empty love
facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : CHAPTER 4 100%

คำค้น : [Set Price]ทะลายหัวใจ เจ้าชายน้ำแข็ง

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.3k

ความคิดเห็น : 145

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2562 08:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 4 100%
แบบอักษร

 

 

 

 

แนะนำตัวละครเพิ่มเติม : 

 

 

 

TAWAN 

 

 

UV 

 

 

 

 

 

4 

 

 

TL CONDO 

 

 

ครืด 

‘P KORYAH 2 new massage.’ 

ฉันเงยหน้าจากเข่าตัวเองมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนพื้นพรมข้างๆท่ามกลางความมืดสลัว พอเหลือบเห็นว่าใครเป็นคนส่งมาให้ ริมฝีปากก็พลันคลี่ยิ้มขึ้นบางๆทันที 

....พี่กอหญ้า.... 

ก่อนหน้านี้พี่กอหญ้าพึ่งเข้ามา เจ้าเอยก็ด้วย คงงงล่ะสิว่าเจ้าเอยน่ะใคร... 

อืม น้องเขาเป็นลูกสาวของญาติฝั่งคุณแม่ของพี่กอน่ะ น้องถูกคุณแม่เอามาฝากให้พี่กอเลี้ยงดู อบรมฝึกนิสัยอยู่บ่อยครั้งเพราะเห็นว่าพี่กอน่ะ เป็นรุ่นใกล้เคียงกันคงจะสอน จะพูดกันได้ง่ายกว่า และที่รู้จักกับน้องน่ะเป็นเพราะช่วงนั้นพี่กออยู่ที่นี่บ่อย นับได้ว่าแทบจะทุกวัน แต่ช่วงนี้ที่หายไปและกลับมานานๆครั้งเป็นเพราะคุณแม่ของพี่กอคิดว่าฉันกับพี่กอน่ะเป็นเลสเบียน-_- ซึ่งเหตุผลมันก็นะ ช่างเถอะ 

หลังจากฉันอัปเดตเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่กอฟังในวันนี้ อารมณ์ที่ดิ่งลงคล้ายกับว่ามันอยู่ในจุดปกติหลังจากที่ผ่านมาได้สองวัน  

ฉันโกหกพี่กอหญ้า....โกหกว่าจะตัดสินใจออกจากงานทั้งๆที่ฉันออกจากงานโดยไม่แม้แต่ตัดสินใจตั้งแต่พักกลางวันในวันนั้น แต่ทุกอย่างหลังจากเรื่องนี้ฉันก็พูดเรื่องจริงทั้งหมด 

เพราะอะไรน่ะเหรอ... 

ไม่รู้สิ บางครั้งฉันก็ไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องราวของฉันให้เครียดเล่นหรอก แต่ได้ระบายออกไปได้ส่วนหนึ่งก็ดี 

ถามว่าเสียดายไหมกับงานประจำ...ก็ไม่ 

เพราะนี่ไม่ใช่บริษัทแรกที่ผู้บริหารหรือไม่ก็แขกที่จ้องจะงาบฉันอยู่ทุกวัน แม้พวกเขาจะรู้ว่าฉันมีลูกแล้วก็ตาม 

หรืออาจจะคิดว่าฉันไม่มีสามี เป็นแม่หม้ายอย่างนั้นเหรอ 

ก็ใช่...แม้ฉันไม่มีสามีช่วยเลี้ยงลูกเหมือนครอบครัวอื่นๆ ฉันก็แฮปปี้กับการอยู่อย่างนี้ดีกว่าการเปิดใจครั้งใหม่ 

....แต่ถ้าเจอใครคนนั้นที่สามารถทลายกำแพงน้ำแข็งหัวใจฉันได้ ฉันก็พร้อมที่จะรับเขาเข้ามาโดยไม่มีข้อแม้ใดๆเหมือนกัน 

ฟุบ 

ฉันลุกขึ้นจากการนั่งริมหน้าต่างบานใหญ่ พร้อมกับเลื่อนม่านปิด เนื่องจากบรรยากาศข้างนอกตอนนี้ฝนกำลังตกหนัก 

มันไม่น่ากลัวหรอก แต่พวกสายฟ้าและเสียงร้องของมันที่เกิดเอฟเฟ็กต์ร่วมกับฝนน่ะสิ ฉันรู้สึกใจหวิวขึ้นมาแปลกๆ 

แกร่ก 

ฟุบ 

ดังนั้นฉันจึง ใช้เวลาไม่ถึงสองนาทีในการเข้ามานอนห้องของวาโยลูกชายของฉันที่นอนหลับปุ๋ยน้ำลายยืดอยู่บนเตียงกว้าง 

ฉันยิ้มให้ลูกชายอย่างเอ็นดูก่อนที่จะเอื้อมมือไปเช็ดน้ำลายยืดๆที่เปื้อนเต็มแก้มป่องของเด็กน้อย 

“งื้มๆ-3-” 

