เอส ดับเบิ้ลเอส
facebook-icon

#เยลของยักษ์ เยลเมียผู้ไม่สู้คน แต่ถนัดนักตบผัว!!!

#เยลของยักษ์ ๑๗ [100%]

ชื่อตอน : #เยลของยักษ์ ๑๗ [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.6k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2562 10:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เยลของยักษ์ ๑๗ [100%]
แบบอักษร

#เยลของยักษ์ ๑๗ 

 

 

 

เกือบเที่ยงคืนแล้วครับ ซึ่งผมกำลังยืนอยู่หน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ถึงยังไงวันนี้ผมก็ต้องได้คำตอบให้กับตัวเอง ผมไม่รู้ว่าหลังจากวินาทีนี้เป็นต้นไปมันจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง แต่สิ่งที่หนึ่งต้องมีคือความชัดเจนในหัวใจของผม 

ทุกย่างก้าวมันทำให้ผมรู้สึกได้ถึงเสียงของหัวใจ ผมไม่รู้ว่ามันเต้นแรงเพราะอะไร จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าห้องที่ผมตั้งใจจะมาหาเจ้าของห้อง 

กริ่ง! 

ปลายนิ้วเอื้อมไปกดกริ่งหน้าห้อง รอแค่ไม่กี่วินาทีเจ้าของห้องก็เดินมาเปิดประตูให้ผมพร้อมกับรอยยิ้ม โรสรินทร์ยืนกอดอกมองหน้าผม 

“เด็กคนนั้นไม่แซ่บพอเหรอ” 

“…” ผมนิ่งไม่ได้ตอบอะไรพลางเดินแทรกตัวเข้าไปข้างใน 

“นายควรจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองนะใหญ่” โรสรินทร์เดินตามเข้ามาหาผมปลายนิ้วลูบไล้ไปตามร่างกาย สีหน้าและแววตาของเธอจับจ้องมาที่ผมพร้อมกับรอยยิ้ม “กลับมาหาโรสได้ไหม” 

ผมไม่ได้ตอบกลับ แต่รั้งต้นคอของโรสรินทร์เข้ามาก่อนจะประกบปากจูบเธอทันที จากที่ปากแตะกันก็เริ่มดูดดื่ม แต่ถ้าถามถึงความรู้สึกผมก็บอกได้เลยว่ามันเฉยๆ มันแตกต่างจากที่ผมจูบเยลลี่โดยสิ้นเชิง มันเป็นแค่จูบที่ผมไม่อยากสานสัมพันธ์ใดๆ ต่ออีกนอกจากดันตัวเธอออกไป 

“ขอบคุณ” ผละออกจากกันผมก็เอ่ยประโยคนี้ออกมา 

“หมายความว่ายังไง” โรสรินทร์มองหน้าผมด้วยใบหน้าที่ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ แต่ความหมายมันก็ตรงตัวอยู่แล้วเพราะผมอยากขอบคุณเธอจริงๆ 

“ที่มึงถามว่ากลับไปหามึงได้ไหม คำตอบคือไม่” 

“ใหญ่!” 

“กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงกำลังทำอะไรอยู่ พวกเราเป็นเพื่อนกันมาก่อนที่จะคบกันทำไมกูจะไม่รู้ว่ามึงเป็นคนยังไง” 

“…” โรสรินทร์เงียบไป เธอมองหน้าผมนิ่งๆ เหมือนพยายามหลบเลี่ยงที่จะพูดหรือตอบคำถามใดๆ 

“โรสรินทร์ที่กูรู้จักไม่ใช่แบบนี้ มึงไม่เคยวิ่งตามกูมานานแล้ว ถ้ามึงอยากให้กูกลับไปจริงๆ ระยะเวลามันต้องไม่ลากยาวมาจนถึงวันนี้ ระหว่างพวกเรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว” 

