Jalando

เขียนเรื่องนี้มาเพราะชอบครับ 😆 อีกประการอยากลองดูด้วยครับว่า ถ้าเขียนจริงแล้วจะมีใครอ่านมั้ย ถ้าไงถูกใจรบกวนไลท์ 👍 หรือเมนท์ติชมกันได้ ขอบคุณครับผม 🙏 อ้อๆๆ อีกอย่างใครที่มีผงเข้าตา บางตอนในนิยายเรื่องนี้ ⚠ อาจทำให้ฝุ่นผงในดวงตาของท่านหลุดออกมาก็เป็นได้ 🐵

บทที่ 87 เค้าลางอัปมงคล

ชื่อตอน : บทที่ 87 เค้าลางอัปมงคล

คำค้น : เด็กหนุ่มมาดเซอร์ สาวสวย สารวัตรหนุ่ม ปีศาจร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 78

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2562 16:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 87 เค้าลางอัปมงคล
แบบอักษร

คุยก่อนอ่าน 

กลับมาอัพอีกครั้ง จริงๆแล้วผมเขียนตอนนี้เสร็จแต่เมื่อวานแล้ว แต่ติดขัดตรงมันต้องผ่านการอ่านทวนซักสองรอบและตรวจคำผิดอีกสามรอบ ถึงแม้ว่านิยายที่ผมลงมันจะเป็นแค่ฉบับเดโม แต่มันก็ต้องสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่ผมทำได้ ผมเน้นเรื่องการทำงานอย่างประณีตเอามากๆ ทุกสิ่งต้องสอดคล้อง สมจริงสมจังและคงความผิดพลาดให้น้อยที่สุด จากที่ผมคาดเดา นิยายเรื่องนี้น่าจะเหลืออีกแค่สามตอนเท่านั้น ส่วนจะจบยังไงนั้น ติดตามรับชมกันด้วยตัวเองได้เลยครับ 

 

บทที่ 87 เค้าลางอัปมงคล 

 

 

โอมหันขวับมาหาสารวัตรหนุ่มและทนายสาวอย่างรวดเร็ว สีหน้าและแววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยอาการตื่นกลัว ปากก็กล่าวตอบเสียงสั่น  

 

“ ผะ…ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นพะ….เพราะอะไร ตะ…แต่ทุกทีที่เป็นแบบนี้ มักจะต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น ละ…แล้วคราวนี้ มะ…มันก็ดูเหมือนจะหนักกว่าทุกครั้ง ” 

         

 

สิ้นคำของโอม ทั้งสารวัตรสิงห์และจิตหราต่างพากันหน้าซีดเป็นไก่ต้มไปตามๆกัน เพราะพวกเขารู้ดีว่าโอมเป็นบุคคลพิเศษที่มีอะไรประหลาดอยู่ในตัว ดังนั้นทุกจิตสัมผัสที่ผิดปกติของเด็กหนุ่มนายนี้ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม  

 

“ นายหมายถึงเรื่องอะไร ” สารวัตรตรงเข้าไปเขย่ากายเพื่อเรียกสติของเด็กหนุ่ม ปากก็กล่าวถามเสียงกร้าว 

 

“ ผะ…ผมมะ…ไม่รู้ว่ามะ…คืออะไร แต่สิ่งนั้นกำลังเข้าใกล้พวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ ” โอมตอบกลับด้วยสีหน้าที่ตื่นกลัว อันเป็นใบหน้าที่ไม่ค่อยจะปรากฏกับเด็กหนุ่มมาดเซอร์นายนี้เท่าใดนัก 

          

 

ทันทีที่โอมพูดจบ จิตหราก็เกิดอาการสติแตกขึ้นมาในทันที เธอเหลียวซ้ายแลขวาไปรอบตัวด้วยท่าทางที่ดูหวาดระแวง ดวงตาเหลือกลานและเบิ่งพอง คล้ายม่านตาจะขยายตัวอย่างเต็มที่เพื่อพยายามค้นหาบางสิ่งที่กำลังแฝงตัวอยู่ในบรรยากาศมืดสลัวบนชั้นดาดฟ้า  

         

 

สีหน้าของสารวัตรสิงห์ดูเครียดขึ้ง เขารู้สึกเครียดไม่ต่างจากตอนที่กำลังยิงปะทะต่อสู้กับข้าศึกในสนามรบ แต่เนื่องจากเขาผ่านมาหลายสงคราม มันเลยทำให้เขาเป็นคนเดียวที่สามารถคุมสติเอาไว้ได้  

 

