บัวมาลัย
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ข้อมูลจากแคว้นพระปฐมปุระ

ชื่อตอน : ข้อมูลจากแคว้นพระปฐมปุระ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 57

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2562 21:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข้อมูลจากแคว้นพระปฐมปุระ
แบบอักษร

ข้อมูลจากแคว้นพระปฐมปุระ 

ขบวนเสด็จที่จัดอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติในการเดินทางของพระมเหษีเทวีและเจ้านางศศิพินทุเทวีผู้เป็นธิดาองค์เดียวของเจ้าผู้ครองแคว้นที่มีความเจริญเพียงรองจากแคว้นพระปฐมปุระเมืองศูนย์กลางของอาณาจักรทวาราวดี ขุนทหารม้าเร็วได้ออกเดินทางไปก่อนเพื่อแจ้งให้เจ้าผู้ครองแคว้นพระปฐมปุระได้ทราบถึงการเสด็จที่เสมือนเพื่อสานสัมพันธไมตรีครั้งนี้

                             เจ้านางศศิพิทุเทวีประทับในเสลี่ยงของพระองค์ มองไปยังเสด็จแม่ที่ชื่นชมธรรมชาติสองข้างทางในเสลี่ยงของท่าน ระยะห่างระหว่างเสลี่ยงเพียงพอที่เจ้านางจะซ่อนพระพักตร์ที่แฝงไว้ด้วยความกังวลจากพระสุบินเมื่อคืน

                             ใจคอของพระนางยังหวาดหวั่นสั่นหลัวภาพเมืองที่ถล่มลงมาทั้งหมด พสุธาที่สั่นจนไม่มีใครยืนอยู่ได้ คลื่นในทะเลที่สูงเทียมมหาวิหารเทียมสุวรรณ ทุกอย่างเหมือนเกิดขึ้นจริง แล้วยังข้อมูลที่ทรงได้รับจากที่ประชุมขุนนางอำมาตย์ การถอยร่นของน้ำทะเล คลื่นลมที่รุนแรงในมหาสมุทร ทุกอย่างสอดคล้องกันจนพระนางกลัว แต่มิได้แพร่งพรายบอกผู้อื่นให้ต้องเสียขวัญตามไปด้วย

                             ฉันคลายความรู้สึกที่รับรู้ร่วมไปกับเจ้านางในขณะสุบินแล้ว และลำดับความตามประวัติศาสตร์ได้แล้ว สิ่งที่พระนางฝันมันคือเรื่องราวในประวัติศาสตร์ของเมืองแห่งนี้ ที่ทุกวันนี้สิ่งต่าง ๆ ของเมืองได้นำไปเก็บยังพิพิทธภัณฑ์สถานต่าง ๆ ซากฐานมหาวิหาร เจดีย์ สถูป ถูกหน่วยงานราชทำรั้วล้อมรอบไว้เพื่อศึกษาข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เมืองนี้ล่มสลาย ที่ภพของฉันพื้นที่เขตมหาวิหารคือพื้นที่ทั้งหมดในส่วนของวัดถ้ำและอาณาเขตใกล้เคียงไปเกือบถึงผาน้ำตกซึ่งก็เท่ากับว่าใกล้กับหน้าผาที่ฉันใช้หัดยิงปืน ซึ่งหน้าผาแห่งนี้คือมหาวิหารเทียมสุวรรณ ที่ไม่พบร่องรอยหลักฐานใด ๆ ทางประวัติศาสตร์เลย หรืออาจถูกระเบิดถล่มไปตั้งแต่ที่ภาคเอกชนได้รับสัมปทานในการระเบิดหินแนวภูเขานี้ไปแล้วก็ได้

