Shayan

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.73 - กำลังจะมาถึง

ชื่อตอน : หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.73 - กำลังจะมาถึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 214

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2562 16:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.73 - กำลังจะมาถึง
แบบอักษร

หมื่นสวรรค์สิ้นโลกา Online Ep.73 - กำลังจะมาถึง 

 

“แจ้งเตือน? แจ้งเตือนเรื่องอะไร?” กู่ฉิงซานเอ่ยด้วยสีหน้าแปลกใจ 

 

“โปรดขึ้นสู่ยานรบ เราจะนำคุณกลับไปยังเฉินเตี้ยนเฮ่า(ยานที่ใช้สร้างเพลิงนางฟ้าให้ซูเซี่ยเอ๋อ)” เทพธิดากงเจิ้งกล่าว 

 

กู่ฉิงซานเดินเข้าไปตามคำร้องขอ และยานรบก็เดินเครื่องอย่างรวดเร็ว แล่นขึ้นไปบนท้องฟ้า 

 

ภายในเฉินเตี้ยนเฮ่าก็ยังเป็นเฉกเช่นในครั้งก่อน มันเป็นพื้นที่โล่งกว้างและว่างเปล่า มีเพียงจอม่านแสงขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของกู่ฉิงซานเท่านั้น 

 

“เริ่มรายงานสถานการณ์ระดับลับสุดยอด” 

 

“ดาวเทียมเฝ้าระวังแสดงให้เห็นถึงการหายตัวไปของสาธารรัฐหมู่เกาะลมตะวันออก” 

 

พร้อมกับเสียงของเทพธิดากงเจิ้ง ภาพก็ปรากฏขึ้นบนจอม่านแสง 

 

รีสอร์ทที่สร้างขึ้นบนเกาะลมตะวันออกได้หายไปจากแผนที่โดยสมบูรณ์ 

 

บัดนี้กลับทิ้งไว้แค่เพียงทะเลอันไร้ที่สิ้นสุด ไร้วี่แววของเกาะใดๆ 

 

ภาพในระดับผิวน้ำทะเลราวกับไร้ซึ่งการเชื่อมโยงใดๆที่เกี่ยวข้องกับตัวเกาะ ขนาดกู่ฉิงซานที่มองผ่านทางหน้าจอ ก็ยังสามารถสัมผัสได้ถึงความเงียบงัน 

 

ที่แห่งนี้เดิมทีถูกสร้างเป็นหมู่เกาะกระจัดกระจายออกไปตามจุดต่างๆ ให้แลดูคล้ายหมู่ดาวบนท้องฟ้า แต่ตอนนี้กลับไม่อาจพบเห็นอะไรได้เลยนอกจากท้องทะเล 

 

“เราได้ส่งหุ่นยนต์ดำน้ำเข้าไปถึง 167 ตัว ทว่าหลังจากที่เข้าไปในอาณาเขตทะเลดังกล่าว พวกมันกลับถูกทำลายลงถึง 166 ตัว ส่วนอีกหนึ่งที่เหลือสามารถส่งภาพจากใต้ทะเลกลับมาได้สำเร็จ” 

 

บนจอม่านแสงถูกสลับเปลี่ยนไปเป็นภาพใต้ท้องทะเลลึกที่มืดมิดจนแทบจะมองอะไรไม่เห็นนอกจาก …  

 

จุดรำไรของแสงอะไรบางอย่าง ที่กำลังกระพริบอย่างแผ่วเบา 

 

และนี่คือแหล่งกำเนิดแสงที่หุ่นยนต์ดำน้ำตัวสุดท้าย สามารถถ่ายภาพกลับมาได้ 

 

ทันใดนั้นเอง 

 

หนวดขนาดใหญ่ก็พลันปรากฏขึ้น มันวูบมาครอบตัวกล้อง บดบังไปทั้งหน้าจอ 

 

หนวดเลื่อนผ่านตัวกล้องจับภาพอย่างเงียบๆ แสดงให้เห็นว่ามันกำลังเคลื่อนไปยังทิศทางอื่นเบื้องหลังหุ่นยนต์ดำน้ำ 

 

หลังจากที่มันเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่งยาวนานกว่าสี่นาที หนวดทั้งหมดจึงหายออกไปจากวิสัยทัศน์ของกล้องอย่างสมบูรณ์ 

 