“ นายตั้งสติให้ดีๆ แล้วค่อยๆนึก มันอาจจะมีอะไรที่ทำให้เราใช้ประโยชน์ได้ ” สารวัตรสิงห์เขย่ากายเพรียวบางของโอมแรงขึ้น เพื่อจะทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัว 

          

 

โอมเองก็พยายามดึงสติของตัวเองกลับมาอย่างเต็มที่ แต่ห้วงแห่งจิตใจของเขาในเวลานี้มันเต็มไปด้วยอะไรที่ดำมืด ลึกล้ำและหลอกหลอน มันเป็นลางอัปมงคลรุนแรงที่เขาเองยังไม่อาจทานทน และเมื่อความรู้สึกนั้นมันพุ่งทะยานถึงขีดสุด เด็กหนุ่มก็หันหน้าไปยังทิศที่ตั้งของประตูทางลง พร้อมตะโกนดัง  

 

“ มันมาแล้ว มันอยู่ตรงนั้น ” 

        

 

ทั้งสารวัตรสิงห์และจิตหราหันมองไปยังทิศที่เด็กหนุ่มร้องบอก สิ่งแรกที่คนทั้งสามเห็นก็คือ……เงาดำขนาดใหญ่ที่พุ่งเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของมันแดงฉานประดุจสีเลือด และในทันทีที่มันเข้าถึงตัวของพวกเขา สายลมแรงที่ใกล้เคียงกับพายุก็พัดกระพือใส่พวกเขาทั้งสามอย่างฉับพลัน  

 

“ เหวอ……” 

           

 

ทั้งสามลอยไปตามแรงพายุ พวกเขาพากันลอยสูงเกือบห้าเมตรพร้อมร่วงหล่นลงมากระแทกกับพื้นในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน  

 

“ พลั๊ก ” 

         

 

สัมผัสแรกที่โอมได้รับหลังกระแทกพื้นก็คือ.....อาการปวดแปล๊บที่ท่อนแขนซ้ายอย่างรุนแรงจนเขาต้องร้องโอย  

 

“ โอ๊ย…..นี่มัน ” 

          

 

เด็กหนุ่มรับรู้ได้ในทันทีว่าความเจ็บปวดที่รุนแรงนี้คืออะไร เพราะมันเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับเขามาแล้วในตอนที่เขาอายุได้ 12 ขวบ เขาก้มลงไปมองยังจุดเกิดเหตุเพื่อยืนยันความคิด เขาก็พบกับท่อนแขนที่แดงช้ำและตกห้อย  

 

“ บ้าเอย…..แขนหักอีกแล้ว สงสัยตอนร่วงหล่นลงมา เราจะเผลอเอาแขนลงก่อน ” 

         

 

แม้แขนจะหัก ความเจ็บปวดรวดร้าวจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นก็ตาม แต่ในยามนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาห่วงตัวเอง เขาจึงเงยหน้าสำรวจเพื่อนร่วมทีม เขาก็พบกับร่างสูงใหญ่ของสารวัตรสิงห์ที่นอนเหยียดยาวอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เขานั่งอยู่  

 

“ พี่สิงห์ เป็นไงบ้าง ” โอมพยายามกัดฟันข่มความเจ็บปวดและร้องถาม 

          

 

ไม่มีคำตอบใดๆออกมาจากสารวัตรหนุ่ม เขายังคงนอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้น การที่สารวัตรหนุ่มไร้ปฏิกิริยาตอบสนองแบบนี้ มันทำให้โอมนึกวิตกกังวลอย่างรุนแรง เพราะถ้าโชคดี สารวัตรสิงห์อาจแค่สลบ แต่ถ้าโชคร้าย เขาก็อาจหมดลมหายใจไปแล้ว แต่ไม่ทันที่หนุ่มโอมจะได้เข้าไปดูอาการของสารวัตรหนุ่ม เด็กหนุ่มก็นึกถึง….. “จิตหรา”  

 

“ เอ๊ะ!.....แล้วพี่จิตหราล่ะ เธออยู่ไหน ” 

           

 

เด็กหนุ่มมาดเซอร์เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ไม่ถึงอึดใจ เขาก็พบกับทนายสาวร่างเพรียวที่กำลังพยายามยันกายลุกขึ้นยืน พร้อมเสียงโอดโอยเบาๆ  

 

“ อู้ย…เจ็บ ” 

          

 

สาวสวยดูจะโชคดีมากกว่าใครเพื่อน เพราะเธอน่าจะบอบช้ำน้อยที่สุด เต็มที่ก็แค่เคล็ดขัดยอกธรรมดา แต่เมื่อเด็กหนุ่มเงยหน้ามองเจ้าสิ่งที่กำลังลอยอยู่เหนือศีรษะของเจ้าหล่อน มันก็ทำให้ความคิดที่ว่าเธอโชคดีกว่าคนอื่นนั้นถูกตีตกไป  

