-[TAKE]-

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่2 [Rewrite 17/8/2018]

ชื่อตอน : ตอนที่2 [Rewrite 17/8/2018]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 52.8k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2561 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่2 [Rewrite 17/8/2018]
แบบอักษร

ตอนที่ 2

“ไม่!”

สิ้นเสียงของร้องต้นกล้าร่างสูงก้มลงจูบที่ริมฝีปากบางทันที ร่างบางกัดฟันตัวเองแน่นไม่ยอมให้ส่งลิ้นเข้ามาง่ายๆ ร่างสูงจึงกำไปที่ส่วนอ่อนไหวของคนตัวเล็กที่ไร้เสื้อสิ่งปกปิด ทำให้ต้นกล้าอ้าปากกว้างส่งเสียงร้องอัตโนมัติแต่ก็ยังไม่ทันที่จะเปล่งเสียงออกมา คนตรงหน้าก็ส่งลิ้นเข้ามาในโพรงปาก

ต้นกล้าเบิกตากว้างด้วยความตักใจพยายามเบือนหน้าหนีไปอีกทางแต่ก็ถูกจับที่กรามแน่นจนรู้สึกเจ็บ ร่างสูงรุกไล้ลิ้นเล็กๆ ที่หดลิ้นหนีกวัดไปทั่วโพรงปากอย่างชำนาญ ต้นกล้าไม่ยอมอยู่เฉยดิ้นตัวอย่างแรงอย่างรู้สึกรังเกียจ สองมือที่ถูกมัดทุบไปที่ร่างสูง ใช้แรงที่มีสู้สุดฤทธิ์แต่คนตรงหน้ากลับไม่ยอมง่ายๆ บดจูบอย่างหนักและรุนแรงกว่าเดิมจนทำให้คนตัวเล็กไม่สามารถสู้ได้ เสียงรสจูบที่ร่างสูงมอบให้นานจนต้นกล้าหายใจไม่ออก

สองมือที่ถูกพันธนาการเริ่มหมดแรงลงอากาศหายใจกำลังจะหมด แต่ร่างสูงก็ผลักตัวออกมาเสียก่อน ร่างบางหอบหายใจอย่างแรงเพื่อเอาอากาศเข้าปอดให้มากที่สุด สายตามองไปที่อีกฝ่ายกำลังแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองอย่างอร่อย

“ต้นกล้า หวานมากเลย พี่อยากกินอีกจัง แค่ปากยังหวานขนาดนี้ แล้วข้างล่างจะหวานขนาดไหนนะ”

“อย่า! อย่าทำ!!!”

ไม่รอให้ต้นกล้าร้องขัดค้านได้อีกใช้สองนิ้วเข้าไปที่ปากของร่างบาง ควานไปทั่วโพรงปากหยอกล้อกับลิ้นเล็กๆ จนพอใจก่อนที่จะเลื่อนลงมาที่ลำคอและหน้าอก ใช้หัวนิ้วโป้งเกลี่ยวนและบีบจนขึ้นสีแดงระเรื่อ ต้นกล้าที่ฝืนแรงเร็งไปทั่วร่างอีกครั้ง อีกมือร่างสูงจับไปที่แก่นกายสายตาหื่นกระหายเหลือบมองที่ใบหน้าของคนร่างเล็กพร้อมยกยิ้มที่ใบหน้าหล่อเหลาก่อนที่จะก้มหน้าลงไปภายใต้ระหว่างขาที่ถูกอ้าออกจนกว้างแล้วใช้ปลายลิ้น สัมผัสที่ส่วนหัวแล้วขบเบาๆ ต้นกล้าตกใจกับสัมผัสที่ร่างสูงมอบให้ยกมือขึ้นรั้งหัวของคนตรงหน้าทันที

“อ๊ะ!”

