ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 45 อักขระสาปแห่งสวรรค์(2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 45 อักขระสาปแห่งสวรรค์(2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 07:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 45 อักขระสาปแห่งสวรรค์(2)
แบบอักษร

"อักขระสาปมันพร้อมใช้เมื่อไหร่ ?"

 

 

 

"ฉันก็ไม่แน่ใจ เห็นอาจารย์บอกว่าอักขระสาปสวรรค์ของจูโกะจังยังอยู่ในช่วงอันตราย ถ้าใช้กับมนุษย์เปอร์เซ็นการรอดชีวิตมีเพียงสองในสิบเท่านั้น แต่ถ้าสำเร็จการดูดซับพลังธรรมชาติจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก"

 

 

 

ได้ยินอังโกะอธิบายเช่นนั้นคาซึยะก็ตาลุกวาวเนื่องจากเขามีเลือดและร่างกายที่พิเศษมากเขาไม่แน่ใจว่ามันสามารถดูดกลืนและยึดครองสายเลือดเลือดของจูโกะเหมือนการยึดครองเนตรวงแหวนได้หรือไม่

 

 

 

ถ้าทำได้เขาอาจจะมีสาปสวรรค์ของจูโกะและผสมผสานเข้ากับโหมดเซียนหกวิถีของเขามันน่าจะช่วยให้เขามีพละกำลังและจักระเพิ่มมากขึ้น ไหนจะช่วยให้เขาดูดซับพลังธรรมชาติได้มากขึ้นและเร็วขึ้นอีกด้วย

 

 

 

ปัจจุบันเขายังมีพลังธรรมชาติในร่างสะสมไว้เพียงสองร้อยในพันเท่านั้นตอนนี้มันรวมตัวเป็นก้อนจักระไว้ในจุดตันเถียนเสริมสร้างพลังให้แก่ลูกแก้วแสวงสัจธรรมให้มีพลังและความคงทนมากยิ่งขึ้น

 

 

 

ไหนจะภายในจุดตันเถียนของเขาที่มีสัตว์แปลกๆเริ่มก่อรูปขึ้นรางๆเมื่อปีที่แล้ว พลังมันไม่ใช่แบบเดียวกับสัตว์หาง แต่มันน่าจะเป็นพลังของสายเลือดของเขามากกว่าซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไรกันแน่

 

 

 

แต่จากการคาดเดาของเขา เขาอาจจะมีพลังคล้ายๆพวกสายเลือดหลักของตระกูลโอซึซึกิ เช่นคางุยะที่แท้จริงแล้วมีรูปลักษณ์และพลังเหมือนกระต่าย โมโมชิกิมีรูปลักษณ์และพลังเหมือนสุนัข

 

 

 

เรื่องนี้ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดแต่เขาจะสะสมพลังธรรมชาติและจักระส่งไปให้สัตว์ในร่าง และรอสักวันเมื่อมันเติบโตจะได้รู้กันไปเลยว่ามันคือตัวอะไร เขาไม่กังวลเลยสักนิดเพราะเจ้าสัตว์ในร่างของเขามันก็คือพลังของเขาเอง

 

 

 

"อังโกะช่วยเก็บตัวอย่างเนื้อของจูโกะมาให้ฉันที"

 

 

 

"นายก็จะทดลองด้วยหรอ อืมไม่มีปัญหาเมื่อวานฉันได้ตัดเนื้อของจูโกะในส่วนสัตว์ประหลาดมาเก็บไว้แล้ว ตามมาสิ"

 

 

 

คาซึยะมองจูโกะอีกเล็กน้อยก่อนจะพาอาจิไซเดินตามอังโกะไปยังห้องแห่งหนึ่ง ซึ่งที่นี่มีหลายสิ่งหลายอย่างมากเก็บสะสมไว้ในหลอดแก้ว แน่นอนว่ามันของชวนอาเจียนอยู่ด้วยนั่นก็คืออวัยวะภายในของมนุษย์

 

 

 

"ท่านพ่อของน่าขยักแขยงนั่นคืออะไร ?"