          

 

เจ้าสิ่งที่กำลังลอยตัวเหนือศีรษะของหญิงสาวก็คือ.......เงาดำที่มีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงกับมนุษย์ร่างใหญ่ ดวงตาแดงก่ำของมันจับจ้องมายังหญิงสาวร่างเพรียวที่กำลังยันกายลุกขึ้นยืนแบบไม่วางตา มันดูน่าสะพรึงกลัวไม่ต่างจากเงายมทูตที่ตามล่าล้างผลาญชีวิตอย่างไม่มีผิดเพี้ยน  

 

“ พี่จิตหรา ” โอมร้องเรียกเสียงหลง พร้อมพยายามก้าวเข้าหาหญิงสาว แต่เขาก็ไปได้ไม่เร็วนัก เพราะแขนของเขายังหักอยู่ 

        

 

เมื่อจิตหราได้ยินเสียงเรียกของเด็กหนุ่ม เธอก็เงยหน้าขึ้นมองตามเสียง มันจึงทำให้เธอพบกับโอมที่กำลังก้าวเข้าไปหา เธอจึงร้องถามรัวเร็ว  

 

“ โอม เธอเป็นอะไร ทำไมดูแย่แบบนั้น แล้วเมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น ลมอะไรพัดเรา แถมเงาดำประหลาดที่ตาแดงก่ำนั่นอีก มันเกิดอะไรขึ้น ” 

         

 

ทุกคำถามที่ระดมเข้ามา ล้วนแต่ไม่ได้รับการตอบกลับจากโอม ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีอะไรตอบเธอ หลังสิ้นคำถาม เสียงแหบแห้งที่ด้านหลังของเธอก็แว่วเข้าสู่โสตประสาท  

 

“ ทั้งหมดคือฝีมือของข้าเอง จิตหรา ” 

          

 

จิตหราจดจำกระแสเสียงที่ชวนขนลุกนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะมันคือเสียงที่เธอได้ยินอยู่ทุกค่ำคืน ความหวาดกลัววิ่งแล่นเข้าสู่หัวใจอย่างรวดเร็วจนแทบทำให้เส้นเลือดอันอุ่นร้อนจับตัวกลายเป็นน้ำแข็งที่แสนเยือกเย็น  ด้วยเหตุนี้ มันจึงทำให้หญิงสาวพยายามปลุกปลอบตัวเองให้เข้มแข็ง โดยนึกมโนเอาเองในใจ  

 

“ ไม่จริง ทั้งหมดนี่คือ….ฝันร้าย ทันทีที่ชั้นหันกลับไป ชั้นจะตื่นและลุกขึ้นจากที่นอน ” 

          

 

สิ่งที่เธอใช้หลอกตัวเอง ได้ผลในทางจิตวิทยา เธอสามารถรวบรวมความกล้าได้มากขึ้นและค่อยๆหันกลับไปมองสิ่งที่เพิ่งตอบคำถามเธออย่างช้าๆ เมื่อเธอหันกลับไปเต็มกาย เธอก็พบกับเงาดำประหลาดที่ตามหลอกหลอนเธอทุกค่ำคืน  

 

“ ธะ…เธอ เธอคือ….กุลสตรี ใช่มั้ย ” หญิงสาวถามเสียงสั่น ในใจนึกหวาดกลัวและงุนงง เพราะสิ่งที่ปรากฏมันค่อนข้างที่จะเหลือเชื่อและไร้เหตุผลเอามากๆ ด้วยไม่กี่อึดใจที่ผ่านมา เธอเพิ่งจะใช้กล่องเอกอนันต์กักวิญญาณของกุลสตรี 

 

“ เอ๊ะ! หรือว่ากล่องเอกอนันต์จะใช้ไม่ได้ผล ” 

        

 

เงาดำปริศนายังไม่ตอบ มันยังคงลอยตัวอยู่เหนือศีรษะของจิตหรา พร้อมจ้องมายังสาวสวยแน่วนิ่ง จวบจนเมื่อโอมก้าวเข้ามาถึงตัวของหญิงสาว เด็กหนุ่มมาดเซอร์ก็กล่าวกับจิตหราเบาๆ  

 

