นัฐพันธ์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ติ่ง...รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเอง

ชื่อตอน : ติ่ง...รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเอง

คำค้น : ติ่ง ติ่งรู้ทุกเรื่อง ติ่งรู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องจริง ติ่งรู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องของตัวเอง

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 30

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 09:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติ่ง...รู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเอง
แบบอักษร

เรื่อง                 ติ่ง...รู้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องของตัวเอง 

โดย                 คุณแตงไทย 

.......................................................................................................................................................... 

เรื่องสั้น 

           "นี่ๆพวกเธอ รู้ข่าวของดาราสาวคนนี้ที่เขาว่ากันว่าหล่อนไปจิ๊จ๊ะแย่งแฟนนางเอก บ หรือยังจ๊ะ แหม หน้าตาก็สวยจิ้มลิ้ม ไม่น่าเล้ย พระเอก ว ก็ใช่ย่อยนะจ๊ะ ดั้นไปเล่นกับน้อง ชช " 

โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ถูกนำมาโชว์ภาพข่าวจากเฟสบุ๊คเพจ ใต้สะดือดารา ที่มีภาพข่าวของนักแสดงสาวปริศนา อักษรย่อ นำมาเม้ามอยอย่างสนุกสนานปากจากบรรดาสมาคมคนชอบเสือกเรื่องชาวบ้าน 

           ถ้าจะเอ่ยถึงคนที่รู้ลึกรู้จริง รู้ทุกสิ่งบนโลกใบนี้คงจะไม่มีใครรู้จัก "ติ่ง" ป้าติ่ง หรือ พี่ติ่ง ของสาวๆออฟฟิศแห่งนี้ ป้าติ่งเป็นสาวใหญ่วัยดึกที่ชอบเม้า ชอบกิน และชอบวิจารณ์ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ท่อน้ำแตก เสาไฟหัก คนตกตึก รถเมล์แหกโค้ง ผัวเพื่อนมีกิ๊ก เล่นชู้ในที่ทำงาน หรือแม้กระทั่งเจ้านายตัวเองก็ตาม สังคมสมัยนี้ต้องรู้ทุกอย่างรอบตัวอันเป็นสโลแกนที่ใครๆก็พูดถึงคนชื่อ ติ่ง 

           "ป้าติ่งขา ป้าติ่งคิดว่าใครหรอคะ นักแสดงสาวอักษรย่อ ช ที่มีข่าวกับพระอก วว หรือเปล่า" สาวคนหนึ่งในที่ทำงานเอ่ยถาม เมื่อเข้ามาร่วมวงสนทนาร่วมด้วย 

           "เอ...... ป้าไม่แน่ใจหรอก แต่ถ้าให้เดาจากซิกเซนท์ของพี่นะ น้องชิชิ แน่จารกละครเทพอวตาน" 

           "จริงหรอป้า ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ น่าตาก็ออกจะดี้ดี" สาวคนนั้นเอ่ยอีกรอบเมื่อรู้ว่า ช คือใคร 

           "แหมๆๆ คนเราสมัยนี้ หน้าตาดีดีแย่งสามีชาวบ้านมีเยอะไป โบราณท่านจึงเปรียบเห็นหน้าหงิมๆชอบหยิบชิ้นปลามันนะจ๊ะพวกเธอ" 

           “จริงด้วยค่ะ ตอนนี้ นางเอก บ ที่เป็นแฟนพระเอก ว ออกมาตอกหน้าหงายเลยค่า” 

           “เกลียดนักพวกแย่งแฟนชาวบ้าน” 

           “ในโซเชี่ยลนี้ด่ากันเพจแทบแตก” 

           “ป้าไม่เชื่อ นางเอก ชช ป้าเชื่อน้อง บ สุดใจเลยจ้า” ติ่งเอ่ย 

เสียงหลายคนหัวเราะเบาๆ และนินทากันต่อจนถึงเวลาทำงานจึงกลับไปทำงานของตัวเองกันต่อ 

           "ไปไหนมาล่ะสำลี" ป้าติ่งเอ่ยทัก 

           "เข้าห้องน้ำมาพี่ติ่ง" 

           "ไม่ค่อยเห็นหน้าเลยนะช่วงนี้ ไม่เห็นไปเม้าบ้านเลยที่แผนก" 

