ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 114 ความรักที่เรียกว่า วางมือ

ชื่อตอน : บทที่ 114 ความรักที่เรียกว่า วางมือ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 236

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2562 19:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 114 ความรักที่เรียกว่า วางมือ
แบบอักษร

  "ซีอาน ทำไมต้องเป็นซีอาน" จูอี้หลงถาม 

  "ญาติพี่น้องบ้านผมส่วนใหญ่จะอยู่ที่ซีอาน" ไป๋อวี่ชี้แจง สองแขนโอบเอวจูอี้หลงจากทางเบื้องหลัง 

  "ยะ ยะ ญาติพี่น้อง?" จูอี้หลงตื่นตกใจแล้ว เขาหันหน้ามามองเป็นเชิงถาม แต่เจอเข้ากับริมฝีปากของไป๋อวี่ที่รออยู่ 

  "อื้อ แต่งงานก็ต้องเชิญญาติพี่น้องมาด้วยอยู่แล้ว ญาติทางเกอ ทางฝ่ายผมต้องออกค่าใช่จ่ายค่าเดินทางค่าที่พักให้ตามธรรมเนียม" ไป๋อวี่อธิบายพลางตอดจูบเข้าที่แก้มหลายๆจุ๊บ 

  "หา?" จูอี้หลงอุทาน เบี่ยงศรีษะหนีพร้อมใช้มือปัดหน้าไป๋อวี่ออกเหมือนปัดแมลงวัน 

  "นายไม่เล่นใหญ่ไปหน่อยเรอะ เกอแค่จะเชิญคุณหลินคุณจูกับกวนอิงแค่นั้น" จูอี้หลงหมุนตัวดิ้นออกจากอ้อมกอดหลวมๆของไป๋อวี่ 

  "อะไรนะ .... แล้วทางญาติๆเกอ เกอจะไม่แจ้งพวกเขาเรอะ" ไป๋อวี่ยอมคลายมือ ดึงกลับไปวางเท้าบนบั้นเอว 

  ".... เอ่อ... ไม่เหมาะมั้ง" จูอี้หลงว่า หันกลับไปเช็ดจานที่ล้างไว้ต่อ 

  "ไม่ได้ เดี๋ยวยัยแก่พวกนั้นก็จะเป็นแม่สื่อแม่ชักพาคนนั้นคนนี้มาจับคู่กับเกออีก แจ้งให้หมด อย่าให้เหลือ" ไป๋อวี่ส่ายหัวปฏิเสธ พวกญาติพี่น้องสูงวัยนั่นแหละ ตัวดี เพราะญาติพี่น้องรุ่นพ่อรุ่นแม่และรุ่นเขาเอง มีจำนวนน้อยลงตามนโยบายลูกคนเดียวของรัฐ เขาเจอฤทธิ์คุณย่าคุณยายพวกนั้นมาแล้ว ดีว่าสี่ห้าปีที่ผ่านมาเขามีเหมิงเหมิงคอยเป็นไม้กันหมาให้ 

  "เรียกนักข่าวด้วยดีไหม" จูอี้หลงประชด 

  "เอาจริงไหมเล่า ผมอยากประกาศลงโซเชียลมีเดียให้รู้กันทั่วๆด้วยซ้ำ" ...อย่าล้อเล่นเชียวนะ เกอไม่รู้จักลูกบ้าของผมหรือไง... ไป๋อวี่แยกเขี้ยวขาว ท้าทาย 

  "...ไม่แจ้งใครทั้งนั้น แค่ที่เกอว่าก็พอ ทางนายก็เหมือนกัน แค่คุณถังกับจางฟงก็พอ อ้อ เสี่ยวหลานด้วย" จูอี้หลงตัดบท เริ่มรำคาญ 

  "ทำไม แต่งกับผมมันน่าอายนักเหรอ" 

  "ไม่แต่งก็ได้นะ ..." จูอี้หลงฟาดผ้าเช็ดจานกับเค้าเตอร์ดังเปรี๊ยะ แล้วทิ้งมันไว้ตรงนั้น 

  "ดะ เดี๋ยวเกอ อย่าเพิ่งโกรธ ....ผมขอโทษ" 

  "เอาอย่างที่ว่า ไม่งั้นก็ไม่ต้องแต่ง" 