แม้มองเห็นเพียงแค่หนวด แต่ก็พอจะบอกได้แล้วว่าร่างของเจ้าของหนวดนั้นใหญ่โตเพียงไร 

 

จากนั้นหนวดอีกเส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งบนจอภาพ 

 

มันใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาเรื่อยๆจนในที่สุดก็ก็แนบติดกับตัวกล้อง ทั้งจอภาพเห็นเพียงแค่ตะปุ่มตะป่ำบนหนวดของมัน 

 

จากนั้นจอภาพทั้งหมดก็วูบดับลงเหลือทิ้งไว้เพียงความมืดมิด 

 

“หุ่นยนต์ดำน้ำตัวสุดท้ายถูกทำลายลง” 

 

“สิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้ที่มา เริ่มลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ” 

 

“เริ่มต้นตรวจสอบโดยดาวเทียมเฝ้าระวัง” 

 

ทันใดนั้นภาพบนจอม่านแสงก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ฉากของมหาสมุทรปรากฏขึ้นในมุมมองจากเบื้องบนท้องฟ้า 

 

บนท้องทะเล ปรากฏก้อนเนื้อยักษ์ราวกับภูเขาทะยานสูงขึ้นมาเหนือผิวน้ำ 

 

เพียงแค่จ้องมองไปยังพื้นที่ดังกล่าว  ก็พอจะบอกได้ว่า ภูเขาก้อนเนื้อลูกนี้ใหญ่โตจนเกือบจะมีขนาดเทียบเคียงได้เลยกับเมืองใหญ่! 

 

บนภูเขาก้อนเนื้อ ปรากฏหนวดเป็นหมื่นๆเส้น หนวดเหล่านั้นเคลื่อนไหวตลอดเวลา ส่งผลให้คนที่มองมันต่างพากันรู้สึกขนลุก 

 

และเสียงของเทพธิดากงเจิ้งก็ดังขึ้นอีกครั้ง 

 

“สรุปสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่ที่ปรากฏขึ้นในมหาสมุทร … ผลการประเมินที่ได้รับ : อันตรายเป็นอย่างยิ่ง” 

 

“กลยุทธ์ : ส่งหุ่นยนต์สำรวจรุ่นใหม่ล่าสุดออกไปเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตสปีชีส์ใหม่นี้” 

 

“หุ่นยนต์ตรวจสอบรุ่นใหม่ล่าสุดจะใช้แกนหลักเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างชีวิต ทำการร้องขอกู่ฉิงซานเพื่อยื่นเรื่องขออนุมัติ” 

 

ตั้งแต่แรกที่มาตามตัวฉัน ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้เองอย่างงั้นสินะ กู่ฉิงซานพยักหน้าและกล่าว “ฉันอนุมัติ” 

 

“ได้รับการอนุมัติ เริ่มต้นกระบวนการสร้างหุ่นยนต์สำรวจรุ่นใหม่ล่าสุด” 

 

“ข้อมูลเบื้องต้นถูกจัดเป็นความลับสุดยอดและจะแจ้งเตือนเมื่อมันเสร็จสมบูรณ์” 

 

“พิจารณาจากงานวิจัยและความรอบรู้ส่วนบุคคลของกู่ฉิงซาน โปรดกรุณาให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องหรืออาจให้ก่อประโยชน์เพิ่มเติม” 

 

กู่ฉิงซานไม่ลังเลที่จะกล่าว “ฟังก์ชันวิทยาการอาวุธคงไม่ได้ผลหรอก ฉันแนะนำให้ออกไปเรียกพวกมืออาชีพมาจัดการจะดีกว่า” 

 

เทพธิดากงเจิ้ง “โปรดอธิบายถึงเหตุผล” 

 

กู่ฉิงซานอ้าปากเตรียมจะเอ่ยกล่าว แต่เขากลับพบว่าตนไม่สามารถพูดมันออกมาได้ 

 

จะให้บอกว่ารู้เรื่องนี้เพราะกลับมาจุติใหม่อย่างงั้นหรอ? 

 

จะให้กล่าวว่าตัวเขาเองรู้ว่ามนุษย์คนธรรมดาสามัญไม่อาจใช้วิทยาการอาวุธเอาชนะมอนสเตอร์ได้? 