           "แหม งานเยอะ" สำลีบอก 

           "เยอะแยะอะไร แต่ก่อนไปหาบ้อยบ่อยไม่เห็นจะเยอะแยะนะจ๊ะสำลี" 

           "เดี๋ยวเย็นนี้ทำโอจะไปเม้าด้วยนะจ๊ะพี่ติ่ง" สองคนยิ้มให้กันก่อนผละจากไปทำงานของแต่ละคนที่แผนกตัวเอง โดยที่ติ่งกับสำลีเป็นคนรู้จักกันและทำงานที่นี่มานานแล้วแต่อยู่คนละแผนก ตอนเย็นหลังจากที่ติ่งได้เม้ามอยหอยโข่งหอยขมแล้ว ความรู้สึกหล่อนจึงดีขึ้นทันตาเห็น ในเมื่อเธอได้ปลดทุกข์โดยการเม้ามอย 

ติ่งเดินออกมาจากที่ทำงานที่อยู่ไม่ไกลจากปากซอยมากนัก เธอมักอาศัยรถประจำทางโหนกลับบ้านในยามเย็น ผู้คนในกรุงเทพมากมายที่แออัดกันพยายามกลับบ้าน ติ่งจึงเลี่ยงเวลากลับบ้านโดยเรทให้ช้ากว่าคนอื่นๆที่กลับบ้านในช่วงเวลานี้กัน 

เมื่อเดินออกมาไม่ไกลจากปากซอยมากนัก จะมีพวกคอนโด หอพัก ห้องเช่าเรียงรายกันอยู่ตลอดแนวสองฟากฝั่ง บรรดาผู้ใช้แรงงาน สาวโรงงาน สาวออฟฟิศ พนักงานห้าง พ่อค้าแม่ค้าก็จะมากระจุกกันอยู่อาศัยเป็นที่พัก เพียงเพราะราคาถูก ในบรรดาหอพักที่อยู่ระแวกนั้น พวกเด็กสาวที่มาจากต่างจังหวัดก็นิยมมาพักอาศัยกันโดยจับกลุ่มกันสองสามคนพักรวมกันและหารค่าเช่ารวมถึง จอย ก้อย นุช สามสาวเป็นเด็กจบใหม่ เรียนปวส.ที่เทคนิคต่างจังหวัดและเดินทางมาทำงานเป็นสาวออฟฟิศด้วยเงินเดือนที่ต่ำเตี้ยแต่ก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง โดยมาพักกันย่านที่ทำงาน จอย ก้อย นุช ทำงานเป็นเสมียนหรือสมัยนี้เรียก ธุรการ สามคนทำงานคนละที่แต่ระแวกไม่ไกลไม่ห่างจากกันมากนัก และตอนเย็นหลังเลิกงานก็จะมารวมตัวกันเลือกซื้อกับข้าวกลับไปทานคนละอย่างและแชร์กัน 

ณ ร้านส้มตำร้านหนึ่ง คนที่เรียงรายอยู่รอบร้านล้วนแต่เป็นสาวๆออฟฟิศ สาวโรงงาน และพนักงานห้างที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น ไก่ย่างที่ย่างอยู่บนเตาส่งควันและกลิ่นหอมฉุยกระจายรอบๆบริเวณ เสียงตำโป้กๆบวกกับเสียงแม่ค้าดังก้องไปทั่วบริเวณนั้น เหล่าบรรดาคนเบี้ยน้อยหอยน้อยมักมาทานเพราะราคาถูก ติ่งเดินดุ่มๆมาตามทางเกือบถึงปากซอยที่รอรถเมล์ สายตาเหลือบเห็นจอยพนักงานสาวบริษัทเดียวกันยืนซื้อส้มตำอยู่ เธอไม่สนิทกับจอยจึงไม่ได้สนใจอะไรเพียงแค่เห็นแล้วเดินไป 

พวกของจอยยืนซื้อส้มตำกันอยู่ เมื่อซื้อเสร็จก็พากันเดินกลับไปที่หอพัก 

วันต่อมา 

           "กลิ่นอะไรทำไมแรงจัง" เสียงของสาวคนหนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าภายในสำนักงานมันมีกลิ่นเหม็นเน่า สาวเจ้าเดินวนรอบๆพยายามมองรอบๆว่ามันคือกลิ่นอะไร แม่บ้านวัยดึกรีบแจ้นเอาไม้กวาดและที่ตักผงเดินตามหากลิ่นนั้น 