วาโยร้องเสียงเจี๊ยบจ๊าบครู่หนึ่งก่อนจะซุกหน้าลงกับอกฉันจากนั้นก็หลับปุ๋ยนอนนิ่งต่อ ฉันยิ้มบางๆให้กับลูกชายก่อนจะยกมือขึ้นโอบกอดร่างเล็กเบาๆ มือก็ลูบก้นเล็กๆไปด้วยพร้อมกับกดจมูกลงบนขมับลูกชายและแช่ค้างไว้อย่างนั้น 

ฉันกับลูกแยกห้องกันอยู่ เพราะวาโยบอกว่าเขาต้องการพื้นที่ส่วนตัวและบอกว่าตัวเองโตแล้ว ซึ่งฉันก็ไม่ได้ขัดลูก ฉันเข้าใจ เพราะวาโยในบางมุม ฉันก็ยังเข้าไม่ถึงเขาจริงๆ  

ลูกชายฉันน่ะ...เขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างคิดซับซ้อนมากในระดับหนึ่ง เขาทำในสิ่งที่เด็กวัยเดียวกันไม่สามารถที่จะทำได้เช่นการวางแผน การสื่อสารพูดคุยที่ดูเป็นผู้ใหญ่ วาโยไม่ชอบของเล่น แต่สิ่งที่เขาแสดงออกให้คนอื่นๆเห็นนอกจากฉันคือการที่เขาเป็นเด็กน้อยที่มีพัฒนาการปกติตามวัยของแก 

ซึ่งไม่ใช่เลย...ในบางที 

และฉันคงบ้ามากที่ตอนนี้อยู่ๆในหัวฉันก็ดันไปคิดถึงใบหน้าใครคนหนึ่งขึ้นมาพอดี 

....ทำไมกันนะ... 

 

 

24% 

 

 

10ปีก่อน 

UNITED STATE OF AMERICA  

เปรี้ยง!!! 

ตุ๊บ! 

ฟุบ 

ร่างบางของหญิงสาวทรุดลงกับพื้นทันทีที่เห็นสายฟ้าผ่าเปรี้ยงผ่านหน้าไปโดยสะท้อนกับท้องฟ้าอันมืดมิดในยามค่ำคืน หยาดฝนที่ตกลงมาอย่างหนักมันช่างหนาวเหน็บจนร่างเล็กต้องกอดเข่าตัวเองเอาไว้ ร่างกายสั่นสะท้านเนื่องจากโดนหยาดฝนสาดกระเซ็นเข้ามาในซอกตึกทึบแสง ซึ่งความมืดของมันถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างแปล๊บปล๊าบจากสายฟ้าและเสียงร้องครืนแต่เพียงเท่านั้น 

กลัว.... 

นั่นคือสิ่งที่แว๊บเข้ามาในความรู้สึกทุกครั้งที่เธอเจอบรรยากาศฟ้าร้องฟ้าแลบตอนฝนตก 

หึ 

แต่มันก็น่าขำเหมือนกัน... 

เพราะในขณะที่ฝนตก ก็มักจะมีเรื่องที่ทำให้ต้องออกมาเจอในสถานการณ์แบบนี้อยู่เรื่อย 

ฉันไม่เคยชินสักนิด....ไม่เลย 

เปรี้ยง!!!! 

ฟุบ 

ฉันซบหน้าผากลงกับเข่าตัวเอง เล็บก็จิกเข้าเนื้อผิวส่วนแขนของตัวเองโดยอัตโนมัติจนรู้สึกถึงความเจ็บปวด 

วันนี้ฉันถูกแม่ตบหน้า หลังจากเรียนเสร็จด้วยเหตุผลอะไรฉันก็ไม่ทราบ เราสองคนทะเลาะกันอย่างหนัก จนกระทั่งฉันเป็นฝ่ายวิ่งหนีออกจากบ้านพ่อเลี้ยงอย่างไร้จุดหมายและสภาพก็อย่างที่เห็น  

มันเป็นอย่างนี้บ่อยครั้ง กับความเกลียดที่แม่ตัวเองแสดงให้และมันยิ่งทวีคูณเรื่อยๆหลังจากที่ฉันออกจากบ้านมาอาศัยอยู่กับลูกชายของพ่อเลี้ยงด้วยเหตุผลที่พี่ชายนอกไส้ให้กับพ่อของเขาว่า ‘อยากจะดูแลน้องสาวให้มากขึ้น’ ซึ่งคุณลุงก็เห็นดีเห็นงามและไว้วางใจ คุณคิดว่ามันเป็นอย่างนั้นหรือ  

หึ ไม่เลย 

การที่ย้ายมาอยู่กับพี่ชายไม่ต่างอะไรกับแม่บ้านในความหมายว่าที่ว่าคนใช้ เขาเกลียดฉันอย่างกับอะไรดียิ่งกว่าแมลงสาบหรือตัวอะไรซักอย่างที่น่าขยะแขยง เพียงแต่ใช้แรงงานฉันในการจัดห้อง ทำอาหาร 