                             แต่ที่วัดถ้ำมีการขุดพบหลักฐานมากมายหลายอย่าง ฉันพอจะจำสิ่งของต่าง ๆ ที่อำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัยฝังไว้ใต้ต้นคูน ซึ่งในภพของฉันพื้นที่ตรงนั้นไม่มีต้นคูนเหลือสักต้น ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นพื้นที่โบสถ์ของวัดถ้ำ เมื่อมีการก่อสร้างโบสถ์บริเวณนี้ก็น่าจะมีการขุดเจอของทั้งหมดนี้ไปแล้วสิ ฉันจะไปตั้งต้นหาของทั้งหมดนั้นได้อย่างไร

                             “เจ้านางอย่าทรงคิดให้จิตฟุ้งเลยพะยะค่ะ ทรงทำสมาธิในระหว่างที่ไม่มีเหตุการณ์ใดมากระทบน่าจะดีกว่า” เป็นเสียงที่มาจากอำมาตย์กฤติธรรมฤทธิ์ ซึ่งหายไปจากสมาธิของฉันไปนาน และการมาของเขาก็ไม่ได้สร้างความรู้สึกใด ๆ กระทบดวงจิตฉันได้ นอกจากว่าฉันคงไม่สามารถเรียกเขาได้ว่าคุณลุงอำมาตย์อีกแล้ว

                             เมื่อเข้าใกล้เขตชายแดนแห่งแคว้นพระปฐมปุระ ก็มีคณะเสนาอำมาตย์ออกมาคอยรอรับ ตั้งซุ้มถวายอาหารคาวหวาน น้ำดื่มเย็นชื่นใจ เพียงพอสำหรับข้าราชบริพารที่ตามเสด็จทั้งหมด”

                             “ข้าพเจ้าชื่ออินทราชัย เป็นอำมาตยมนตรีของแคว้นพระปฐมปุระ พระเจ้าศรีเทพเทวานฤบดี โปรดให้ข้ามารอรับเสด็จพระมเหษีเทวีและเจ้านางเพื่อเข้าไปยังพระมหาราชวังพะยะค่ะ ข้าจัดเตรียมเสลี่ยงและไพร่พลแบกหามไว้รอรับอีกชุดหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนให้ไพร่พลของท่านทั้งสองได้พักที่นี่ให้หายเหนื่อยก่อนตามเข้าไปยังเรือนรับรองของแคว้นเราพะยะค่ะ”

                             ต้องถือว่าเป็นการต้อนรับที่สมพระเกียรติทีเดียวเชียวล่ะ เสร็จจากเสวยอาหารและน้ำที่นำมารับรอง ทั้งสองพระองค์ก็เสด็จไปยังเกี้ยวที่อำมาตยมนตรีอินทราชัยจัดเตรียมไว้แล้วตั้งขบวนเสด็จเพื่อเข้าสู่พระราชวัง

                             ภายในท้องพระโรงพระมหาราชวังแห่งแคว้นพระปฐมปุระ ใหญ่โต โอ่โถง สง่างามวิจิตรบรรจงด้วยฝีมือช่างอันปราณีตวิจิตร เจ้านางเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้วเพื่อมาช่วยเจรจาทางการฑูตระหว่างแคว้นกับฑูตจากดินแดนโพ้นทะเล ช่วยแปรพระราชดำรัสสำคัญต่าง ๆ ที่เป็นกฎระเบียบบ้านเมืองห้ามซื้อขาย และการเก็บส่วยการค้าต่าง ๆ ให้เหล่าพ่อค้าที่มาติดต่อได้ปฎิบัติให้เหมือนกัน พระนางจึงได้แนวคิดหลาย ๆ อย่างในการแก้ปัญหาแต่ละเรื่องจากผู้ปกครองแต่ละแคว้น แล้วนำไปปรับหรือประยุกต์ใช้กับแคว้นของพระนางเอง

ฉันรู้สึกทึ่งในความสามารถ เฉลียวฉลาด สง่างาม หวานซึ้ง สมชื่อศศิพินเป็นอย่างมาก งดงามปานพระจันทร์ สูงส่งบนฟากฟ้า ต่างกับฉันในภพนี้แทบจะสิ้นเชิง สิ่งดี ๆ ทั้งหลายเหล่านี้คงหลุดหายไปตามเวลา กว่าจะผ่านมาถึงฉันก็สองพันกว่าปีแล้ว ก็คงแทบไม่เหลืออะไรดี ๆ แล้วล่ะ 

