ภิภิญ
email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 กฎที่ของเล่นพึงปฏิบัติ (ต่อ) (25+)

ชื่อตอน : บทที่ 1 กฎที่ของเล่นพึงปฏิบัติ (ต่อ) (25+)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 00:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 กฎที่ของเล่นพึงปฏิบัติ (ต่อ) (25+)
แบบอักษร

หญิงสาวร่างเล็กนอนหลับสบายไปตอนไหนเจ้าตัวก็ไม่รู้มาก่อน ทว่าคนที่นั่งร่าง ‘กฎ’ ที่เอ่ยกับปรางค์เมื่อครู่จรดปากกาเสร็จพอดี ก่อนจะวางมือแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะเขียนหนังสือไปนั่งที่โซฟา มองหญิงสาวที่ขดตัวนอนอยู่บนโซฟาอย่างครุ่นคิด

ของเล่น

หญิงสาวที่มีสถานะเป็นของเล่นดูดึงดูดให้เธอค้นหา เป็นของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจจนอดใจไม่ไหวที่จะเริ่ม ‘สำรวจ”

มือเรียวเลิกกระโปรงของปรางค์ขึ้นขณะเอื้อมสัมผัสบั้นท้ายกลมกลึงที่นุ่มมือภายใต้กางเกงชั้นในตัวจิ๋ว สัมผัสนุ่มเพลินมือทำให้ควีนรู้สึกไม่อยากหยุด ทั้งที่เจ้าตัวเพิ่งจะมาที่บ้านหลังนี้ได้ไม่นาน จะทำให้ไก่ตื่นเสียเปล่า

แต่ช้าไปที่จะห้ามใจ เพราะเมื่อได้สัมผัสร่างกายนุ่มหยุ่น ก็ไม่สามารถห้ามใจผละมือออกได้เลย

ขณะที่มือลูบบั้นท้ายกลมกลึงนุ่มมืออย่างแผ่วเบา นิ้วเรียวก็กรีดผ่านร่องรักภายใต้กางเกงชั้นในที่เป็นปราการสุดท้าย

นิ้วเรียวรูดกรีดผ่านร่องรักไปมาพร้อมกับมือที่เคล้าคลึงบั้นท้ายอย่างยั่วเย้า ยิ่งแตะต้องมากขึ้นก็ยิ่งอยากครอบครองมากขึ้น ไม่อาจหยุดความปรารถนาอยากครอบครองของเล่นชิ้นใหม่ทั้งที่เพิ่งจะได้มาไม่นานนี่เอง

แม้คนถูกกระทำจะหลับ แต่เมื่อถูกกระตุ้นก็ทำให้มีน้ำลื่นไหลช่องสวาทจนชุ่ม จนกางเกงชั้นในเปียกชื้น ยิ่งทำให้คนสัมผัสแทบคลั่งขณะรูดนิ้วผ่านร่องรักที่ฉ่ำชื้น

จุดเสียวของปรางค์ถูกกระตุ้นจนปุ่มกระสันแข็งเป็นไตจนคนที่ถูกก่อกวนขมวดคิ้วอย่างงัวเงีย แต่ยังไม่ตื่นเต็มตา

ควีนคลี่ยิ้มอย่างได้ใจ ก่อนจะพลิกให้คนตัวเล็กกลับมานอนหงาย แล้วจึงดึงกางเกงชั้นในตัวจิ๋วซึ่งเป็นปราการชิ้นสุดท้ายออก ก่อนจะหยั่งแยกขาขึ้นอ้าช่องสวาทที่ฉ่ำชื้นเต็มที่ออกกว้าง

ก่อนจะบดเคล้าขณะที่นิ้วเรียวเริ่มครอบครองปุ่มกระสันที่แข็งขืนแล้วจึงบดเคล้าอย่างยั่วเย้า นิ้วเรียวระวิงกรีดผ่านอยู่ที่ช่องรักมากขึ้น ก่อนขยับถี่จนคนที่ถูกก่อกวนเริ่มตื่นเต็มตา

“คะ คิดจะทำอะไร”

ปรางค์หุบขาตัวเองด้วยความตกใจ แต่กลับโดนคนตรงหน้าเกี่ยวขาเอาไว้ก่อนจะสอดตัวเข้ามากั้นไม่ให้เธอสามารถหุบขาลงได้

“ก็แค่ปลุก”

