nabu-palace

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 34

คำค้น : นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 288

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2562 10:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34
แบบอักษร

 

ตอนที่ 34 

 

“กินน้ำกันก่อนจ้ะ” แม่น้อยยกน้ำออกมาแจกจ่ายแขกที่มาโดยไม่ได้รับเชิญทั้งสามคน 

“ขอบใจจ้ะ” คุณหญิงเอื้อมมือไปรับโดยปราศจากท่าทีรังเกียจแก้วน้ำพลาสติกธรรมดา 

“นั่งพักกันไปก่อนนะจ๊ะ ฉันขอคุยกับไอ้น้ำสักครู่” พูดจบแม่น้อยก็ลากบุตรชายเข้าไปในห้องของไอ้น้ำอย่างรวดเร็ว 

“แม่...พาฉันเข้ามาในห้องทำไม” 

“เอ็งเรียกพวกเขามาที่นี่กันรึ” แม่น้อยถามด้วยความไม่พอใจ 

“เปล่านะจ๊ะ ฉันไม่รู้เรื่องเลย นี่ก็ตั้งใจจะถามแม่เหมือนกัน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” 

“เปล่าแน่นะ?” แม่น้อยชี้หน้า 

“ฉันสาบานเลยก็ได้ ไม่ได้มุสาแม่จริงๆ” น้ำยกมือชูสามนิ้วทำท่าประกอบ 

“เออ...ไม่ใช่ก็ไม่ใช่” 

“เรื่องมันยังไงอะแม่” 

“ข้าก็ไม่รู้ คล้อยหลังเอ็งไปครู่ใหญ่ ผู้กองก็พาพ่อแม่เขาขึ้นมาบนบ้าน คงตั้งใจมาคุยเรื่องเอ็ง ยังติดต่อกันอยู่หรือ” แม่น้อยมองไอ้น้ำนิ่ง 

“เปล่าจ้ะ ตั้งแต่เหตุการณ์ตอนนั้น...” น้ำตั้งใจละประโยคทิ้งไว้ เขาไม่อยากเอ่ยถึงมัน “ผู้กองและฉันก็ไม่เคยคุยกันอีกเลย คำเดียวก็ไม่เคย” 

“แล้วจะมาหาทำไม” 

“ฉันก็ไม่รู้” น้ำบอกอย่างซื่อๆ เพราะมันก็ไม่รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายจริงๆ 

“เฮ้อ...” แม่น้อยถอนหายใจพลางนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้ตัว 

“แล้วแม่กับผู้กอง ทำไมถึงไปท่าน้ำหน้าวัดได้ล่ะ ไหนจะคุณพ่อคุณแม่ของผู้กองเขาอีก” 

“เขามารอเอ็งพักใหญ่ เลยเที่ยงก็แล้ว เอ็งก็ยังไม่กลับมา ข้าเป็นห่วงตั้งใจจะไปตาม แต่พวกเขาก็อยากไปพร้อมกัน” 

“แล้วไม่ขับรถไปล่ะ” 

“ข้ารึ เป็นข้าอย่างนั้นรึที่อยากให้เป็นแบบนั้น” แม่น้อยทำหน้าเหนื่อยจะอธิบาย 

“จ้ะ ไม่ใช่แม่ก็ไม่ใช่” 

“เขาอยากไปเดินชมท้องทุ่งของคนบ้านนอก” 

“ฉันว่า...เราควรออกไปก่อนดีไหมจ๊ะ จะได้ไม่เสียมารยาท” 

“มันเสียไปตั้งแต่แรกแล้วเว้ย...แต่เอาเถอะ ออกไปก็ออกไป” แม่น้อยบ่น แต่ก็ยอมลุกไปเปิดประตูแล้วออกไปหาแขกที่กำลังนั่งรอ 

“ขอโทษที่ให้รอนะจ๊ะ” แม่น้อยกล่าวตามมารยาทที่ทิ้งแขกไว้ตามลำพัง  

“พี่ก็สงสัยมาตั้งนานว่าหนูน้ำหน้าตาน่ารักเหมือนใคร พอเจอแม่น้อยก็รู้คำตอบเลย” คุณหญิงเอ่ยชม 

“เอ่อ...ขอบใจจ้ะ ว่าแต่คุณๆ มีธุระอะไรกับฉันหรือว่าไอ้น้ำมันหรือจ๊ะ” แม่น้อยเริ่มเปิดประเด็นถามทันที 