ยิ่งในเวลาที่เขาพาผู้หญิงเข้ามาในห้อง ทุกครั้งฉันต้องออกมาข้างนอกเพราะฉันไม่อยากรับรู้หรืออยู่เพื่อขัดหูขัดตาเขาและผู้หญิงของเขา กว่าจะกลับมาก็เช้าพอๆกับผู้หญิงของเขาออกไปจากห้อง อย่างเช่นในตอนนี้ ฉันเดินออกจากคอนโดนั่นมา สิ่งแรกที่คิดถึงคือแม่ ฉันคิดถึงแม่ หลังจากที่ฉันเดินออกจากบ้านมาหลังจากที่มีปัญหาบางอย่างกับท่าน ฉันคิดว่าท่านอาจจะแค่โกรธฉันเฉยๆ แต่พอมาวันนี้ฉันถูกแม่ไล่ออกมาจากบ้านพร้อมกับท่าทีที่รังเกียจฉันยิ่งกว่าฉันเป็นตัวอะไรซักอย่างที่เธอเกลียดยิ่งกว่าอะไรดี 

ฉันไม่ได้เข้มแข็งขนาดนั้น ฉันเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง 

ที่ตอนนี้ไม่เหลืออะไรเลย..... 

ไม่เหลือแม้เพียงที่พึ่งสุดท้าย 

มีเพียงความเหงา...ความอ้างว้าง โดดเดี่ยว และความกลัว 

เปรี้ยง!!!!! 

“อึก” 

ซ่า 

ฉันเกลียดบรรยากาศนี้ที่สุด 

เล็บจิกเข้าผิวกายจนความรู้สึกถึงเจ็บปวดแล่นผ่านเข้ามาในความรู้สึก เจ็บปวดโดยที่ไม่เจ็บปวด 

ฉันอยู่กับความกลัวจนชิน คล้ายกับว่ามันอาจจะเป็นเพื่อนหนึ่งเดียวของฉันไปแล้วก็ได้ 

เสียงฟ้าร้อง ท้องฟ้าที่มืดมิดในเวลากลางคืน เสียงฝนตก ความหนาวเหน็บที่สายฝนสาดกระเซ็นเข้ามากระทบเรือนกายอันสั่นเทา 

ฉันไม่ชอบความกลัวของตัวเองในตอนนี้ 

ไม่ชอบเลยจริงๆ 

ฟุบ 

หยาดฝนที่เคยสาดกระเซ็นเข้ามากระทบเรือนกาย แสงสว่างแปล๊บจากสายฟ้าที่เข้ามากระทบเรือนกายของฉันเป็นระยะๆกลับเลือนหายไป... 

คิ้วขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อมีสิ่งหนึ่งถูกโยนเข้ามาหุ้มเรือนกายจากในที่หนึ่ง ความอบอุ่นตั้งแต่ศรีษะรวมทั้งร่างกายที่เข้ามาปกคลุมคล้ายกับว่าตอนนี้ฉันกำลังนั่งกอดตัวเองอยู่ใต้ผ้าห่ม แต่สิ่งที่ทำให้ฉันแปลกใจในขณะนี้ ไม่ใช่ประเด็นนี้หรอก.... 

น้ำหอมกลิ่นสะอาด กลิ่นที่ฉันคุ้นเคย กลิ่นที่ติดอยู่ปลายจมูกฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มารู้ตัวอีกที สมองฉันก็จดจำได้แค่กลิ่นนี้เพียงกลิ่นเดียวไปซะแล้ว 

ทำไมถึง 

คิ้วฉันยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นเข้าไปอีกเมื่อผินหน้าออกมาจากเข่าตัวเอง ความนุ่มหยุ่นของเนื้อผ้าที่เข้ามากระทบกับใบหน้า ร่างกายอันสั่นเทาเนื่องจากหยาดฝนที่กระเซ็นเข้ามากระทบเรือนกายค่อยๆบรรเทาลง ความอบอุ่นจากเสื้อโค้ทผืนหนาที่ปกคลุมเรือนกายฉันในขณะนี้เริ่มเข้ามาแทนที่  

เสื้อโค้ทผืนหนา ที่เจ้าของของมันยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากในที่ ที่ฉันนั่งกอดเข่าอยู่ 

รองเท้าแตะสีดำ รับกับกางเกงสแล็คสีเดียวกันของบุคคลหนึ่ง 

ฟุบ 

มือค่อยๆร่นเสื้อโค้ทผืนหนาลงจากศรีษะพร้อมกับเคลื่อนใบหน้าขึ้นสบประสานสายตากับเจ้าของดวงตาคมกริบรัตติกาลของผู้ชายคนหนึ่ง 

ผู้ชายที่ร้ายยิ่งกว่าซาตาน ภายใต้สายตานิ่งเรียบและเย็นชาจนไม่เคยมีใครสามารถที่จะหยั่งรู้เลยว่า ในขณะนี้ เขาคิดอะไรอยู่ 

คิดอะไรอยู่ ถึงมายืนอยู่ตรงหน้าฉัน 

คิดอะไรอยู่ถึงมายืนตรงนั้น ปล่อยให้ฝนที่เคยสาดกระเซ็นเข้ามาถูกร่างกายฉัน กลับกลายเป็นสาดกระเซ็นเข้าแผ่นหลังทั้งแผ่นหลังของตัวเองแบบนั้น 

เขาคิดอะไรอยู่กันแน่.... 