เสียงที่ถูกเปล่งออกมากลับยิ่งทำให้ร่างสูงแทบคลั่งจัดการอมส่วนแก่นกายจนมิดดูดและเม้มไปทั่ว ลิ้นหนาชอนไชไปที่ส่วนหัวและลำโคนจนต้นกล้ารู้สึกสะท้านไปทั่วตัว สองมือพยายามดันหัวและจิกหัวของร่างสูงให้เงยขึ้นแต่ด้วยแรงที่เริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ เพราะความเสียวซ่านที่เกิดขึ้นจนสะโพกเริ่มเกร็ง

ร่างสูงเมื่อรู้ว่าร่างบางต้องการปลดปล่อยก็ยิ่งทำแรงขึ้น มือที่พยายามรั้งร่างสูงเปลี่ยนเป็นขยี้หัวแทนเพื่อลดความเสียวซ่านร้องครางออกมาอย่างไม่เป็นศัพท์

“อ๊า!~”

เพียงไม่นานก็ปลดปล่อยออกมา ร่างสูงดูดกลืนน้ำหวานลงโดยไม่รังเกียจและดูดกลืนลงลำคออย่างเอร็ดอร่อยทั้งยังช่วยเลียทั้งลำโคนทำความสะอาดให้

“หวานมาก หวานไปทั้งตัวจนอยากทำอย่างอื่นอีก” ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อแต่ผิดกับอีกคนที่กำลังรู้สึกหมดแรงไม่สามารถเอ่ยปากโต้ตอบแต่อย่างใดได้แต่เบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“ไม่ต้องกลัวไปหรอก เจ็บแค่ตอนแรกเท่านั้น”

“ไม่เอา! ปล่อย”

ต้นกล้าหนีบขาแน่นไม่ยอมง่ายๆ หันตัวหนีไปอีกทาง สองมือก็ผลักคนตรงหน้าไม่ให้เข้าใกล้ปนกับเสียงร้องห้าม ร่างสูงจับขาต้นกล้าที่รั้งไว้ดันเข่าให้แยกออกกว่าเดิม แม้คนตัวเล็กจะพยายามฝืนสุดชีวิตแต่ก็ไม่อาจสู้แรงได้ ยกสะโพกของร่างบางจนลอยเด่นทำให้เห็นแก่นกายและช่องทางที่สีสวยอีกครั้งชัดมากกว่าเดิมสลับกับเสียงร้องขออ้อนวอนของคนตัวเล็กก็จนแทบจะทนไม่ไหวอยากเข้าไปทะลุทะลวงให้รู้แล้วรู้รอดตรีตราประทับเป็นเจ้าของไม่ให้ไปไหน แต่ยังหรอกยังอยากสนุกอยู่ ต้องรออีกนิด

“อย่า! อย่าทำเลยนะ ไม่เอา”

ร่างสูงอยากได้คนตัวเล็กจนใจจะขาดอดไม่ได้ที่จะต้องแลบลิ้นตัวเอง ดันสะโพกให้ลอยเด่นกว่าเดิม ค่อยๆ สอดนิ้วเข้าไปเพื่อเบิกช่องทางที่เล็กและคับแคบไม่เคยมีใครได้ลุกล้ำมาก่อน ไร้สิ่งหล่อลื่นที่เป็นตัวช่วย ถูกนิ้วดันเข้ามาทีล่ะนิดๆ ต้นกล้าอ้าปากร้องไร้เสียงเล็ดลอดออกมาจากลำคอ เกร็งไปทั่วตัวจนร่างสูงไม่สามารถส่งนิ้วเข้าไปสุดได้ แต่ยิ่งห้ามก็ยิ่งยุร่างสูงจัดการดันนิ้วเข้าไปทีเดียวจนสุด ขาต้นกล้าสั่นจนรู้สึกได้ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด

“เจ็บ”

“ต้นกล้า อย่ารัดนิ้วพี่แน่นซิ พี่ขยับไม่ได้นะ”

ร่างสูงก็จัดการถอนนิ้วออกและดันเข้าไปอีกครั้งกระแทกลงไปอย่างช้าๆ จนกลายเป็นหนักและแรงขึ้นมากกว่าเดิม