 

ในชีวิตก่อนหน้า หลังจากที่ต้องถอยร่นและพ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่า มนุษยชาติก็เข้าใจได้ในที่สุดว่ามีเพียงแค่สี่พลังอันยิ่งใหญ่อย่าง : หวูเต๋ากุ่ยชั่ง(หวนคืนไร้ลักษณ์) หวูหังเฉาฟ่าน(ห้าธาตุจำเพาะ) เทียนซวน(สวรรค์แต่งตั้ง) และสกิลเทวะ ทั้งสี่เท่านั้นที่จะสามารถสร้างความเสียหายแก่มอนสเตอร์ได้ 

 

แน่นอนว่าพลังวิญญาณที่เป็นแหล่งที่มาของพลังอันยิ่งใหญ่ทั้งสี่ก็ไม่แตกต่างกัน 

 

แต่ผู้คนในโลกใบนี้ยังไม่รู้จักวิธีฝึกฝนพลังวิญญาณ และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าสามารถใช้พลังวิญญาณเพื่อเพิ่มพูนพลังของความสามารถทั้งสี่ได้ 

 

ในชีวิตก่อนหน้า หลังจากที่มนุษยชาติได้ล่วงรู้ความจริงข้อนี้ เทคโนโลยีก็ค่อยๆถดถอยจนกลายมาเป็นฟังก์ชันเสริม และการฝึกวรยุทธก็ค่อยๆกลายมาเป็นกระแสหลักของโลกใบนี้แทน 

 

ในเวลานั้น ยุคแห่งการพัฒนาเทคโนโลยีก็ได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตใหม่ 

 

กู่ฉิงซานไม่รู้จะจะเอ่ยอธิบายอย่างไรดี ทว่าเทพธิดากงเจิ้งก็ดันใช้วิจารณญาณตัดสินใจเอาเองเสียแล้ว 

 

“เนื่องจากกู่ฉิงซานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยหุ่นรบ และมิได้แสดงให้เห็นถึงความรอบรู้เกี่ยวกับโครงสร้างชีววิทยาทางทะเล ดังนั้นจึงไม่อาจยอมรับข้อเสนอแนะดังกล่าวได้” 

 

กู่ฉิงซานผายมือ และถอนหายใจออกมา 

 

ในความเป็นจริงเขาก็ยังคงไม่ได้รับความไว้วางใจจากเทพธิดากงเจิ้งโดยสมบูรณ์อยู่ดี 

 

ในชีวิตก่อนหน้า กระทั่งช่วงเวลาสุดท้ายได้มาถึง ความลึกลับของโลกก็ยังคงล้ำลึกยากจะหยั่ง และไม่มีใครกล้าที่จะพูดว่าตนเองได้ล่วงรู้ทุกอย่างแล้วออกมา 

 

กู่ฉิงซานแม้ว่าจะได้จุติใหม่อีกครั้ง แต่เขาก็รู้ตัวดีว่าตัวเองมิใช่ผู้กู้โลก ไม่ใช่พระเจ้า 

 

ก็หากคุณรู้ถึงบางสิ่งบางอย่างล่วงหน้า คุณจะยังสามารถนั่งพักผ่อนสบายๆได้อีกหรือทั้งๆที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เนี่ยนะ? 

 

ยิ่งไปกว่านั้น ประวัติศาสตร์ในโลกของผู้ฝึกยุทธตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว 

 

ในขณะนั้นเอง แสงสีแดงส้มก็กระพริบไหว พร้อมเสียงแจ้งเตือนดังไปทั่วทั้งป้อมปราการดวงดาว! 

 

“อันตราย! เริ่มทำการยกระดับสถานการณ์ต่อสู้!” 

 

พร้อมกับภาพบนจอม่านแสงปรากฏขึ้นอีกครั้ง ในมุมมองจากบนท้องฟ้า พบเห็นแค่เพียงภูเขาก้อนเนื้อกำลังค่อยๆแยกออกจากกัน 

 

มอนสเตอร์ได้อ้าปากมโหราฬของมันออกมา 

 

ฮู้มมมมมมม! 