เผาะ 

ฉันหลับตาลงพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่นลงมา ภาพในอดีตเลือนหายไปจากเบื้องหน้าคล้ายกับดูหนังตอนหนึ่งจนจบม้วน  

บัดนี้ที่ว่างริมหน้าต่างบานใหญ่ตรงปลายเตียงเหลือเพียงความว่างเปล่า... 

ฟุบ 

ฉันเช็ดน้ำตาลวกๆพร้อมกับลากสายตาขึ้นมองหน้าวาโยอีกครั้ง ก่อนที่จะดึงผ้าห่มผืนหน้าขึ้นมาปกคลุมร่างกายทั้งฉันและลูกชาย ตวัดแขนโอบกอดร่างเล็ก ก่อนที่จะปิดเปลือกตาลงช้าๆและเข้าสู่ห้วงนิทราไป ท่ามกลางเสียงท้องฟ้าคำรามและหยาดฝนที่สาดกระเซ็นเข้ามากระทบระเบียงนอกหน้าต่าง ท่ามกลางความเงียบสงัดในยามรัตติกาล 

 

อีกฟากหนึ่ง 

 

Aston Martin One77สีดำขลับจอดแน่นิ่งท่ามกลางสายฝนเม็ดใหญ่ที่สาดกระเซ็นเข้า มากระทบหลังคารถพอให้ได้ยินอยู่เล็กน้อย พร้อมกับเสียงท้องฟ้าคำรามและสายฟ้าที่แลบแปร๊บน่ากลัวผ่านหน้ากระจกรถที่มีใบปัดน้ำฝนทำงานในการอำนวยการมองเห็นอยู่  

เจ้าของนันต์ตาคมกริบสีรัตติกาลกวาดมองบรรยากาศโดยรอบด้วยแววตานิ่งเรียบ ก่อนที่สายตาคมกริบจะกวาดมองไปยังคอนโดฝั่งตรงข้าม เขามองจับจ้องไปยังหน้าคอนโดด้วยสายตานิ่งอย่างนั้นก่อน ที่เสียงริงโทนมาตรฐานของโทรศัพท์เครื่องหรูจะดังขึ้น 

ครืด ครืด  

สายตาคมกริบลากลงมายังคอนโซลหน้ารถที่เสียงสั่นของโทรศัพท์รบกวนเขาอย่างมาก พอเห็นว่าเป็นใคร ตาคมกริบก็กรอกไปมาอย่างเบื่อหน่าย พร้อมกับเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มอย่างไม่สบอารมณ์ 

เสียงริงโทนดังอยู่นาน ก่อนที่ปลายสายจะตัดไป 

ซึ่งนั่นก็ดี....-_- 

ครืด  

เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอพพลิเคชันข้อความดังขึ้น ทำให้สายตาคมกริบของชายหนุ่มหลุบมองมันช้าๆอีกครั้ง 

‘คุณวายุอย่าลืมนัดพรุ่งนี้นะคะ’ 

‘นัดของแม่หนูกอหญ้าน่ะค่ะ’ 

สายตาเย็นชากวาดมองข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ช้าๆ เป็นการรับรู้ผ่านทางสายตาโดยไม่คิดที่จะพิมพ์ตอบกลับไป  

ฟุบ 

ศรีษะเอนซบลงกับพวงมาลัยรถยนต์ ตาคมกริบหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า ก่อนที่แขนแกร่งทั้งสองจะยกขึ้นมาเกาะรอบพวงมาลัยไว้อย่างนั้น ถายใต้ใบหน้าเย็นชา ใครจะรู้ว่าบัดนี้สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างหนัก 

ความรู้สึกข้างในมันบีบรัดแปลกๆจนยากจะอธิบาย ความร้อนรุ่มในเรือนกายที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ที่พึ่งดื่มเข้าไปไม่กี่ชั่วโมง 

มันเกิดขึ้นมาจากอะไร 

เปลือกตาคมกริบที่บัดนี้ได้หลับตาลงขยับยิกๆ พลันภาพบางอย่างก็ฉายชัดขึ้นมาในหัวราวกับขณะนี้เขากำลังดูหนังในโรงละคร โดยมีผู้เล่นเป็นตัวเขา.....และเธอคนนั้น 

‘ลืมเก็บห้อง....ใช้เสร็จแล้ว’ 

โกหกได้เหี้ยอะไร.....ยังไม่เคยได้ใช้ต่างหากไง-___- 

ผมเมินเสียงร้องในใจ พร้อมกับลากสายตามองร่างบางของผู้ที่ขึ้นชื่อว่า ‘น้องสาวนอกไส้’ที่นั่งกอดเข่าคลุมเสื้อโค้ทของผมด้วยสายตาเย็นชา 

‘…’ 

เกลียดที่สุด..... 