ต้นกล้าร้องขอปนกับเสียงร้องไห้อย่างเจ็บปวด อยากดิ้นหนีแต่ก็ถูกจับไว้แน่นไม่สามารถที่จะขยับไปไหนได้ รู้สึกเจ็บไปทั่วตัว สายตาชายหนุ่มที่จับจ้องปฏิกิริยาของคนตัวเล็กมองด้วยความต้องการและหื่นกระหายอย่างเหลือล้น แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการ ผิวขาวนวลนุ่มมือที่สัมผัสกับหน้าอกเล็กๆ นั่นก็ยิ่งอยากเพิ่มความต้องการทำให้เป็นรอยทั่วตัว นิ้วที่สอดใส่เพิ่มเป็นสองนิ้วควานไปทั่วช่องทางมีแต่ความอยากได้จนเผลอทำรุนแรงจนทำให้ต้นกล้าร้องออกมาเสียงดัง

“โอ๊ย ผมเจ็บ!”

ร่างสูงปล่อยนิ้วออกมาจากช่องทางที่บวมและแดง รู้สึกเจ็บไปที่ช่วงกลางลำตัวของร่างสูงที่ยังอยู่ภายใต้เสื้อผ้าเริ่มประท้วงอยากจะออกมาข้างนอกเต็มทน

“พี่ทนไม่ไหวแล้วนะ ขอพี่นะครับ...คนดี”

แม้ว่าจะเป็นคำพูดที่ดูสวยหรูแต่มันกลับเหมือนเป็นยมทูตที่มาคร่าชีวิต ต้นกล้าส่ายหน้าปฏิเสธน้ำตาไหลไปทั่วใบหน้าจนแทบจะมองไม่เห็น สองขาพยายามที่จะดันตัวเองให้รอดพ้นจากคนตรงหน้าแต่มันก็ยากเย็นเหลือเกิน

ในขณะนั้นเอง...เสียงเพลงรอสายของร่างสูงดังขึ้นในขณะที่กำลังก้มหน้าปลดซิบกางเกงลง ทำให้ร่างสูงหยุดชะงักทันทีเหลือบตามองไปยังโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างเตียง เสียงรอสายที่ตั้งไว้สำหรับเบอร์สำคัญเท่านั้น ร่างสูงถอนหายใจอย่างหน่ายๆ ก่อนที่จะลุกขึ้น

“เดี๋ยวพี่มานะ นอนรอพี่อยู่เฉยๆ รู้ไหม”

พูดจบร่างสูงก็เดินถือโทรศัพท์ออกไปจากห้อง ต้นกล้าดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งไม่รอช้าใช้ปากแกะเข็มขัดออกอย่างยากลำบากจนหลุด มองแขนตัวองที่เต็มไปด้วยรอบแดงและรอยช้ำ ร่างกายสั่นๆ พาตัวเองลงมาจากที่นอน สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในสมอง

หนี!...

เขาต้องหนีไปจากที่นี่!...

สายตาหวาดระแวงจนเริ่มทำตัวไม่ถูกสายตาเหลือบไปเห็นชุดนักเรียนที่ถูกกองข้างตะกร้าและกระเป๋านักเรียนที่อยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง ต้นกล้าเดินไปหยิบกางเกงขึ้นมาใส่อย่างลวกๆ ด้วยความเร่งรีบ จะไปที่ประตูก็ไม่ได้ ไม่รู้จะหนีไปทางไหน จนกระทั่งมองไปยังหน้าต่างที่เป็นกระจก ไม่ต้องคิดมากที่จะหาทางหนีสองขาลนลานเดินไปที่หน้าต่างทันที มองลงไปเบื้องล่างที่สูงพอสมควร

ต้นกล้าระงับตัวเองไม่ให้สั่นเหงื่อไหลไปทั่วใบหน้ารู้สึกชื้นที่มืออย่างเห็นได้ชัดพยายามตั้งสติให้มากที่สุดแล้วเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มอย่างเร็วก่อนที่จะหยิบปลายไปมัดที่บานพับของขอบหน้าต่างแล้วหย่อนลงไปเบื้องล่างเพื่อมองดูจากความสูงแต่ก็ยังไม่พอที่จะลงไปถึงพื้นได้ ต้นกล้าดึงกลับขึ้นมาอีกครั้งเพื่อหาผ้ามาต่อ