 

ตามด้วยแผดเสียงคำรามต่ำสะท้านสะเทือนก้องไปทั่วทั้งผิวทะเล 

 

เรือรบลาดตระเวณกว่า20ลำถูกคลื่นเสียงดังกล่าวเข้าอย่างจัง จนตัวเรือเกิดระเบิดออก เปลวเพลิงพวยพุ่งทะยานขึ้นไปบนชั้นฟ้า แม้กระทั่งสองเรือบรรทุกเครื่องบินรุ่นใหม่ลำใหญ่ยักษ์ก็เริ่มปรากฏควันดำลอยฟุ้งที่มาจากเปลวเพลิงลุกไหม้ 

 

เครื่องบินรบและหุ่นรบอากาศยานบินส่ายไปมาอย่างไร้ทิศทางราวกับแมลงวันไร้หัว 

 

“เจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้เป็นประเภทผู้ใช้ธาตุเสียง? แบบนี้มันชักจะยากที่จะจัดการแล้วสิ” กู่ฉิงซานส่ายหน้า 

 

เขามีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับมอนสเตอร์ แต่หลังจากทั้งหมดนี้ ต้องเข้าใจนะว่าตัวกู่ฉิงซานเองก็ไม่ใช่สมองควอนตัมที่รอบรู้ไปซะทุกอย่าง มอนสเตอร์บางประเภทเขาก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อนเช่นกัน บางตัวก็เคยได้ยินได้อ่านเอาจากในบันทึกหรือผู้คนเท่านั้น 

 

จุดที่แปลกประหลาดก็คือ กู่ฉิงซานจำได้ว่าในชีวิตก่อนหน้าของเขา มอนสเตอร์ตัวแรกที่ปรากฏตัวขึ้น ไม่ใช่เจ้าภูเขาก้อนเนื้อตัวนี้ 

 

กู่ฉิงซานแทบจะรู้ถึงจุดอ่อนของมอนสเตอร์เกือบทั้งหมด ทว่าเจ้าตัวเบื้องหน้านี้ เขากลับไม่เคยพบเห็นมันมาก่อนเลย 

 

ดังนั้น ดูทรงแล้วมิใช่แค่เพียงประวัติศาสตร์โลกของผู้ฝึกยุทธที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ในโลกจริงก็เบี่ยงเบนออกไปด้วยเช่นกัน! 

 

จอม่านแสงมืดดับลง แต่ในไม่ช้ามันก็สว่างขึ้นอีกครั้ง 

 

“อีกสักครู่ จะเริ่มทำการร้องขอประธานาธิบดี เพื่อทำการอนุมัติเข้าสู่สภาวะสงคราม” 

 

หลังผ่านพ้นไปได้หนึ่งนาที 

 

“ทั่วทั้งรัฐบาลกลางประกาศเข้าสู่สภาวะสงครามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยานรบระหว่างดวงดาวลำที่หนึ่ง หก และสิบเอ็ด เตรียมออกตัวได้” 

 

“เชื่อมต่อกับห้องทำงานของประธานาธิบดีและเริ่มเตรียมการเปิดฉากสงครามต่อสู้” 

 

ทันทีที่เสียงนี้สิ้นสุดลง สมองควอนตัมส่วนบุคคลของกู่ฉิงซานก็ดังขึ้น 

 

กู่ฉิงซานกดปุ่มรับสาย และเริ่มพูดคุยกับท่านประธานาธิบดีผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารอย่างรวดเร็ว 

 

ท่านประธานาธิบดีกล่าวว่าตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ไม่ได้มาร่วมทานอาหารกลางวันกับเขา ทว่านี่มิใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากรัฐบาลกลางทั้งหมดได้เข้าสู่สภาวะสงครามเต็มรูปแบบแล้ว แน่นอนว่านับจากนี้ไปท่านประธานาธิบดีย่อมไม่มีทางเจียดเวลากลับมากินอาหารที่บ้านได้เป็นแน่ 

 

และกู่ฉิงซานก็แสดงท่าทีว่าเขาเข้าใจเรื่องนี้ดี 

 

“ผ่านการอนุมัติจากท่านประธานาธิบดีแล้ว” 

 

ณ ขณะนี้ สถานการณ์สู้รบปรากฏขึ้นบนจอม่านแสง พร้อมกับข่าวใหม่ที่กำลังถูกเผยแพร่ออกไป 

 

“ติดต่อสามเหล่าทัพ เริ่มเตรียมการนับถอยหลัง” 

 

เกิดการระดมพลทั่วทั้งรัฐบาลกลาง 

 

‘มีบางอย่างผิดปกติ! สัญญาณของวันสิ้นโลกในโลกใบนี้มันไม่ควรปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงเช่นนี้ … นี่มันมีบางสิ่งไม่ถูกต้อง!’ 

