-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่2 [Rewrite 16/8/2018]

ชื่อตอน : ตอนที่2 [Rewrite 16/8/2018]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 49.8k

ความคิดเห็น : 70

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2561 20:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่2 [Rewrite 16/8/2018]
แบบอักษร

ตอนที่ 2

เป็นหนึ่งก็ไหลไม่หยุด เขานอนคุดคู้อยู่ในผ้าห่มผืนหนา พยายามปกปิดร่างกายให้มิดชิดที่สุดนอนหันหลังให้คนร่างสูงที่ยังจ้องอยู่อย่างหน่ายๆ ไร้เสียงสะอื้นออกจากปาก แต่น้ำตายังคงไหลตาบวมปูดเพราะผ่านการร้องไห้ ช่องทางรักที่เจ็บแสบคงเพราะฉีกขาดกับเลือดที่ไหลตามซอกขาปนไปกับน้ำรักของอีกคนที่ถูกส่งเข้ามาในตัว

“มึงจะร้องไห้อีกนานไหม”

เป็นหนึ่งสะดุ้งยิ่งแม็คตะคอกใส่

แม็คหัวเสียที่เป็นหนึ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมกระชากทั้งร่างของคนตัวเล็กให้หันมาปะทะตัวเอง จ้องมองเหมือนกินเลือดกินเนื้อ ถึงไม่สามารถสู้แรงอีกคนได้แต่เป็นหนึ่งก็ไม่อยากอยู่เฉยพยายามแกะมือหนาออกจากแขนของตัวเองแต่ดูเหมือนมันไม่ได้ผล แม็คเมื่อเห็นเป็นหนึ่งพยายามต่อต้านก็ยิ่งบีบแขนแรงขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“เจ็บนะ! ปล่อย”

“กูรำคาญ! พูดไม่รู้เรื่องใช่ไหม!” แม็คตะคอก

เพียะ***!***

ใบหน้าเป็นหนึ่งหันไปตามแรงตบจนได้กลิ่นและรสของเลือดที่มุมปากไม่ใช่ไม่อยากหยุดแต่ไม่รู้จะหยุดยังไงยิ่งแม็คทำร้ายร่างกายกลับยิ่งตอกย้ำว่าเขา ‘อ่อนแอ’ จึงทำได้แต่ร้องไห้

“รู้ไหมว่าทำไมกูถึงทำร้ายมึง”

เป็นหนึ่งส่ายหน้า เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด

“เพื่อนมึงต่อยกู”

ได้ฟังดังนั้นเป็นหนึ่งก็ขมวดคิ้ว เขามองหน้าแม็คที่ขณะนี้กำลังแสดงท่าทีสะใจให้เห็น สะใจที่เห็นว่าเขาสู้ไม่ได้หรือไงกันนะ...

แม็คชี้ไปที่แก้มด้านขวาของตัวเอง

“ไอ้กล้ามันต่อยกู”

เป็นหนึ่งรู้สึกหมดแรงไปดื้อๆ กับเหตุผลเพียงแค่นี้น่ะหรือ ถึงต้องมาทำร้ายกันขนาดนี้ มันช่างบ้าเกินไปแล้ว ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาช่างโหดร้ายเกินไปจริงๆ

“คุณมันใจร้าย” เป็นหนึ่งกำมือแน่น บอกในสิ่งที่ตัวเองกำลังรู้สึก “ผมเกลียดคุณ!”