ชายหนุ่มเดินกลับมาที่ห้องอีกครั้งหลังจากคุยธุระสำคัญเสร็จแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่าและร่องรอยของการรื้อผ้าปูที่นอนและหมอนที่กระจุยกระจายไปทั่วหัวเตียงเท่านั้น เหลือบมองไปยังหน้าต่างเห็นผ้าที่ถูกมัดให้เป็นคล้ายเชือก ร่างสูงวิ่งไปที่ขอบหน้าต่างทันทีชะเง้อลงไปดูแต่พบเพียงผ้าที่ปลิวไปตามกระแสลมอ่อนๆ

ต้นกล้าที่รู้สึกว่าร่างสูงเดินมาก็รู้ว่าหนีไม่พ้นจึงไปหลบที่หลังประตูบานหนา ระงับอาการตื่นกลัวไม่ให้สั่นควบคุมอาการหายใจไม่ให้เสียงดังมือป้องปากไว้แน่น ทันทีที่เห็นอีกคนเดินไปที่หน้าต่างคนตัวเล็กก็รีบวิ่งออกจากห้องโดยที่ไม่ลืมถือกระเป๋านักเรียนมาด้วย สองขาเล็กๆ พาตัวเองวิ่งให้เร็วที่สุด เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างสูงหันมาพอดี

“หึหึ” เขาหัวเราะอย่างชอบใจแล้วเดินตามไปอย่างไม่เร่งรีบ

บ้านที่แสนจะกว้างขวางและใหญ่โตไม่มีใครอาศัยอยู่มีเพียงชายหนุ่มเท่านั้นไม่ใช่ว่าไม่มีใครแต่เพราะร่างสูงให้แม่บ้านหยุดพักงานและห้ามกลับเข้ามาจนกว่าจะตามให้กลับมาโดยที่ยังให้เงินเดือนเต็มเดือนเหมือนเดิม ทุกอย่างนี้ก็ถูกเตรียมขึ้นเพื่อต้อนรับใครอีกคนที่จะพามาอยู่ด้วย ร่างสูงเดินผิวปากอย่างสบายอารมณ์

แน่นอนว่าเขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อนตามหาเพราะทุกซอกทุกมุมของบ้านเขารู้จักเป็นอย่างดี ปล่อยให้อีกคนวิ่งหาทางหนีอย่างไม่ยีหระ สองขาแกร่งพาตัวเองเดินออกไปหยุดที่ตรงบันได

ได้เวลาล่าเหยื่อ!

“ทำอย่างงี้พี่ก็แย่สิ อยากเล่นซ่อนหากับพี่ก็ไม่บอกเพราะเป็นต้นกล้าถึงยอมนะ พี่จะเป็นฝ่ายหาเองก็ได้แต่อย่าให้ถูกจับได้พี่ไม่รับรองว่าจะเกิดอะไรขึ้นนะครับ”

เสียงของอีกคนดังมาตามหลังทำให้ต้นกล้ารู้สึกกลัวจนไม่กล้าที่จะขยับไปไหน คำพูดที่เนิบนาบแต่แฝงไปด้วยความนัยที่บอกว่าอย่าให้ถูกจับได้ แค่คิดก็ไม่อยากที่จะหยุดหนีแต่ก็ต้องฝืนทนแม้ว่าจะยังเจ็บที่ช่วงล่าง

ต้นกล้าวิ่งกระหืดกระหอบด้วยความอ่อนล้าพาตัวเองวิ่งเข้ามาตามทางเดินที่แสนจะยาวไกล เขาไม่รู้ว่าที่ไหนหาทางออกก็ไม่เจอ พอออกมาจากห้องได้ก็หลับหูหลับตาวิ่งมาโดยตลอดรอคอยเพียงความหวังที่จะต้องรอด