กับการที่ไม่ตอบเหี้ยอะไรเลย แต่ใช้สายตาตอบ 

ใบหน้านิ่งๆแววตาว่างเปล่า จมูกเชิดๆของยัยบ้านั่นมันทำให้ผมคลั่งได้ถ้าหากวันไหนผมอารมณ์ไม่ดี ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มจะเข้าสู่โหมดนั้นอย่างไม่เป็นทางการ 

‘เป็นใบ้?’  

เอียงคอมองพร้อมกับเดินเข้ามาหาโดยปลายเท้าในตอนนี้ชิดกับหน้าแข้งของยัยเด็กบ้าที่เอาแต่เงยหน้าพร้อมกวาดสายตามองผมอย่างพิจารณาอย่างนั้น 

เปรี้ยง!!!! 

ฟุบ 

ไม่รู้ว่าหลบมุมผิดไหม 

...แต่การที่มากอดรอบขาเอาหน้าซุกลงกับหว่างขาตัวสั่นงกๆนี่.... 

แม่งอ้อน?  

หรืออ่อย? 

หืม? 

ฟุบ 

เอื้อมมือดึงเสื้อโค้ทให้คลุมหน้า ก่อนที่จะช้อนตัวของยัยบ้านั่นขึ้นมาอุ้มอย่างไม่พูดอะไร เมื่อหน้าขาเริ่มสัมผัสถึงความเปียกชื้นบริเวณนั้นเริ่มแผ่เป็นวงกว้าง 

ไม่ได้อยากอุ้ม....แต่ไม่รู้ว่าจะยืนอยู่แบบนั้นทำเหี้ยอะไรอีก-_-^ 

ง่วง..... 

 

30นาทีผ่านไป 

แกร่ก 

ดึงประตูปิดประตูพร้อมกับเช็ดผมที่เปียกลู่ โคตรรำคาญที่ต้องมาอาบน้ำซ้ำซากชิบหาย แต่น้ำฝนแม่งขยะแขยงเกินไปที่จะไม่อาบน้ำเลย-_- 

ฟุบ 

ปลายเท้าที่กำลังจะก้าวจะขึ้นบันไดชะงักเมื่อ ยัยเด็กบ้านั่นกำลังยืนอยู่บนบันไดซึ่งสูงจากผมไปประมาณสามขั้น 

ด้วยความที่ยัยนั่นไม่ได้เตี้ยเหี้ยเป็นหมากระเป๋า ทำให้ความสูงเหลื่อมผมไปนิด แล้วมันก็นิดเดียวที่ผมจะเห็น ‘อะไร’ ที่ไม่เรียบร้อยในมุมต่ำ ที่เงยหน้ามองคนที่อยู่มุมสูง 

บางทีอาจจะคิดผิดที่สลับห้องน้ำในวันนี้ 

แต่ถ้าให้ยัยบ้านี่อาบน้ำข้างล่างก็ไม่มั่นใจว่าเพื่อนเหี้ยผมจะอยู่รึเปล่า-_- 

พวกแม่งมาหลังจากยัยบ้านี่ออกไปจากห้อง โดยส่งผู้หญิงมาหาผมก่อนเหมือนทุกวัน และผมก็ต้องออกมาทุกครั้งเมื่อพวกแม่งมากัน ทำเหี้ยอะไรกันผมไม่รู้หรอก แต่มันมีอยู่ไม่กี่เรื่องเท่านั้นแหละที่คนเหี้ยอย่างพวกมันจะทำกับยัยพวกนั้น และมีอยู่ไม่กี่เหตุผลเท่านั้นแหละที่ผมจะทำเพื่อปั่นประสาทยัยผู้หญิงตรงหน้าโดยที่ใช้ยัยพวกนั้นเป็นเครื่องมือ 

ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำ แต่รู้สึกถึงความสุขแปลกๆทุกครั้งที่เห็นใบหน้าหยิ่งๆนั่นแสดงสีหน้าตอนเก็บถุงยางข้างโซฟาด้วยแววตาที่คลอไปด้วยคราบน้ำตา 

ฟุบ 

หืม 

ลากสายตาขึ้นจากสาบเสื้อสีดำที่ร่นไปจนเห็นเนินอกเอิบอิ่ม มองคนที่กำลังยืนเช็ดผมให้อยู่พร้อมกับขมวดคิ้วยุ่ง 

วันนี้มาแปลก..... 

ฟุบ ฟุบ 

ปลายผ้าขนหนูสีขาวที่ปลิวเข้ามากระทบใบหน้าเป็นระยะๆ เมื่อครั้นที่มือบางของคนตรงหน้ากำลังเช็ดผมให้ เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้ม รับเข้ากับดวงตาทรงเสน่ห์ที่ให้ความสนใจไปยังการเช็ดผมในขณะนี้ จมูกเชิดๆ ริมฝีปากสีธรรมชาติ รับกับซอกคอระหงสีขาวเนียนที่โผล่พ้นเสื้อสีดำคอกว้างขว้านลึก กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เกิดจากกลิ่นของเรือนกาย ต่างจากกลิ่นน้ำหอมฉุนๆของบรรดาผู้หญิงที่เคยรู้จักทำให้ใจกระตุกไปชั่วขณะ 

จู่ๆความรู้สึกในใจบางอย่างก็เกิดขึ้นมา จึงเบนสีหน้าออกห่างจากการพิเคราะห์คนตรงหน้าทันทีก่อนที่จะทำอะไรที่ผิดแปลกไปอีก 

‘จัดห้องให้คุณวายุเสร็จแล้วค่ะ...’ 