“ก่อนอื่น พี่ต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาทมาโดยไม่ได้บอกกล่าวนะแม่น้อย” คุณหญิงเลือกใช้คำพูดที่ให้ความรู้สึกเป็นกันเองกับอีกฝ่ายมากที่สุด 

“ไม่เป็นไรจ้ะ ยังไงก็มากันแล้ว”  

“ถ้ายังไงเราลงไปเดินกันข้างล่าง คุยกันตามประสาผู้หญิงดีไหมจ๊ะ” คุณหญิงเอ่ยชวน น้ำรีบมองมารดาของตนทันที กลัวว่าแม่น้อยจะโวยวาย แต่ไม่น่าเชื่อว่าแม่น้อยจะทำเพียงพยักหน้าแล้วเดินลงบันไดบ้านไปพร้อมคุณหญิง 

 

“เรื่องเด็กๆ บางทีก็ทำให้คนเป็นแม่ไม่สบายใจใช่ไหม” คุณหญิงเริ่มพูด “หลายต่อหลายอย่าง บางทีก็ไม่ได้อยากยื่นมือเข้าไป แต่ก็ทนเห็นลูกเจ็บปวดไม่ไหว” 

“จ้ะ” แม่น้อยรับคำแล้วนิ่งฟัง 

“ตาปรานต์กลับบ้านไปคราวนี้ซึมลงผิดหูผิดตา ถามเท่าไหร่ก็ไม่ยอมบอก ทีแรกพี่ก็คิดว่าคงเครียดเรื่องงาน เพราะถูกย้ายกลับกะทันหันจนไม่ได้เจอกับหนูน้ำ แต่นี่ผ่านไปเป็นเดือนก็ยังอาการเหมือนเดิม พี่เลยอดเป็นห่วงไม่ได้ หนูน้ำคงมีอาการนี้เหมือนกันใช่ไหมจ๊ะ แม่น้อย” 

“ฉัน...” 

“พี่เข้าใจจ้ะ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมรับ” คุณหญิงพูดด้วยความเห็นใจ 

“คุณหญิงไม่เข้าใจหรอก ฉันไม่เคยคิดว่าไอ้น้ำมันจะชอบผู้ชาย” 

“หนูน้ำไม่ใช่แฟนคนแรกของตาปรานต์ ตอนนั้นที่พี่รู้จากปากลูกชายว่าเขาชอบผู้ชาย มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่พี่จะยอมรับเช่นกัน แล้วทำไมพี่จะไม่เข้าใจว่าแม่น้อยคิดยังไงกับเรื่องนี้” 

“...” 

“พี่เชื่อว่าหัวอกคนเป็นแม่ คงอยากเห็นลูกๆ ของเรามีความสุข มีครอบครัวที่ดี มีลูกที่น่ารัก และเราก็ขอแค่มีโอกาสได้อุ้มหลานสักคนก็พอ” 

“แล้วไอ้น้ำมันจะมีความสุขได้ยังไง ในเมื่อมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง” แม่น้อยยืนกรานตามความคิด 

“ความสุขก็คือความสุขไม่ใช่หรือ คนเราตัดสินความสุขจากอะไรหรือแม่น้อย เวลาเราถูกหวย เราก็มีความสุขใช่ไหม ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเราเล่นหวยใต้ดิน ผิดกฎหมาย มันก็ไม่ถูกต้อง แล้วทำไมเรายังมีความสุขล่ะ”  

“...” แม่น้อยไม่ตอบ คำพูดของคุณหญิงฟังดูแปลกๆ เกี่ยวอะไรกับหวย แต่ก็ถูกของคุณหญิงแหละนะ ถูกหวยก็มีความสุข แม่น้อยได้แต่คิดในใจ 

“พี่เคยทุกข์ใจมากที่รับรู้เรื่องของตาปรานต์ เคยไม่ยอมรับ เคยไล่ตะเพิดลูกชาย แต่พอเห็นเขาเจอกับเหตุการณ์อกหักหลายๆ ครั้งเข้า พี่เลยกลับมาคิดได้ว่าตาปรานต์คงจะโชคร้ายเรื่องความรัก แค่การไม่รักผู้หญิงกลับกลายเป็นสิ่งไม่ถูกต้องอย่างที่แม่น้อยคิดนั้นก็หนักมากแล้ว แต่คนที่จะรักเขาสักคนหนึ่งยังไม่มีเลย แล้วครอบครัวยังจะไม่รักเขาอีกหรือ พี่เจ็บที่ใจมากกว่าอีกจ้ะที่รู้ว่าลูกไม่มีความสุข” คุณหญิงพูดเสียงเรียบแต่ลึกๆ ก็แฝงไปด้วยความเสียใจ 

“...” 

