อวาลันเช่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ผนึกวิถีมังกรมายา

ชื่อตอน : ผนึกวิถีมังกรมายา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 37

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 19:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผนึกวิถีมังกรมายา
แบบอักษร

"ไปไหนมาอ่ะซากุระจัง" ทันทีที่มารวมกลุ่ม เพื่อนหนุ่มผมเหลืองของเธอก็ถามทันที ซากุระหัวเราะนิดหน่อยก่อนจะตอบ

"คุยธุระน่ะ" เธอตอบเสียงนุ่ม ก่อนที่สายจะเหลือบเห็นอะไรบางอย่างข้างล่าง

"นั่นพวกเนจินี่!!! มีเทมาริอยู่ด้วย!!!" คาคาชิที่นำหน้าร้องทักเสียงดัง จนพวกนั้นหันมามองกันหมด พวกนารูโตะจึงกระโดดลงไปข้างล่าง

"สวัสดีครับทุกคน!!!" ลีทักกลับ ส่วนเท็นเท็นก็ยิ้มให้ และอีกคนที่แปลกสุดนั่นก็คือเนจิ ที่จ้องซากุระไม่วางตา เค้ารู้สึกแปลกๆกับยัยนี่ บรรยากาศรอบตัวดูเปลี่ยนไป ทั้งแววตา กิริยา หรืออารมณ์ก็ไม่เหมือนเดิม และดูเหมือนคนที่คิดแบบเค้าจะมีซะด้วย นั่นก็คือคาคาชิที่สังเกตุซากุระมาสักพักแล้ว

"กำลังไปไหนกันหรอ!?! เดินทางกันแบบวัยรุ่นเชียว!!!" ไกพูดและทำท่าทางแปลกๆเหมือนทุกครั้ง หากแต่ว่าครั้งนี้คาคาชิทำท่าจริงจังและไม่ถอนหายใจ ทำให้ไกสงสัย และเข้าสู่โหมดจริงจังตาม ทำให้บริเวณตรงนั้นเงียบกริบ เมื่อทุกคนจริงจังแล้วคาคาชิจึงเริ่มเล่า

"คือ....."

 

เวลา 19:00 น.

 

"ทำไมเราถึงไม่ขี่นกขี้ดินขี้ทรายของแกล่ะ" ซาโซริพูดขณะที่กำลังเดินอาดๆไปที่นัดพบกับคู่หู เดอิดาระที่ได้ฟังคำถามก็หันมาทำหน้าแบบว่า ของแบบนี้ต้องถามด้วยหรอ

"ก็เจ้านั่นใช้อยู่ไงล่ะ อืมม์" เดอิดาระชี้ไปบนฟ้าที่มีนกสีขาวตัวหนึ่งโบยบินอยู่ ที่หางของมันกำลังม้วนคาเซะคาเงะที่หมดสติเอาไว้

"ก็เราไม่ได้นั่งตรงหางของมันนิ่ =___= " เมื่อได้ยินแบบนั้นเดอิดาระก็หยุดยืนประมวลผลอะไรสักอย่างสักพัก เวลาผ่านไป 2 นาที เค้าก็เอากำปั้นทุบมือเหมือนเข้าใจในสิ่งที่นายท่านพยายามจะสื่อ ก่อนที่จะเรียกเจ้านกขี้ดินขี้ทรายในความคิดของซาโซริลงมาอย่างร่าเริง ด้วยความที่ว่าเค้าจะได้ไม่เดินไกล และการเดินก็ใช้เวลานานมากด้วย

"ขึ้นมาเลยนายท่าน!!! ท่านนี่ฉลาดจริงๆ!!" เดอิดาระกระโดดขึ้นไปบนตัวนก แล้วยื่นมือลงมาให้หวังจะให้ซาโซริจับและปีนขึ้นไป แต่ฝันไปเถอะ เค้าไม่มีทางจับหรอก ซาโซริเลือกที่จะเมินมือที่มีลิ้นน่าตัดทิ้งนั่นอย่างไม่ลังเล แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนตัวนกด้วยตัวเอง จนเดอิดาระแอบถอนหายใจกับความเย็นชาของคนข้างหลัง

"ก็นายมันซื่อจนบื้อนี่นะ"

"เย็นชาจังเลยนะ อืมม์ ถ้าเป็นท่านซากุระจะเย็นชาแบบนี้หรือเปล่าน้า?" เค้าล้อเลียนอย่างอารมณ์ดี และชื่อของบุคคลที่ 3 ทำให้ซาโซริที่กำลังเหม่อหันควับคอดังกึก!!!

"หุบปากแล้วรีบไปได้แล้ว!!!"