“ก็จริง… แต่ความรู้สึกของฉันมันก็ยังเหมือนเดิม” โรสรินทร์ยอมพูด พวกเรามองหน้ากันเงียบๆ “นั่งก่อนสิ คงต้องคุยกันอีกนาน” 

“อืม” ผมเดินไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามกับเธอ 

“ขอถามหน่อยได้ไหม ทำไมถึงจูบฉัน” 

“เพราะอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง” โรสรินทร์มองเหมือนยังไม่เข้าใจ ผมเลยต้องอธิบายต่อ “ก่อนหน้านี้กูเพิ่งจูบกับผู้หญิงคนหนึ่งมา แค่อยากรู้ว่าความรู้สึกมันเหมือนหรือต่างกัน” 

“หึ!” คำตอบของผมจบลงพร้อมกับเสียงแค่นยิ้มในลำคอของโรสรินทร์ เธอมองหน้าผมเหมือนไม่อยากเชื่อคำพูดประโยคเมื่อกี้เลยด้วยซ้ำ “นายใจร้ายมากเลยนะใหญ่” 

“ไม่ปฏิเสธ” 

“ทำไมต้องเป็นฉันที่นายเลือกจะพิสูจน์ การเล่นตลกกับความรู้สึกของคนอื่น นายยังเก่งเหมือนเดิมเลยนะ” 

“เพราะเมื่อก่อนมึงเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่กูมั่นใจว่ารักมากกว่าคนอื่นๆ อยากรู้อะไรที่มันชัดเจนกูก็ต้องเสี่ยงด้วยเหมือนกัน” 

“คนที่นายจูบคือเด็กคนนั้นใช่มั้ย” 

“ใช่!” 

“เหอะ!” โรสรินทร์มองหน้าผมนิ่งๆ สีหน้าของเธอในตอนนี้เหมือนกำลังผิดหวัง แต่แล้วรอยยิ้มที่ผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเธอก็ทำให้ผมต้องแปลกใจไปแทน “ถึงฉันจะไม่ใช่คนที่เปลี่ยนนายได้ แต่อย่างน้อยๆ สิ่งที่เปลี่ยนไปในตอนนี้ของนายก็ทำให้ฉันทึ่งไปเลยทีเดียว” 

“เรื่องของกูช่างมันเถอะ พูดเรื่องของมึงมาดีกว่า” 

“จะช่างได้ยังไง ในเมื่อคำตอบของนายจะทำให้การตัดสินใจของฉันมันชัดเจนมากยิ่งขึ้น” 

“ต้องการจะถามอะไรอีก” 

“นายกับเด็กคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ ใช่มั้ย” โรสรินทร์ปรับสีหน้าพร้อมกับตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาที่จ้องจับผิดผมอยู่มองมาแทบไม่วางตาเลยทีเดียว “นายรู้จักฉันดี ฉันก็รู้จักนายดีเหมือนกัน” 

“อืม” 

“เหอะ!” คนตรงหน้ายักไหล่พลางยกยิ้มเล็กน้อย “นายเล่นละครได้เหมือนจริงมากๆ เลย ถ้าฉันไม่รู้จักนายดีพอคงเชื่อไปแล้ว แต่ถึงนายจะบอกว่าโกหกยังไงก็ตาม แต่การกระทำของนายที่ปกป้องเด็กคนนั้นมันไม่ใช่ นายไม่ใช่ผู้ชายที่จะยอมทำอะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำ มันมีหลายวิธีที่นายจะปฏิเสธคุณป้า แต่นายกลับเลือกวิธีนี้แทน” 

“…” คราวนี้เป็นผมเองที่เงียบและมองหน้าโรสรินทร์แทน 

“นายกำลังตกหลุมรัก” 

“กู…” 

“ถึงนายจะปฏิเสธยังไง ใจของนายย่อมรู้ดี” 

“ก็ไม่ได้จะปฏิเสธ แค่ไม่อยากยืนยันอะไร มึงก็รู้ว่ากูเป็นคนยังไง” 

