินเคียงมากับลูกสมุนของตัวเอง ยิ้มอร่ามมาแต่ไกล 

           “แล้วมันไปหนักอะไรใครไม่ทราบ” 

หวานพูดแต่ไม่ได้มองหน้าคนที่แขวะ  สามสาวหันมาทางหวาน  

พัชนก ลิตา ปลากัด สามสาวพาวเวอร์พับเกิร์ล (power pub girl) 

           “มันด่าเราแน่เลย” ปลากัดร้องบอกเพื่อนสาวสร้างวามร้อนใจ 

           “ก็ฉันพูดเรื่องจริง”  พัชนกเดินมาเอามือท้าวกับพื้นโต๊ะอาหาร สายตาจ้องมาทางหวานด้วยความไม่พอใจ บนหน้ายังคงมีผ้าพันที่ดั้งจมูกอยู่ 

           “หรอ” หวานลากเสียงยาว 

           “สงสัยคงมัวแต่เอาเวลาไปจู๋จี๋ดิ๊ด๊ากับตัวผู้อยู่ล่ะสิ ถึงไม่ยอมทำงานทำการ” สามสาวหัวเราะเยาะพร้อมกัน 

           “อุ้ยตายแล้ว หุ่นอย่างกับโอ่งมังกรราชบุรีแบบนี้ไม่ยักรู้นะว่ามีผู้ชายตาบอดคนไหนเขาหันมาชอบของแปลกบ้างนะ” ลิตาเป็นคนพูดเสริม 

           “พวกเธอนี้มันยังไงกันนะ เที่ยวหาเรื่องคนอื่นอยู่ตลอดเวลา” ช่อหันมาตักเตือน 

“นี่มันธุระโกงการอะไรของเธอไม่ทราบยัยช่อ” ปลากัดแทรก 

“ใช่ๆ” ลิตาสมทบ 

“ก็ถ้าหากว่ามันไม่ทำให้คนอื่นเดือนร้อนนะสิ นี่อะไรเอาเวลาพักเที่ยงมาระรานคนอื่นเขาไปทั่ว ทำอย่างกับตัวเองดีนักหนา” 

“นังช่อ” สามคนขึ้นเสียง 

หวาน ช่อ ลุกขึ้นพร้อมกัน ไม่สนใจสามสาวปากมากที่มาระราน สามสาวยืนมอง จ้อง 

           “ไปกันดีกว่าช่อเราอย่าเสียเวลายืนตรงนี้เลย พูดไปพวกอมนุษย์ เปรตมันก็ไม่เข้าใจที่เราพูดหรอก ขนาดตอนมีชีวิตอยู่มันยังเที่ยวก่อกรรมทำเวรกับคนอื่น ร้องแร่แหกกระเณอ ขอส่วนบุญทางโน้นทีทางนี้ที” 

พัชนกไม่พอใจ  ทุบโต๊ะดังปัง สายตารอบข้างหันมอง เหมือนจะมีสงคราม  

“วันๆไม่ทำอะไร เที่ยวแต่ระรานคนอื่นไปทั่ว” ช่อเสริมขึ้นมา 

“นังหวาน นังช่อ แกว่าพวกฉันว่าเปรตขอส่วนบุญงั้นหรอ” 

“คิดได้ก็คิด คิดไม่ได้ก็ไม่ต้องคิด” หวานจ้องมอง สองสายตาประทะกัน 

“อยากโดนตบหรอไง” ชูมือเหมือนจะตบแต่ก็ลดลงเพราะคนมอง 

หวานกับช่อเดินเชิดๆออกไปจากมุมนั้นไม่สนใจ แต่ทำให้สามสาวเดือดดาลเป็นที่สุด 

           พัชนกมองไล่หลังพูดพึมพำ  “คอยดู ฉันจะต้องเล่นงานมันให้ได้”  

พัชนกเป็นคนพูด เป็นอันว่าบ่ายของวันนั้นหวานถูกเรียกเข้าไปด้านในห้องของผู้จัดการหัวหน้าของเธอเอง  สามสาวที่นั่งโต๊ะติดกันพลางหันมาส่งสายตายิ้มสะใจให้กันและกัน  ที่หน้าของพัชนกยิ้มสะใจก่อนจะนึกภาพย้อนกลับไปก่อนที่หวานจะโดนเรียกเข้าไปในห้องของหัวหน้า 

           “นกก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากหรอกนะคะ แต่ก็อดไม่ได้เพราะเห็นแก่ความถูกต้อง” 

พัชนกหลบเข้ามาในช่วงปลอดคน ปกติแล้วพัชนกทำบ่อย ขี้ฟ้อง ประจบสอพลอติดจนเป็นนิสัย จะทำอย่างไรได้คนเรามันแก้กันไม่หาย พัชนกเป็นอย่างไรเพื่อนๆที่ทำงานต่างก็รู้จักนิสัยของหญิงสาว คนในที่ทำงานต่างก็ส่ายหน้าเอือมระอากับหล่อนและมักมีคนตั้งฉายาประจำออฟฟิศให้หล่อนว่า 

นกสองหัว! 

นกสอพลอ! 

นกปากปลาร้า! 

นกนรกแตก! 

