ฝ้ายสีคราม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 เกินตัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 เกินตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 574

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2562 04:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 เกินตัว
แบบอักษร

ปัทม์ตั้งใจเรียนขึ้นมาก ตั้งแต่ฉันยอมเปิดใจก็ทำตัวดีเป็นคนละคน ฉันเองตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไร แต่พอมาเจอการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของปัทม์ ฉันก็ดีใจที่ทำให้คนคนหนึ่งอยากทำดีเพื่อฉัน

ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกัน ฉันได้เห็นปัทม์พัฒนาตัวเองมากขึ้น และมั่นใจเรื่องความเจ้าชู้และสาวๆที่ยังไม่มีให้เห็น เพราะปัทม์ประกาศชัดเจนว่ากำลังดูใจกับฉันอยู่ ถึงยังไม่ได้เป็นแฟน แต่ก็ไม่อยากให้ฉันเข้าใจผิด

ส่วนปัทม์เองก็คงเห็นฉันในอีกหลายๆมุม โดยเฉพาะเวอร์ชั่นใจร้ายในเวลาที่ปัทม์ขี้เกียจอ่านหนังสือ

“ปัทม์ถ้าไม่อ่าน เราจะกลับห้องแล้วนะ”

“หมูน้อย เราเหนื่อยแล้ว ขอพักแป๊บนึงสิ” ปัทม์งอแง ฉันอนุญาติให้เรียกฉายานี้เฉพาะตอนไม่มีคนเท่านั้น ส่วนฉายาของปัทม์ฉันแค่แกล้งเรียกเล่นๆไปแค่ครั้งเดียว แต่ดูเหมือนปัทม์จะชอบมาก

“อีกสองสัปดาห์ก็จะสอบแล้วนะ” ฉันเตือน

“เราพอเข้าใจบ้างแล้ว นะ ขอพักก่อน” ปัทม์ขอร้องเสียงอ่อย

“อืม พักก็พัก งั้นเรากลับห้องนะ” ฉันทำท่าจะลุกขึ้น

“หมูน้อย อย่าพึ่งกลับสิ”

“เราให้ปัทม์อ่านแค่วิชาละครึ่งชั่วโมง พักหนึ่งชั่วโมง แต่นี่เล่นแค่อ่านสิบนาที แล้วขอพัก คิดว่าจะทำข้อสอบได้มั๊ย” ฉันดุปัทม์

“เรามั่นใจว่าเราสอบผ่าน คะแนนเก็บเยอะ ไม่ติดเอฟหรอก เผลอๆจะได้บีทุกวิชาด้วยซ้ำ” ปัทม์พูด

“แล้วปัทม์พอใจแค่เกรดบีเหรอ ปัทม์ไม่อยากเอาเกรดเอไปฝากคุณย่าเหรอ..... ปัทม์ไม่อยากแสดงให้เราเห็นเหรอว่าปัทม์พยายามเพื่อเรามากแค่ไหน” ฉันพูดกระตุ้นปัทม์ (*////*)

“เหมือนดาว....” ปัทม์เรียกชื่อฉัน

“ถ้าปัทม์ได้เอทุกวิชา เราจะยอมให้ปัทม์เรียกว่าหมูน้อยต่อหน้าคนอื่น”

“แล้วหมูน้อยก็เรียกเราว่าแมวเหมียวด้วยนะ ตกลงมั๊ย?”

“อืม ตกลง” ฉันตกลงไปเพื่อสร้างแรงจูงใจในการอ่านหนังสือสอบ ยังไงปัทม์ก็คงไม่ได้เกรดเอทั้งห้าวิชารวดแน่ เท่าที่ฉันดูคะแนนเก็บอย่างมากก็มีสิทธิ์ได้เกรดเอแค่สามวิชาเท่านั้นแหละ ปัทม์ยิ้มแป้นโดนหลอกล่อให้อ่านหนังสือจนไม่ยอมพัก

“หมูน้อย เสาร์อาทิตย์นี้ขอพักสมองได้มั๊ย” ปัทม์ถามเชิงขอร้อง

“ได้สิ”

“งั้นไปเที่ยวกับเรานะ”

“ไปไหนล่ะ?”