แม็คขบกรามแน่น เขาไม่ชอบใจกับคำพูดของคนตรงหน้าเท่าไหร่นัก ยิ่งได้ยินเสียงร้องไห้ของเป็นหนึ่งก็ยิ่งทำให้อารมณ์เดือดดาลจนไม่อาจควบคุมได้อยู่

“คุณมันใจร้าย”

แม็คผลักให้คนตัวเล็กล้มลงคร่อมร่างอย่างเร็ว ร่างสูงไม่รอช้าประกบจูบอย่างหนัก ลิ้นอุ่นชื้นพยายามสอดใส่เข้าไปในปากแต่เป็นหนึ่งเม้มปากแน่นหันหน้าหนีสัมผัสที่ได้รับ ร่างสูงจับไปที่ใบหน้าและบีบกรามให้คนขัดขืนเปิดปากออก เขาเริ่มลุกล้ำเข้ามากวาดไปทั่วโพรงปาก เป็นหนึ่งหดลิ้นหนีมีหรือจะสู้ความช้ำชองของร่างสูงได้

“โอ๊ย!” แม็คร้องเสียงดังและพละตัวออกมารับรู้ถึงกลิ่นคาวเลือดและความเจ็บที่ลิ้น หันมองร่างบางที่ถอยตัวหนีด้วยท่าทีตื่นตระหนกจ้องมองเหมือนเสือร้ายตะครุบเหยื่อ

“มึงกล้าทำกู มึงต้องเจ็บกว่ากู”

“พอแล้ว ไม่เอาแล้วครับ ผมขอโทษ อย่า เจ็บ”

ร่างสูงหอบหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ เขาจับกระชากหัวให้เป็นหนึ่งหันมาสบตา

“กูจะทำให้มึงเจ็บกว่านี้” แม็คยิ้มเหี้ยม

เป็นหนึ่งรับรู้ได้ทันทีว่าจะถูกทำอะไร จึงพยายามใช้แรงที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดผลักคนตรงหน้าออกเพื่อหาทางหนีรอดแต่แม็คก็ไม่สะทกสะท้านเพราะความโกรธเข้าครอบงำจึงอยากที่จะสั่งสอนให้รู้สำนึก คนตัวเล็กที่ดื้อด้านและไม่ยอมเชื่อฟังจะต้องถูกสั่งสอน เขาจับร่างบางที่ยังคงดิ้นพล่านให้หยุดนิ่งก่อนที่จะชกไปที่ท้องน้อยอย่างแรง

เป็นหนึ่งอ้าปากร้องแต่ไม่มีเสียง อยากงอตัวเพื่อลดความเจ็บปวด แต่ก็ติดที่ร่างสูงนอนทับเขาไว้จนขยับไม่ได้ แม็คเหวี่ยงผ้าห่มไปที่ปลายเตียงร่างกายของทั้งคู่เปล่าเปลือยอีกครั้ง ไม่รอช้าคนร่างสูงจับไปที่ข้อพับแล้วยกขาขึ้นตั้งฉากพร้อมจ่อแท่งร้อนเข้าไปที่ช่องทางรักที่เต็มไปด้วยน้ำขาวขุ่นและรอยเลือด ร่างบางแม้จะเจ็บทั่วร่างกายแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้กระเทิบก้นหนีสุดชีวิตแต่แม็คก็ใช้มือล็อกสะโพกไว้แน่น

เป็นหนึ่งส่ายหน้ารัวไม่อยากยอมรับในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเหมือนเป็นฝันร้ายที่ไม่อยากเจอ มือทั้งสองข้างปัดไปทั่วสารพัดทิศจนไปโดนโคมไฟที่อยู่หัวเตียงโดยบังเอิญ สมองมีความคิดเฉียบพลันขึ้นมาไม่รอช้าคว้าไปที่โคมไฟอย่างเร็ว เขาหลับตากลั่นใจแล้วฟาดไปข้างหน้าอย่างแรง

แม็คร้องเสียงดังด้วยความเจ็บที่ได้รับก้มหน้าลงเพราะความมึน เป็นหนึ่งที่ได้โอกาสก็ถีบไปที่ลำตัวของแม็คด้วยแรงที่มีทั้งหมดจนคนร่างสูงเซตัวล้มลงไปด้านข้าง

ร่างเล็กรีบกระโจนออกจากเตียงในมือยังคงถือโคมไฟไม่ห่างจากตัว เขาพยายามทรงตัวให้อยู่ มองร่างสูงด้วยความหวาดระแวงมีแต่ความคิดเดียวที่อยู่ในหัวสมอง 

หนี! ไม่ว่าจะยังไงต้องหนีให้ได้

“มึงกล้าทำกูเหรอ!” แม็คตะคอกพร้อมกับทำท่าจะกระโจนใส่ เป็นหนึ่งตัวสั่นเพราะตกใจ สองมือกำโคมไฟไว้แน่นฟาดไปไม่ยั้งแรง

“อย่าเข้ามานะ!”

