nabu-palace

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 33

คำค้น : นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 577

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2562 10:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33
แบบอักษร

 

ตอนที่ 33 

 

เวลาผ่านไปอีกร่วมสัปดาห์ แต่ไอ้น้ำก็ยังมีท่าทีซึมเศร้า ไม่ร่าเริง เอาแต่เก็บตัวอยู่ในบ้านเหมือนเดิม แต่วันนี้ไม่รู้อะไรดลใจมัน ไอ้น้ำถึงเปิดประตูห้องออกมาด้วยชุดที่เหมือนพร้อมจะออกไปข้างนอกอย่างไรอย่างนั้น สร้างความแปลกใจให้แม่น้อยที่กำลังดูข่าวทางโทรทัศน์อยู่มากโข 

“แต่งตัวจะไปไหนวะ ไอ้น้ำ” นางรีบทักถามก่อนลูกชายตัวดีจะเดินลงบันไดบ้านไป 

“อ้าว แม่อยู่บ้านเหรอ” น้ำชะงักค้างอยู่ตรงประตู ออกมาจากห้องเมื่อครู่นี้ มันแน่ใจว่าไม่เห็นใครอยู่ในบ้านเลย  

หรือว่าจริงๆ แล้ว มันไม่ได้รับรู้สิ่งรอบข้างเลยต่างหาก 

“เออสิวะ เอ็งเดินดุ่มๆ ข้าเรียกเกือบไม่ทัน แล้วนี่จะไปไหน” 

“ฉันตั้งใจจะเข้าไปตลาดสักหน่อย ยายฝนบอกฉันหลายวันแล้วว่าร้านในตลาดเขามีชุดไทยใหม่ๆ มาหลายชุด เลยกะจะไปเลือกเสียหน่อยจ้ะ” น้ำบอก 

“ข้านึกว่าไปเลือกมาแล้ว” 

“ยังเลยจ้ะ” 

“ทำอะไรอยู่ถึงไม่ได้ไป” แม่น้อยพูดออกไปแล้วก็ชะงัก ก่อนโบกมือไล่ “เอ้า จะไปก็รีบไปสิ แล้วจะกลับมากินข้าวเที่ยงไหม ข้าจะได้อุ่นไว้ให้ก่อนออกไปสวน”  

“กลับจ้ะ ฉันไปก่อนนะ แล้วจะรีบไปรีบกลับ” 

“อืม เดินไปก็ระวังๆ หน่อยล่ะ รถราเริ่มเยอะขึ้นทุกวัน” แม่น้อยพูดด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่ในความเป็นจริง ถนนในหมู่บ้านแทบไม่มีรถวิ่งผ่านเลยด้วยซ้ำ 

“จ้ะแม่” น้ำบอกแล้วเดินลงจากบันไดบ้านไปทันที 

น้ำออกเดินมุ่งหน้าไปยังตลาด จิตใจของเขาแทบไม่ได้สนใจเส้นทางที่เท้าของตนก้าวเดิน ในหัวสมองกับจิตใจมันคอยจะคิดถึงแต่เรื่องของผู้กองและภาพของอีกฝ่ายกับวรันต์ ความสนิทสนมที่ได้เห็นในวันนั้นทำให้ใจของเขายิ่งหดหู่ 

เพราะวรันต์ใช่หรือเปล่า ถึงทำให้ผู้กองตัดใจจากเขาไปอย่างง่ายดาย ใบหน้ายิ้มแย้มดูมีความสุข นั่นคือทั้งหมดที่ผู้กองต้องการถูกต้องไหม 

มือข้างขวายกปาดน้ำตาอย่างรวดเร็ว เขาอยากจะเลิกร้องไห้กับความรู้สึกนี้แล้ว แต่ทำไมมันถึงทำไม่ได้สักที ทำไมเขาถึงทำไม่ได้เหมือนกับตอนที่เลิกกับเจน ทำไมครั้งนี้มันกลับเจ็บปวดมากกว่าเดิม ยิ่งพยายามหยุดร้องไห้แค่ไหน น้ำตาก็ยิ่งไหล 