           "ว้ายๆ" เสียงของคนที่ได้กลิ่นคนแรกดังขึ้น 

           "มากินส้มตำปูปลาร้าทำไมตรงนี้" เป็นเสียงที่ไม่พอใจมากนัก 

           "อ่าว ก็มันห้องครัวนี่คะ" จอยบอกเมื่อกำลังโซ้ยอาหารอร่อยอยู่กับเพื่อนอีกสองสามคน ทุกคนมองเธอเป็นสายตาเดียวกัน 

           "เธอไม่เหม็นกลิ่นที่เธอกินบ้างเหรอ" เธอร้องบอก สามสี่คนตรงหน้าส่ายหัว 

           "เหม็นๆ" สาวคนนั้นรีบเดินออกมาจากมุมที่สามสี่คนทานส้มตำ 

เวลาต่อมา 

           "ป้าติ่งรู้มั้ยว่ายัยจอยอะไรนั่นที่เข้ามาทำงานใหม่สกปรกมาก เอาอาหารเน่ามาทานในที่ทำงาน" แม่บ้านวัยกลางคนชื่อทูลที่กำลังกวาดอยู่แอบฟัง 

           "ทำไมเหรอ" 

           "ก็เหม็นน่ะสิป้า กลิ่นตลบอบอวนไปทั่วเลยนะคะ" พนักงานสาวรายนั้นบอก 

           "เขาก็มีกฎห้ามแล้วนี่ ทำไมไม่ทำตามกฎกันบ้างเลย" ป้าติ่งเอ็ด 

           "แหม ป้าติ่งก็รู้นี่คะว่ายัยจอยนะมันเป็นเด็กของใคร" พนักงานสาวรายนั้นทำเป็นฟ้อง  

ติ่งพยักหน้ารับรู้ ใครๆก็เดากันว่าจอยเป็นเด็กเส้นของคุณสุติมา ผู้จัดการฝ่ายที่จอยทำงานอยู่ ยิ่งเป็นเด็กเส้นด้วยแล้วยิ่งไม่มีใครแตะได้เลย ทำให้พนักงานหลายต่อหลายคนต่างก็อิจฉาและคอยหาทางสกัดแข้งสกัดขาของอีกฝ่าย 

           บ่ายของวันนั้น จอยก็โดนเรียกเข้าไปภายในห้องทำงานก่อนจะเดินออกมา ติ่งสาวใหญ่ทำเป็นนั่งทำงานของตัวเองอยู่ที่โต๊ะทำงาน เธอแอบชำเลืองมองดูว่าจอยมีสีหน้าเป็นอย่างไร ท่าทางจะโดนเอ็ดออกมา ติ่งแอบยิ้มมุมปากแอบสะใจที่ได้แกล้งคน ตอนเย็นของวันนั้นติ่งยังคงนั่งเคลีร์งานตามปกติ เธอมักจะออกจากบริษัทเป็นคนสุดท้าย โดยบอกกับใครหลายต่อหลายคนที่มักจะถามเธอว่า "พี่งานเยอะ ต้องเคลียร์งานด่วนให้เจ้านายเลยไม่มีเวลากลับ" 

           "พี่ติ่งนี่เป็นคนขยันจริงๆนะคะ" 

           "พี่ก็เป็นแบบนี้ตั้งนานแล้วล่ะ" 

           "และลูกสาวพี่เขาไม่บ่นบ้างหรอที่พี่ติ่งทุ่มเทกับงานขนาดนี้" 

           "โอ้ย....ลูกสาวพี่เขาไม่บ่นหรอก เขายินดีซะด้วยซ้ำที่มีพี่เป็นแบบอย่างที่ดี ขยันขันแข็ง สู้งาน ทำงานแบบเอาเป็นเอาตาย นี่พี่โชคดีนะที่ลูกสาวของพี่เขาเป็นเด็กดีตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือ" 

ติ่งพูดไปอมยิ้มไป สุขใจที่มีคนหลายต่อหลายคนชมเธอ 

จอยเดินออกมาจากบริษัทในเวลาสองทุ่ม ตอนแรกเธอก็คิดว่าเธอเป็นคนสุดท้ายที่กลับบ้านเพราะภายในห้องทำงานของเธอนั้นทุกคนได้กลับกันไปหมดแล้ว เธอเดินลงมาหน้าบริษัทเธอก็พบว่า พี่ติ่งยังไม่กลับบ้าน เธอจึงยิ้มให้ผู้อาวุโสกว่าเพื่อเป็นการไม่เสียมารยาท 