ยกเว้นเพียงอารมณ์ที่หวั่นไหว ความโกรธ อาฆาตแค้น เมื่อมีใครทำให้ต้องเจ็บช้ำ ที่ตามมาได้  พลังด้านลบเหล่านี้คงมีความแข็งแรงมาก อีกประการหนึ่งที่ติดตามฉันไปทุกภพทุกชาติหรือเปล่าก็ไม่รู้ ก็คือชื่อที่มีความหมายถึงพระจันทร์ ตอนที่ฉันเกิดมา แม่ของฉันเอาดวงไปให้พระครูที่เคารพช่วยตั้งชื่อให้ ท่านให้ชื่อมาว่า “กชนุช” แปลว่าหญิงสาวดุจดอกบัว ฉันใช้ชื่อนี้ในใบแจ้งเกิดได้ 1 เดือน พ่อของฉันซึ่งตอนนั้นเป็นเสมียนตราอำเภอในจังหวัดแห่งหนึ่งซึ่งจริง ๆ แล้วก็อยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ พ่อบอกว่าไม่ชอบชื่อนี้ และลูกพ่อไม่ควรชื่อนี้ พ่อจึงจัดการตั้งให้ฉันใหม่เองโดยไม่ต้องดูดวงจากตำราไหน หรือหลวงพ่อองค์ใดตั้งให้ พ่อทำการแจ้งเปลี่ยนชื่อฉันเป็น “รัชนีภรณ์” พ่อบอกฉันตอนโตว่า “รัชนี” แปลว่ากลางคืน “ภรณ์” มาจากอาภรณ์คือเครื่องประดับ “รัชนีภรณ์” คือเครื่องประดับท้องฟ้าในยามราตรี ซึ่งก็คือดวงจันทร์ แต่ดวงจันทร์ดวงนี้ไม่มีอะไรเทียบเคียงกับดวงจันทร์เมื่อกว่าสองพันห้าร้อยปีนี้ได้เลย

                             ในขณะที่จิตฉันฟุ้งเพ้อเจ้อนั้น พระเจ้าศรีเทพเทวานฤบดี และพระมเหษีเทวีกัญญพัชร ก็เสด็จจากแท่นพระราชบัลลังก์มารับรพระราชอาคันตุกะทั้งสองพระองค์ไปประทับที่แท่นประทับในห้องท้องพระโรงชั้นใน ซึ่งถือเป็นการต้อนรับสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกันฉันท์ญาติมิตร

                             “หม่อมฉันขอพระราชทานอภัยที่มารบกวนท่านทั้งสองเป็นยิ่งนัก แต่ศศิพินทุเทวีเกิดอยากมาเที่ยวที่เมืองนี้อยากจะมาสักการะพระบรมธาตุเพื่อความเป็นศิริมงคล หม่อมฉันจึงต้องตามาด้วย รบกวนท่านทั้งสองไม่กี่เพลาก็จะกลับกันแล้วเพคะ”

                             “พระมเหษีเทวีนทีนาถ เจ้าก็พูดซะเหมือนเราห่างไกลมิใช่พี่น้องกัน  องค์หรรษาชยวรมันต์ก็เป็นน้องต่างมารดาข้า น้องสะใภ้และหลานมาเยี่ยมทั้งทีก็ต้องต้อนรับกันให้สมกับที่คิดถึง ว่าแต่องค์หรรษาชยวรมันต์ทำไมไม่เสด็จมาด้วยปล่อยลูกเมียเดินทางไกลแบบนี้”

                             สุรเสียงของพระเจ้าศรีเทพเทวานฤบดีเริ่มมีแววตำหนิ เจ้านางศศิพินทุเทวีจึงต้องรีบแจ้งให้ทราบว่า