ทุกๆฉายาล้วนมีที่มาที่ไป พัชนกจึงเข้ากับใครไม่ได้ นอกเสียจากพรรคพวกของตัวเองอันมี ลิตา และปลากัด โบราณท่านเคยว่าไว้ว่า คนเราจะคบกับใครได้ เข้ากันได้ พูดคุยกันรู้เรื่อง ต้องมีศีลที่เสมอกัน 

บานประตูเปิดออก หวานเดินออกมาจากห้องหัวหน้า พัชนกแอบสอดส่ายตามองดูอยู่ 

โดนด่าออกมาแน่ๆ? 

ใช่แน่ๆ สมน้ำหน้า? 

เสียงภายในใจของพัชนกบอกสะใจที่ได้เห็นโอ่งมังกรตูดอย่างกับกะละมังโดนด่า เป็นอันว่ารังแกคนไม่มีทางสู้มันสะใจจริงๆ 

           “เป็นไงบ้างแก” ช่อเอ่ยทักเมื่อเห็นหวานเดินออกมาจากห้องและมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก 

หวานพยักหน้าไม่ได้ตอบอะไรออกไป ช่อคิดว่าหวานคงยังไม่พร้อมที่จะพูดอะไรตอนนี้และเพื่อความสบายใจของเพื่อนจึงปล่อยไปก่อน ช่อจึงหันไปทำงานของตัวเองต่อ 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------    “โถ่ คุณแม่ครับให้เวลาผมหน่อยนะครับคุณแม่” 

เสียงของชายหนุ่มเอ่ยเป็นการขอร้องผู้เป็นมารดาหลังจากช่วงเช้าชายหนุ่มเข้าไปสมัครงานในบริษัทของตัวเอง มารดาพ่นลมหายใจแรงๆหน่ายใจกับพฤติกรรมของลูกชายคนเล็ก ที่ทำอะไรแผลงๆจนน่าปวดหัว ชายหนุ่มเช้ามาโอบกอดผู้เป็นมารดาจากด้านหลัง หอมฟอดใหญ่ ซ้ายที ขวาที มารดาจะไม่ใจอ่อนได้อย่างไรกก็เพราะชายหนุ่มขี้อ้อน ยิ้มทีนึงใจละลาย 

พันทิพาหันมามองหน้าลูกชายของตัวเอง 

           “เมื่อไหร่เราจะเลิกทำตัวเป็นเด็ก ฮะ ตาโปรด” 

โปรด หรือ พันธการ บุตรชายคนที่สองของเธอ สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศเป็นนักศึกษาเรียนดี ได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ พึ่งเดินทางกลับมาอยู่ประเทศไทยได้ไม่นาน ก็ทำเรื่องอลเวง โดยมาสมัครงานในบริษัทที่มารดาเป็นเจ้าของอยู่ทุกคนในบริษัทไม่มีใครสงสัยเขาเลย แม้แต่หน้าตาของลูกชายของบริษัท เขาจึงปลอมตัวเข้ามาในบริษัทได้ง่าย ทุกคนในบริษัทต่างก็เรียกเขาในนาม รายชัย คนส่งเอกสาร     “น่าตีจริงๆ จบตั้งเมืองนอกเมืองนาดันมาทำตัวเป็นพนักงานส่งเอกสาร” พันทิพาดุลูกชาย 

           “คุณแม่ครับ ผมก็แอยากเรียนรู้งานตั้งแต่ตำแหน่งเล็กๆพื้นฐาน”

           “ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้งตาโปรด”

ชายหนุ่มมุ่ยหน้า

           “ดูตาปลื้มซิไม่เห็นต้องทำอะไรพิเรนท์อะไรแบบแกเลยนะตาโปรด”

“พี่ปลื้มเขาชำนาญในการทำงานมาก่อนผมนิครับ ผมกับพี่ปลื้มเราคนละแบบกันครับ”

“นั่นแล่ะแม่แค่อยากให้โปรดเข้ามาร่วมกันบริหารงานอยากให้เรียนรู้งานกัน มาช่วยๆกันดูแลงานไม่ใช่มาเล่นเป็นเด็กๆแบบนี้”

“ผมขอเวลาพิสูจน์ผลงานนะครับแม่ ผมสงสัยอะไรบางอย่างในบริษัทของเรา”

โปรดมองหน้ามารดา มารดาสงสัย?

“ลูกจะบอกแม่ว่าในบริษัทของเรามีการทุจริตอย่างนั้นใช่มั้ย”

พูดถึงการทุจริตก็เสียวสันหลังแทบจะสั่นไปทั่ว

           “ก็ไม่เชิงหรอกครับ เพียงแต่ผมต้องการดูคนในบริษัทของเราอย่างใกล้ชิด”

“แต่แม่ว่า”

“โถ่คุณแม่ครับ ให้โอกาสผมสักครั้งนะครับ ผมขอเวลาอีกซักนิดนะครับคุณแม่”

“จะเอาอย่างนั้นก็ได้ แต่เราต้องสัญญากับแม่ก่อนได้มั้ย”

โปรดมองหน้าผู้เป็นมารดา

“เมื่อครบกำหนด ลูกจะต้องเข้ามาดูแลกิจการของเราต่อ”

ชายหนุ่มพยักหน้ารับ

“ดีมากจ่ะลูกแม่”

พันทิพายิ้ม เธอมีลูกชายสองคน ทั้งหล่อ รวย การศึกษาดี แถมชาติตระกูลสองคนนี้ก็ดีจึงเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคที่สาวหลายๆคนใฝ่ฝันนั่นเอง

…………………………………………………………………………………………………………………

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น