“ทะเล”

“ทะเลเหรอ ไปสิ จะไปกินกุ้งกินปูให้คุ้มเลย” ฉันตื่นเต้น นึกถึงอาหารทะเลขึ้นมาทันที

“โห คิดแต่เรื่องกินอ่ะ” ปัทม์แซวฉัน

ตลอดเวลาที่เรียนด้วยกัน ไปทานข้าวด้วยกัน ฉันไม่เคยเหนียมอายเรื่องกิน ทำตัวปกติ เป็นตัวของตัวเอง อาหารทั่วไปก็กินปกติ ถ้าเจอของชอบก็จะกินเยอะเป็นพิเศษ

“แล้วทำไม” ฉันพูดไม่สะทกสะท้านกับคำแซว เพราะหลังๆปัทม์กับฉันเริ่มสนิทกันมากกว่าตอนแรกๆแล้ว

“เปล่า”

“อยากให้เราผอมเหรอ?” ฉันถามปัทม์

“จะลดเหรอ?”

“ไม่อ่ะ ไม่อยากอดอาหาร ไม่อยากฝืนตัวเองเพื่อใคร กินแล้วก็ออกกำลังกาย ถึงไม่ผอม แต่เราก็เป็นหมูที่แข็งแรง” ฉันพูดความจริง ให้ปัทม์รู้ว่าฉันจะไม่มีวันผอมสวยเหมือนคนอื่นที่เขาเคยชอบ

“ก็ดี เราชอบกอดเหมือนดาวที่ตัวนุ่มนิ่มแบบนี้มากกว่า” ปัทม์พูด ส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้

———————-

 

ปัทม์ขับรถพาฉันไปเที่ยวทะเล ฉันเตรียมชุดพอสำหรับค้างหนึ่งคืน พอไปถึงพบว่าปัทม์ไม่ได้จองห้องพักไว้ แต่กลับพาไปบ้านพักตากอากาศของครอบครัวแทน

ปัทม์ให้คนดูแลมาทำความสะอาดไว้รอก่อนที่จะมาถึงแล้ว บ้านพักห่างจากทะเลเพียง200เมตรมีสระว่ายน้ำส่วนตัว บรรยากาศดีมากๆ

ฉันใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นลงเล่นน้ำที่สระ ทะเลตอนนี้แดดแรง รอให้ร่มๆก่อนค่อยลงไปเล่น

พอถึงตอนเที่ยงเราออกไปนั่งกินอาหารทะเลที่ร้านริมชายหาด ฉันยังไม่ค่อยหิวเลยให้ปัทม์เป็นคนสั่ง ปัทม์สั่งแค่ข้าวผัดปลาหมึกจานใหญ่และต้มยำทะเลรวมมิตรแค่สองอย่าง เครื่องดื่มก็ไม่พ้นน้ำมะพร้าวเย็นชื่นใจให้เข้ากับบรรยากาศ ปัทม์ตักกินแต่ข้าวผัด ไม่แตะต้มยำ ปัทม์คงกินรสจัดไม่ได้

เรานั่งกินชิลๆ ดูบรรยากาศรอบๆ คนที่ลงเล่นน้ำส่วนใหญ่จะเป็นเด็กๆ และพ่อแม่ที่ตามมาคุม

“ไม่อยากลงไปเล่นเหรอ?” ปัทม์ถาม

“ไม่อ่ะ แดดแรง เล่นสระน้ำที่บ้านก็พอ ตอนค่ำค่อยออกมาเล่น” ฉันบอก

“ตอนค่ำเหรอ เราว่าจะชวนทำอาหารกินกันที่บ้าน อ่ะ” ปัทม์บอก

“มาทะเลทั้งที ถ้าไม่ได้เล่นน้ำทะเล ก็เหมือนมาไม่ถึงนะสิ” ฉันบอก

“เอ๊ะ! แต่ไม่เล่นดีกว่า เหนียวตัว เล่นน้ำที่สระก็ได้” ฉันเปลี่ยนใจ

“อืม งั้นขากลับเราแวะตลาดกันนะ” ปัทม์ชวน

พอถึงเวลากลับ เราแวะซื้อของทะเลสดๆมาทำกินเอง ปัทม์ก่อไฟที่เตาย่าง ฉันล้างทำความสะอาดปลาหมึก กุ้ง และปู ปัทม์เอาปลาหมึกกับกุ้งไปย่าง และเอาปูไปนึ่ง ทำแค่พอกินสองคน ส่วนที่เหลือเอาไว้ทำพรุ่งนี้ต่อ แล้วทำน้ำจิ้มซีฟู๊ด ฉันพึ่งรู้ว่าปัทม์ทำอาหารเป็นด้วย