ควีนเอ่ยเสียงพร่า ขณะนิ้วเรียวกรีดผ่านไปผ่านมา ลูบไล้และเคล้าคลึงปุ่มกระสันจนเสียว ก่อนที่ควีนจะใช้มืออีกข้างเคล้นคลึงหน้าอกอวบภายใต้ชุดแซก นิ้วเรียวสัมผัสปุ่มกระสันปรางค์ผ่านไปมาเร็วขึ้น เร็วจนขยี้ปุ่มกระสันถี่ยิบจนปรางค์เสียวไปหมด จะขัดขืนก็ไม่สามารถ ก่อนจะผวาเอวด้วยความเสียวซ่านเมื่อนิ้วเรียวสอดเข้าช่องสวาทของเธอ จนต้องจิกแขนคนตรงหน้าด้วยความเสียว

“อาห์ ปล่อยนะคะ ซี้ดด”

นิ้วเรียวขยับรัวในช่องสวาทที่เยิ้มแฉะด้วยน้ำรักจนนิ้วที่ขยับเข้าออกช่องสวาทเสียงดังน่าอาย ปรางค์หอบถี่ด้วยอารมณ์เริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้นทบทวี 

“ให้ปล่อยตอนนี้คุณก็ค้างสิ”

เจ้าตัวเอ่ยเสียงพร่า ขณะนิ้วเรียวขยับในร่องสวาทของปรางค์รัว ขณะอีกมือหนึ่งสาละวนกับปุ่มกระสันจนเธอเกร็งเอวขึ้นด้วยความเสียวซ่าน

“ซี้ด คุณ อาห์ ซี้ดด ”

“เรียกนายท่านสิปรางค์”

“มะ ไม่ อ๊ะ ซี้ดดด คุณควีน อาห์”

“อย่าขัดใจนายท่านสิ คุณเป็นของเล่นนะปรางค์”

“อื้ออ ซี้ดดด อะ อาห์”

ปรางค์ตัวบิดเร่า ครางอย่างไม่เป็นภาษาเมื่อควีนรัวนิ้วเรียวถี่ยิบในช่องรักของเธอ พร้อมกับขยี้ปุ่มกระสันอย่างถี่ยิบ

“อาห์ ซี้ด อ๊ะ อ๊ะ อ๊าาา”

เอวของปรางค์กระตุกยิกจนเผยอแอ่นขึ้นด้วยความเสียวสุดตัว ก่อนที่น้ำใสจะพุ่งออกจากช่องสวาทของเธอเมื่อถึงจุดสุดยอด

“สบายตัวมั้ย”

ควีนเอ่ยถามขณะคลี่ยิ้มมองคนตรงหน้าที่มีสีหน้าแดงก่ำ ก่อนจะพยายามดึงกระโปรงลงปิดเนินเนื้อของตัวเอง แต่ควีนก็ยังไม่ย่อมปล่อยขาที่เกี่ยวไว้อยู่

“ปล่อยฉันได้ไหมคะ”

ประโยคขอร้องที่เอ่ยจากคนสีหน้าแดงก่ำด้วยความเขินปนเขินเล็กน้อยดูน่ามองขึ้นไปอีกในสายตาของควีน

“เรียกนายท่านก่อนสิ”

ปรางค์เม้มปากอย่างชั่งใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว

“นายท่าน”

“ก็พอไหว แต่คราวหน้าต้องเรียกให้เสียงดังกว่านี้”

ควีนเอ่ยพลางปล่อยปรางค์ให้เป็นอิสระ ก่อนที่เจ้าตัวจะพลิกตัวไปสวมกางเกงชั้นในของตัวเองพร้อมกับจัดกระโปรงให้เข้าที่

“เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวได้แล้ว”

“ฉันยังไม่ค่อยหิวค่ะ”

“ไม่หิวแต่ฉันหิวแล้วน่ะสิ ถ้าคุณไม่กินข้าว ฉันก็คงต้องกินคุณ...”

เจ้าตัวเอ่ยเย้าเรียกให้ปรางค์หัวหูแดงก่ำไปหมด

“ก็ได้ค่ะ ปรางค์หิวค่ะ หิวมาก”

เจ้าตัวเอ่ยจำยอม ก่อนที่ควีนจะหัวเราะอย่างชอบใจ แล้วจึงยื่นกระดาษที่ร่ากฎให้กับปรางค์

“ส่วนนี่เป็นกฎ กินข้าวก่อนแล้วค่อยอ่านก็ได้ เพราะเดี๋ยวจะทำให้ไม่เจริญอาหารเสียเปล่า”