                             “ตอนนี้ที่แคว้นรัฏฐสุวรรณกำลังยุ่งวุ่นวายเพคะ แม่น้ำหนองบึงที่อุดมสมบูรณ์ กลับแห้งขอดลง น้ำทะเลถอยห่างจากฝั่ง ไพร่ฟ้าประชาราษฎณ์เริ่มลำบากในการปลูกดำนาข้าวและถั่วงาทั้งหลาย สำเภาที่ส่งไปขายของยังเมืองกวางตุ้งใช้เวลาไปกลับ 10 เดือน นี่เข้าไปเดือนที่ 16 ก็ยังไม่กลับมา หม่อมฉันไม่สบายใจจึงอยากออกชมนกชมไม้ป่านานาพรรณให้คลายความเครียด และสักการะพระบรมธาตุเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับตัวเอง อีกประการหนึ่งคือหม่อมฉันได้ของจากชาวโพ้นทะเลเป็นผ้าไหมมันวาวเรียบเรื่นใส่ห่มแล้วดุจน้ำไหล มาถวายพระมเหษีเทวีกัญญพัชรด้วยเพคะ”

                             “เสด็จพี่หรรษาชยวรมันต์ก็ได้อัญมณีมีค่าที่ขุดพบในเมือง จึงให้ช่างตีตราประทับเป็นเหรียญลวดลายต่าง ๆ มาถวายเสด็จพี่ศรีเทพเทวานฤบดีด้วยเพคะ”

                             พระมเหษีเทวีนทีนาถ ยื่นหีบลงยาขนาดสี่เหลี่ยมที่มีน้ำหนักเยอะจนต้องให้นาบเวรช่วยยกถวายพระเจ้าศรีเทพเทวานฤบดี ภายในบรรจุเหรียญเงินและทองหลากหลายชนิดล้นพูนขึ้นมาจากขอบหีบจนร่วงหล่นเมื่อทรงเปิดออก เหรียญเงินและทองเหล่านั้นประทับตามรูปแพะ สายฟ้า พระอาทิตย์ พระจันทร์ หอยสังข์ และอักขระบางคำ 

                             “เสด็จพี่สะสมไว้มากโข จึงนำมาถวายเจ้าพี่เผื่อเป็นของสะสมหรือของกำนัลให้แก่ข้าราชบริพารเพคะ”

                             “เงินและทองคำบริสุทธิ์ขนาดนี้ ลวดลายปราณีตวิจิตร ข้าคงไม่ให้ข้าราชบริพารโดยง่ายนักหรอก”

                             “เจ้ามาในช่วงที่ดีเลยศศิพินทุเทวี พรุ่งนี้สำเภาจากโปรตุเกสจะมาถึง ตอนนี้มองจากบนภุเขาเห็นสำเภาของเขาแล้ว และเขาได้ส่งคนเข้ามาทางเรือเล็กเพื่อขออนุญาตจากข้า เจ้าจะได้ช่วยข้าแปลความบอกกล่าวระหว่างกันได้ ข้านี่โชคดีจริง ๆ อยากจะเชิญตัวเจ้ามาแต่ไม่กล้า อยู่ดี ๆ ก็มีพระราชสาส์นแจ้งมาว่าเจ้าจะมาซะเอง” ทรงพระสรวลด้วยเสียงดังร่าเริงจนพระเนตรหยี

                             “เจ้าพี่ก็ดูจะสมใจมากไปเพคะ ให้น้องหญิงนทีนาถและหลานศศิพินไปพักผ่อนก่อนดีมั้ยเพคะ เดินทางรอนแรมมาตั้งไกล”

                             “งั้นเจ้าก็พากันไปพักผ่อนเถิด ได้เพลาอาหารเย็นกัญญพัชรจะส่งคนไปเชิญเจ้ามา เราเตรียมอาหารที่คิดว่าท่านทั้งสองต้องชอบไว้รอต้อนรับอยู่แล้ว”

