White Flag
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : When I first saw you

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย Yuri

คนเข้าชมทั้งหมด : 15

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2562 09:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
When I first saw you
แบบอักษร

บรรยากาศในห้องเรียนยังคงเสียงดังเจื้อยแจ้วเหมือนนกกระจอกแตกรัง วันนี้เปิดเทอมวันแรก ต่างคนต่างก็คุยกันเสียงดังสนั่น บางทีก็ไม่เข้าใจว่าจะคุยเสียงดังอะไรขนาดนั้น นั่งก็ใกล้กันแต่เสียงพูดนี่ดังข้ามไปสามสี่โต๊ะ แต่ว่ามันก็ดีสำหรับการแอบฟังคนอื่นอัพเดตเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟังแบบไม่ตั้งใจล่ะนะ อย่างที่บอกว่าวันนี้เปิดเทอมวันแรกทุกคนจึงตั้งหน้าตั้งตาอัพเดต ชีวิตตัวเองให้เพื่อนฟัง  ประหนึ่งเสมือนว่าไม่ได้เจอกันมาเป็นปี ทั้งที่ความจริงแล้วพวกเราปิดเทอมแค่สองอาทิตย์เอง  

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง! เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูส่งเสียงเตือนดังลั่นห้อง ทำให้คนที่นอนคลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนานุ่มเอื้อมมือไปคว้ามากดรับสาย ด้วยความโมโห 

‘ฮัลโหล อยู่หลุมไหนย๊ะหล่อน ตื่นหรือยังแม่คุณ’ แน่นอนว่าเสียงจิกกัดแบบนี้มีอยู่คนเดียวที่โทรมาหากัน ซึ่งนั่นก็คือเพื่อนชายใจสาวอย่างภัคพล หรือตีตี้ 

“อยู่คอนโดไง จะไปอยู่หลุมดำที่ไหนล่ะ ตื่นแล้วเนี่ยแต่งตัวอยู่”   

ความจริงคือเพิ่งตื่นตอนที่เพื่อนโทรมานี่แหละ 

‘รีบ ๆ มาเลยนะ อาจารย์จะเข้าแล้ว’ 

“โอเค ๆ” ไม่รอฟังอีกแล้วว่าเพื่อสนิทจะบ่นอะไรต่อ นิ้วเรียวกดตัดสายทิ้ง แล้วรีบวิ่งเข้าไปอาบน้ำให้ไว ต้องบอกว่าไวนั่นแหละเพราะเธออาบน้ำ ไม่สิ เรียกว่าวิ่งผ่านน้ำเถอะ สามนาทีก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว  

หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว สาวสวยในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังก็วิ่งกระหืดกระหอบมารอวินมอเตอร์ไซค์ ช่วงเวลาเร่งรีบแบบนี้นั่งมอเตอร์ไซค์นี่เร็วกว่าขับรถไปเองเป็นไหน ๆ ด้วยสกิลการขับขั้นเทพของพี่วินแล้ว ห้านาทีถึงมหาวิทยาลัยแน่นอน 

สาวน้อยในชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอสั้นเหนือเข่าเล็กน้อยกำลังวิ่งสี่คูณร้อยเมตรมากดลิฟต์ขึ้นตึกเรียนของคณะนิเทศศาสตร์อย่างเร่งรีบ เพราะเธอสายไปสิบห้านาทีแล้ว 

“พีระยา” 

“….” 

“นางสาวพีระยา!” 

“มาค่ะ” เสียงขานรับเรียกชื่อตรงหน้าประตูห้องเรียนเรียกความสนใจจากเพื่อนในห้องได้ไม่น้อย  

“สาย!”  

“หนูมานานแล้วนะคะอาจารย์ เมื่อกี้ไปเข้าห้องน้ำมา”  

เป็นยังไงล่ะ ใครจะยอมให้อาจารย์เช็คสายกัน 

“ไปเข้าห้องน้ำแค่นี้ ถือกระเป๋าไปด้วยหรือคะนักศึกษา”  

“เอ่อ…ก็หนูถือไปเปลี่ยนอันนั้นน่ะค่ะ แบบที่ผู้หญิงเขาเป็นกัน”  

ยัง ๆ ยังแถได้อีก  พูดจบก็ส่งยิ้มหวานให้อาจารย์ไปหนึ่งที 

“ไปนั่งที่ค่ะ” นักศึกษาสาวกล่าวขอบคุณอาจารย์เล็กน้อย ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ใกล้กับเพื่อนชายใจสาวที่จองที่นั่งไว้ให้เธอก่อนแล้ว 

“เนียนเลยนะแก สีข้างถลอกปอกเปิกหมดแล้วมั้ง”  

“แกก็รู้ว่าสกิลการแถของฉัน มันขั้นเทพแค่ไหน” รู้สึกภูมิใจเหลือเกินกับทักษะพิเศษอันนี้  

“ก่อนอื่นก็สวัสดีนักศึกษาทุกคนนะคะ อาจารย์ชื่อรดา อย่างที่รู้กันอยู่แล้วว่าอาจารย์จะมาสอนวิชานี้ การวางแผนกลยุทธ์ทางการโฆษณา…” เสียงหวานไพเราะเสนาะหูที่กำลังอธิบายรายละเอียดวิชาเรียน การให้คะแนน ชิ้นงานโปรเจค รวมไปถึงเนื้อหาที่จะเรียนตลอดทั้งเทอม ทำให้สาวน้อยอย่างพีระยาถึงกับเคลิ้ม นั่งสัปหงกหัวโขกกับชีทที่วางไว้  