“พี่เลยไม่อยากให้แม่น้อยต้องเสียใจกับอดีต ที่เราทำร้ายความรู้สึกลูกชายโดยไม่ตั้งใจ” 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะจ้ะ ฉันลำบากใจจริงๆ” 

“ถ้าเพราะลูกชายพี่เป็นผู้ชาย เอาอย่างงี้ดีไหม ให้ตาปรานต์เป็นผู้หญิงเสียเลย” คุณหญิงพูดติดตลก 

“โธ่ คุณหญิงก็พูดอะไรก็ไม่รู้ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว” 

“เรียกพี่เถิดจ้ะ ถึงพี่จะแก่กว่าแม่น้อยสิบกว่าปี แต่ก็ยังอยากเป็นพี่จ้ะ” คุณหญิงยิ้มกว้างให้แม่น้อย ทุกอย่างที่นางทำคือความจริงใจและหวังว่ามันจะส่งผลให้แม่น้อยใจอ่อนลงบ้าง 

“จ้ะ คุณพี่” แม่น้อยกลัวว่าเรียกพี่เฉยๆ จะดูสนิทสนมเกินไป นางจึงเพิ่มคำนำหน้าไว้ 

“จริงๆ แล้ว ตาปรานต์ก็ค้านไม่ให้พี่เข้ามาวุ่นวายเรื่องนี้หรอกนะ เพราะกลัวแม่น้อยลำบากใจ แต่พี่ทนไม่ได้” คุณหญิงมองออกไปที่ทุ่งกว้างแล้วพูดต่อ “ที่พี่มาก็เพราะอยากจะขอร้องให้แม่น้อยเข้าใจ และขอความกรุณาให้ยอมรับความรักของทั้งคู่ด้วย พี่ไม่สบายใจเลยที่เห็นลูกเป็นอย่างนี้ พอเห็นหนูน้ำ พี่ก็คิดว่าหนูน้ำเองคงเสียใจทุกข์ใจไม่น้อยกว่าตาปรานต์เช่นกัน” 

“...” 

“แต่ถ้าแม่น้อยทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ พี่ก็จะบอกให้ปรานต์ตัดใจจากหนูน้ำเสีย และพี่คงได้แต่เสียดาย เพราะพี่ชอบหนูน้ำมากๆ เลยละจ้ะ ตาปรานต์มีแฟนกี่คนๆ ก็สนใจแค่เงินกับอาชีพของเขาเท่านั้น มีหนูน้ำนี่แหละที่ทำให้พี่เบาใจ” 

“แฟนผู้กองก่อนหน้านี้ก็เป็นผู้ชายหรือจ๊ะ” 

“ใช่ ผู้ชายทั้งนั้น สมัยนี้โลกเปลี่ยนไป แม้แต่ผู้ชายก็ยังอยากจะจับผู้ชายที่มีเงินเหมือนกัน” 

“แล้วคุณหญิง...เอ๊ย คุณพี่ก็ไม่ว่าหรือที่คนพวกนั้นไม่หวังดี” 

“พี่ไม่ชอบแล้วจะทำยังไงได้ ชีวิตเป็นของเขา ถึงเราจะเป็นคนคลอดเขาออกมาก็จริงอยู่ แต่เราแค่ให้กำเนิด ไม่อาจกำหนดชีวิตเขาได้” 

“แต่คนพวกนั้นไม่หวังดี” 

“พี่รู้ แต่ปรานต์ก็โตแล้ว เขาย่อมรู้ว่าอะไรดีไม่ดี หนูน้ำเองก็เช่นกันใช่ไหม” 

“ปกติฉันก็ไม่ค่อยเข้าไปยุ่มย่ามชีวิตมันหรอก” 

“คิดเสียว่าเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งในชีวิตของน้ำสิ เผื่อว่าแม่น้อยจะสบายใจขึ้น” 

“ถ้ามันคิดได้ง่ายอย่างนั้นก็ดีสิจ๊ะ” แม่น้อยตอบ เรื่องจิตใจมันบังคับได้ง่ายๆ เสียเมื่อไหร่ 

“ฉันฝากให้แม่น้อยคิดดู เรื่องของเด็กๆ” 

“จ้ะ” 

“หวังว่าจะเป็นข่าวดีนะ” 

 

“ผู้กองๆ...” น้ำสะกิดเรียกคนข้างๆ 

“ครับ?” 