                             งานต้อนรับแขกผู้สูงศักดิ์ต่างเมืองจัดอย่างใหญ่โตในห้องท้องพระโรงใหญ่ของมหาราชวังแห่งนี้ ที่ใหญ่โตกว่าของแคว้นรัฏฐณสุวรรณ แต่ด้วยคนที่มาร่วมงาน เหล่านักฟ้อน นักดนตรีบรรเลง ที่มีมามากมายหลายกลุ่ม ทำให้ดูพื้นที่แคบลงไปไม่น้อย ฉันตื่นเต้นไปกับนางรำที่ฟ้อนรำหน้าพระที่นั่งทั้งความงดงามอ่อนช้อยและเครื่องแต่งกายที่งดงาม ทุกสิ่งทุกอย่างนี้เห็นได้ชัดเจนว่าได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอม ตามที่เราเห็นในละคร หรือหนังสือต่าง ๆ มีการรำที่สมมุติว่าเป็นนางอัปสรลงมาจากสวรรค์ สวยงามวิจิตรตระการตา

                             อาหารที่อยู่บนโตกที่ไม่ได้ทำจากไม้ไผ่ หากแต่เป็นขันโตกใหญ่ที่ทำจากเครื่องเคลือบสวยงาม น่าจะหนักสำหรับคนที่ยกมาน่าดูเลย  อาหารที่อยู่บนโตกใส่ภาชนะทั้งแบนเหมือนจานและโค้งกลมเป็นถ้วย ทำด้วยดินเผาเคลือบเงาเช่นกัน การต้อนรับนี้บ่งบอกให้รู้ว่าผู้มาเยือนมีความสำคัญมากแค่ไหน นี่ขนาดเจ้าผู้ครองแคว้นไม่ได้เสด็จมาเองยังอลังการขนาดนี้

                             เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเข้าเฝ้ากันในท้องพระโรงเล็กแล้ว เจ้านางจึงแจ้งความประสงค์ที่จะขอออกไปยังตลาดเพื่อชมบ้านเมือง หลังจากที่เสด็จกันไปสักการะพระบรมธาตุในมหาวิหารกลางเมืองแล้ว เพราะวันนี้สินค้าที่มาจากสำเภาของชาวโปรตุเกสจะล่องสินค้าเข้ามายังย่านสินค้าชายฝั่งทะเล ของอาณาจักร และจะเข้าเฝ้าพระเจ้าศรีเทพเทวานฤบดีเพื่อถวายบรรณาการรวมทั้งขอพระราชทานอนุญาตทำการค้าในเมืองโดยอาศัยอยู่ในหมู่บ้านของชุมชนพวกเขาเป็นระยะเวลากี่วัน ส่วนสำหรับพระมเหษีเทวีนทีนาถนั้นพระมเหษีเทวีกัญญพัชรทรงพาไปดูแหล่งชุมชนที่ประดิษฐ์สิ่งของมีค่า และของที่พ่อค้าโพ้นทะเลมักจะซื้อไปค้าขายยังเมืองของพวกเขา

                             เจ้านางศศิพินทุเทวีไม่ได้ทรงเครื่องยศเต็มชั้นยศของพระองค์แต่ก็ไม่ได้ถึงกับต้องแต่งกายเยี่ยงหญิงชาวบ้าน จึงทรงเหมือนหญิงชั้นสูงที่มาเลือกซื้อสินค้าราคาแพงโดยตรงจากพ่อค้าต่างเมือง นอกจากการเลือกซื้อสินค้า พระนางจะทรงสอบถามความเป็นไปของการเดินทาง ความเป็นอยู่ในเมืองของเหล่าพ่อค้า สิ่งที่น่าสนใจในระหว่างการเดินทาง รวมทั้งประสบการณ์ของพวกเขาที่ไปยังดินแดนอื่น ๆ กว่าจะเสด็จกลับเข้าพระมหาราชวังก็ได้เพลาเสวยพระกายาหารเย็น จนพระเจ้าศรีเทพเทวานฤบดี ทรงตรัสถามว่า