ร่างสูงเดินอย่างไม่เร่งรีบตามทางที่เป็นทางเชื่อมของชั้นหนึ่งและชั้นสอง สองขาก้าวลงมาทีละคั่นจนสุดทาง มองไปรอบทิศหยั่งเชิงดูก่อนที่จะตัดสินใจไปทางด้านซ้ายมือซึ่งเป็นทางไปห้องครัวเป็นอันดับแรก ทางเดินที่ทอดยาวอยู่ห่างจากห้องนั่งเล่นมีเพียงรอยยิ้มเหี้ยมที่ประดับอยู่บนใบหน้าเท่านั้น

ต้นกล้าที่ควานหาประตูไปทั่วและหน้าต่างทุกบานแต่ก็ไม่สามารถเปิดได้ เหมือนกับถูกปิดตายจากด้านนอกสองมือทุบไปที่หน้าต่างกระจกบานหนาอย่าต้องการระบายอารมณ์

 “โธ่เว้ย!” ต้นกล้าสบถอย่างลืมตัวโดยที่ลืมไปว่ากำลังหนีใครอีกคนอยู่

ทันทีที่ได้ยินเสียงแว่วมาชายหนุ่มก็ยิ้มให้กับตัวเอง เขาเดาไม่ผิดที่ล็อกกลอนและประตูทุกบานเพื่อกันไม่ให้ต้นกล้าหนี ร่างสูงนึกคิดถึงคนที่กำลังตามหาว่าจะอารมณ์เสียแค่ไหนที่รู้ว่าออกไปไหนไม่ได้ คงกำลังวิ่งวุ่นหาทางหนีด้วยอารมณ์ที่หวาดกลัว

ร่างเล็กคงสั่นสะท้านเหมือนกับลูกนกที่หาทางออกไม่ได้ แค่คิดก็ยิ่งทำให้รู้สึกกระสันอยากที่จะเข้าไปครอบครองและเป็นเจ้าของ แม้ว่าอีกฝ่ายจะร้องขอด้วยความเจ็บปวดยังไงก็ไม่สน ดวงตาเย็นยะเยือกแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างอยากกระหาย

“ต้นกล้า อยู่ตรงนั้นเหรอ หนีให้ดีดีอย่าให้พี่จับได้ล่ะ”

คนตัวเล็กผวาเย็นวูบไปทั่วสันหลัง หันหลังไปมองอย่างนึกระแวงนึกโมโหตัวเองที่ดันทำเสียงดังเกินเหตุ

‘ทำไงดี จะทำยังไงดี จะหนีไปทางไหน’

สองขาสั่นพาตัวเองเดินไปรอบห้องโถงขนาดใหญ่ที่ถูกประดับไปด้วยแจกันขนาดใหญ่และเฟอร์นิเจอร์กับชุดเครื่องเรือนมีราคาที่บ่งบอกสถานะของอีกฝ่ายอย่างดี ถ้าเป็นตอนปกติต้นกล้าต้องตื่นตาตื่นใจกับความหรูหราของภายในบ้านแต่มันไม่ใช่เวลานี้ ร่างบางไม่สนว่าของตรงหน้าจะดูสวยขนาดไหน เพียงแต่ต้องการหาทางออกให้เร็วที่สุด

ต้นกล้าก้มตัวลงเพื่อหลีกหนีสายตาของร่างสูงไม่ให้เห็น แต่ก็ต้องชะงักหยุดนิ่งเมื่อเบื้องหน้าคือคนที่จับตัวเขามากำลังยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่สายตาจับจ้องไปทั่วทุกมุมห้อง ต้นกล้าก้มหน้าต่ำแนบพื้นตรงโซฟาที่ห่างจากอีกคนแค่ไม่กี่เมตร

หลังจากที่ชายหนุ่มเดินไปสำรวจห้องครัวเป็นอันดับแรกกวาดมองไปทั่วทุกมุมห้องแต่กลับไม่พบร่องรอยของการเข้ามาแต่อย่างใดจึงเดินหันหลังออกมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง เดินวนไปที่หน้าต่างเห็นร่องรอยของการงัดแงะทั่วทุกบานคิดว่าคนตัวเล็กพยายามที่จะเปิดออกแต่ก็เปิดไม่ได้