“ตอนเด็กๆคุณย่าบังคับให้เข้าครัวไปเป็นลูกมืออยู่บ่อยๆ ตอนไปซัมเมอร์ที่อเมริกาก็ทำอาหารกินเอง” ปัทม์บอกฉัน

ปัทม์ย่างกุ้งใส่จาน และย่างปลาหมึก แล้วหั่นใส่จานมาเรื่อยๆ เราย่างไปกินไป เครื่องดื่มก็คือเบียร์เย็นๆ ปกติฉันไม่ดื่มเบียร์เพราะมันอ้วน แต่บรรยากาศมันให้เลยขอเว้นสักวัน

‘ค่อยไปเบิร์นออกแล้วกัน’

ปัทม์เดินไปเอาปูที่นึ่งสุกแล้วมาวางไว้ เอาที่หนีบปูมาวางไว้ แล้วนำกุ้งที่ย่างไว้กองพูนมานั่งแกะให้ฉันกิน

“เราแกะเองได้” ฉันบอก ปัทม์ไม่ยอม อยากแกะให้ฉันกิน ส่วนตัวเองก็กินแต่ปลาหมึก ฉันแกะปูวางไว้ในจานปัทม์ ปัทม์ส่ายหัวไม่กิน ฉันเลยป้อน ปัทม์ยิ้มอ้าปากกิน ในมือก็แกะกุ้งให้ฉันอยู่

เรากินไปดื่มไป สักพักปัทม์ก็ขอตัวไปอาบน้ำ ฉันเลยถือโอกาสนี้เก็บทำความสะอาดครัวจนเสร็จ ว่าจะเล่นน้ำในสระแต่ก็เปลี่ยนใจ เลยเดินเข้าห้องนอนที่ปัทม์จัดไว้ตรงข้ามกับห้องนอนเขา

ฉันอาบน้ำเสร็จใส่ชุดนอนเสื้อยืดกางเกงขายาววันนี้มานอนต่างถิ่นเลยต้องใส่ชั้นในและชุดที่รัดกุมนอน ฉันเดินออกมานั่งดูทีวีด้านนอก ปัทม์ก็ยังไม่ออกมาจากห้อง ฉันรู้สึกแปลกๆเลยไปเคาะห้อง ปัทม์แง้มประตูเห็นแต่ลูกตา

“ปัทม์มีอะไรมั๊ย พึ่งจะหกโมง เข้านอนไวจัง”

“ไม่มีอะไรหรอก”

ฉันว่าแปลกๆเลยผลักประตูเข้าไป ปัทม์นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ตัวแดงเถือก มีผื่นเต็มตัว

“ปัทม์เป็นอะไร?”

“เราแพ้กุ้ง” ปัทม์บอกเสียงอ่อย

ฉันตกใจวิ่งไปหายาที่ตู้ยาในครัว ดีที่มียาแก้แพ้ และคารามายด์อยู่ในนั้น ฉันเอายาให้ปัทม์กิน แล้วดันไปนั่งที่ขอบเตียง คุกเข่าลงต่อหน้า เทคารามายด์ใส่มือ มือหนึ่งก็ถือขวดคารามายด์ อีกมือก็เอายาลูบบนตัวปัทม์ ทั้งคอ รักแร้ ต้นแขน หน้าอก หน้าท้อง และเลื่อนผ้าเช็ดตัวปัทม์ขึ้นไปเพื่อทาต้นขา ปากก็บ่นให้ปัทม์ไม่หยุด