                             “สินค้าที่มากับสำเภารอบนี้สวยงามมีค่าจนเจ้าเพลิดเพลินได้ขนาดนี้เชียวหรือเจ้านาง”

                             “เพคะ สินค้าแปลกตาบางอย่างไม่เคยมีไปขายในแคว้นของหม่อมฉัน อาหารทะเลแห้งหลายอย่างก็แตกต่างๆ ไป หม่อมฉันจึงเพลิดเพลินกับการชมและซื้อ นอกจากนี้หม่อมฉันยังสอบถามเหล่าบรรดาพ่อค้าพวกนั้น เพื่อเป็นข้อมูลในการเจรจาวันพรุ่งนี้ด้วยเพคะ”

                             “นอกจากเจ้าจะมีความงาม ความสามารถในการฑูต ความสามารถที่หลากหลายด้านภาษาแล้ว เจ้ายังมีความรอบคอบเป็นอย่างมากอีกด้วย เสียดายที่เจ้ามิได้เกิดมาเป็นชาย มิเช่นนั้นเจ้าคงได้เป็นผู้ครองแคว้นรัฏฐณสุวรรณสืบต่อจากเจ้าพ่อของเจ้าเป็นแน่”

                             ฉันรู้ว่าพระนางทรงพอพระทัยกับคำชมเชยนั้น แต่ก็รู้สึกสะเทือนใจกับประโยคหลังที่ว่าพระเจ้าศรีเทพเทวานฤบดี ตรัสไว้เพราะในความเป็นจริงแล้วหน้าที่ของผู้หญิงที่สูงศักดิ์เช่นนางย่อมต้องหาพระสวามีที่คู่ควรเพื่อครองบัลลังก์ร่วมกันต่อไป

                             นางยังคงคิดถึงอำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย

                             หากจะต้องคู่ควรกับใครสักคนนางเจ้านางเองทรงคิดไม่ออก แต่หากจะต้องอยู่ร่วมกับใครสักคนไปตลอดชีวิต ตลอดเวลาที่ผ่านมานางก็คิดได้เพียงคนเดียวคืออำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย

                             การมาหาข่าวครั้งนี้ทำให้เจ้านางได้ข้อมูลตามที่ทรงต้องการมากพอสมควร เนื่องจากเป็นเมืองศูนย์กลางของอาณาจักร จึงเป็นที่ซึ่งรวมคนจากทุกแคว้น ทุกเมือง เข้ามาติดต่อค้าขายหรือผ่านไปยังเมืองอื่น ๆ ข่าวที่พระนางรับทราบมานั้น มีหลากหลายประการ เช่น

                             อาณาจักรศรีเกษมกำลังกักตุนเสบียงอาหารและเกณฑ์ไพร่ฟ้า กำลังคนเพื่อฝึกเป็นทหาร

                             อาณาจักรอิศานปุระกำลังเจริญรุ่งเรื่องเป็นอย่างมาก มีการขยายอาณาเขตและแคว้นต่าง ๆ แยกตัวเป็นอิสระจากอาณาจักรทวารวดีไปสวามิภักดิ์ต่ออาณาจักรอิศานปุระ

                             ไพร่ฟ้าผู้คนมีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานกันเป็นจำนวนมาก