“มาที่นี่กันทำไมอะ” 

“เดี๋ยวก็รู้” 

“เดี๋ยวก็รู้อะไรอีก ทำไมรู้เลยไม่ได้ แล้วนี่แม่กับคุณแม่คุยอะไรกันนานสองนาน ลงไปตามดีไหม” น้ำบอกอย่างเป็นห่วง 

“ที่พูดเนี่ย เพราะอยากรู้หรือว่าเป็นห่วงจริงๆ” 

“รู้ทันไปหมด” ไอ้น้ำบ่นพึมพำกับตัวเอง “แต่เป็นห่วงจริงๆ นะ มันนานเกินไปแล้ว” น้ำบอก 

“พ่อหนูนี่ ช่างคุยเหมือนกันนะ” คุณพ่อของผู้กองเอ่ยกลั้วหัวเราะขึ้นมา 

“เอ่อ...ขอโทษครับ” น้ำหดคอลง เขาลืมไปว่าตรงนี้ไม่ได้มีแค่เขากับผู้กองตามลำพัง 

“ไม่ ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อย ได้ยินแต่ชื่อ เพิ่งจะเคยเห็นตัวจริงวันนี้” 

“พ่อชอบไหมครับ” 

“ถามพ่อได้ยังไง แม่แกนู่น ถูกใจเขาเป็นนักหนา ไม่งั้นไม่ดิ้นรนมาที่นี่ด้วยตัวเองหรอก” 

“...” น้ำนิ่งฟังเพื่อปะติดปะต่อเรื่องราว 

“ผมบอกแม่แล้วว่าไม่เป็นไร” ปรานต์บอกอย่างอ่อนใจ 

“แกคงไม่อยากให้เขาคิดว่าแกเป็นเด็ก เอะอะอะไรก็หาเรื่องฟ้องผู้ใหญ่ แต่แกก็รู้นิสัยแม่แก ห้ามเขาไม่ได้หรอก ยิ่งถูกใจลูกสะใภ้ขนาดนี้ แม่แกไม่ยอมรามือง่ายๆ แน่”  

“...” น้ำฮึดฮัดอยากจะเถียงคุณพ่อของอีกฝ่ายมาก เขาไม่ใช่ลูกสะใภ้สักหน่อย เขาจะเป็นลูกเขยต่างหาก 

“มันจริงนี่ครับ อีกปีสองปีผมก็จะสามสิบแล้ว แต่พอมีปัญหาที ยังให้พ่อแม่มาเคลียร์อยู่เลย” ปรานต์พูดอย่างขัดใจ น้ำมองอีกฝ่ายแล้วลอบยิ้ม นานๆ จึงจะได้เห็นมุมเป็นเด็กของผู้กองบ้าง 

“อย่าไปคิดอย่างนั้น ถ้าเราเจรจาสำเร็จ ก็ถือเสียว่ามาสู่ขอไปเลย ไม่ดีหรือไง” 

“...!” น้ำตกใจแต่ยังตะครุบปากได้ทัน  

สู่ขอ!? ว้อต สู่ขออะไร ไม่ได้สิ เขาต้องเป็นฝ่ายยกสินสอดไปสู่ขอผู้กองต่างหาก มันไม่ถูกต้อง 

“ถ้าแม่เขาคุยสำเร็จ พ่อน้ำย้ายไปอยู่กับพ่อไหม” คุณพ่อเบนสายตาหันมาถามไอ้น้ำ 

“เอ่อ...ผม... คุณลุง...” น้ำไม่รู้จะตอบอีกฝ่ายว่ายังไงดี เขายังไม่เคยคิดไปถึงขั้นนั้น จะว่าไป...แค่ขั้นแรกยังก้าวผ่านไปไม่ได้เลย 

“น่าน้อยใจจริงๆ เรียกแม่เขาว่าคุณแม่ ทีกับพ่อเรียกคุณลุง” คุณพ่อส่ายหน้าเบาๆ  ทำทีเป็นน้อยใจ 

“ขะ...ขอโทษครับ คุณพ่อ” น้ำรีบยกมือไหว้ขอโทษอีกฝ่ายทันที 

“พ่อน้ำน่ารักเหมือนกันนะปรานต์” คุณพ่อหันไปยิ้มให้บุตรชาย ก่อนจะมองมาทางไอ้น้ำอีกรอบ “ว่ายังไงล่ะ ไปอยู่กับพ่อไหม” 

“ผม...” 