“รู้ตัวว่าแพ้กุ้งแล้วจะแกะกุ้งให้เราทำไม ปัทม์ชอบทำอะไรเกินตัว ไม่ดูขีดจำกัดของตัวเอง ทำไมไม่รักตัวเอง ทำไมต้องมาแสดงความเอาใจใส่เรา เอาใจเรา แล้วปัทม์ต้องมาเป็นแบบนี้เพราะเรา เราเสียใจ เรารู้สึกแย่..” ฉันน้ำตาไหลออกมาตอนไหนไม่รู้ ทั้งห่วงทั้งโกรธทั้งรู้สึกดีที่เขาแกะกุ้งให้ทั้งๆที่แพ้กุ้ง ความรู้สึกมันตีกันไปหมด มือก็ลูบทายาไปมาที่ต้นขาอยู่อย่างนั้น

“เหมือนดาว” ปัทม์เรียกฉัน

“ไม่ต้องมาพูดเลย” ฉันยกแขนขึ้นมาเช็ดน้ำตา เทยาลงในมือแล้วลูบต้นขาอีกข้างที่มีผื่นขึ้นเต็ม

“เหมือนดาว!” ปัทม์เรียกฉันดังขึ้น ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ปัทม์หน้าแดง คงเป็นเพราะอาการแพ้

“ข้างล่างของเรา เราทาเองก็ได้” ปัทม์พูดหน้าแดงเรื่อขึ้น ฉันก้มดูตอนนี้ ผ้าเช็ดตัวถูกเลิกขึ้นไปกองบังแค่ส่วนนั้นไว้ เผยให้เห็นต้นขาของปัทม์ที่ฉันเอามือวางไว้ห่างจาก ‘ตรงนั้น’ แค่นิดเดียว

“เชี่ย!!” ฉันร้องเสียงหลง ชักมือกลับ หน้าร้อนผ่าว ด้วยความเขิน มัวแต่เป็นห่วง มัวแต่บ่น จนลืมตัวไปถูยาที่ขาอ่อนของเขา

ฉันลุกขึ้นยืน ยื่นขวดยาให้ปัทม์ทาเอง ปัทม์รับขวดยาไว้ในมือ ฉันเลยเดินออกไปข้างนอกให้ปัทม์ได้ทายาได้สะดวก

นานสักพักปัทม์เดินออกมาในชุดเสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น ตอนนี้ตัวเต็มไปด้วยคราบคารามายด์ ส่งยิ้มมาให้ฉัน ฉันยังเขินๆอยู่ แต่พยายามไม่แสดงออก

“เป็นไงบ้าง?”

“ไม่ค่อยคันแล้ว”

ฉันมองดูตอนนี้ผื่นเริ่มยุบแล้ว รอยแดงก็จางลงมาก

“ปกติเวลาแพ้เป็นแบบนี้เหรอ?”

“อืม ผื่นคัน บางทีตอนนอนก็หายใจไม่สะดวก”

“อ้าว แล้วทำไงล่ะ?”

“ปกติแม่เราจะให้นอนดูอาการที่โรงบาล หรือไม่ก็ให้คนมานอนเป็นเพื่อน รอดูอาการ” ปัทม์บอก

“เพื่อนเราแพ้กุ้ง ไม่เป็นหนักขนาดนี้” ฉันบอก ปัทม์ถอนหายใจแล้วตัดสินใจพูด

“แกะกุ้งไม่เท่าไหร่หรอก แต่เรากินปูลงไปด้วย”

“ห๊ะ!!” ฉันตกใจที่รู้ว่าสาเหตุหลักน่าจะเกิดจากฉันป้อนปูให้เขากิน ทั้งที่ตอนแรกเขาส่ายหน้าปฏิเสธแล้ว

“เราไม่โทษเหมือนดาวหรอก เราผิดเองที่ไม่บอกเธอตรงๆ”

ฉันถอนหายใจ มองหน้าปัทม์ แล้วตัดสินใจบอกออกไป

“งั้นคืนนี้เราจะนอนเฝ้าปัทม์เอง”

“จริงดิ” ปัทม์ยิ้มดีใจ

“อืม แต่ไม่ได้นอนบนเตียงนะ เราจะนอนบนโซฟาในห้องปัทม์” ฉันรู้ทันความคิดของเขาเลยพูดดักคอไว้ก่อน ปัทม์ยิ้ม

“แค่ได้นอนมองหน้าหมูน้อย เราก็ดีใจแล้วล่ะ”

 

 

xxxxxxxxxxxxxxxx

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น