“ดูเหมือนจะมีนักศึกษาบางคนไม่อยากฟังในสิ่งที่อาจารย์พูด ถึงได้กล้าหลับในห้องเรียนแบบนี้ ทุกคนทราบกันดีว่าวิชานี้เป็นวิชาตัวต่อจากวิชาสื่อโฆษณาสำหรับงานนิเทศศาสตร์ เพราะฉะนั้นเลยอยากจะขอทดสอบความรู้ที่ทุกคนได้เรียนมาก่อนหน้านั้นหน่อย อาจารย์มีคำถามมาให้นักศึกษาทำควิซห้าข้อ ถือว่าเป็นการเก็บคะแนนไปในตัว” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ดูทรงพลัง ทำให้นักศึกษาถึงกับร้องคร่ำครวญ ก่อนจะหันไปหาต้นตอของเรื่องที่ทำให้ทุกคนต้องทำควิซในครั้งนี้ รดาแอบยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยเมื่อสาวน้อยที่แถตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันกำลังถูกเพื่อนต่อว่า จริง ๆ แล้วเธอตั้งใจจะให้ทำควิซอยู่แล้ว แต่ก็อยากเอาคืนพีระยาด้วย เลยแกล้งพูดแบบนั้นออกไป 

“ฉีกกระดาษออกมาคนละหนึ่งแผ่นค่ะ ห้าข้อ เขียนข้อหนึ่งไม่เกิน 

สามบรรทัด อาจารย์ให้เวลาห้านาที เริ่ม!” นักศึกษาทุกคนต่างก็บ่นกระปอดกระแปด รดายืนมองสาวน้อยที่นั่งสไลด์หน้าจอโทรศัพท์มือถือหาข้อมูลอย่างขบขัน ขาเรียวยาวก้าวมาหยุดยืนที่ด้านหลังอย่างเงียบเชียบ 

“เขียนได้เยอะเลยนะคะ” น้ำเสียงเย็นยะเยือกพร้อมกับมือที่ยื่นมาหยิบมือถือออกจากมือทำให้พีระยาถึงกับสะดุ้งตกใจ 

“เฮ้ย อาจารย์!”  

มาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะเนี่ย 

“อาจารย์บอกแล้วนะคะว่าให้เขียนตามความเข้าใจของตัวเอง ห้ามเปิดหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต” เสียงประกาศกร้าวทำให้นักศึกษาหลาย ๆ คนถึงกับสะดุ้ง จนต้องหยุดเขียนและหันไปมองต้นตอของเรื่อง ซึ่งนั่นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนางสาวพีระยาเจ้าเก่า 

“พีระยา ในการทำควิซครั้งนี้ อาจารย์จะไม่ให้คะแนนคุณ กลับไปคัดลายมือคำว่า ‘น้ำปลา’ มาหนึ่งร้อยแผ่น หน้าละสามสิบคำ ส่งคาบหน้า ตัวอักษรต้องมีหัว แบ่งช่องไฟเท่ากัน ห้ามเบี้ยว ห้ามเอียง ห้ามมีรอยลบ กระดาษห้ามมีรอยยับ”   

โอ้โห แบ่งช่องไฟให้เท่ากันนี่เธอต้องใช้ไม้บรรทัดวัดทุกตัวอักษรเลยหรือเปล่า แล้ววิชานี้มันเกี่ยวอะไรกับคำว่าน้ำปลากัน  

“ค่ะ ๆ “  

งานเข้าเลย มาเรียนคาบแรกก็โดนซะแล้ว  

“หมดเวลาค่ะ ทุกคนส่งกระดาษคำตอบที่โต๊ะ พีระยาไปพบอาจารย์ที่ห้อง”  

“ขอให้มีชีวิตรอดกลับมานะมิ้ม” เสียงอวยพรจากเพื่อนสนิทถึงกับทำให้พีระยาหน้าซีดเผือด ในเมื่อรุ่นพี่ต่างก็เล่าขานถึงความโหดของอาจารย์รดา สอนว่ายากแล้วออกข้อสอบยากยิ่งกว่า แล้วเรื่องคะแนนนี่ไม่ต้องพูดถึงเลยให้ยากมาก ให้ยากไม่ว่าแต่ให้คะแนนน้อยด้วยนี่สิ พีระยาเดินตามหลังอาจารย์รดาไปจนถึงห้องพักอาจารย์คล้ายคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว 

“ว๊าย!” พีระยาหลับตาปี๋ เดินมาดี ๆ ดันสะดุดเชือกรองเท้าตัวเองเสียได้ พลันก็รู้สึกเหมือนชนเข้ากับอะไรนุ่ม ๆ แถมกลิ่นก็หอมด้วย  

เฮ้ย! หน้าอกอาจารย์รดานี่ ตายแล้วฉัน ซวยซ้ำซวยซ้อนเลยงานนี้ พ่อจ๋า แม่จ๋าช่วยลูกด้วย  

“อะ…เอ่อ หนูขอโทษค่ะอาจารย์” ก้มหน้าก้มตาด้วยความอาย พีระยาอยากจะกลายร่างเป็นขอม ดำดินหนีอาจารย์รดาให้รู้แล้วรู้รอด สายตาที่จ้องเขม็งไม่วางตา ทำให้พีระยารู้สึกว่าหัวใจเหมือนจะหยุดเต้นไปทุกขณะ 

“พีระยา!” รดาปรี่เข้าไปรับร่างของคนตัวเล็กมาไว้ในอ้อมแขน นี่กลัวจนเป็นลมไปเลยหรือ เธอแค่เรียกให้มาเอาชีทไปถ่ายเอกสารแจกเพื่อน ไม่ได้เรียกมาด่าสักหน่อย เรื่องเมื่อกี้ก็ไม่ได้โกรธอะไรมันเป็นอุบัติเหตุ ยัยเด็กนี่คิดเป็นตุเป็นตะไปเอง 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น