           "กลับดึกจังวันนี้" ติ่งเอ่ยถาม 

           "พอดีอยู่เคลียร์งานค่ะพี่ติ่ง" เธอตอบไป 

           "งานเยอะเลยละสิท่า" 

           "ช่วงนี้งานเยอะพอสมควรค่ะเลยต้องอยู่ดึก" 

           "เมื่อบ่ายผู้จัดการเรียกเราเข้าไปทำไม เห็นดูหน้าเครียดๆ" ติ่งถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นอันเป็นนิสัยของตัวเองแม้ติ่งจะรู้อยู่แล้วก็ตามเพราะเธอเป็นคนไปฟ้องผู้จัดการเรื่องกลิ่นอาหารที่เอาอาหารเข้ามาทานในออฟฟิศ แม้จะทำตีหน้าซื่อไม่รู้ก็ตาม 

           "ก็เรื่องอาหารนะสิพี่" จอยหน้าเสียลงไป 

ติ่งบ่นเบาๆ "พี่เข้าใจนะว่าคงมีใครไปบอกผู้จัดการ" ติ่งแสดงสีหน้าเป็นห่วง 

           "อย่าคิดมากเลยนะจอย" 

           "ไม่คิดมากหรอกค่ะพี่" 

           "แล้วผู้จัดการให้ใบเตือนหรอ" ติ่งยังคงแสดงความห่วงใยให้ต่อไปแต่จอยกลับทำหน้างงๆ 

           "เตือนอะไรหรอคะพี่" จอยทำหน้างงกับคถามที่ติ่งถามมา 

           "ก็เตือนไม่ให้ทานอาหารในออฟฟิศไง" 

           "อ้อเปล่าหรอกค่ะ พี่ผู้จัดการไม่ได้ว่าอะไรเพียงแต่ให้ทานที่โรงอาหารหรือมุมที่ไม่มีใครเห็นและส่งกลิ่นค่ะ" จอยตอบไปตามความเป็นจริง ติ่งยิ้มนิดๆที่มุมปากผิดคาดที่คิดเอาไว้ 

เช้าวันต่อมา 

           "มันน่ามั้ยล่ะ ยัยจอยเส้นใหญ่จริงๆไม่โดนอะไรเลยจ้า" ติ่งแอบกระซิบกับคนในแผนกตัวเอง 

           "แหม เด็กใครใครเขาก็รู้กันว่าเส้นใหญ่ไม่ใช่เส้นเล็ก" หญิงสาวคนนั้นบอก 

           "นี่ๆ พี่ได้ข่าวว่ายัยนุชแผนกการเงินนะโดนสามีซ้อม" 

สองสามคนที่ร่วมวงสนทนาต่างก็หันหน้าเข้ามาและร่วมเม้ามอยกันอย่างสนุกปาก 

           "เรื่องนี้จริงแท้แน่นอนจ้า" ติ่งบอก 

           "ใครเล่ามาหรอพี่ติ่ง" ใครคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัยที่สุด 

           "แอบได้ยินมาจ้า ยัยนุชนะร้องห่มร้องไห้จะเป็นจะตาย ขอร้องให้ผัวกลับมา ท่าทางผัวคงจะหนีไปมีเมียน้อยน่ะสิ" 

           น่าสงสารนะคะ" 

           "จะไปสงสารทำไมกัน ยัยนุชนะทำตัวเป็นผู้รากมากดีโดนผัวเตะให้บ้างละดี สะใจ" 

           "พี่ติ่งนี่เก่งจังรู้ทุกเรื่อง" 

ติ่งแอบยิ้มเมื่อมีคนชมและสามสาวก็เม้ามอยกันต่ออย่างสนุกสนานปากกันเลยทีเดียว 

………………………………………………………………………………………………………………. 