น้ำตาทะลักออกมาเป็นสาย ไอ้น้ำเริ่มมองไม่เห็นทาง มันเลยเลือกหาที่ที่พอจะนั่งได้ริมคลองแถวนั้นเพื่อสงบจิตสงบใจให้ดีกว่านี้สักหน่อย แล้วค่อยไปตลาดตามความตั้งใจแรก 

ไม่รู้ว่านั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ไปนานเท่าไหร่ ตอนนี้น้ำตาที่ร่วงหล่นลงมาจึงเหือดแห้งไปแล้ว น้ำนั่งมองสายน้ำที่ไหลเอื่อย น้ำในคลองเล็กค่อนข้างใสสะอาด เพราะคนในหมู่บ้านพยายามรณรงค์ไม่ให้ทิ้งน้ำเสียลงคลอง น้ำมองปลาตัวเล็กใหญ่แหวกว่ายกันอย่างสบายใจ เพราะติดกับเขตวัด จึงไม่มีใครกล้าเข้ามาจับปลาหรือตกปลาบริเวณนี้ 

“ไม่สบายใจหรือจ๊ะ หน้าเศร้าเชียว”เสียงเย็นเยียบดังขึ้นข้างตัว  

“อืม” 

“เรื่องผู้กองรูปหล่อใช่ไหม” 

“อืม” 

“เขาไปก็ไม่ลา เสียใจแย่เลยเนอะ” 

“อืม มากเลยแหละ” น้ำตอบคำถามไปเรื่อยโดยไม่รู้ตัว 

“ไม่เป็นไรนะพ่อน้ำ ให้ฉันช่วยดีไหม” 

“ขอบใจมาก แต่เรื่องนี้คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว” น้ำบอกอีกฝ่ายอย่างปลงตก 

“ฉันอยากช่วยจริงๆ นะ ถึงฉันจะไม่สมหวังกับพ่อน้ำ แต่ฉันก็หวังดี อยากให้พ่อน้ำมีความสุขกับแฟนนะจ๊ะ” 

“อดีตแฟนต่างหาก เขากลับไปคบกับแฟนเก่าแล้ว” ชายหนุ่มพูดออกไปด้วยอารมณ์ร้อนรุ่ม 

“จริงหรือ พ่อน้ำรู้ได้ยังไง” 

“ฉันเห็นมากับสองตา หน้าผู้กองงี้บานเป็นจานเชิง ยิ้มทีแทบจะเห็นฟันครบสามสิบสองซี่เลยล่ะมั้ง” 

“โอ้ อย่างนั้นเลยหรือ” เสียงที่ยังคงเย็นเยือกหัวเราะออกมา น้ำเสียงเหมือนไม่เชื่อที่ไอ้น้ำพูด 

“ฉันไม่ได้โกหกนะ” น้ำแค่นเสียงบอก 

“แล้วทำไมตอนนั้นไม่แสดงตัวออกไปเลยล่ะจ๊ะ ว่าผู้กองเป็นของพ่อน้ำ” 

“จะทำได้ยังไงกัน คนเลิกกันแล้ว” น้ำบอก ถึงจะโมโหอีกฝ่ายอยู่บ้างแต่ความเศร้าในใจก็เริ่มจางหายไป 

แน่ใจหรือว่าเลิกกัน” 

“แน่ใจ ผู้กองเป็นฝ่ายบอกก่อนด้วยซ้ำ” 

“ฉันหมายถึงพ่อน้ำไม่รู้จริงๆ หรือ ว่าแท้จริงแล้วเลิกหรือไม่” 

“ตอนนี้ไม่ว่าจะเลิกจริงเลิกปลอม แต่เลิกก็คือเลิก โอเคไหม”  

น้ำตัดบทเพราะยังไงเขาก็ไม่ได้ผู้กองคืนมาหรอก ต่อให้ได้ผู้กองคืนมาจริงก็ยังติดปัญหาเรื่องแม่น้อยอยู่ดี ความรักของพวกเขาช่างเป็นเส้นขนาน ไร้ทางบรรจบ 