ใบหน้าหล่อจับจ้องไปข้างนอกหน้าต่างก่อนที่จะหันหลังกลับมาทางเดิมแล้วสอดส่องไปรอบๆ จนกระทั่งมองไปเห็นชายกระเป๋านักเรียนที่โพล่พ้นโซฟาเพียงเล็กน้อยขยับขยุกขยิกไปมา ทำให้รู้ทันทีว่ามีคนแอบอยู่ที่หลังโซฟาตัวใหญ่ แต่มันกลับทำให้ร่างสูงยกยิ้มที่มุมปากเล็กๆ ดวงตาส่องประกายวับทันทีที่เห็นคนกำลังตามหาที่เหยื่ออยู่ตรงหน้าแค่เอื้อมมือ

เสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาใกล้ ทำเอาต้นกล้าแทบผวากับสิ่งที่ได้ยิน เสียงหัวใจเต้นอย่างไม่เป็นส่ำ หวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังจะได้เจอเหงื่อไหลย้อยมาตามซอกคอและหน้า มือชื้นแฉะด้วยความกลัวปิดปากสนิทไม่ให้ส่งเสียงสะอื้นออกไปใครอีกคนกำลังเดินเข้ามาใกล้จนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจข้างหู

“ไม่มีเหรอเนี่ย”

ร่างสูงก้มหน้าไปที่ด้านหลังของโซฟาพบแต่เพียงกระเป๋าที่กองอยู่กับพื้น

หัวใจกำลังเต้นเสียงดังแทบจะกระเด้งออกมานอกอก ตัวสั่นไม่หายจากอาการหวาดกลัวเมื่อสักครู่ โชคดีที่ตู้โชว์ของเป็นกระจกทำให้เห็นว่าเขากำลังเดินมาจึงไหวตัวทันรีบคลานตัวหนีไปอีกทาง

ร่างสูงเดินวนไปรอบห้องนั่งเล่นอีกครั้ง มองไปที่รอบห้องก้มตัวมองหาไปทั่ว ต้นกล้าที่แอบอยู่หลังตู้ร่างกายสั่นระริกสองมือกอดตัวเองไว้แน่น กัดปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงร้องไห้ จะหนียังไงถึงจะหนีพ้นต่อให้มีปีกก็ไม่สามารถหนีได้ถูกล็อกประตูและหน้าต่างทุกบานเหมือนเป็นกรงนกขนาดใหญ่เป็นที่กักขังให้ไร้อิสระ

‘ทำไงดี! ขอเพียงแค่สักบานจะประตูหรือหน้าต่างก็ได้ขอแค่เปิดออกสักบาน...จริงสิ!’

คนตัวเล็กยิ้มอย่างมีความหวังอีกครั้งนึกถึงห้องข้างบนที่ตนเองเพิ่งวิ่งออกมา รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะรอด

เขาจำไม่ได้ว่าห้องอยู่ตรงไหน เนื่องจากชั้นสองเต็มไปด้วยห้องไม่ต่ำกว่าสิบห้องได้แต่วิ่งไปเปิดประตูจับลูกบิดหมุนแต่ก็ไม่สามารถเปิดได้เพราะถูกล็อก ทำให้เสียเวลาพอสมควร

จนกระทั่งร่างบางวิ่งไปที่ประตูบานนึงจับลูกบิดแล้วเปิดประตูเข้าไป รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าอีกครั้งอย่างดีใจในที่สุดก็เจอห้องที่ตามหา

ต้นกล้าวิ่งไปที่หน้าต่างทันทีแล้วมองไปยังนอกหน้าต่างที่สูงพอสมควร แม้จะกลัวแต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องหนีให้พ้นรีบปืนออกไปนอกหน้าต่างมือสั่นๆ จับผ้าและคานของหน้าต่างไว้แน่น หันหลังตั้งท่าจะปีนลงไปแต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงใครอีกคนที่เดินเข้ามาเอ่ยขึ้น

“อะไรกัน หนีพี่เข้ามาที่ห้องเพื่อทำแบบนี้เองเหรอ คิดว่าจะหนีพี่พ้นเหรอครับ” ชายหนุ่มเอ่ย มองร่างเล็กตรงหน้าต่างที่กำลังปีนหนีลงไปอย่างเอาเป็นเอาตาย

“ต้นกล้าหันมาดูนี่ซิ มันคืออะไรเอ่ย?” เขาพูดขึ้นทำให้ร่างบางที่ปีนลงมาถึงครึ่งทางหันไปมองทางด้านบนที่อีกคนเรียกก็แทบผงะตัวด้วยความช็อก

มีด!...