 

 

 

"นั่นเป็นอวัยวะภายในมันคือสิ่งที่อยู่ในร่างกายของมนุษย์แบบเราทุกคน ซึ่งในร่างของหนูก็มีสิ่งที่คล้ายๆกันอยู่ด้วย"

 

 

 

"เอ๋ หนูเอามันออกมาทิ้งได้ไหม ?"

 

 

 

เจอคำถามลูกสาวของคาซึยะ อังโกะถึงกับอึ้งและทำหน้าแปลกๆ เอาตับและปอดออกมาแล้วเอาไปทิ้ง ยัยหนูนี่คิดได้ยังไง ส่วนคาซึยะก็พูดอธิบายด้วยหัวข้อง่ายๆพอให้เด็กอย่างอาจิไซเข้าใจ ว่าสิ่งที่อยู่ในร่างกายล้วนเป็นสิ่งสำคัญ

 

 

 

"หนูเข้าใจแล้วหลังจากนี้หนูจะตั้งใจศึกษา ในอนาคตหนูจะช่วยท่านพ่อวิจัยและทดลอง ท่านพ่อจะได้ไม่เหนื่อย"

 

 

 

คาซึยะถึงกลับแทบน้ำตาไหล เมื่อได้ยินคำพูดของลูกสาว นี่สินะคือสิ่งที่เขาเคยอยากได้มาทั้งชีวิตที่แล้ว น่าเสียที่เขาเป็นโสดจนเข้าโลง ดีที่ชาตินี้อย่างน้อยเขาก็ได้สัมผัสถึงความรักเช่นนี้โอ้ยละมุนใจตาลุงจริงๆ

 

 

 

"อาจิไซ!"

 

 

 

คาซึยะพุ่งเข้าไปกอดเด็กหญิงตัวน้อย ส่วนอาจิไซก็กอดตอบด้วยรอยยิ้มร่าเริง โดยไม่สนใจอังโกะที่กำลังจ้องมองสองพ่อลูกอย่างเหนื่อยหน่าย เธอเดินไปที่หลอดแก้วหลอดหนึ่งที่มีลักษณ์ที่คล้ายท่อไอเสียรถที่ถูกสร้างจากเนื้อหนัง

 

 

 

"เลิกบ้าลูกสาวได้แล้วคาซึยะจัง"

 

 

 

"โถ่อะไรกันอังโกะเธอไม่เข้าใจหรอก ลองเธอมีลูกแล้วเธอจะเข้าใจถึงความพิเศษที่ช่วยให้เราเปิดโลกแบบใหม่"

 

 

 

"เอาดังโงะมาแทนดีกว่า สำหรับฉันดังโงะนี่แหละตัวเปิดโลกใหม่ เอ้านี่สิ้นส่วนร่างกายของจูโกะ"

 

 

 

อังโกะส่งหลอดแก้วมาให้คาซึยะ และเดินจากไปเพราะเธอเริ่มรู้สึกรำคาญตาบ้านี่เต็มที ไม่คิดเลยว่าหลังจากเขามีลูกสาวจะกลายเป็นคนมีนิสัยคล้ายตาแก่แถวบ้านเธอแบบนี้

 

 

 

ส่วนคาซึยะเมื่อเห็นอังโกะจากไปก็ไม่สนใจอะไรมาก เขาปล่อยตัวลูกสาวและเดินไปหยิบหลอดแก้วที่มีชิ้นเนื่อรูปร่างคล้ายท่อไอเสียมาชวดชม และสัมผัสถึงพลังธรรมชาติและพลังอีกรูปแบบที่กำลังไหลเวียนไปมาอยู่ในชิ้นเนื้อ

 

 

 

"พลังแปลกๆนี่คงเป็น คำสาป ?"

 

 

 

"ท่านอาจารย์!!!"