ประหนึ่งโรมิโอกับจูเลียต 

ขวัญ...เรียม 

หรือจะเป็นโกดำและครูกิ๋วในสะพานรักสารสินดี 

น้ำขยี้หัวตัวเอง ฟุ้งซ่านไปกันใหญ่ เรื่องราวตำนานเหล่านั้น คนทั้งคู่รักกันจริง แต่คู่ของเขาคงไม่ใช่อย่างนั้นกระมัง เขามีแต่สามวันจากนารีเป็นอื่น นี่ขนาดไม่ใช่ผู้หญิง ผู้กองยังเป็นอื่นเหมือนกัน คิดแล้วมันน่าจะผูกคอตายใต้ต้นถั่วงอกจริงๆ 

“ฮ่า...ฮ่า”เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังขึ้น น้ำขมวดคิ้ว 

“หัวเราะอะไรอะ” 

“ฉันหัวเราะพ่อน้ำน่ะ คิดอะไรเลื่อนเปื้อนจริงๆ” 

“รู้ได้ไงว่าฉันคิดอะไร” 

“ขนาดหวยฉันยังรู้ล่วงหน้า นับประสาอะไรกับใจมนุษย์ ฉันรู้ ฉันเห็นจ้ะ” 

“ขนาดนั้นเลย โม้หรือเปล่า” น้ำตอบขันๆ 

“เอาเถอะจ้ะ ตอนนี้จิตใจพ่อน้ำไม่ปกติ เดี๋ยวรู้ตัวเมื่อไหร่ก็จะเข้าใจฉันเอง” 

“พูดอะไร” 

“ให้ฉันช่วยเถิดจ้ะ เชื่อมือฉัน รับรองพ่อจะสมหวังแน่นอน” 

“จะทำให้เรื่องมันยุ่งขึ้นล่ะสิไม่ว่า” น้ำพูดด้วยความไม่เชื่อ 

“ไม่ลองไม่รู้ จริงไหมจ๊ะ” 

“ไม่ต้องหรอก อะไรมันจะเกิดก็ให้มันเป็นไป ถ้าผู้กองต้องกลับมาเพราะคนอื่น ฉันก็ไม่ชอบหรอก” 

“จริงสินะ ไม่ภูมิใจ” 

“ใช่ เกียรติยศศักดิ์ศรีและความภูมิใจ กินไม่ได้แต่มันสำคัญเว้ย” น้ำกล่าวมุ่งมั่น 

“เห็นด้วยจ้ะ เป็นลูกผู้ชายจงยึดมั่นในเกียรติของตนไว้ให้มากนะจ๊ะ”เสียงหญิงสาวบอก ไอ้น้ำพยักหน้าหงึกหงักรับฟัง  

“อุ๊ย อยู่นั่นเอง”ทันใดนั้นเสียงเย็นๆ เสียงเดิมก็ส่งเสียงตกใจเหมือนเจออะไรเข้า 

“อะไรเหรอ” 

“เชือกเส้นนั้นจ้ะ ไปตกอยู่ตรงนั้นได้ยังไงกัน อีกนิดก็จะตกคลองกลายเป็นขยะ”น้ำมองตามที่เสียงนั้นว่า ก็พบเชือกยาวราวๆ เมตรกว่าหนาสักครึ่งนิ้วตรงริมตลิ่งพอดี 

“ของใคร รู้ไหม” น้ำถาม 

“ของฉันเองจ้ะ ยังไงฉันวานพ่อน้ำไปหยิบให้หน่อยได้ไหมจ๊ะ”ถึงไอ้น้ำจะสงสัยไปบ้างว่าทำไมอีกฝ่ายไม่ไปเก็บเอง แต่ก็ไม่ได้คิดจริงจังอะไรนัก มันลุกจากท่าน้ำแล้วไปหยิบเชือกเส้นนั้นขึ้นมา 

“ให้เอาไปไว้ที่ไหน” 

“เอาไปคล้องกับกิ่งไม้ตรงนั้นทีจ้ะ”น้ำมองมือขาวๆ ชี้ไปที่กิ่งไม้ที่อยู่สูงจากพื้นพอสมควร 