‘….’ 

ไม่รู้ทำไม สายตาจากที่เลื่อนดูหน้า ทำไมถึงเลื่อนต่ำลงไปยังส่วนเต่งตึงที่ขยับตามแรงคนตรงหน้าที่กำลังขยี้ผมให้อย่างตั้งใจ 

‘....ฉันจะรีบเอาเสื้อคุณไปซักคืนนี้ให้’ 

สบประสานสายตาเข้ากับสายตาหยิ่งๆของผู้หญิงตรงหน้า มองกันไปมาอย่างนั้นโดยต้องการหาอะไรบางอย่างจากสายตาของกันและกัน 

สายตาสะท้อนจากตาคู่สวยที่มองมามีแต่ความสงสัยว่าตอนนี้ผมกำลังคิดอะไรอยู่ สำหรับผมในทุกครั้งที่แววตาหยิ่งของยัยผู้หญิงคนนั้นมองมามันทำให้ผมรู้สึกแปลกๆ 

แปลกแบบไหน.....อธิบายไม่ถูก 

แปลกแบบรู้สึก และไม่รู้สึก 

‘ขอบคุณ....สำหรับวันนี้ด้วย’ 

‘กลัวมาก?’ 

ตาหยิ่งๆของเด็กนั่นกรอกไปมาคล้ายกับกำลังงงกับคำถาม ก่อนที่จะหลุบตาลงพร้อมกับพยักหน้า 

ฟุบ 

‘คุณวายุ!!’ 

แกร่ก 

ปึง!!!! 

เปรี้ยง!!!  

ดึงข้อมือเล็กของยัยนั่นไว้แน่น โดยปล่อยเบลอกับเสียงเรียกจากข้างหลัง ก่อนจะแหวกม่านออกพร้อมกับเปิดประตูระเบียง ดึงทั้งตัวเองและเด็กนั่นออกไปแล้วกระแทกให้ปิดลงทันที พร้อมกับเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงคลอเคล้ากับสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักในบรรยากาศข้างนอกขณะนี้ 

เปรี้ยง!!! 

ฟุบ 

จากร่างกายที่เคยรั้งผมบัดนี้กลับเข่าอ่อนคล้ายกำลังจะทรงตัวไม่อยู่ 

ฟึบ 

ผมรั้งร่างบางเอาไว้จนแนบกับลำตัว ส่วนยัยนั่นไม่รู้ว่ากลัวหรือตกใจถึงได้ให้ผมทำแบบนี้ง่ายๆ 

ง่ายไป... 

เปรี้ยง!!!! 

ซ่า!!! ซ่า!!!! ซ่า!!!! 

‘อึก’ 

ร่างบางหลับตาปี๋ซบลงกับอกผมพร้อมกับเนื้อตัวที่เริ่มสั่น ผมหลุบตาลงไปมองก่อนจะลากริมฝีปากกระซิบข้างหู 

‘ยัยโง่’ 

ผมรั้งปลายคางแหลมให้เชิดขึ้น ก่อนจะโน้มลงไปสบประสานสายตาเข้ากับสายตาของ ‘น้องสาว’ ของผมอย่างนั้น 

เปรี้ยง!!! 

ฟุบ 

ผมรั้งใบหน้าเด็กนั่นเอาไว้ ก่อนที่จะกอดตวัดรอบเอวบางเข้าหาเรือนกายตัวเองจนแนบชิดแทบอากาศผ่านเข้าไปได้ยาก 

‘แลกกันมั้ย...ความกลัวของเธอ....กับความต้องการของฉัน’ 

ผมสบประสานสายตาเข้ากับเด็กนั่นนิ่ง  

‘ฉันไม่ได้ง่าย....’ 

ตาคู่สวยกระตุกทันที และพอได้ยินอย่างนั้น ผมจึงลากริมฝีปากลงไปกระซิบเบาๆข้างหู 

‘ไม่ง่าย....แค่อยากเบี่ยงเบนความสนใจ...’ 

ร่างบางหลุบลงอย่างใช้ความคิด 

‘ลองเสี่ยงมั้ยล่ะ.....กับความกลัวเธอ’ 

ตาคู่สวยลากสายตาขึ้นมามองผมนิ่ง ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องเปรี้ยง กับสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก กระทบกับราวระเบียงที่มีผมกับ ‘น้องสาวยืนกอดรัดกันอยู่อย่างนั้น.... 