เพล้ง

เสียงดังสนั่นพร้อมกับเสียงโคมไฟที่แตกกระจายตกลงพื้นเบื้องล่าง ใบหน้าที่หล่อเหลากลับมีเลือดที่ไหลจากศรีษะลงมาเปรอะหน้าผ่านหางคิ้วและตา ร่างสูงกุมหัวตรงที่รู้สึกเจ็บ เขามองไปที่มือที่เต็มไปด้วยเลือดรู้ทันทีว่าตัวเองหัวแตก

“เลือด...เป็นหนึ่ง!”

ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังและโกรธมากขึ้นกว่าเดิมแต่ยังไม่ทันที่แม็คจะขยับตัว ร่างทั้งร่างก็ทรุดลงบนที่นอนนุ่มๆ ดวงตาเริ่มอ่อนแรงมองภาพข้างหน้าเห็นเป็นหนึ่งกำลังยืนสั่น เพราะความกลัวจับใจกับเสียงสะอื้นที่ดังไม่ขาดสายจนในที่สุดภาพก็เริ่มเบลอลงอย่างเห็นได้ชัดพร้อมกับดวงตาที่ปิดลง

เป็นหนึ่งที่ยืนมองเหตุการณ์ยังคงแน่นิ่งอยู่ที่เดิมไม่กล้าที่จะขยับตัว ไม่รอให้เสียเวลาไม่เข้าไปดูรีบคว้าเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดสวมใส่อย่างรวดเร็วในขณะที่กำลังที่จะกลับหันหลังเดินออกไปก็ต้องหยุดชะงักหันมามองคนร่างสูงที่ยังนอนอยู่ทำใจกล้าค่อยๆ เดินย่างก้าวอย่างเบาเข้าไปหา เขาเอื้อมไปที่จมูกคนร่างสูง เพื่อดูว่ายังหายใจอยู่หรือว่าตายไปแล้ว

เสียงถอนหายใจที่ถูกพ่นออกมาอย่างโล่งอก ยังไงซะก็ยังไม่อยากได้ชื่อว่าฆาตกรที่ฆ่าคน ถึงจะถูกจับได้ ยังไงก็ไม่ผิดเพราะทำเพื่อป้องกันตัวเองอาจถูกข้อหาทำร้ายร่างกายโดยไม่เจตนาหรือฆาตกรรมโดยไม่เจตนาแต่อีกคนน่าจะโดนหนักกว่า คือ ข้อหา ‘ข่มขืนและกระทำชำเรา’

เป็นหนึ่งเมื่อเห็นร่างสูงปลอดภัยแล้วกำลังหันหลังที่จะเดินกลับอีกครั้งแต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อมือขวาถูกพันธนาการจากคนที่คิดว่ายังไม่ฟื้น เขาเบิกกว้างเพราะความตกใจเมื่อข้อมือถูกจับไว้แน่นพร้อมกับสายตาที่เย้ยหยันของร่างตรงหน้าที่ส่งมาให้

เป็นหนึ่งหน้าซีดยืนตัวสั่นสะท้านขอให้สิ่งที่คิดไม่เป็นความจริง มองหน้าร่างสูงด้วยแววตาสั่นระริก

“อย่างที่มึงคิดนั่นแหละ” แม็คยิ้มด้วยสายตาเชิงดูถูกที่ตนเองเหนือกว่า จับแขนร่างบางไว้แน่นกว่าเดิมจนเป็นหนึ่งหน้านิ่วเพราะความเจ็บ