“สูงจัง” 

“พ่อน้ำก็เหวี่ยงเชือกข้ามไปสิจ๊ะ” 

“อย่างนี้เหรอ” น้ำทำตามที่หญิงสาวบอกอย่างตั้งใจ มันกระโดดขึ้นจากพื้นพร้อมเหวี่ยงปลายเชือกข้ามกิ่งไม้นั้นไป 

“ใช่จ้ะ ใช่ พ่อน้ำเก่งมากเลย”หญิงสาวเอ่ยชม ตอนนี้สายเชือกคล้องกับกิ่งไม้เรียบร้อย 

“แค่นี้ใช่ไหม” 

“ยังจ้ะ ขืนปล่อยไว้แบบนั้น เดี๋ยวมันจะปลิวตกลงมาอีก ยังไงฉันอยากให้พ่อผูกปลายเชือกทั้งสองข้างเข้าด้วยกันหน่อยได้ไหม” 

“ได้ เอาเงื่อนตายเลยไหม หรือยังไง จะเอาไปใช้งานทีหลังหรือเปล่า” 

“เงื่อนตายเลยจ้ะ หลายๆ ทบหน่อย จะได้รับน้ำหนักไหว”  

“น้ำหนักอะไร เดี๋ยวเอาของมาถ่วงเหรอ” 

“ทำนองนั้นแหละจ้ะ” 

“อะ เสร็จแล้ว” น้ำบอกอย่างไม่จำเป็น 

“ขอบใจจ้ะ แล้วทีนี้ก็...”หญิงสาวหยุดเงียบปล่อยให้ไอ้น้ำสงสัย 

“ทีนี้อะไรอีก” 

“พ่อน้ำเอาหน้าไปใกล้ๆ ห่วงนั้นหน่อยสิจ๊ะ” 

“ทำไปทำไมอะ” มันสงสัย 

“เถอะจ้ะ ฉันหวังดีกับพ่อนะ เชื่อฉันหน่อย” 

“อืมๆ ก็ได้” น้ำค่อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เชือกนั้น ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาทำแบบนี้เหมือนกัน 

“ไอ้น้ำ! เอ็งทำอะไร” 

“หนูน้ำ!” 

“น้ำ!!!” 

สามเสียงดังขึ้นพร้อมกัน น้ำจับไม่ได้ว่าเสียงใครเป็นเสียงใคร แต่มันตกใจที่ตนเองถูกเรียกเสียงดังเลยปล่อยมือจากเชือก แล้วดันลืมว่าคอของมันหลุดเข้าไปในบ่วงเชือกแล้ว 

“แค็ก...แค็ก” คนส่งเสียงที่สามวิ่งเข้ามาอุ้มน้ำให้สูงขึ้นจนหลุดจากบ่วงเชือกนั้น  

“ขอบคุณครับ” น้ำบอกอีกฝ่ายเมื่อเท้าตนแตะถึงพื้น 

“ทำอะไรของเอ็งหา? ไอ้น้ำ จะทำให้ข้าอกแตกตายเลยใช่ไหม ไอ้ลูกบ้า ไอ้เด็กไม่รู้จักคิด” แม่น้อยสาวเท้าเข้ามาหาบุตรชายอย่างรวดเร็วพร้อมกระหน่ำกำปั้นน้อยๆ ลงบนไหล่ไอ้น้ำไม่ยั้ง 

“อะไรเนี่ย แม่เป็นไร ฉันไปทำอะไรให้แม่โกรธอีกถึงต้องมาตีฉันแบบนี้” น้ำลูบแขนป้อยๆ ระหว่างที่แม่น้อยหยุดพักเพื่อหายใจ 

“เอ็งคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย โกรธข้าเกลียดข้าใช่ไหมที่ทำให้ความรักของเอ็งไม่สมหวัง” แม่น้อยร่ำไห้ ใจนางเกือบจะแหลกสลาย เมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนกำลังจะผูกคอตาย 

ทุกอย่างมีทางออก ทำไมไม่คุยกับนาง ทำไมถึงคิดสั้นแบบนี้ 

“แม่หยุดร้องไห้ก่อน ฉันไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายสักหน่อย ฉันก็แค่ทำตามที่...” น้ำหยุดแล้วหันไปมองรอบๆ เขาไม่เห็นใครนอกจากสามเสียงที่เรียกเขา 

“ทำตามอะไร บอกข้ามาเดี๋ยวนี้” 

“ช่างมันเถอะจ้ะ ฉัน...ฉันผิดเอง” น้ำบอกแม่ เขาสูดลมหายใจเข้าให้เต็มปอดพลางลำดับความคิด 

ฉิบหาย! แม่ตะเคียนใช่ไหม 

“ฮ่าๆ ฉันเองจ้ะ เชื่อฉัน แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น” 

‘แม่ตะเคียนหลอกฉันอีกแล้วเหรอ’ 

“เปล่าสักหน่อย นี่กลางวันแสกๆ เป็นไงจ๊ะ ฉันสวยไหม ชุดสไบที่ใส่ก็จากพ่อน้ำเลย จำได้ไหม” 

‘จำได้จ้ะ สวยจ้ะ แม่ตะเคียนสวยมากเลยจ้ะ’ 

“อา ดีจัง มีผู้ชายหล่อๆ มาชม ฉันคงอายุยืนไปอีกพันปีเลยทีเดียว” 

“ไอ้น้ำเป็นอะไรของเอ็ง ตัวแข็ง เหงื่อซึมเชียว” แม่น้อยพูดพลางจับแขนลูกชาย แต่มันกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง  

“หรือมันจะตกใจจนไม่มีสติไปแล้ว ไอ้น้ำ! ไอ้น้ำ!!!” แม่น้อยพลอยตกใจไปด้วย นางรีบเขย่าแขนบุตรชายอีกครั้งอย่างรุนแรง ปากก็เรียกชื่อไอ้น้ำไปด้วย หวังจะให้สติกลับมา 

“ผมขอคุยกับน้ำหน่อยได้ไหมครับ แม่น้อย” ผู้กองขออนุญาต 

“อืม” แม่น้อยบอกพลางถอยออกมาอยู่ทางด้านหลัง 

“น้ำ ได้ยินเสียงพี่หรือเปล่า” ผู้กองเข้าไปพูดกับคนตรงหน้า 

“...” 

“คุยกับแม่ตะเคียนอยู่หรือไง พี่อยู่นี่แล้ว เลิกกลัวได้แล้ว” 

“นั่นไง ผู้กองคนหล่อมาง้อแล้ว ฉันไม่กวนแล้วนะจ๊ะ แต่คราวหน้าอย่าลืมซื้อชุดสวยๆ มาฝากฉันอีกนะพ่อ” แม่ตะเคียนบอกพร้อมกับดีดนิ้วให้ไอ้น้ำมีสติ  

ใช่ว่าแม่ตะเคียนจะไม่รู้ว่าไอ้น้ำรูปหล่อกลัวผีแค่ไหน แล้วคราวนี้มาคุยกับนางที่ไม่ใช่มนุษย์อยู่นานสองนาน แถมพูดคุยแบบเห็นหน้าค่าตา ออปชั่นเสริมแบบจับต้องได้อีกพักใหญ่ แค่ยืนนิ่งอยู่ได้ก็ประหลาดเต็มที ไม่ช็อกตายไปเสียก่อนก็บุญแค่ไหนแล้ว 

“น้ำ นี่พี่ปรานต์เองจำได้ไหม” 

“ผ...ผู้กอง...ผู้กองตัวจริง?” น้ำตกใจที่คนตรงหน้าเป็นผู้กอง หรือเขาจะคิดถึงอีกฝ่ายมากจนเห็นภาพหลอน มันยกมือขยี้ตาทั้งสองข้างแรงๆ 

“พอได้แล้ว ตาช้ำหมด นี่พี่เอง” 

“ผู้กอง ตะกี้นะ แม่ตะเคียน ผมเห็นแม่ตะเคียนด้วย โอย...แล้วคุยกับแม่ตะเคียนนานมาก โอ๊ย ไม่รู้ตัวเลย ผมจะเป็นบ้าไหม” น้ำโผเข้ากอดผู้กองเต็มแรง ละล่ำละลักบอกกับไหล่ของอีกฝ่าย  

แม่น้อยเห็นภาพบุตรชายพุ่งเข้าหาผู้กองก็ยกมือทาบอกแทบไม่ทัน โถ ลูกชายข้า...  