           "ฮัลโหลแม่ วันนี้ต้อยมีทำรายงานที่บ้านเพื่อนนะ" ต้อยลูกสาวของติ่งโทรมาหาตอนเย็น ติ่งมองซ้ายมองขวากลัวว่าจะมีใครแอบฟังเธอคุยโทรศัพท์ 

           "ยัยต้อย ทำรายงานอะไรของแกทุกวี่ทุกวันฮะ" ติ่งเอ็ดใส่คนปลายสาย 

           "ก็อาจารย์ให้งานตั้งเยอะน่ะแม่" ลูกสาวเถียงกลับ 

           "แล้วอย่ากลับบ้านดึกอีกนะ" 

           "รู้แล้วน่าแม่ หนูไม่กลับดึกเหมือนแม่หรอกหน่า" ต้อยเถียงมารดาก่อนจะวางสายไป ติ่งขมวดคิ้วทำท่าทีไม่พอใจที่โดนลูกสาวตัวเองแว้ดๆใส่แบบนี้ 

           และก็เป็นอีกวันที่จอยทำงานดึก เธอยังคงทำงานเก็บเอกสารต่างๆเข้าแฟ้มของตนเองอยู่ โดยยังมีเพื่อนในแผนกยังคงช่วยจนถึงเวลาดึกพอสมควรแล้วจึงทำให้เธอและเพื่อนร่วมงานพากันกลับบ้าน เดินลงมาจนถึงชั้นล่างก็เจอติ่งที่เลิกงานดึกพร้อมกันจึงทักทายปราศรัยกันพอสมควรก่อนจะแยกย้ายกันไป        

จอยเดินออกมาจนถึงปากซอยเธอพักอาศัยกับเพื่อนๆ หน้าปากซอยมีร้านอาหารตอนดึกมาเปิดอยู่หลายร้านและวันนี้ ก็อตเพื่อนสาวก็ขอมานอนด้วย ก็อตเป็นสาวในร่างหนุ่มดูมาดแมนแต่ใจเป็นสาว จอยเมื่อเห็นเพื่อนก็เข้าไปกอดด้วยความดีใจ ก็อตเป็นเกย์ที่หน้าตาดีเป็นอย่างมาก เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ติ่งซื้อน้ำเต้าหู้อยู่ ติ่งแอบเห็นสองหนุ่มสาวกอดกันด้วยความดีใจ เธอก็ทำหน้าตาแสยะด้วยอาการไม่ชอบใจนัก ก้อยกับนุชเพื่อนของจอยเดินมาสมทบซื้อข้าวของขึ้นไปฉลองกันที่ห้องพัก ทั้งสามขึ้นไปพร้อมกันโดยมีสายตาของติ่งซึ่งแอบมองอยู่ตลอดเวลา ติ่งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเปิดกล้องและแอบถ่ายสามสาวกับหนึ่งหนุ่มเอาไว้ พร้อมกับส่งเข้าไปกรุ๊ปไลน์แอบเม้าที่เธอตั้งขึ้นมาเอาไว้เม้ามอยกับเพื่อนๆของเธอ 

ทุกคนต่างเข้ามาวิพากย์วิจารณ์กับรูปที่เธอส่งเข้ากรุ๊ปไลน์อย่างเมามัน ภาพชายหนึ่งหญิงสามพากันเดินขึ้นไปบนห้องพัก ภาพของจอยกอดกับผู้ชายคนนั้นทำให้ทุกคนในกรุ๊ปไลน์ต่างก็มาเม้ามอยกันต่างๆนาๆกับภาพที่ปรากฏ 

           ติ่ง       ภาพหญิงสามชายหนึ่ง ทำไปได้ 

           พิม      น่าร้ากอ่ะ555 

           ติ่ง       น่าเกลียดนะสิ ทำไปได้ 

           พิม      จริงหรอป้าติ่ง 

           ติ่ง       จริงสิ เห็นมากับตาว่าพากันเดินขึ้นห้องไป 

           พิม      น่าเกลียด 

           กร       จริงด้วย สวิงกิ้งแน่ๆ 

           ติ่ง       ว้ายตาย รับไม่ได้555 

           กุญ      แน่นอน เห็นใสใสแต่แอบแรดนะเนี่ย 

           กร       พี่ติ่งน่าจะแอบถ่ายใต้เตียงด้วย 

           ติ่ง       555ถ้าขึ้นได้ขึ้นไปแล้ว 

           กร        5555 

           กุญ      ไม่น่าเชื่อ คนเราหน้าตาดีๆแต่วิตฐานเล่นสวิง น่ากลัว 

ทั้งหมดยังคงสนทนากันอย่างเมามันส์ 

           และวันใหม่ก็มา ข่าวต่างๆที่ติ่งเป็นคนส่งรูปภาพไปให้ทุกคนต่างก็วิพากวิจารณ์กันสนุกสนานเป็นเรื่องทอล์คออฟเดอะทาวน์กันเลยทีเดียว 