 

 

 

 

90% 

 

ฟุบ 

ชายหนุ่มเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นอย่างลวกๆ ภาพในสมองก็พลันมลายหายไปเหลือเพียงความว่างเปล่า ตาคมกริบกรอกไปมาครู่หนึ่ง ก่อนที่มืออีกข้างจะเกี่ยวเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดยิกๆ สักพักก็โยนลงไปยังหน้าคอนโซน เหลือไว้เพียงเสียงรอสายเท่านั้นที่ยังดังแข่งสายฝนที่ตกอยู่นอกรถในขณะนี้ 

ตูด...ตูด 

ติ้ด!! 

(เออ) 

ปลายสายตอบรับเสียงนิ่งขรึมคล้ายกับกำลังละเมอตอบ แต่นั่นก็เรียกรอยยิ้มหยักลึดของบุคคลที่รอฟังเสียงตอบรับอยู่  

“ขอกุญแจห้องเมียหน่อย-_-” 

(เฮีย....จริงจัง)  

จากเสียงที่เคยเนือยคล้ายกำลังง่วงนอนอยู่ บัดนี้กลับกลายเป็นเสียงเข้มขันเคล้ากับความสงสัย 

“เออ” 

(.....เฮียเมา) 

“กูสร่างแล้ว-_-” 

(คอนโดกูรักษาความปลอดภัยของลูกค้าไง.....) 

“.งงงกูเฮียมึงไง” 

(เป็นเตี่ยให้ได้ก่อนแล้วว่ากันใหม่) 

“ดาร์ก กูไม่ว่างเล่นกับมึง....วันนี้-*-” 

ตาคมกรอกไปมาก่อนจะตวัดขึ้นมองบนเพดานรถยนต์อย่างเลือนลอย 

(เฮียก็ไม่เคยว่างซักครั้งมั้ย-_-^) 

“ตกลง....กุญแจกู?” 

(ไม่ได้ ตอนนี้กูไม่ว่าง-_-) 

“....จะเอาวันนี้-_-” 

(แต่กูกำลัง...) 

“ตอนนี้” 

(แต่เฮีย...อ๊ะ) 

เสียงร้องครวญครางของหญิงสาวดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำให้มุมปากของคนฟังกระตุกยิ้มเย็นขึ้นคล้ายกับกำลังขำขัน 

“สามนาที-_-” 

(เห้ยดะ!) 

ติ้ด! 

เอื้อมไปตัดสายโทรศัพท์โดยที่ไม่รอให้ปลายสายพูด ก่อนที่ร่างแกร่งจะเอนกายพิงเบาะรถยนต์พร้อมกับหลับตาลงอย่างนั้นด้วยใบหน้านิ่งเรียบ 

ติ้ด! 

แกร่ก 

ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกท่ามกลางความมืดมิด ห้องที่เคยทึบแสงกลับสว่างโร่ขึ้นด้วยแสงที่ส่องจากภายนอกสะท้อนเห็นเงาตะคุ่มของร่างใหญ่ที่ยืนจังก้าอยู่หน้าประตูขนาดกระทัดรัด 

ฟุบ 

ท่อนขาแกร่งที่ถูกสวมด้วยกางเกงยีนสีซีดก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับถอดรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังไว้บนชั้นวางและเปลี่ยนเป็นสลีปเปอร์ คิ้วเข้มขมุ้นเล็กน้อยเมื่อก้มลงมองสลีปเปอร์ที่พอดีกับเท้าใหญ่ พร้อมกับมือแกร่งเสยผมสีน้ำตาลที่ปรกหน้าของตัวเองขึ้นหนึ่งที ก่อนที่จะก้าวเดินเข้าไปท่ามกลางความมืดมิด 

ฟุบ 

ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำตาลปลิวพัดผ่านหน้าของหญิงสาวที่นอนกอดเด็กน้อยอยู่บนเตียงด้วยมือแกร่งของบุคคลร่างใหญ่ที่บัดนี้ได้ยืนอยู่ข้างเตียงใหญ่  

ฟึบ 

ก่อนที่ผ้าเช็ดหน้าจะถูกเก็บไว้ในกระเป๋ากระเป๋ากางเกง พร้อมกับขวดเล็กๆเท่าปลายนิ้วก้อยที่หน้าขวดเขียนกำกับเป็นชื่อตัวอักษรเล็กๆว่า *Ethoxyethane(CH3CH2OCH2CH3) 

ฟุบ 

ฟอดดดด จุ๊บ ฟอดดดดด 

จมูกโด่งเป็นสันของชายเจ้าของใบหน้าคมคายคลอเคล้ากับซอกคอขาวๆทันที หลังจากที่ล้มตัวลงนอนซ้อนทับร่างบางในชุดนอนตัวยาวคลุมเข่าสีขาว พร้อมกับยกท่อนแขนใหญ่ขึ้นไปรวบกอดทั้งเด็กน้อยและหญิงสาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอดตัวเอง พร้อมกับใบหน้าคมคายที่บัดนี้ได้ซุกลงซอกคอระหง จมูกโด่งสูดกลิ่นหอมหวานเข้าปอด ก่อนจะประทับจุมพิตรอบลำคอขาวผ่องเบาๆอย่างนั้น 