 

 

"ถึงแล้วแฮะ" ทั้งคู่กระโดดลงจากนกสีขาวลงมายืนบนผืนน้ำ เดอิดาระประสานอินสั้นๆก็เกิดแสงสีแดงขึ้นที่ผนึกแปดทิศ จากนั้นไม่นานก้อนหินก้อนใหญ่ก็ค่อยๆลอยขึ้นจากผืนน้ำ กลายเป็นทางเข้าถ้ำโดยสมบูรณ์ เมื่อเดินเข้าไปก็พบกับร่างเงาของใครบางคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว

"ช้าจังนะพวกนาย" นั่นคือประโยคแรกที่พวกเค้าถูกทัก เดอิดาระทำหน้าเซ็งกับการทักทายที่แสนจะอบอุ่น ก่อนที่เค้าจะบ่นบ้าง

"ก็มันเก่งกว่าที่คิดนี่ แถมยังไกลมากด้วย มีตัวน่ารำคาญโผล่มาไม่เว้นใตแต่ละนาที ท่านซากุระก็ไม่โผล่มาสักที อืมม์" เพียงแค่คำบ่นประโยคเดียวก็ทำให้เค้าที่กำลังเก็บกดระบายออกมาซะหมด ก็มันจริงนี่ อืมม์ ทั้งถูกนายท่านด่าว่าโง่ เค้าที่ต้องสู้กับคาเซะคาเงะและเดินแบบเพียวๆมา 1 วันก็จะขาดใจตายอยู่แล้ว!! ยังมาโดนบ่นอีก! ให้ตายสิ่!!

"เลิกบ่นแล้ววางลงได้แล้ว" ร่างเงาพูดอย่างมีน้ำโห คิดว่าเค้าสบายนักหรือไง เค้าก็มีงานให้ทำเหมือนกัน ทั้งยังต้องคอยรับมือกับพวกลูกน้อง ต้องเจอปัญหามากมายหลายอย่าง ทั้งงานที่ผิดพลาดจนเกิดปัญหาใหญ่โต ความขี้เกียจของพวกลูกน้องสันหลังยาว ความงี่เง่าของพวกปัญญาอ่อน ความเข้าใจยากของพวกอัจฉริยะ ความโง่ของพวกปัญญานิ่ม ความบ้าบิ่นของพวกของพวกมั่นหน้า และอีกสารพัด 108 ปัญหาที่คนเป็นหัวหน้าจะต้องเจอ เดอิดาระทำปากยื่น ก่อนจะสั่งให้นกดินเหนียวนั่นวางคาเซะคาเงะลง ทันทีที่วางลงนกนั่นก็หายไป