“นายบอกเองไม่ใช่เหรอ ไม่มีอะไรเหมือนเดิมตลอดไป” แต่ละประโยคของโรสรินทร์ทำให้ผมไปไม่เป็นทุกทีเลยครับ เพราะเธฮเอาคำพูดก่อนๆ ของผมมาพูดตอกกลับผมทุกที 

“อืม” 

“ไหนๆ เรื่องมันก็ไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก ฉันก็คงพูดได้แค่คำว่าขอโทษ ฉันไม่ได้อยากจะกลับมาหานายเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะถูกแม่บังคับ ส่วนรอยสักฉันก็แค่อยากย้ำเตือนว่าครั้งหนึ่งเคยรักนายมากแค่ไหนและจะรักคนอื่นให้ได้มากกว่าที่รักนายด้วย” 

“หลอกตัวเองไม่เจ็บเหรอ” 

“ไอ้ใหญ่!” ไม่บ่อยหรอกครับที่จะได้ยินโรสรินทร์เรียกชื่อผมแบบนี้น่ะ แต่ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่พวกเรายังเป็นเพื่อนกัน ผมมักจะถูกเธอเรียกแบบนีบ่อยๆ “ถ้าพวกเรายังเป็นเพื่อนกัน ทุกอย่างคงจะดีกว่านี้ ไม่น่าอยากเลื่อนขั้นเลยจริงๆ แต่จะโทษใครได้ ในเมื่อฉันทำตัวเอง” 

“อดีตช่างมันเถอะ เพราะกูก็ไม่เคยจำอยู่แล้ว” 

“ชิ!” 

“บอกกูได้ไหมว่าทำไม ในฐานะเพื่อนก็ได้” ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง โรสรินทร์นิ่งไป เหมือนไม่แม้แต่จะมองสบตาของผมอีกนอกจากหันไปมองทางอื่นแทน “ถ้าไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร ตอนนี้กูได้คำตอบให้กับตัวเองแล้ว ขอบคุณที่ช่วยหาคำตอบให้กู” 

“ฉันท้อง!” ร่างกายที่กำลังจะขยับกลับต้องหยุดชะงักไปทันที ผมมองสบตากับคนที่เพิ่งหันกลับมามองหน้าผมแบบไม่อยากเชื่อสายตา ไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ 

“ท้อง!” 

“อืม พ่อของลูกฉันเขาเป็นคนดี แต่เขากลับไม่ใช่คนที่แม่ฉันต้องการ เพราะเหตุผลนี้แหละท่านถึงพาฉันกลับมาและพยายามจะหาพ่อของเด็กในท้องให้กับฉัน” 

“กูเลยเป็นคนที่ถูกเลือก” 

“อืม ฉันปฏิเสธไม่ได้เพราะแม่ขู่จะทำร้ายเขา จนตอนนี้ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาหายไปไหน” 

“เขารู้หรือเปล่า” 

“ฉันกำลังจะไปบอก แต่แม่กลับขวางเอาไว้ซะก่อน ฉันพยายามจะตามหาเขา พยายามทุกอย่างแต่แม่กลับขัดขวางแล้วพาฉันกลับมาที่นี่” ใบหน้าของเธอเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ครับ 

“โอเคหรือเปล่า” 

“ไม่เลยจริงๆ เรื่องนี้คุณป้าเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วยหรอก แต่เพราะท่านอยากให้นายกลับไปอยู่ที่บ้านเลยยอมเออออ นายเองก็น่าจะรู้จักนิสัยของแม่นายดี” 

“อืม” 

“ฉันยอมแพ้แล้ว สิ่งเดียวที่ฉันคิดถึงในตอนนี้คือลูก… ฉันขอแค่เขายังอยู่กับฉันก็พอแล้ว” 

“ถ้ามีอะไรอยากให้ช่วยก็บอก” 

“ช่วยพาฉันไปจากที่นี่ได้ไหม ไปในที่ที่แม่ตามหาไม่เจอ” 