“อย่า!” เป็นหนึ่งใช้แรงทั้งหมดสะบัดมือออกอย่างแรงจนสามารถหลุดพันธนาการไม่ต้องคิดอะไรมากสองขาเล็กพาตัวเองวิ่งออกมานอกห้องอย่างไว

“เป็นหนึ่ง! หยุดนะ! ถ้าหนีแล้วกูจับได้ขึ้นมา กูจะทำให้มึงเจ็บหนักกว่านี้” แม็คขู่ไล่หลัง

เป็นหนึ่งเลือกที่จะวิ่งไปที่บันไดหนีไฟมากกว่าขึ้นลิฟต์ แม้จะเจ็บที่ช่วงล่างแต่ก็กัดฟันทน เขาต้องหนีให้รอด!

ลงมาได้ไม่กี่ชั้นก็เปลี่ยนไปเป็นขึ้นลิฟต์จนกระทั่งมาถึงด้านล่าง เขาพาตัวเองแทรกผ่านผู้คน พยายามเดินให้เร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตไปมากกว่านี้ อีกเพียงแค่อึดใจเดียวก็จะถึงประตูด้านหน้ารอยยิ้มน้อยๆ เกิดขึ้นด้วยความหวัง อีกเพียงนิดก็จะถึงที่หมายยิ่งทำให้เป็นหนึ่งเร่งฝีเท้ามากขึ้นกว่าเดิม

“เป็นหนึ่ง! หยุดนะ!”

เสียงที่ดังมาจากข้างหลังทำให้เป็นหนึ่งชะงักก่อนที่จะหันไปมองยังต้นเสียง เห็นแม็คที่ใส่ชุดคลุมอาบน้ำวิ่งออกมาจากลิฟต์

เป็นหนึ่งรีบวิ่งออกไปที่ประตูทางเข้าทันทีโดยไม่สนใจสายตาที่มองมา เขาพาหันซ้ายหันขวามองหาทางที่จะไป เห็นรถแท็กซี่ที่ขับเคลื่อนเข้ามาจอดตรงหน้ากับร่างสูงอีกคนที่อยู่ภายในรถ ไม่รีรอให้แม็คตามมาจับได้ขึ้นแท็กซี่อย่างไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ก่อน

“เฮ้ย! ขึ้นมาได้ไงเนี่ย” ชายหนุ่มผู้โดยสารตระหนก เมื่อจู่ๆ ก็มีคนเข้ามาในรถที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่

“ขอร้องครับออกรถเร็วๆ ช่วยผมด้วย ช่วยด้วย...ฮือ” ร่างเล็กสะอื้นขอความช่วยเหลือ

ด้วยสภาพของเป็นหนึ่งทำให้คนแปลกหน้าตกใจ เขาคิดว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่นอนมองไปด้านข้างเห็นใครบางคนกำลังวิ่งมาด้วยสีหน้าที่เหี้ยมโหด

“ช่วยด้วย ผมขอร้อง ลุงครับออกรถนะครับ ฮือ” เป็นหนึ่งร้องไห้อ้อนวอนให้คนทั้งสองสงสาร

“ลุง ออกรถเลย” ชายหนุ่มบอกกับคนขับ

“ครับๆ”

เมื่อได้ยินเสียงอีกคนสั่งคนขับแท็กซี่ก็วิ่งรถออกไปทันที

เสียงสะอื้นดัง จนคนขับแท็กซี่อดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองกระจกหลังดูร่างเล็กที่กำลังร่ำให้กับอีกคนที่นั่งข้างๆ ก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ดึงคนข้างตัวมากอดปลอบใจ

“ขอบคุณครับ ขอบคุณที่ช่วยผม” เป็นหนึ่งยังคงร้องไห้ไม่หยุดทั้งใจเสียและหวาดกลัวจนในที่สุดก็เผลอหลับไปท่ามกลางสายตาของทั้งสองคน