ปรางค์รับกระดาษแผ่นนั้นมากวาดตามองแล้วเก็บลงในกระเป๋ากระโปรง ก่อนจะเดินตามควีนออกจากห้องไป

 

“ไม่กินเหรอ หรือต้องป้อน”

ปรางค์ส่ายหน้าทันทีที่ควีนพูดจบ ก่อนจะปรางค์ค่อยๆ กินอาหารตรงหน้า อย่างพยายามซึมซับรสชาติ มันอร่อยมากกว่าอาหารทุกมื้อที่ปรางค์เคยกิน มันเหมือนตอนที่ครอบครัวปรางค์ยังอยู่

“คุณควีนคะ ห้องของคุณปรางค์เรียบร้อยแล้วนะคะ ให้เธอไปพักได้เลย”

ป้าแม่บ้านคนเดิมเดินมาหาควีนและปรางค์ตรงที่กินข้าวก่อนบอก ควีนพยักหน้ารับช้าๆ เป็นเชิงรับรู้

“ขอบคุณค่ะ//ขอบคุณคุณมาลัย”

ปรางค์และควีนต่างพูดออกมาพร้อมกันทำให้ป้ายิ้มน้อยๆ ก่อนขอตัวออกไป

“เอ่อ...”

“คุณมีคำถามอะไร อย่าอ้ำอึ้งเพราะมันทำให้ฉันอึดอัด” 

“ปรางค์จะขอออกไปข้างนอกค่ะ”

เคร้ง!

ควีนวางช้อนในมือทันทีที่ปรางค์พูดจบจนเสียงดัง เรียกให้ปรางค์สะดุ้งเล็กน้อยจนใจสั่นรัวด้วยความตกใจปนเกรงกลัวคนตรงหน้า

“ไปไหน”

“บ้าน”

“ฉันบอกว่า...//ถ้าฉันต้องอยู่ที่นี่ ฉันก็ต้องกลับไปเอาเสื้อผ้านะ คุณจะสิ้นเปลืองให้ซื้อใหม่ทำไมในเมื่อฉันก็มีเสื้อผ้าของฉัน”

ปรางค์กลั้นใจพูดแทรกเขาไปทำให้ควีนนั่งมองปรางค์นิ่งๆ

“ลุก”

คำสั้นๆ ที่เย็นเยียบถูกเอ่ยออกมาจากปากควีน ทำให้ปรางค์จำต้องยอมลุกอย่างเสียไม่ได้ ก่อนเดินนำปรางค์ไปที่รถของเธอ ปรางค์ยิ้มน้อยๆ ก่อนเดินตามควีนไป โดยมีบอดี้การ์ดขับรถพาไป

รถแล่นไปตามทางที่ปรางค์บอกก่อนไปหยุดอยู่ที่บ้านเดี่ยวสองชั้นหลังเล็กๆ ซึ่งเป็นบ้านของปรางค์

“ขอเวลาสักครู่นะคะ”

ปรางค์บอกก่อนเดินลงมาจากรถ ทว่าควีนเองลงมาพร้อมกัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดไม่พอใจเล็กน้อย

“ใจคอจะไม่ให้ฉันเข้าบ้านคุณเหรอ”

“ก็...เปรมอยู่ในบ้าน”

ปรางค์ตอบหน้าเครียด ไฟในบ้านเปิดไว้ซึ่งรู้ว่าเปรมคงกลับมาจากโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งปรางค์ไม่อยากให้ทั้งคู่เจอกัน เพราะไม่งั้นควีนอาจจะสั่งให้บอดี้การ์ดมาทำร้ายเปรมอีกก็ได้

“ฉันรักษาสัญญาของตัวเองมากพอ คุณไม่ต้องกลัวไปหรอก”

ควีนบอกพร้อมดันหลังปรางค์ให้เดินเข้าบ้าน ปรางค์เลยจำต้องเดินเข้าไปพร้อมกับควีนและบอดี้การ์ดที่เดินเข้ามาด้วย

“ปรางค์...แก แกมาทำไม”

เปรมร้องเรียกชื่อปรางค์ทันทีที่เห็นปรางค์เดินเข้าไปในบ้าน แต่ก็เสียงแข็งทันทีเช่นกันเมื่อมีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาด้วย

“เปรม...คุณควีนแก่กว่าเรานะแถมยังเป็นผู้หญิงด้วย อย่ารียกด้วยสรรพนามแบบนั้นสิ แล้วหมอว่าไง”

ปรางค์เอ็ดน้องชายของตัวเองเบาๆ ก่อนเดินไปหา 

“ช้ำทั้งตัวเลยล่ะ”

