คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6: ซ่อนความเจ็บปวด [3]

ชื่อตอน : บทที่ 6: ซ่อนความเจ็บปวด [3]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2562 15:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6: ซ่อนความเจ็บปวด [3]
แบบอักษร

 

 

เฟื่องลดาไม่ได้โกรธ ไม่เคยโกรธเลยเวลาถูกคนอื่นนินทาว่าร้าย จะคุยอะไรกันก็คุยไปเถอะขอแค่อย่าตั้งป้อมเกลียดจนถึงขั้นตามมาด่า หล่อนแค่อยากอยู่เงียบๆ อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากมีปัญหากับใคร แต่บางคำพูดของสาวๆ ก็ทำให้เฟื่องลดาอดคิดตามไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกของตนที่เปลี่ยนไปจากเดิม 

ใบหน้าที่เคยสวยกลับหมองคล้ำไม่ได้รับการดูแล รอยยิ้มที่เคยสดใสก็เลือนหายไปตามกาลเวลา รวมไปถึงร่างกายที่ผ่ายผอมเหมือนคนขี้โรค ก็จริงอยู่ว่าหล่อนป่วย แต่หล่อนก็ไม่ได้อยากให้ใครมาล่วงรู้ว่ากำลังประสบปัญหาชีวิต ไม่อยากตอบคำถาม ไม่อยากถูกมอง ไม่อยากถูกหาว่าบ้าเหมือนสมัยเรียนมหา’ลัย ที่ถูกเพื่อนในสาขาคนหนึ่งล้อเลียนว่าหล่อนไปพบจิตแพทย์มาเพราะมีอาการป่วยทางจิต 

หล่อนอยากเถียงมาก อยากจะเถียงแล้วก็อยากจะอธิบายว่าไม่ได้บ้า แต่เฟื่องลดาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียบเรียงคำพูดยังไง 

เฟื่องลดาแค่อยากมีใครสักคนที่เข้าใจและคอยอยู่เคียงข้าง ไม่ต้องปลอบ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่รับฟังในบางสิ่งที่หล่อนต้องการจะระบาย แต่… ถ้าตัดอาทิตยาออกไป ก็แทบไม่เหลือใครอีกเลยใจจึงเป็นทุกข์ เคยรักษาหายไปแล้วรอบหนึ่งกลับมาเป็นใหม่ซ้ำสองในคราวนี้ เฟื่องลดาไม่รู้เลยว่าอนาคตอาการจะดีขึ้นหรือแย่ลงมากกว่าเดิม เดินหลบผู้คนเลียบชายหาดออกมาไกลมากน่าจะเกือบหนึ่งกิโลเมตร เห็นโขดหินด้านหน้าไม่มีคนนั่งจึงวางรองเท้าแตะไว้แล้วปีนขึ้นไปนั่งรับลมทะเล ช่วงเย็นๆ แบบนี้น้ำทะเลกำลังจะขึ้น ลมก็พัดแรงมากปะทะมาแต่ละทีร่างกายหล่อนแทบจะปลิวลอยไปข้างหลัง บ่งบอกให้รู้ว่าหล่อนผอมแห้งตามคำนินทาจริงๆ สภาพแบบนี้ใครเห็นเข้าก็ต้องเข้าใจว่าป่วย สีหน้าเฟื่องลดากำลังจะแย่ลงทุกวินาทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าสัปดาห์หน้าจะไปเจอเจ้จอย ถ้าหากหล่อนยังโทรม ยังผอมอยู่แบบนี้ เจ้จอยต้องจับได้และต้องโทรไปฟ้องเอยว่าหล่อนกลับมาซึมเศร้า 

อย่าลืมสิ ว่าหล่อนสร้างภาระสร้างความเดือดร้อนให้เอยมาหลายครั้งแล้ว อย่าทำอีกเชียวนะ ต้องหายป่วยนะเอยจะได้ไม่คิดมาก  