 

~~~~~~~คลืด~~~~~คลืด~~~~~~

 

ก้อนหินขนาดใหญ่ที่ตะกี้ลอยอยู่กลางอากาศก็ค่อยๆเลื่อนลงมาปิดปากถ้ำดังเดิม ทำให้ในนั้นมืดและชื้นพอสมควร ร่างเงาผสานอินอะไรบางอย่าง

 

"อัญเชิญ!!" ก่อนที่รูปปั้นอันใหญ่จะปรากฎแก่สายตาทุกคน รูปนั้นนี้มีน่าตาน่ากลัวเหมือนสัตว์ร้ายขนาดใหญ่ มีตาที่ปิดอยู่หลายอัน มือทั้ง 2 ข้างที่ยื่นออกมามีกุญแจล็อคเอาไว้ แถมยังดูเก่าเอามากๆอีกด้วย แต่มันก็รู้สึกแข็งแกร่งและมีคุณค่าพอสมควรไม่ใช่รูปปั้นโง่ๆที่ขายตามตลาดแน่นอน

 

"เอาล่ะ รวมตัวได้"หัวหน้าของแสงอุษายกมือขึ้นมาประสานอินสั้นๆเพื่อเป็นสัญญาณว่าตอนนี้พร้อมหมดทุกอย่างแล้ว ไม่นานก็มีร่างเงามากมายปรากฎขึ้นบนนิ้วของรูปปั้น ร่างเงาของหัวหน้าแสงอุษาหายไป ก่อนจะไปโผล่บนนิ้วของรูปปั้น เห็นดังนั้นซาโซริและเดอิดาระจึงกระโดดตามขึ้นไป

"จากนี้จะใช้เวลา 3 วัน 2 คืน ขอให้ทุกคนตั้งใจ ทำรอจนกว่าซากุระจะมา ส่วนนายเซ็ตซึใช้ร่างต้นของตัวเองสอดส่องด้านนอกด้วย เอาให้อาณาเขตกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้" หัวหน้าของแสงอุษาสั่งงานอย่างคล่องแคล่วและชัดเจน เพราะขาดสมาชิกที่ควบคุมจักระได้ดีที่สุดไป เลยต้องตั้งใจมากยิ่งขึ้น ทุกอย่างต้องเรียบร้อยในอีก 2 วัน ก่อนที่เรื่องมันจะวุ่นวายไปมากกว่านี้

"เข้าใจแล้ว" ผู้ถูกสั่งงานขานรับ

"ที่มันช้าเพราะยัยบ้านั่นมาสายงั้นหรอ?" ร่างเงาผู้มีนัยน์ตาสีเขียวอ่อนถาม ดวงตาสีแดงฉานราวกับเลือดที่มีลูกน้ำสามวงของใครบางคนค่อยๆเหลือบไปมองผู้ตั้งคำถาม

"เหมือนนายกำลังโทษซากุระอยู่เลยนะ" เมื่อได้ยินคำตอบกลับ เค้าก็สตั้นไปทันที นี่คำถามของเค้ามันสื่อไปแบบนั้นหรอเนี่ย

"เปล่าสักหน่อย" เค้าปฎิเสธเสียงแข็ง ใครจะไปอยากมีเรื่องกันคนแบบนั้นกัน ยัยนั่นยิ่งเจ้าคิดเจ้าแค้นอยู่ด้วย

"นี่ๆ แล้วทำไมยัยซากุระยังไม่มาอีกล่ะ~" ร่างเงาร่างหนึ่งโอดโครน ดวงตาสีชมพูสวยหรี่ลงพร้อมกับฉายแววเซ็งเต็มที่

"ตอนอยู่ก็กัดกันอย่างกับหมา แล้วคิดยังไงถึงถามหาล่ะ?" ซาโซริที่อยู่ในหุ่นฮิรูโกะถามอย่างเบื่อหน่าย ส่วนมากเมื่อ 2 คนนั้นเจอกันมันต้องมีเลือดสาดกัน เสมอๆ และอีกเหตุผลหนึ่งคือ....เค้าไม่ชอบ

"จะยังไงก็ช่างเถอะ ตอนนี้มาเริ่มกันเลยดีกว่า เดี๋ยวจะเสียเวลาไปมากกว่านี้" หัวหน้าแสงอุษาออกคำสั่ง ก่อนที่ทุกคนจะยกมือขึ้นมาผสานอินอย่างพร้อมเพรียง ร่างเงาดวงตาสีชมพูที่ถูกตราหน้าว่าเป็นหมาสบถอย่างหัวเสียที่ตนถูกขัดจังหวะ เพราะเค้ากำลังจะเถียงกลับ ก่อนจะทำตามอย่างช่วยไม่ได้

"........." เมื่อทุกคนเพ่งจิตอย่างมั่นคง และส่งจักระไปที่เทวรูปกันครบทุกคนอย่างพร้อมเพียงแล้ว ก็เกิดแสงสีเขียวสว่างจ้าขึ้นที่นิ้วของรูปปั้น ไม่นานก็เกิดเป็นตัวอักษรที่ใจกลางแสงสีเขียว ตัวอักษรที่ปรากฎบนนิ้วของเทวรูปนั้นแตกต่างกันออกไป เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ที่แหวนของแต่ละคน ซึ่งไม่เหมือนกันสักคน ไม่นานปากของเทวรูปมารนอกรีตก็เปิดออก มีแสงสีฟ้าคล้ายก้อนจักระอยู่ในนั้น