“…” ผมเงียบไปเลยครับ แต่น้ำเสียงของเธอดูจริงจังมาก “แล้วพ่อของเด็กล่ะ” 

“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาเขาจากที่ไหน ฉันแทบจะไม่รู้รายละเอียดของเขาเลยด้วยซ้ำ ถ้าใช่… สักวันก็ต้องได้เจอกัน” 

“อืม อยากไปวันไหนก็บอกละกัน งั้นกูกลับก่อนนะ” 

“อืม ฝากขอโทษเด็กคนนั้นด้วย ฉันไม่คิดว่าเธอจะเอาหน้ามาให้ตบ” 

“เออ! ดูแลตัวเองด้วยละกัน” ผมไม่รู้หรอกว่าต่อไปจะเป็นยังไง สิ่งเดียวที่ผมรับรู้ได้ในตอนนี้คือความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของตัวเอง “โรส” 

“หืม?” 

“ไม่ว่าจะตัดสินใจทำอะไรลงไป ควรคิดให้ดีๆ ก่อนเพราะผลที่จะตามมันไม่ได้ดีเสมอไปหรอกนะ… ถ้าเป็นกู กูจะสู้ไม่ใช่หนี” 

“ขอบคุณที่ช่วยเตือนสติอยู่เสมอ” ผมยิ้มโดยไม่หันกลับไปมองหน้าเธอก่อนจะเดินออกจากห้องของโรสรินทร์มาแทน  

เฮ้อ! 

ถึงปากจะบอกว่าไม่ แต่ความรู้สึกข้างในตอนนี้มันไม่ใช่แล้วครับ 

 

ครืด ครืด 

ก้าวขาขึ้นคร่อมรถกำลังจะสตาร์ท แต่เสียงโทรศัพท์กลับดังขึ้นมาซะก่อน หยิบขึ้นมาดูเป็นเบอร์ไอ้เล็ก มันจะโทรมาทำไมป่านนี้ 

“ฮัลโหล” 

(พี่ใหญ่) 

“เออ! โทรมาทำไมป่านนี้” 

(เรื่องพี่โรสน่ะ ผม…) 

“อ๋อ ไม่ต้องสืบแล้ว กูไม่อยากรู้แล้ว” 

(อ้าว! ตกลงยังไงกันแน่พี่) 

“ไม่ยังไงอะ แต่กูได้คำตอบแล้ว” 

(เปลี่ยนใจไวเหลือเกิน งั้น…) 

“ไม่มีคำตอบ แค่นี้แหละ” 

(เฮ้ยพี่! เดี๋ยวสิ พี่…) 

ผมไม่ได้ฟังอีกครับ กดตัดสายไปเลยก่อนจะขับรถกลับคอนโดตัวเอง ตอนนี้ดึกมากแล้ว ปล่อยให้เยลลี่อยู่ที่ห้องคนเดียว 

บางทีเรื่องทุกอย่างอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่ผมคิดก็ได้ครับ… 

 

แกร๊ก แอ๊ด 

เปิดประตูเข้ามาในห้อง ถึงกับตกใจเลยครับเพราะไฟข้างนอกเปิดอยู่ ก่อนจะออกไปผมปิดแล้วนี่ พอกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็เห็นเยลลี่นั่งฟุบหน้าอยู่ตรงโซฟา 

“เยล เยลลี่” 

“อือ…” เสียงงัวเงียเล็กๆ ดังขึ้นมาก่อนที่เจ้าตัวจะเงยหน้าขึ้นมามองสบตาผม ไม่รู้ว่าง่วงหรือยังเมาเพราะตาแดงมาก “พี่ยักษ์” 

หมับ! 