ความรัก ความคิดถึง ความโหยหา และความสำนึกผิดแสดงออกผ่านหยดน้ำตาลูกผู้ชายที่เปรอะเปื้อนแก้มเนียนใส แผ่นหลังกว้างสั่นสะท้านพร้อมทั้งเพิ่มแรงโอบรัดบุคคลสองคนเข้าหากอดของตัวเองมากเข้าไปอีก 

“ฮึก” 

ห้องกว้างที่เงียบสงัด บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องไห้ของผู้ชายคนหนึ่งที่เอาแต่นอนกอดบุคคลทั้งสองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ใครจะไปคิดว่าคนที่ทุกคนมองว่าเลือดเย็น ผู้ชายไม่มีหัวใจ อ่อนแอใครไม่เป็น ผู้ชายที่ทุกคนต่างเกรงขาม ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่า ‘เจ้าพ่อมาเฟีย’ จะมานอนร้องไห้โฮกอดสองแม่ลูกที่บัดนี้นอนหลับสบายไม่รู้เรื่องราวอย่างนั้นได้ล่ะ 

ทำไมกัน...... 

ผู้ชายที่ถูกตราหน้าว่าไม่มีหัวใจและเลือดเย็นกับทุกสิ่ง แต่บัดนี้กลับร้องไห้ฟูมฟายซบหน้าลงบนแผ่นหลังเล็กของผู้หญิงร่างบางที่ดูน่าทะนุถนอมคนนี้ได้....มันเกิดอะไรขึ้น 

“...ลองแล้ว...มันอยู่ไม่ได้จริงๆว่ะ” 

“....” 

“...ฉันอยู่ไม่ได้” 

เสียงสั่นเครือจากริมฝีปากสีไวน์ กระซิบลงข้างกกหูของสาวใบหน้าสวยพร้อมกับประทับจุมพิตลงข้างพวงแก้มอย่างอ่อนโยน 

เผาะ 

หยดน้ำตาเม็ดใสหล่นร่วงลงมาจากตาคมกริบที่เอาแต่จับจ้องไปยังใบหน้าสวยสง่าไร้ที่ติของหญิงสาว ด้วยสายตาที่เจ็บปวดและลึกซึ้ง ก่อนที่ตาคมกริบจะละสายตาเลื่อนไปมองเด็กชายที่นอนหลับปุ๋ยในอ้อมอกหญิงสาว เขาไล่มองเด็กชายทั่วหน้าตั้งแต่คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน รับกับริมฝีปากสีไวน์ น่าแปลกที่เด็กคนนี้หน้าเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว 

คล้ายกับว่ากำลังเห็นตัวเองตอนเด็ก 

ไม่ต้องถึงขั้นตรวจดีเอ็นเอ แค่ปารูปมาเทียบคนยังเชื่อ-_- 

ฟุบ 

ริมฝีปากสีไวน์ยิ้มบางๆเมื่อมองเด็กน้อยคนนั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบกระหม่อมบางเบาๆพร้อมกับโน้มตัวลงไปจุมพิตกลางหน้าผาก 

“Dream of me...baby”(ฝันถึงฉันด้วยนะ...เด็กน้อย) 

จู่ๆภาพในอดีตก็ซ้อนเข้ามาทับทันทีครั้นที่เขาจูบหน้าผากเด็กชาย แต่กลับกลายเป็นบัดนี้เขาเห็นภาพตัวเองตอนเด็กและชายคนหนึ่งก็ก้มลงจูบหน้าผากพร้อมกับพูดประโยคที่เขาพูดกับเด็กชายเมื่อครู่คล้ายกับภาพซ้อนทับ 

หึ 

ริมฝีปากสีไวน์หยักยิ้มบางๆ เมื่อภาพในอดีตจางหายไป ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะกดจมูกลงกับกลุ่มผมนุ่มลื่นของหญิงสาว 

กลิ่นที่เขาโหยหา ร่างกายที่ทำให้เขาแทบจะขาดใจตายทุกทีที่คิดถึง มันทำให้ตอนนี้เขาอยากจะหยุดเวลานี้เอาไว้สักพันปี 

ห้องมืดอันหนาวเหน็บกลับมีความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักเมื่อครู่กลับหยุดชะงักลง ฟ้าแล็บฟ้าร้องบัดนี้กลับอยู่ในสถานการณ์ที่สงบลง เปลือกตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวกับอ่อนโยนลง พายุในใจเริ่มสงบ ก่อนที่ร่างสูงจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปโดยที่ยังคงโอบกอดบุคคลทั้งสองไว้ในอ้อมกอดแน่นอย่างนั้นไม่คลายไปไหน 

 

 

*Ethoxyethane(CH3CH2OCH2CH3) ในอดีตเคยมีการใช้เป็นยาสลบโดยWilliam Thomas Green Mortonเป็นผู้คิดค้น นำมาใช้คนแรกในเคสผ่าตัดคนไข้เพื่อลดการเจ็บปวดของผู้ป่วยทั้งยังมีสติอยู่คนแรกของโลก. 

 

 

WAYU 

 

 

KWANKAO 

 

 

 

 

To be continued. 

ความคิดเห็น