เฟื่องลดาฟุบใบหน้าลงแนบหัวเข่าปล่อยหยาดน้ำตาให้ไหลรินลงบนหิน สัญญากับตัวเองอย่างมั่นคงว่าจะดูแลสุขภาพให้ดีมากกว่านี้ จะกินยา จะไปหาหมอ จะทำเพื่อเอย เพื่อลูก และหล่อนจะไม่มีวันยอมให้เอยรู้ ว่า… ครั้งหนึ่งเคยคิดสั้นเกือบฆ่าตัวตาย ดีแล้วที่ยังมีชีวิต เก่งที่สุดเลย 

เฟื่องลดาร้องไห้ ลุกขึ้นยืนบนโขดหินทำตัวให้ใหญ่มากกว่าที่เคย ปล้องปากส่งเสียงตะโกนออกไปจนถึงปลายขอบฟ้า 

“เก่งที่สุดเลย เฟื่องเก่งมากเลยรู้ไหม สู้เขานะ เฟื่องต้องห้ามอ่อนแอ ต้องหายป่วยเร็วๆ สู้ๆ นะ จะได้กลับมาสดใสเหมือนเดิม”  

‘จะได้กลับมาสดใสเหมือนเดิม’ หญิงสาวยังคงยืนที่เดิม เม้มปากแน่นสะเทือนใจที่เพิ่งจะได้ยินเสียงของตัวเองครั้งแรกในรอบหลายปี 

 

นาตาลีเอียงองศาร่างกายให้หลากหลายท่ามากขึ้นเพื่อช่างกล้องจะได้ถ่ายเก็บไว้ทุกมุม จะเน้นการถ่ายกับคาเฟ่น่ารักๆ ให้เข้ากับแต่ละชุด ได้รูปที่พอใจแล้วก็เปลี่ยนชุดเรื่อยๆ ตอนนี้เข้าชุดที่สามแล้ว “เป็นทุกกอย่างให้แล้ว คนขับรถ ช่างกล้อง จัดมาเลยจะกี่ชุดพี่ก็จะถ่ายให้” มือกล้องจำเป็นยกดีเอสแอลอาร์ตัวใหญ่จากค่ายโซนี่ขึ้นถ่ายญาติผู้น้องที่มีชื่อเสียงในแวดวงนางแบบ เป็นเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า เครื่องสำอาง แล้วก็มีธุรกิจค้าเพชรแท้ทองแท้ 

“ไม่ต้องบ่นเยอะเลย ใครใช้ให้ชวนลีมาถ่ายรูปเล่นไกลขนาดนี้ คาเฟ่ที่หัวหินน้อยกว่ากรุงเทพไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า จะได้รูปไหมก็ไม่รู้” 

“อย่าบ่น เดี๋ยวพี่ถ่ายให้สวยๆ ใช้รีวิวได้ทุกรูป”  

ดวงตาของฐานัสคมลึกและหมองคลํ้า เกิดจากการทํางานหนัก อดหลับอดนอนติดต่อกันเป็นเวลานาน ตั้งแต่เด็กจนตอนนี้อายุใกล้สามสิบห้า วันนี้เขาว่างประจวบเหมาะกับเห็นญาติผู้น้องกําลังจะมีเสื้อผ้าคอเล็กชั่นใหม่ออกมารูปแบบเหมาะกับทะเลจึงชวนมาหัวหิน แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดหรอก เขาแวะมาคุยเรื่องที่ดินอีกรอบจึงทําให้รู้ว่าวันนี้ไอ้ภพก็เข้ามาคุยเหมือนกัน มีแนวโน้มสูงมากว่ามันไม่สู้ราคา ชนะใครบนโลกก็ไม่สะใจเท่าชนะมัน เห็นทีเย็นนี้เขาคงจะต้องไปแสดงความเสียใจกับมันซะแล้ว เด็กเมื่อวานซืนอย่างมันถ้าไม่มีนามสกุลของเจ้าสัวห้อยหลังก็อย่าฝันเลยว่าจะมีวันนี้ได้ มันก็แค่ไอ้ลูกแหงตามหลังพ่อแม่ ทําอะไรเองไม่เป็น เขาสิที่คู่ควรกับการขึ้นมาเป็นผู้บริหาร และการที่พ่อของมันมอบโอกาสหลายๆ อย่างให้เขาก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าท่านยังไม่ไว้วางใจให้มันบริหารงานในบริษัทอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งพ่อแท้ๆ ยังไม่เอามันเลย แล้วจะไม่ให้เขาตลกได้ยังไง 