ส่วนทางด้านคุณหญิง มารดาของผู้กองกลับยิ้มแก้มแทบปริอย่างพึงพอใจ 

“ไม่เป็นไรแล้ว ไม่เป็นไร ขวัญเอ๊ยขวัญมานะ” ปรานต์ลูบศีรษะเพื่อปลอบประโลมและเรียกขวัญอีกฝ่ายให้กลับคืนมา 

ไม่ได้กอดคนในอ้อมกอดนี้นานแค่ไหนแล้ว 

“แล้วผู้กองมาได้ไง มาทำไม ไม่ใช่ว่าทิ้งผมไปแล้วเหรอ กลับไปก็ไม่บอก รู้ไหมผมน้อยใจมากเลยนะ ทำแบบนี้ได้ไง” 

“อย่าเพิ่งโกรธพี่ได้หรือเปล่า ตอนนี้ไม่ใช่มีแค่เราสองคนนะ แม่น้อยก็อยู่ที่นี่นะน้ำ” 

“จริงดิ!” ฉิบหายกำลังสอง ไอ้น้ำตกใจผละออกจากอ้อมกอดนั้นทันที 

“เออ แม่ ตะ...ตะกี้ไม่มีอะไรนะ ฉะ...ฉันกลัวผีเฉยๆ” น้ำอธิบายตะกุกตะกัก ใครเห็นเหตุการณ์ย่อมรู้ว่าคำพูดของมันน่ะฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย 

“เออ ไปคุยที่บ้าน” 

“แล้วแม่มาที่นี่ได้ไง” 

“ข้าสิต้องถามเอ็งมากกว่า บอกว่าจะไปตลาด ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ รีบกลับบ้านก่อน มีอะไรไปคุยกันที่นั่น เห็นไหมว่าผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ของผู้กองเขายืนรอเอ็งนานแล้ว” 

“อะไรนะแม่” น้ำตกใจ มันมองเลยไปอีกนิดก็เจอพ่อแม่ของผู้กองเข้าจริงๆ 

“สวัสดีครับ คุณแม่ เอ่อ...ท่านนั้นคงเป็นคุณพ่อของผู้กอง สวัสดีครับ แล้วก็ขอโทษด้วยครับ” น้ำรีบยกมือไหว้ ทั้งทักทายและขอโทษในคราวเดียว 

“ไม่เป็นไรจ้ะ” 

“ท่านมาได้ยังไง” น้ำกระซิบถามคนตรงหน้าเสียงเบา 

“กลับบ้านก่อนอย่างที่แม่น้อยบอก แล้วน้ำจะเข้าใจเอง” 

“มันเรื่องอะไรกันเนี่ย” 

“กลับบ้านก่อน” 

“ก็คนมันอยากรู้อ้ะ” น้ำกระตุกเสื้อตรงเอวของผู้กอง 

“บอกแล้วไง กลับบ้านก่อน” 

“ขัดใจจริงๆ” 

“ถ้าไม่กลับ ก็คุยกับแม่ตะเคียนไปละกัน” ผู้กองพูดจบก็เดินออกไปทันที 

“เฮ้ย ได้ไง ไม่เอา รอก่อน รอผมด้วย อย่าทิ้งกันสิ!” น้ำตะโกนไล่หลัง กระวีกระวาดรีบตามอีกฝ่ายไป 

“ฮ่า...ฮ่า... ขอให้สมหวังนะจ๊ะพ่อน้ำ” และเสียงเย็นก็ดังขึ้นอีกครั้ง ไอ้น้ำรีบสับขาถี่เพิ่มความเร็วไม่เหลียวหลัง 

 

 

ความคิดเห็น