ชายแปลกหน้าชั่งใจมองร่างเล็กที่หลับคาอ้อมอกก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วกดโทรออกไปยังปลายสาย

ทันทีที่แม็คมาถึงห้องตัวเองด้วยสภาพที่เหมือนไปออกรบ ชุดคลุมอาบน้ำที่หลุดรุ่ยกับผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง หลังจากที่ปล่อยให้เป็นหนึ่งหนีไปได้ก็รู้สึกอารมณ์เสียอย่างรุนแรง แม็คกุมไปที่ขมับตัวเองรู้สึกเจ็บ จึงนึกได้ว่าตัวเองถูกตีหัวแตกได้กลิ่นความเลือดที่ซึมออกมาจึงทำให้ต้องหยิบทิชชูออกมาเช็ดด้วยความไม่สบอารมณ์ คิดแล้วเจ็บใจนักที่ร่างบางกล้าคิดที่จะหนี ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับคนอย่างเขามาก่อนทุกๆ คนที่เข้าหาต่างก็หวังผลประโยชน์หรือไม่ก็หวังรวยทางอ้อมเท่านั้น ทั้งชายหญิงต่างก็ยอมพลีกายให้เขาได้เสพสม เว้นก็แต่เป็นหนึ่งที่ร้องไห้จะเป็นจะตายเสียให้ได้แถมยังกล้าทำร้ายร่างกายอีก

“อย่าให้เจอตัวนะเป็นหนึ่ง”

แม็คพูดอย่างคาดโทษ เหลือบไปเห็นรอยเลือดที่แห้งกรังเป็นดวงเปื้อนที่นอนสีขาวกับรอยน้ำรัก สภาพที่ยับยู่ยี่จนแทบไม่เหลือเค้าของเดิมแค่เห็นก็รู้ว่าผ่านอะไรมานักต่อนัก ใบหน้าขาวเปื้อนไปด้วยน้ำตาของร่างเล็กลอยเข้ามาให้เห็น คนตัวเล็กที่ร้องไห้ขอความเห็นใจอ้อนวอนขอให้ปล่อยแต่ด้วยอารมณ์ทำให้เผลอที่จะทำรุนแรงเมื่อถูกต่อต้าน

เสียงรอสายด้งขึ้นมาทำให้แม็คหลุดจากภวังค์เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่หัวเตียงอย่างช่วยไม่ได้ สายตามองไปยังชื่อหน้าจอที่โทรเข้ามาก่อนที่จะกดรับสาย

ไรอัน…เพื่อนของเขา

“เออ มีอะไร”

[มึงทำอะไรวะ]

“กูทำอะไร? มึงพูดให้เคลียร์ดิ”

[รถกูเสีย กูเลยนั่งแท็กซี่มาหามึงแต่พอกูมาถึงก็เจอใครไม่รู้วิ่งขึ้นมาบนรถที่กูนั่ง รู้ไหมก็เห็นอะไร กูเห็นมึงวิ่งตามน้องเขามา]

ทันทีที่ได้ฟังประโยคถัดมาของไรอัน ทำให้แม็คยกยิ้มที่มุมปากทันที รู้สึกว่าโชคจะเข้าข้างตัวเองดีจริงๆ ไม่ต้องเสียเวลาไปตามหาก็เจอตัว

“ตอนนี้มันอยู่กับมึงใช่ไหม”

[...] คนปลายสายไม่ตอบ

“ไรอัน...ถ้ามึงไม่บอกกูแล้วกูหาเจอเองมันจะเจ็บหนักกว่าที่มึงคิดแล้วถ้ามึงคิดพาหนีกูจะทำร้ายมันจนมึงคิดไม่ถึงว่าคนอย่างกูจะทำได้”

[มึงจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะเว้ย]

“มึงก็รู้ว่ากูพูดจริง”

สิ้นเสียงแม็คก็วางสายไปทันที รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น