“ กล่องเอกอนันต์ก็ไม่ได้ทำหน้าที่ผิดพลาดหรอกครับ มันกักวิญญาณของกุลสตรีเอาไว้จริงๆ แต่เจ้านี่ไม่ใช่กุลสตรี มันคือวิญญาณร้ายเร่ร่อนซึ่งตายพร้อมกับแรงอาฆาตแค้นที่เต็มเปี่ยม ” 

          

 

จิตหราหันขวับมาที่เด็กหนุ่มมาดเซอร์ที่ยืนเคียงเธอ สีหน้าและแววตาของเธอนั้นเต็มไปด้วยคำถาม แต่โอมไม่ได้หันกลับไปตอบ เขาเงยหน้ามองเงาดำปริศนา พร้อมตะโกนถามเสียงกร้าว  

 

“ แกเป็นใคร แกมาทำอะไร และใครเป็นนายของแก ” 

          

 

สิ้นคำของเด็กหนุ่ม ดวงตาแดงฉานของเงาดำปริศนาก็ดูเหมือนจะหรี่ต่ำลงเล็กน้อย จนดูคล้ายคนที่กำลังแสยะยิ้ม วินาทีต่อมาปีศาจร้ายก็ตอบกลับด้วยเสียงที่แหบแห้งดุจเดิม  

 

“ ใช่แล้ว มึงเก่งมากที่รู้ว่ากูไม่ใช่กุลสตรี กูมาเพื่อสร้างหายนะให้กับทุกคนที่กูตามติด ส่วนใครเป็นนายของกู คนอย่างพวกมึงอย่ารู้เลย ” 

 

“ แล้วทำไมถึงรู้ไม่ได้ แกกลัวว่านายของแกจะได้รับอันตรายจากพวกชั้นรึ ” โอมข่มความเจ็บปวดที่ท่อนแขน เพื่อตอบกลับ ส่วนมือข้างที่ไม่เจ็บก็แอบล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง 

 

“ หึ หึ หึ น้ำหน้าอย่างพวกมึงน่ะหรือ จะทำอะไรนายกูได้ นายของกูมีอาคม ไสยเวทที่รุนแรงและกล้าแข็ง พวกมึงไม่มีทางแตะต้องนายของกูได้หรอก และอีกอย่าง……” ปีศาจร้ายตอบกลับ พร้อมทิ้งท้ายอะไรบางอย่าง 

 

“ อะไร ” โอมนึกสงสัย 

 

“ เลิกเอามือล้วงกระเป๋าได้แล้ว มึงเอาทรายเสกที่ซ่อนอยู่ในกางเกงมาสาดใส่กูไม่ทันหรอก กูอ่านใจมึงได้ ” ปีศาจร้ายตอบกลับพร้อมเสียงแหบแห้งที่กร้าวมากขึ้น 

          

 

น้ำคำของปีศาจร้าย ทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะเขาคิดจะทำอย่างนั้นจริงๆ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากดื้อดึงทำในสิ่งที่ปีศาจร้ายรู้ทัน แต่ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้กระทำ ดวงตาแดงฉานของปีศาจร้ายก็เปล่งประกายแรง  

 

“ พวกมึงตายซะเถอะ ” 

         

 

สิ้นคำของปีศาจร้าย ลมพายุแรงก็พัดเข้าใส่หนุ่มสาวต่างวัยอีกครั้ง คราวนี้มันดูรุนแรงกว่าครั้งแรกถึงเท่าตัว มันทำให้ร่างเพรียวบางของทั้งคู่ลอยไกล และทิศที่ทั้งสองลอยไปนั้นก็คือ…..ขอบปูนกั้นเพื่อกันตกของชั้นดาดฟ้า  

 

“ อุ้ก ”  

         

 

โอมจุกเสียดจนพูดไม่ออก เพราะแผ่นหลังของเขาอัดเข้ากับขอบปูนเต็มแรง แต่วินาทีต่อมา หัวใจของเขาก็เสียวแวบขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องที่คุ้นเคย  

 

“ กรี๊ด……” 

        

 

โอมหันมองตามเสียงในทันที สิ่งแรกที่เขาเห็นก็คือร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่ลอยอยู่กลางอากาศ จากนั้นร่างนั้นก็ลอยลิ่วเข้าใส่ขอบปูนใกล้ๆกับจุดที่เขาประจำอยู่ แต่โชคร้ายที่ร่างของเธอลอยสูงกว่าตัวเขา มันเลยทำให้ร่างบางสะดุดเข้ากับขอบปูนกั้นและร่วงหล่นลงไปในทันที  

 

“ พี่จิตหรา ” เด็กหนุ่มตะโกนดังสุดเสียง พร้อมพุ่งทะยานเข้าไปดูโดยเร็ว

 

 

สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ 

https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น