 

ในชีวิตก่อนหน้าเขาจำได้ดีว่า ความแปรปรวนของห้วงมหาสมุทรจะไม่ปรากฏขึ้นจนกว่าจะผ่านพ้นไปถึงสามเดือนต่อจากนี้ 

 

ปราณจากใต้พิภพจะท้วมท้นโลกทั้งใบ และมหาสมุทรจะเป็นที่แรกที่ได้รับมันเข้าไปเต็มๆ 

 

และในไม่ช้า ท้องทะเลก็จะกลายเป็นพื้นที่ต้องห้ามของมนุษยชาติ 

 

หลังจากห้วงสมุทรเกิดการเปลี่ยนแปลง  มนุษย์ก็จะได้รับผลกระทบจากปราณใต้พิภพ ก่อให้เกิดความแปรปรวนขนาดใหญ่ และภัยพิบัติที่ค่อยๆทยอยตามมา 

 

หลังจากเกิดภัยพิบัติหลายครั้งหลายหน ในที่สุดมนุษย์ก็สามารถหยุดยั้งเรื่องราวทั้งหมดนี้เอาไว้ได้ชั่วคราว พบเจอหนทางที่จะนำไปสู่แสงแห่งรุ่งอรุณอันสดใส  

 

นั่นคือช่วงเวลาที่เกมได้เปิดตัวขึ้น 

 

แต่นี่มันอีกตั้งสามเดือนจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหมดจึงจะเกิดขึ้น แล้วทำไมจู่ๆมันกลับมาเกิดขึ้นล่วงหน้าในเวลานี้? 

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นโลกหรือทิศทางของอารยธรรมมนุษย์ ก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างแน่นอน 

 

สำหรับกู่ฉิงซาน เขาหวาดกลัวเพียงแค่เรื่องเดียว 

 

ภัยพิบัติในชีวิตก่อนหน้าอย่างน้อยก็ยังเกิดขึ้นตามกันมาเป็นทอดๆ … หวังว่าในโลกนี้มันคงจะไม่เกิดพร้อมกันทุกอันหรอกนะ! 

 

เมื่อคิดถึงฉากที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมานี้ กู่ฉิงซานก็ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง 

 

ด้วยพละกำลังของมนุษย์เพียงคนเดียวอย่างตัวเขา มันย่อมไม่มีทางจะต่อกรกับหายนะระดับโลกได้เลย 

 

เขาอุตส่าเสี่ยงชีวิตหนีรอดมาจากโลกเทวะที่แม้กระทั่งหวูเต๋าในขอบเขตประทับเทพนับสิบอันทรงพลังก็ยังไม่สามารถหลบหนีจากชะตากรรมมาได้ 

 

ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา มันจะเริ่มจากการล่มสลายจากโลกของผู้ฝึกยุทธก่อน ต่อมาจึงจะเป็นตาของโลกจริงที่ก้าวเข้าสู่วันสิ้นโลกมาทีละก้าว ทีละก้าว ตามติดๆกันไป 

 

ดังนั้นเมื่อเขาได้จุติใหม่อีกครั้ง เขาก็ทำได้เพียงแค่แข่งขันกับเวลา และพยายามเพิ่มพูนความแข็งแกร่งให้มากยิ่งขึ้น 

 

เมื่อเกมเปิดตัวขึ้นในโลกจริง หวังว่าเวลานั้น ด้วยลำพังตนเอง เขาคงจะพอมีสิทธิ์มีเสียงที่จะเอ่ยปากได้บ้างในโลกของผู้ฝึกยุทธ 

 

ด้วยวิธีนี้เขาก็จะสามารถช่วยกันลมกันฝนให้กับผู้คนที่เขาห่วงใย และคลายความกังวลที่มีอยู่เพียงไม่กี่อย่างของตนลงได้ 

 

จากนั้น 

 

ก็จะทุ่มสุดกำลังเพื่อทะลวงผ่านเข้าสู่ขอบเขตประทับเทพ! 

 

กู่ฉิงซานกำหมัดของตนแน่น 

 

อาจารย์กล่าวว่าขอบเขตประทับเทพแท้จริงแล้วเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เขาต้องยืนหยัดหยั่งรากลึกให้เหนือยิ่งกว่าตัวตนในโลกก่อนหน้า .. เหนือยิ่งกว่าทุกผู้คนให้จงได้! 

 

จนกระทั่งวันหนึ่งเขาจะได้ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวต่อทุกภัยคุกคามที่ย่างกรายเข้ามาอีกต่อไป 

 

บนจอม่านแสง สงครามของมนุษยชาติในโลกจริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!! 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น