 

 

 

ในขณะที่คาซึยะกำลังอยู่ในภวังก็มีเด็กหญิงผมสีน้ำตาลยาวถึงหลังอยู่ในวัยสี่ขวบปีเรียกเขาด้วยน้ำเสียงร่าเริง เขาหันมองเด็กหญิงและยิ้มให้เธอ

 

 

 

"ยูกิมิสินะ ไม่ได้เจอกันนาน"

 

 

 

"ท่านอาจารย์มารับหนูแล้วใช่ไหม ?"

 

 

 

"ใช่แล้วอีกสองวันฉันจะพาเธอไปด้วย เอาละอาจิไซ นี่คือเซ็นจู ยูกิมิเป็นน้องสาวและลูกศิษย์ของพ่อ"

 

 

 

อาจิไซพยักหน้าก่อนจะวิ่งไปหายูกิมิผู้กลายเป็นน้าคนและถามนู่นถามนี่จนยูกิมิเริ่มเวียนหัวและตอบคำถามไม่ทัน คาซึยะปล่อยให้เด็กสองคนพูดคุยและออกไปเล่นตามประสาเด็กๆ นำโดยยูกิมิที่พาอาจิไซออกไปเล่นข้างนอก

 

 

 

เมื่อเด็กสองคนเดินจากไปเขาก็เดินไปหาอาจารย์โอโรจิมารุและพูดคุยเกี่ยวอักขระสาปสวรรค์ เขาได้ถามถึงผลการทดลองและข้อมูลบางส่วนเนื่องจากเขาต้องการจะเริ่มนำมันไปเป็นหัวข้อทดลองด้วยตัวของเขาเอง

 

 

 

"ฉันลองหลอมรวมกับเซลล์และเลือดบางส่วนของจูโกะในร่างกายแล้วละ ไม่คิดเลยว่าโหมดเซียนของฉันจะเปลี่ยนไปมาก มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจจริงๆคาซึยะคุงไม่คิดว่าหลักการของเธอที่บอกในคราวนั้นจะวิเศษขนาดนี้ แผล่บ"

 

 

 

"โหมดเซียนเปลี่ยนไป ?"

 

 

 

คาซึยะไม่สนสีหน้าภาคภูมิใจของโอโรจิมารุ แต่เขาสนใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโหมดเซียนที่ท่านอาจารย์กล่าวมากกว่า เขาอยากรู้ว่ามันจะออกมาในรูปแบบไหน นี่คือสิ่งที่เขาสนใจมากเป็นพิเศษ

 

 

 

"ถูกต้อง ดูให้ดีฉันจะแสดงให้เธอได้ชม"

 

 

 

ฟู้มมมมม~ แกร็กๆ

 

 

 

คลื่นลมไหลทะลักออกมาจากร่างกายของโอโรจิมารุ พื้นห้องทดลองใต้เท้าของเขาเริ่มเกิดรอยแตกคล้ายใยแมงมุม ออร่าสีม่วงเริ่มแผ่ขยายและลุกโชนคล้ายเปลวไฟเข้าปกคลุมร่างกายของโอโรจิมารุ

 

 

 

บนหน้าผากของเขาเริ่มมีบางสิ่งที่คล้ายเขาโผล่ออกมาหนึ่งคู่ สีเขียนสีม่วงแผ่ครอบรอบดวงตา และเริ่มขยายตัวเข้าปกคลุมถึงจมูกและหน้าผากบางส่วนดวงตากลายเป็นสีดำนัยน์ตาเป็นสีเหลืองดูแหลมคมราวอสรพิษ

 

 

 

มันพร้อมกับเปลวไฟออร่าสีม่วงรอบตัวของโอโรจิมารุที่เริ่มก่อรูปร่างกลายเป็นอสรพิษสีม่วงใสแปดหัวเป็นรูปลักษณ์ยามาตาโนะโอโรจิเลื้อยวนบนอากาศตัวอาจารย์ไปมา แผ่ความกดดันใส่คาซึยะจนเขารู้สึกตื่นตัวมากยิ่งขึ้น