"วิชาผนึก ผนึกวิถีมังกรมายา!!!" จบคำของหัวหน้าแสงอุษา มังกรสีฟ้าหลายตัวก็โผล่ออกมาจากปากของเทวรูป พวกมันพุ่งตรงไปยังเบื้องล่าง ซึ่งมีร่างของคาเซะคาเงะนอนไม่ได้สติอยู่ มันพุ่งเข้าใส่ร่างของเค้าอย่างไม่ลังเล รอยแตกที่ใบหน้าของคาเซะคาเงะเริ่มมีเพิ่มมากขึ้น

 

 

"โว้ยยย!!! เมื่อไหร่เจ้าพายุบ้านี่จะหมดไปสักทีนะ!!!!!" นารูโตะคำรามลั่น พร้อมกับพูดคำเดิมๆประโยคเดิมๆเป็นรอบที่ล้านแปด คาคาชิถอนหายใจออกมาอย่างดัง เฮ้ออออ ครั้งนี้เค้าจะไม่ห้ามแล้วนะ คาคาชิจะไม่ยุ่งแล้ว คอของเค้านี่เจ็บไปหมดแล้ว ก็นะ ไม่เจ็บสิ่ถึงแปลก ก็เค้าคอยอธิบายว่าให้ใจเย็นๆไปหลายรอบแล้วนี่นา รวมๆกันก็ประมาณล้านเจ็ดล่ะนะ ว่าแล้วเค้าก็เมินคนที่คำรามลั่นอย่างไม่หยุดหย่อน แล้วหันไปมองสมาชิกผู้ร่วมเดินทางมาซึนะ พี่ใหญ่แห่งตระกูลซาบาคุโนะกำลังรอให้พายุทรายหมดไปอย่างใจจดใจจ่อ ตัวประหลาดสีเขียว 2 ตัว กำลังฝึก แม้ว่าสภาพอากาศจะไม่เป็นใจอย่างมุ่งมั่น ซากุระที่เอาแต่ตีสี่หน้าเย็นชา เมินเท็นเท็นที่กำลังชวนเธอคุยด้วยใบหน้าที่ห่อเหี่ยวเต็มทน และสุดท้าย....

"เนจิ นายกำลังคิดอะไรอยู่งั้นหรอ" เค้าหันหน้าไปถามเนจิที่เอาแต่จ้องลูกศิษย์สาวของเค้าไม่วางตามาตั้งแต่เจอกันแล้ว ร -รึว่าเจ้าชายเนตรสีขาวจะเกิดปิ๊งยัยลูกศิษย์หลายอารมณ์ของเค้า!?!? เนจิละสายตาออกจากซากุระที่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนช้าๆ เนตรสีขาวบริสุทธิ์มองชายตาเฉื่อยตรงหน้าอย่างสงสัยอะไรบางอย่าง

"บรรยากาศรอบตัวยัยนี่เปลี่ยนไป รวมถึงจักระก็ไม่เหมือนเดิมมันทั้งละเอียดและแข็งแกร่ง ถึงจะน้อยนิดแต่ถ้าตั้งใจก็สามารถจับได้" เนจิบอกถึงเหตุผลที่ตนจ้องหญิงสาวอย่างละเอียด คาคาชิที่ได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง ม่านตาขยายสุดฤทธิ์ นี่...เนจิก็สัมผัสได้งั้นหรอ? นึกว่าจะมีแต่เค้าคนเดียวซะอีกที่รับรู้ถึงการเปลี่ยนไปของเธอแบบละเอียดอ่อน

"ยังไงตอนนี้เราก็ต้องดูไปก่อนล่ะนะ นายก็เงียบๆไว้ก่อนล่ะ" พอสั่งเสร็จหัวหน่วย 7 สุดเก่งกาจก็ล้มตัวลงนอนเพื่อพักผ่อนทันที ถึงพายุจะหยุดแต่วันนี้ก็ต้องพักที่นี่ก่อนล่ะนะ เพราะมันดึกแล้ว เดินทางตอนกลางคืนมันไม่ดี โดยเฉพาะกับนารูโตะตอนนี้ เพราะมีแสงอุษาเพ่นพล่านอยู่ข้างนอก เนจิเลื่อนสายตาไปที่ซากุระอีกครั้ง ก็พบว่าเธอยังนั่งอยู่ท่าเดิม แววตาเดิม จนปฎิกิริยาของซากุระเปลี่ยนไปเมื่อเท็นเท็นพูดอะไรบางอย่างขึ้น...

"เธอนี่เก่งจังเลยน้า ขนาดไม่ได้เป็นคนจากตระกูลมีพรสวรรค์แท้ๆ" เท็นเท็นพูดออกมาจากใจจริง เธอปลื้มผู้หญิงคนนี้มาก ทั้งๆที่เป็นนินจาธรรมดาๆแท้ๆแต่กลับเก่งกาจถึงเพียงนี้ ต้องมีแรงผลักดันขนาดไหนกันนะ ส่วนซากุระก็สะดุ้งนิดหน่อยก่อนที่เธอจะยิ้มมุมปาก

"เธอคิดงั้นหรอ?" หญิงสาวเรือนผมสีซากุระพูดแบบขบขัน จนเท็นเท็นร้องเอ๋? ออกมาอย่าง งง งวย อะไรกัน อารมณ์ไหนของเค้านะ แต่เมื่อมีคำตอบกลับจากเพื่อนสาวที่เงียบมานานก็ทำให้เธอดีใจจนลืมคำถามไปหมดสิ้น ต่างจากขายหนุ่มที่เริ่มสงสัยในตัวหญิงสาวมากขึ้นเรื่อยๆ

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น