“พ่ออย่าเพิ่งไปเร่งน้ำได้ไหมครับ เรายังไม่รู้เลยว่าแม่น้อยจะตอบว่าอะไร” 

“ก็ถามเผื่อไว้ก่อนไง” คุณพ่อพูดอย่างอารมณ์ดี 

“ทีหลังเถอะครับ” ปรานต์ตัดบท  

ระหว่างนั้นคุณหญิงและแม่น้อยก็กลับขึ้นมาบนบ้านพอดี คุณหญิงนั่งพักพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบ ใบหน้ามีเหงื่อเกาะบ้างประปราย แก้มแดงเล็กน้อย ผู้กองมองมารดาและเดาว่าคงเดินไปไกลพอสมควร 

“เหนื่อยหรือเปล่าครับ” ผู้กองถามมารดา 

“ไม่เลยจ้ะ ไม่เลย ที่นี่สวยมาก อากาศก็ดีมากๆ แม่ชอบนะปรานต์ แม่ชอบที่นี่” คุณหญิงบอกอย่างตื่นเต้น 

“เดินไปถึงไหนกันมาหรือ” สามีของคุณหญิงเอ่ยถาม 

“ก็ไปตรงแถวสวนของแม่น้อยค่ะ มีผลไม้หลายชนิดเลย” 

“อย่างนั้นหรือแม่น้อย” คนถามหันไปถามแม่น้อยด้วยราวกับจะขอคำยืนยัน 

“ใช่จ้ะ” 

“ขอบใจแม่น้อยมาก แล้วได้ความว่ายังไง รีบบอกเลยนะจ๊ะ พี่รอฟังข่าวดี” 

“จ้ะ” แม่น้อยตอบ 

“อะไรหรือครับแม่” ผู้กองถามมารดา 

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” 

“อ่า...ครับ” ปรานต์เลือกไม่เซ้าซี้มารดา คิดว่าแม่ของเขาคงอยากจะพูดเมื่ออยู่ตามลำพังเสียมากกว่า 

“เอ...พี่คุ้นๆ ว่าแม่น้อยมีลูกสาวด้วยไม่ใช่หรือจ๊ะ แล้วนี่ไปไหนล่ะ”  

“ไปโรงเรียนน่ะจ้ะ อีกประเดี๋ยวคงจะกลับมาแล้ว” 

“จริงสิ พี่ก็ลืมไป วันนี้ไม่ใช่วันหยุดนี่นา พี่ร้อนใจเลยให้ตาปรานต์ลางานเร่งด่วน” คุณหญิงยกแก้วน้ำดื่มอีกอึกก่อนจะพูดต่อ “ยังไงดีล่ะ วันนี้เราไปกินข้าวด้วยกันดีไหม”  

“ขอโทษจ้ะ แต่อย่าดีกว่า ฉันมีเรื่องอีกนิดหน่อยที่ต้องการจัดการต่อ” แม่น้อยบอกพลางขอลุแก่โทษ 

“งั้นหรือ ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นก็ส่งหนูน้ำไปเป็นตัวแทนได้ไหม” คุณหญิงบอก 

“แม่...” น้ำเรียกแม่น้อยเสียงเบา พร้อมดูสีหน้าของมารดาเพื่อหยั่งเชิง 

“เรื่องนั้นก็แล้วแต่ไอ้น้ำมันเถิดจ้ะ ถ้ามันอยากไปฉันก็ไม่ห้าม” 

“หนูน้ำ ไปกินข้าวกับแม่นะ แม่คิดถึง” เมื่อได้ยินคำอนุญาต คุณหญิงก็หันมารุกไล่ไอ้น้ำทันที 

“ผม...” 

“ไปกินข้าวกับแม่นะ” คุณหญิงชวนซ้ำ  

น้ำทำท่าลำบากใจ เหตุผลหลักก็คือแม่น้อย ถึงนางจะอนุญาตแล้ว แต่ไอ้น้ำยังไม่กล้าอยู่ดี  

“ถ้าเอ็งอยากไป ข้าก็ไม่ว่าหรอก” แม่น้อยบอกบุตรชายเสียงเรียบเพื่อให้ไอ้น้ำเบาใจ 

“ขอบคุณจ้ะแม่” มันบอกมารดา พลางหันไปทางคุณแม่ว่าที่แม่ยายในอนาคตของมัน  

“ไปครับ” ไอ้น้ำฉีกยิ้มกว้างให้ 

นับจากเหตุการณ์ครั้งนั้น นี่คงเป็นรอยยิ้มที่สดใสที่สุดของไอ้น้ำแล้วกระมัง 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น