“มีชุดมาเพิ่มอีกไหม พี่พาแวะไปดูคาเฟ่อื่นอีก” 

“ไม่เปลี่ยนแล้วค่ะ แสงใกล้หมดถ่ายไปก็ไม่สวยหรอก พี่ฐาอย่าลืมวิดีโอด้วยนะ ถ่ายยัง จะเอาไว้ใช้แนบไฟล์พร้อมรูป” 

“ขอรูปนิ่งเพิ่มก่อนยังไม่ค่อยได้ ไปยืนมุมนั้นเกาะมือบนราวระเบียงหันหลังมาหาพี่” ฐานัสชี้นิ้วหมุนๆ ไปยังโซนที่ไม่มีลูกค้า 

นาตาลีสาวลูกครึ่งตาคมทําตามทําสั่งพี่ชายทุกอย่างยืนเป็นแบบให้ถ่ายเดรสข้างหลัง ก่อนจะเอียงใบหน้าสวยเฉี่ยวกลับมาเล็กน้อยจิกใส่หน้ากล้องจนเลนส์เกือบแตก ถ่ายต่ออีกพักใหญ่จวบจนแสงใกล้จะหมดแล้วทั้งสองจึงกลับมานั่งพักสั่งเครื่องดื่มกับขนมมากิน เติมพลัง “ลีเพิ่งรู้นะคะว่าพี่ฐาสนใจจะลงทุนทําธุรกิจที่หัวหิน คิดดีแล้วเหรอคะ ทําไมไม่ไปทําทางภาคใต้พวกกระบี่ ภูเก็ต น่าจะรุ่งกว่านะ” 

“ยังไม่ได้บอกใครเลยนะเรื่องนี้ พ่อพี่เล่าให้ฟังเหรอ” 

“ใช่ อาเดชบอก เพิ่งเจอกันที่อีเว้นท์วันพุธ อย่างนี้ที่เขาลือกันว่าเจ้าสัวยกโปรเจ็คใหญ่ให้พี่ดูแลก็เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นเหรอคะ” 

คําตอบของพี่ชายคือการยักคิ้วและยิ้มบนมุมปาก 

“ดี ไว้มีอะไรให้ลีช่วยบอกได้เลยนะ ลีเองก็ชักจะหมั่นไส้พี่ภพ คิดว่าตัวเองเพอร์เฟ็คมากหรือไงก็ไม่รู้ ถึงกล้าทําเมินใส่ลี!” 

“มันไม่ได้เมินแค่แกหรอก ไม่อย่างนั้นคนในบริษัทจะเกลียดมันแล้วย้ายข้างมาสนับสนุนพี่เหรอ เจ้าสัวป่วยบ่อย ขาเก้าอี้กําลังสั่น” 

“แล้วถ้าพี่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ก็เหมาะเจาะ” 

“ใช่” ฐานัสตอบอย่างมั่นใจ หน้าตาเขาร้ายไม่แพ้น้องสาว 

“ถ้าพี่ภพรู้เข้าคงจะเสียหน้านะคะ แต่เจ้าสัวก็ยุติธรรมดีแล้ว การเป็นลูกประธานบริษัทไม่ได้หมายความว่าจะได้รับตำแหน่งต่อจากพ่อสักหน่อย ของอย่างนี้อยู่ที่ใครเก่งและบอร์ดบริหารไว้ใจใครมากกว่า” 

“พี่จะทำให้เต็มที่ ไม่ว่าจะด้านขาวหรือดำพี่ก็พร้อมจะทำเพื่อตัดขามัน ชนะใครบนโลกก็ไม่สะใจเท่าชนะคนโอหังอย่างไอ้ภพ” 

“ลีแทบอดใจรอเห็นวันย่อยยับของพี่ภพไม่ไหว ชนแก้วค่ะ แด่ว่าที่ผู้บริหารคนใหม่ พี่ชายคนเก่งของลี” สองพี่น้องชนแก้วชาฉลองอย่างไม่เป็นทางการ 

 

 

 

 

 

 

มีแผนร้ายอะไรนะสองพี่น้องคู่นี้ 

 

 

  

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น