           จอยเดินเข้ามาภายในออฟฟิศ เธอมีความรู้สึกถึงความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ มีคนมองเธอด้วยสายตาที่หวาดหวั่นแอบมองตัวของเธอ เธออยากจะเข้าไปถามนักว่ามองอะไรเพราะเมื่อเธอเดินผ่านไปคนเหล่านั้นก็เม้ามอยต่างๆนาๆ 

           จอยดูทำงานไม่เป็นสุขเลยวันนี้ เพราะสายตาของเพื่อนร่วมงานหลายๆคนมองมาที่เธอและส่งสายตาที่จับจ้องสงสัยในตัวของเธอ 

           "จอยๆ" เพื่อนสนิทเรียกจอยทันทีที่เธอเดินมาถึงโต๊ะทำงาน 

           "ทำไมวันนี้มันดูแปลกๆมีแต่คนจ้องมองฉันทั้งบริษัท" จอยถามด้วยความสงสัย 

           "จะไม่แปลกได้่ยังไงกัน" 

           "มีอะไรหรือไง" จอยถามก่อนที่จะหันรูปภาพในกรุ๊ปไลน์ลับที่มีการแอบถ่ายภาพเมื่อวานของเธอ 

           "ใครกันแอบถ่ายฉัน" จอยยังไม่ารู้ว่าใครถ่าย 

           "จะมีใครเสียอีก" เพื่อสนิทพอจะเดาออกว่าใครถ่าย เพราะเธอรู้ดี 

           "ใคร ไหนแกบอกฉันมาหน่อยซิ" จอยถามคนตรงหน้า 

           "พี่ติ่งยังไงล่ะ ติ่งผู้รู้ทุกเรื่องในจักรวาล" จอยอึ้งไปไม่คาดคิดว่าติ่งจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ ทั้งๆที่ตัวเธอเองก็อ่อนน้อมไม่ก้าวร้าวต่อผู้อาวุโสกว่า แต่ทำไมมีแต่คนคิดร้ายกับเธอ นี่คือความสงสัยในใจจอย 

           ติ่งแอบสะใจอยู่ แม้จะไม่แสดงท่าทีออกมาก็ตามที ในที่ทำงานต่างก็ส่งสายตาที่ดูแคลนจอยเป็น 

อย่างยิ่ง จอยจึงดูเหมือนถูกทุกคนลงพิพากษาตัวเธอไปแล้ว แม้จะบอกให้ใครรู้ก็ตามว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริงก็ตาม แต่จะมีใครเขาเชื่อล่ะในเมื่อคนทุกคนพิพากษาไปแล้ว 

           ช่วงเที่ยงของวันนั้นติ่งกับบรรดาเดอะแก๊งค์ที่ชอบนินทารวมทั้งสำลีแผนกอื่นก็เข้ามาสนทนาด้วยอย่างออกรสออกชาติ 

           "นี่นะ เมื่อคืนเกือบได้ดูหนังสดแล้ว" ติ่งบอก 

           "พี่ติ่งนี่สมกับสายสืบจริงๆนะพี่" ใครคนหนึ่่งบอก 

           "ก็แหงแล่ะ ฉันเห็นมากับตาจะให้ไม่พูดได้ยังไง" 

           "เรื่องที่ควรพูดก็ไม่พูด ส่วนไอ้เรื่องที่ไม่ควรก็ชอบจัง" เสียงของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น 

ติ่งกับบรรดาพวกหันไปมอง เห็นจอยกับเพื่อนสนิทอยู่ด้านหลัง 

           "จอยเธอไม่พูดความจริงละ พวกปากหอยปากปูจะได้เลิกเม้าเธอซะที" 

           "เรื่องเม้าอะไรเหรอ" ติ่งตีหน้าซื่อทำเหมือนตัวเธอเองไม่รู้เรื่อง 

           "พี่ติ่งนี่น่าจะได้รางวัลสตอเบอร์แหล อวอร์ดนะคะ" 