 

 

 

"นี่คือโหมดเซียนรูปแบบใหม่ สามารถเปิดใช้ได้ทันทีเมื่อสะสมจักระไว้ในตันเถียนได้มากพอ"

 

 

 

คาซึยะมองรูปลักษณ์ของโหมดเซียนใหม่ของโอโรจิมารุด้วยความสนใจอย่างปิดไม่มิด ไม่คิดเลยว่าเงื้อนไขการเปิดโหมดเซียนของมิทซึกิลูกชายในอนาคตของอาจารย์จะเป็นการผสานโหมดเซียนกับอักขระสาปสวรรค์แบบนี้

 

 

 

แถมกลิ่นอายของโหมดเซียนของโอโรจิมารุในปัจจุบันก็แฝงเร้นไปด้วยอันตรายอย่างไม่น่าเชื่อ แม้มันจะยังไม่เทียบเท่ากับโหมดเซียนหกวิถีฉบับไม่สมบูรณ์ของเขา

 

 

 

แต่ก็ไม่น่าจะด้อยกว่ามากนักน่าสนใจดูเหมือนเขาก็ต้องลองลงมือทดลองอักขระสาปสวรรค์บ้าง เขาอยากรู้ว่าโหมดเซียนหกวิถีถ้าผสานเข้ากับอักขระสาปสวรรค์จะออกมาในรูปแบบไหน!

 

 

 

"อาจารย์โหมดเซียนใหม่มีความสามารถอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง"

 

 

 

"อืมก็หลายชนิด มันเพิ่มความสามารถทางกายภาพระดับสูงโดยทั่วไปเช่นความแข็งแกร่งความเร็วความอดทนการตอบสนองการรับรู้ และความทนทานของร่างกายพร้อมกับปรับปรุงพลังในเทคนิคทุกรูปแบบ ส่วนพลังอื่นๆฉันยังไม่มีเวลาทดลอง แต่ก็น่าจะมีการช่วยเสริมพลังของนินจุสสุด้วย"

 

 

 

คาซึยะเบิกตากว้างโตะถ้าเขาได้พลังนี้มาเขายังจำเป็นต้องเรียนวิชาของเซียนกบอีกหรือไม่ ? ตอนนี้เขามีการฟื้นฟูสูงสุดของร่างกายของเซียนหกวิถีและสายเลือดของเซนจูที่เหนือไปกว่าเบียคุโกของซึนาเดะไปมากโข 

 

 

 

กายเซียนหกวิถีต่อให้เสียแขนขาและร่างกายครึ่งร่างเขาก็สามารถฟื้นฟูงอกเงยมันขึ้นมาใหม่ได้ตลอดเวลาตราบใดที่เขายังมีจักระและพลังธรรมชาติเพียงพอ แม้การฟื้นฟูของเขาในปัจจุบันมันจะไม่ทรงพลังเท่ากับเซียนหกวิถีที่มีสิบหางก็ตาม แต่ก็อยู่ในระดับที่ด้อยกว่าเพียงสองสามขั้นเท่านั้น

 

 

 

สิ่งที่โหมดเซียนของเขายังขาดไปก็คือวิชาการควบคุมสรรพสิ่งของเซียนงูขาวและเสริมพลังกับพละกำลังของเซียนกบเท่านั้น ดังนั้นการที่อักขระสาปสวรรค์สามารถช่วยให้เขาบรรลุพลังแบบเดียวกับเซียนกบนี่คือสิ่งที่เขาคาดหวังมาก

 

 

 

"อาจารย์จะเรียกโหมดเซียนใหม่นี้ว่าอะไร ?"

 

 

 

"อืมมันใช้พลังคำสาปนี่นะ เอาเป็นโหมดเซียนสาปสวรรค์(Senninka)ก็แล้วกัน"

 

 

 

 

สองแม่ลูก เอ้ยสองพ่อลูก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น