                             การสั่นไหวของพื้นพสุธาในหลายดินแดนที่เริ่มบ่อยขึ้น

                             คลื่นลมในทะเลที่แปรปรวนและรุนแรง

                             ลมพายุที่พัดพาบ้านเรือนดินแดนชายฝั่งทะเลไปจนถึงอาณาจักรศรีวิชัยหายไปกับท้องฟ้า

                             แม่น้ำลำคลองหลายเมืองที่ตื้นเขิน

                             ความผันผวนของฤดูกาลต่าง ๆ

                             บางเมืองฝนตกหนักต่อเนื่องจนน้ำหลากท่วมเข้าเมือง

                             บางเมืองแล้งจนไม่สามารถทำไร่ แปลงนา ได้ ประชาชนอดอยากจนต้องขนย้ายไปอยู่เมืองอื่น

                             ข้อมูลทั้งหมดที่ได้มานี้ พระนางไม่ได้บอกกล่าวกับผู้ใด หากแต่ทรงนำกลับมาสังเกตอาณาเขตแคว้นรัฐณสุวรรณ ซึ่งมีบางอย่างที่เริ่มจะมีเหตุการณ์คล้ายกับเมืองอื่น ๆ ที่ได้ยินมา

                             เมื่อกลับมาถึงแคว้นรัฐณสุวรรณ พระนางไม่ได้ทรงพักผ่อนหากแต่ในวันรุ่งขึ้นได้เข้าร่วมประชุมกับเสานาอำมาตย์ในท้องพระโรง และสั้งการให้นำกระบะแผนที่ที่อำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัยสร้างไว้ วางบนแท่นในท้องพระโรงทุกวันไม่ต้องขยับไปไหน

                             พระนางขอให้พระเจ้าหรรษาชยวรมันต์มีพระราชโองการให้ขุนหลวงและหัวหน้าชุมชน สังเกตและรายงานหัวข้อเกี่ยวกับระยะเวลาของฤดูกาลมีการเปลี่ยนผันไปหรือไม่ ปริมาณฝนในแต่ละเมืองเป็นอย่างไร ระดับลำน้ำของแม่น้ำลำคลองทุกสายมีอะไรเปลี่ยนแปลง และหากมีการสั่นของแผ่นดินที่เมืองใดต้องรีบรายงาน รวมทั้งหัวเมืองชายฝั่งทะเลทั้งหลายให้รายงานเรื่องพายุ และคลื่นลมในทะเล

                             จากการที่พระนางทรงเคร่งเครียดและเอาจริงเอาจังกับข้อราชการในท้องพระโรงอย่างต่อเนื่อง ไล่ดูแผนที่ของแคว้นทั้งหมดทุกวัน ทำให้พระเจ้าหรรษาชยวรมันต์และพระมเหษีเทวีนทีนาถรวมถึงเหล่าอำมาตย์ต่าง ๆ รู้สึกถึงความผิดปกติ

                             ในวันหนึ่งเมื่อเสร็จจากข้อราชการในท้องพระโรงใหญ่ พระเจ้าหรรษาชยวรมันต์จึงรับสั่งให้อำมาตยมนตรี , อำมาตย์มนตรีรณกฤติสันตเดโชชัย และมหาราชครู เข้าเฝ้าพระองค์ พระเมหษีเทวีนาทีนาถและเจ้านางศศิพินทุเทวี เพื่อหารือถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เจ้านางมีรัยสั่งหลังจากกลับมาจากแคว้นพระปฐมปุระ เจ้านางจึงทรงแจ้งให้ทุกคนในที่ประชุมรับทราบถึงสิ่งต่างๆที่ได้ข้อมูลมา

                             ฉันรู้สึกทึ่งในสิ่งที่เจ้ากำลังกังวลและตั้งข้อสังเกตที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นของดินแดนแห่งนี้ในอีกไม่นานนี้ อยากหาทางแจ้งกับเจ้านางว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับแคว้นนี้เพื่อให้เจ้านางได้หาทางรับมือไปได้ทัน แต่หน้าที่ของฉันที่มาที่นี่คือมารู้มาเห็นในสิ่งที่มีใคนต้องการให้ฉันได้รู้

                             นี่ฉันต้องอยู่รับรู้จนถึงวันสิ้นสลายของอาณาจักรแห่งนี้เลยหรือไม่ และทุก ๆ คนที่ฉันเห็นอยู่นี้จะมีชะตากรรมเช่นไร ฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น