ร่างสูงก้มหน้ามามองยังเบื้องล่าง ข้อศอกตั้งตรงอยู่ขอบหน้าต่างยื่นออกมาข้างนอกถือมืดอยู่ในมือทำท่าทีกำลังจะเฉือนผ้าที่มัดออก ต้นกล้าส่ายหน้าไม่ให้เป็นอย่างที่คิดขออย่าให้เกิดขึ้น เขาหัวเราะที่เห็นเหยื่อกำลังลนลานและกลัวจนตัวสั่น คิดถูกที่พกมีดออกมาจากห้องครัวด้วย ค่อยๆ เฉือนไปที่ผ้าช้าๆ จนเป็นรอย

“พี่ให้ต้นกล้าเลือก ว่าจะขึ้นมาดีๆ หรือลงไปข้างล่าง”

“ทำไม” ต้นกล้าหวาดผวา เขากำลังกลัวอย่างสุดขีด ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องการรู้เหตุผล

“พี่แค่ต้องการต้นกล้า”

คนตัวเล็กส่ายหัวกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็ไม่ต้องการสักนิด ถ้าต้องตกไปอยู่กับคนแบบนั้นก็ขอที่จะลงไปตายข้างล่างดีกว่า ต้นกล้าตัดสินใจปีนลงไปอีกครั้ง

“แน่ใจแล้วนะครับ อย่าลืมนะถึงแม้ว่าจะตกลงไปไม่ตายก็จริง แต่ก็เจ็บไม่น้อย แล้วคราวนี้ถ้าจะหนีพี่อีกก็คงยากแล้วนะ” พูดจบร่างสูงก็ตัดผ้าออกอย่างช้าๆ ด้วยความใจเย็น

ผ้าที่ขาดเริ่มกระตุกจนต้นกล้าไม่กล้าที่จะขยับเหงนมองด้านบนเห็นผ้าที่ขาดเริ่มปริออกจากกันทีละนิด แล้วหันมองไปข้างล่างด้วยแววตาสั่นระริก ต้นกล้าแม้มปากแน่นก่อนที่จะตัดสินใจพูดออกมา

“ไม่ว่าจะยังไง ก็จะต้องหนีให้ได้” พูดจบคนตัวเล็กก็คลายมือรูดลงไปอย่างไม่กลัวเจ็บมือเพราะความร้อนที่เสียดสี ก่อนที่จะกระโดดลงไปเมื่อเห็นว่าความสูงพอประมาณที่จะทำให้ร่างกายเจ็บน้อยลง

ร่างบางลงไปสู่พื้นอย่างแรงทำให้ล้มลงไปด้วยความสูงที่สูงเกือบสองเมตร หน้านิ่วตัวเกร็งเพราะแรงกระแทกจนแทบจุก แต่โชคดีที่พื้นเป็นหญ้าทำให้ไม่เจ็บมากเหมือนที่คิด แม้ว่าจะเจ็บที่ขาและตัวแต่ก็ต้องหนี!!! ต้นกล้ายันตัวเองลุกหันมองร่างสูงอีกครั้งก่อนที่จะหันหลังวิ่งอย่างทุลัดลุเล

ร่างสูงยกยิ้มที่ใบหน้าอย่างถูกใจ ไม่คิดว่าต้นกล้าจะกล้าทำถึงขนาดนี้ ดวงตานิ่งเรียบมองไปยังคนตัวเล็กที่วิ่งแบบเหยาะๆ ท่าทางคงเจ็บน่าดู

ในที่สุดลูกนกตัวน้อยก็หาทางออกจนได้ แต่ไม่เป็นไรยังไงซะก็จะต้องถูกจับมาอีกอยู่ดี

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น