           "อ้าว ทำไมเธอว่าพี่แบบนี้ล่ะ พี่ไม่ได้ไปทำอะไรเธอเลยนะ" ติ่งตีหน้าเซ่อ 

           "ใครเชื่อก็โง่เต็มทีแล้วค่ะ" เพื่อนจอยจะพูดต่อแต่จอยห้ามเอาไว้ 

           "ก้าวร้าว เดี๋ยวฉันจะฟ้องเจ้านาย ทำไมมาว่าฉันเสียหายแบบนี้" ติ่งตีหน้าเศร้าเหมือนตัวของเธอเป็นนางเอก 

           "ถ้าพี่ติ่งไม่พูดก็แสดงว่ามีเปรตมันพูดเหรอคะ" 

ติ่งตัวสั่นไปหมด ทำอะไรไม่ได้เธอได้แต่นิ่ง 

           "ไปเถอะ ฉันไม่อยากมีเรื่อง" จอยดึงเพื่อนกลับไป ติ่งเสียหน้าเป็นอย่างมากที่โดนเด็กถอนหงอกต่อหน้าคนอื่นๆ 

.......................................................................................................................................................... 

           "เธอก็ไม่น่าไปต่อกรกับพวกนั้นเลยนะ" จอยบ่นกับเพื่อนเมื่อเดินมาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตอนนั้นเป็นช่วงเที่ยงพอดี สองสาวนั่งลงถอนหายใจ 

           "ฉันก็เคยโดนอีพี่ติ่งแตกนี้แล่ะแกล้งฉัน" 

           “ทำไมพี่ติ่งถึงเป็นคนแบบนี้ ต่อหน้าเราก็เป็นแม่พระพูดจาหวานจนเราเคารพนับถือ” 

           “แม่พระที่ไหนกัน นางปิศาจนะสิไม่ว่า บางคนนะมันเกิดจากสันดาน อีพี่ติ่งแตกนี่ก็เหมือนกันสันดานไม่ดี ฉันนะไม่ชอบหน้ามานานแล้ว จะบอกเธอก็กลัวเธอไม่เชื่อ เลยได้มาเป็นกับตัวเองเธอคงเชื่อฉันสนิทใจนะ” 

           "เวรกรรมจริงๆ" จอยพึมพำ 

           "มันนี่แหละตัวเวร ตัวกรรม ฉันไม่เคารพมันหรอกอีติ่งแตก" 

           "แต่เขาก็อาวุโสกว่าเรานะ แถมพรรคพวกมีมากกว่าเราซะอีก" 

           "ก็เพราะแบบนี้ไงสังคมออฟฟิศมันจึงน่าเบื่อหน่าย มีแต่คนประเภทต่อหน้ามะพลับ ลับหลังตะโก หน้าไหว้หลังหลอก ฉันเคารพคนที่คุณงามความดีไม่ใช่เพราะความอาวุโส เพราะอะไรรู้มั้ย คนบางคนแม้จะแก่จนจะเข้าโลงแล้วก็ไม่น่ายกมือไหว้หรอกนะและยิ่งประเภทติ่งแตกด้วยแล้วฉันขอบาย ไม่มีทางไหว้มันหรอก คนน่ารังเกียจ" 

           จอยได้แต่ฟังเพื่อนของตัวเองบ่นต่อไป เพิ่งจะรู้พฤติกรรมของพี่ติ่งที่นิสัยไม่ดี 

           "เดี๋ยวนี้มีแต่ข่าวอะไรก็ไม่รู้นะ" แม่ค้าตามสั่งเอ่ยบอกเมื่อคุยอยู่กับลูกค้าประจำท่านหนึ่งที่คุ้นเคย 

           "ก็เด็กโดนรุมโทรมไงละ" คนนั้นเอ่ยขึ้น 

           "น่าสงสารเนอะ" แม่ค้าบอกพร้อมกับลงมือทำอาหารไปด้วย 

           "ยังเด็กอยู่เลย" สองคนยังคุยกันต่อไป จอยกับเพื่อนไม่ได้สนใจ จ่ายเงินเสร็จก็เดินนำออกจากร้านไป แม่ค้ากับลูกค้าก็ยังวิพากษ์วิจารณ์กันต่อไป 

......................................................................................................................................................... 