“เดี๋ยวก็หาย...พี่จะไม่อยู่สักพักนะ เปรมอยู่คนเดียวได้ใช่มั้ย”

“ไปไหน” 

“ไปกับฉัน”

ก่อนที่ปรางค์จะได้ทันตอบอะไร ควีนก็แทรกขึ้นมาก่อน ทำให้เปรมหันไปมองควีนตาโตอย่างไม่พอใจ

“มีสิทธิ์อะไรมาเอาพี่ฉันไปวะ”

“เปรม”

ปรางค์ปรามน้อง

“สิทธิ์ของเจ้าของไง พอมั้ย นี่แค่พาพี่คุณมาเอาของเฉยๆ เดี๋ยวฉันก็พากลับ” 

“ฉันไม่ให้ไป”

“ฉันจะเอาไป”

“ไม่ให้ นี่พี่ฉัน”

“ ‘ของเล่น’ ของฉัน”

“ฉันยอมตายดีกว่าถ้าให้พี่ฉันเป็นของเล่นกับคนโรคจิตอย่างแก” 

“พอแล้วเปรมพี่ตัดสินใจแล้ว บอกแล้วไงว่าจะรีบกลับมา”

ปรางค์เอ่ยคำประกาศิตก่อนที่ปรางค์จะเดินขึ้นไปบนห้องแล้วจัดการรื้อเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ให้เร็วที่สุด ฉวยเอาของใช้จำเป็นแล้วลงมาหาทั้งสองคนด้วยเวลาไม่นานนัก เพราะกลัวเปรมจะมีปัญหาอะไรอีก ไม่งั้นควีนคงได้สั่งบอดี้การ์ดให้ทำร้ายเปรมแน่ๆ

“ปรางค์...อย่าไปเลยนะ เท็นเจ็บอยู่นะ ไม่มีคนดูแลด้วย พี่ก็เห็นว่าปรางค์ถูกหมามันรุม”

“เท็น ดูแลตัวเองดีๆ อย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะ พี่ไปก่อน”

“ปรางค์!!!”

เท็นเรียกแต่ปรางค์ไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงยิ้มให้ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป ส่วนคนชนะเกมนี้ได้แต่คลี่ยิ้มอย่างผู้ชนะ

“หมดแล้วนะ”

หลังจากที่ควีนเข้ามานั่งในรถแล้ว เขาก็ถามปรางค์ ปรางค์ทำเพียงพยักหน้าน้อยๆ เขาจึงขับรถออกไป

“เรื่องกฎที่ฉันจะให้คุณทำสิบกว่าข้อที่ส่งให้น่ะ เห็นแก่ที่คุณทำให้ฉันพอใจเมื่อกี้ ฉันลดกฎให้ก็ได้นะ”

ควีนเอ่ยอย่างอารมณ์ดี เห็นเปรมทำหน้าตาเหมือนตายทั้งเป็นที่ถูกแย่งพี่สาวมาแล้วทำให้เธอสะใจมากเลยทีเดียว

“อะไรคะ”

“ข้อแรก คุณต้องตระหนักเสมอว่าคุณเป็นของฉัน...คุณเป็นของเล่นของฉัน จะไปให้คนอื่นเล่น...จะไปอยู่กับคนอื่นไม่ได้” 

“...”

“สอง ไม่ว่าฉันจะพูดอะไร จะทำอะไร อย่าขัด”

“...”

“สาม...อืม ของเล่นห้ามมีความรู้สึก ห้ามรู้สึกอะไรกับฉัน”

ปรางค์แทบจะลมจับกับกฎแต่ละข้อของควีนที่พูดออกมา รู้สึกดีใจเหลือเกินที่กฎที่เหลือถูกพับเก็บโครงการไปแล้ว

“แค่นี้ใช่มั้ยคะ อ้อ พรุ่งนี้ฉันต้องไปมหาวิทยาลัย ถ้าคุณไม่ว่าอะไร...”

“ฉันไปส่ง”

“แต่ฉัน...//ฉันต้องเตือนคุณเรื่องกฎอีกกี่ครั้งคุณถึงจะจำได้กันนะ...หรือจะย้ำเป็นบทลงโทษทีล่ะ เผื่อจะทำให้คุณไม่ผิดกฎ”

ควีนนิ่งไปหลังจากพูดจบเหมือนใช้ความคิด

“อะ...อะไรคะ”

“ไว้ถึงเวลานั้นก็รู้เอง”

ความคิดเห็น