เรื่องผมพลางโผเข้ากอดทันที กอดแน่นมากเลยครับ เหมือนกำลังกลัวว่าผมจะหายไป 

“เป็นอะไร” 

“หายไปไหนมา” 

“ไปจัดการเรื่องที่ค้างคาใจมาน่ะ ทำไมยังไม่นอน สร่างเมาหรือยัง” พูดพลางดันตัวเยลลี่ให้ออกห่างมองหน้าสบตากับเธอพร้อมกับรอยยิ้ม 

“ยิ้มอีกแล้ว…” ไม่ตอบคำถามของผมแต่กลับพูดอย่างอื่นออกมาแทน ปลายนิ้วยื่นมาแตะที่ริมฝีปากของผมอย่างแผ่วเบา “เวลายิ้มแล้วน่ารัก แต่ทำไมชอบทำหน้าดุใส่หนู” 

“ได้ทีเอาใหญ่ กูถามว่าทำไมยังไม่นอน แล้วสร่างเมาหรือยัง” 

“หนูไม่ได้เมา ที่ดื่มไปน้ำเปล่า” 

“ห๊ะ!” 

“น้ำเปล่าผสมโค้กค่ะ” วิ้งๆ เลยครับ “พี่นายผสมให้ดื่ม” สารภาพพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้กับผม 

“แม่ง! นี่หลอกกูกันทุกคนเลยเหรอ” เริ่มหัวเสียขึ้นมาทันที เพราะผมถูกหลอก แล้วที่ผมสับสนวุ่นวายใจไปใครจะรับผิดชอบ นี่ผมทำอะไรลงไปเนี่ย 

“ไม่ได้หลอกนะคะ ก็พี่ยักษ์ไม่ดูให้ดีๆ เองนี่ แถมยังโวยวายใส่หนูด้วย” 

“แล้วท่าทางของมึงล่ะ” 

“หนูกลัวถูกพี่ดุ เลยแกล้งเมาค่ะ” ยังมีหน้ามายิ้มอีกครับ 

“หน็อย! อีเย!” 

“ฮือออ ทำไมดุอีกแล้ว ก่อนหน้านี้ยังทำตัวน่ารักอยู่เลย” 

“น่ารักกับผีสิ ลุกไปนอนไป!” 

“ก็…” 

“กูบอกให้ไปนอน” ทำหน้ายักษ์ใส่ด้วยครับจนเยลลี่ยอมลุกเดินกลับเข้าห้อง “แม่งเอ้ย! ถูกเด็กหลอกจนได้สิกู” 

ตอนนี้ผมควรรู้สึกยังไงดี เขิน อายหรือว่าโกรธ! แต่ผมว่าควรโกรธนะครับ ไม่คิดว่าเยลลี่จะกล้าทำแบบนี้ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ไอ้นายต้องสอนมาแน่นอน ไอ้นี่ยิ่งไว้ใจไม่ได้อยู่ด้วยครับ 

พลาดจนได้สินะไอ้ใหญ่!  

 

 

 

--100%-- 

งานถนัดของเรา เปลี่ยนนางร้ายให้กลายเป็นนางเอก เสียดายชื่อตัวละครค่ะ 55555555555555 

ก็บอกอยู่ ผัวเอสไม่เหี้ยนะคะ แค่เกือบๆ 

 

อ่านมาถึงตอนนี้ ความรู้สึกของพี่ใหญ่คงเริ่มพัฒนาไปบ้างแล้ว แต่เขาไม่ค่อยอยากยอมรับความจริงสักเท่าไหร่ ส่วนเยลลี่ของเรานั้น น้องหนูก็เริ่มหวงพี่ยักษ์ใหญ่นะคะ แค่ไม่เข้าใจว่าหวงทำไม... เราต้องได้อ่านมุมของน้องเยลบ้างถึงจะรู้ค่ะ 

 

ขอบคุณทุกคนที่เปย์และสนับสนุนตอนก่อนหน้ามานะคะ ขอบคุณที่ยังรออ่านกันเสมอ จุ๊บๆ 

 

อยากอ่านคอมเมนต์ที่เปลี่ยนไปบ้าง จะได้มีกำลังใจปั่นเยอะๆ 5555555 จัดมาหน่อยสิคะ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น