           "พี่ติ่ง ได้ดูละครเรื่องนี้มั้ย" ใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมทกับบอกชื่อละคนและช่องที่เปิดดู 

           "ไม่ได้ดูหรอกจ้า ช่องนั้นมีแต่ละครโบราณ บู๊สนั่นนทั้งปีพี่ทั้งชาติไม่ดูหรอก" ติ่งจีบปากจีบคอพูด 

           "พี่ติดตามแต่ช่องสามสี่สี่นะ ช่องสามห้าห้าพี่ไม่ดูหรอก บ้านนอก" 

           "แต่ละครก็สนุกนะพี่" 

           "ดาราโนเนมทั้งนั้นจ้า ดูช่องสามสี่สี่ซิ น้องเดชเดชกับปาป้า น่าตาน่ารักละครก็ทันสมัยนะ" 

           "เดี๋ยวจะไปดูบ้าง ปกติดูแต่สามห้าห้า"       

           "เธอนี่ดูช่องกะโหลดกะลามากเลยนะจ๊ะ พี่ติดตามแต่ช่องสามสี่สี่นะ ละครดี ดาราดังและพี่กำลังตามติดน้องเดชเดชกับปาป้านะ เขาจะจัดมิตติ้งกัน" 

           "น่าไปจังเลยพี่" 

           "ไม่ได้ไปกันง่ายๆนะจ๊ะน้องๆ" 

สองสามสาวที่อยู่ตรงนั้นตาวาวเมื่อติ่งโชว์บัตรมิตติ้งให้ดู 

           "ต้องเป็นแฟนคลับระดับ VIP เท่านั้นจ้าถึงจะได้" 

           "พี่ติ่งนี่โชคดีจริงๆเลยนะพี่" 

           “แหงอยู่แล้วละเธอ" ติ่งยิ้มๆอย่างดีใจ" 

แม่บ้านวัยดึกคนหนึ่งเดินออกมาจากมุมตึกกดมือถืออ่านข่าวเลื่อนหน้าจอดูข่าวอยู่ก็ตกใจ 

           "รุมโทรมเด็กสาว" ทุกคนตรงนั้นหันมามอง 

           "อะไรกัน" ติ่งเอ่ยขึ้น แม่บ้านเดินเข้ามาร่วมวงสนทนา 

           ก็ข่าวเด็กสาวถูกรุมโทรมไงคะคุณติ่ง" แม่บ้านบอกทำเอาสาวๆที่อยู่ตรงนั้นทำหน้าแหยะใส่เพราะข่าวที่ดูมันน่ากลัว" 

           "คงเป็นเด็กใจแตกที่พ่อแม่ไม่มีเวลาดูแลนะสิ" ติ่งพูดเย้ยๆ 

           "ก็คงงั้นแล่ะพี่ติ่ง" ใครคนหนึ่งในกลุ่มบอก 

           “เด็กสมัยนี้นะ ใจแตกแต่เล็กแต่น้อย พ่อแม่ก็คงไม่มีเวลาสั่งสอนนะสิ เด็กเลยโดนลงแขก พี่นะเวลาเลี้ยงดูลูกนะพี่เอาใจใส่ ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบทุกวัน ไม่มีปล่อยให้เป็นอย่างข่าวนี่หรอก นี่นะพี่เชื่อว่า เดี๋ยวพ่อแม่ก็จะออกมาร้องห่มร้องไห้ ขอความเป็นธรรม เป็นพี่นะพี่ไม่โทษเด็กหรอก พี่โทษพ่อแม่ตรงๆเลย มีเวลาแต่ไม่มีเอาใจใส่ลูก” ติ่งบ่นยืดยาว 

           "น่าสงสารนะคะคุณติ่ง อายุสิบหกสิบเจ็ดเอง" แม่บ้านทำหน้าเศร้า    

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ติ่งกดรับ  

“สวัสดีครับ คุณเป็นผู้ปกครองของนางสาวต้อยหรือเปล่าครับ ตอนนี้ลูกสาวคุณอยู่ที่สถานีตำรวจ เอ่อ เชิญคุณมาให้ปากคำและดูแลลูกสาวด้วยครับคือแกเพิ่งถูกรุมโทรม” ปลายสายพูดอะไรไม่รู้เพียงครู่เดียว ติ่งก็ทรุดฮวบลงไป ทุกคนได้ยินพี่ติ่งพูดแต่คำว่า "ต้อย ต้อยลูกแม่" ก่อนสติจะดับวูบไปพร้อมกับภาพข่าวเด็กสาวถูกรุมข่มขืน 

 

จบ 

                                                                     25/11/61 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น