  "ไม่เชิญเผิงเกอได้มั้ย" ไป๋อวี่ต่อรอง 

  "ไม่ได้ ..ไม่เชิญก็ไม่ต้องตะ.. " จูอี้หลงเสียงดังขึ้น เขาเริ่มมีอารมณ์แล้ว 

  "เชิญเชิญเชิญ อย่าโมโหสิ เชิญไปฮันนิมูนด้วยดีมั้ย" ไป๋อวี่รีบพูดสอดขึ้น น้ำเสียงประชดประชันเต็มที่ 

  "อืม ก็ดีนะ... " จูอี้หลงกลับพยักหน้าเห็นด้วย แววตาดูจริงจัง 

  "ผมเหน็บเกออยู่นะ" ไป๋อวี่น้อยใจแล้ว 

  "เชิญคุณเหมิงเหมิงด้วยสิ" น้ำเสียงก็ฟังดูจริงจัง ทำเอาไป๋อวี่เริ่มใจเสีย 

  "ผมไม่ได้ใจร้ายเหมือนเกอนี่" เขาตัดพ้อ 

  "เสี่ยวไป๋ งานนี้ ถ้ากวนอิงไม่มา แม่เกอไม่รับน้ำชานายแน่ ในหัวของแม่จะมีแต่เครื่องหมายคำถามว่าทำไม แล้วแม่เกอก็จะไม่ไว้ใจนายอีก" จูอี้หลงเลิกแกล้งไป๋อวี่แล้ว น้ำเสียงที่พูดอ่อนโยนลง 

  "ผมจะบอกคุณแม่ว่าเผิงเกอเป็นศัตรูหัวใจของผม" 

  "อยากเห็นเกอโดนบังคับให้แต่งกับคนอื่นเรอะ" ขืนแม่รู้ว่ากวนอิงรู้สึกกับเขายังไง ไป๋อวี่เป็นได้หลุดเฟรมแน่ 

  "เอิ่ม คุณแม่น่าจะกลายเป็น แบบว่า... ไม่ไว้ใจเผิงเกออีกต่อไปไม่ใช่เรอะ" ไป๋วี่ทำหน้าเหยเก 

  "ไม่รู้หรือไงว่าแม่อยากมีลูกสาว...." จู่ๆจูอี้หลงก็ดึงอีกประเด็นหนึ่งขึ้นมาพูด ไป๋อวี่หัวเราะเบาๆ นึกโล่งใจที่จะได้เลิกพูดถึงเผิงกวนอิงเสียที 

  "ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เกอเลยถูกจับแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิง" ไป๋อวี่นึกอยากเห็นหลงเกอตอนเด็กจริงๆ 

  "กวนอิงน่ะ ลูกเขยในฝันของแม่เขา .... แม่เสียดายแทบแย่ที่เกอดันเกิดมาเป็นผู้ชาย...." ชื่อเผิงกวนอิงกลับมาที่ริมฝีปากของจูอี้หลงเร็วจนไป๋อวี่หน้าเสีย แต่กลับเก็บอาการได้อย่างรวดเร็ว 

  "รู้แล้วหนาวเลย เผิงเกอนี่เป็นดาวศัตรูหัวใจของผมจริงๆ" เขากล่าวกลั้วหัวเราะเหมือนไม่ใส่ใจอะไรมาก 

  "ถ้านายเกิดมาเป็นผู้หญิงก็สิ้นเรื่องไปนานแล้ว" จูอี้หลงค่อยๆคลี่ผ้าเช็ดจาน เอาพาดไว้บนราวที่ติดอยู่หน้าลิ้นชักใต้ซิ้งค์น้ำ 

  "ถ้าผมเป็นผู้หญิง เกอจะรักไหม" ไป๋อวี่ถาม ในใจเกิดนึกสงสัยขึ้นมาจริงๆ 

  "รัก" จูอี้หลงหันหน้ามาตอบ 

  "เกอรักเสี่ยวไป๋ ไม่ได้รักที่นายเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง" เขาหมุนตัวมายืนเผชิญหน้าไป๋อวี่ตรงๆ ใบหน้าเกลื่อนรอยยิ้มอ่อนโยน 

  "รักตอนนี้เลยได้ไหม" ไป๋อวี่กระตุกมุมปากยิ้มให้ มือยังเท้าสะเอวอยู่ 

  "นัย...... มานี่เลย" จูอี้หลงกวักมือ ไป๋อวี่เดินเข้าหาอย่างว่าง่ายพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม 

 

  จูอี้หลงก้มลงช้อนยกตัวไป๋อวี่ขึ้นพาดบ่า คนที่ถูกแบกขึ้นมาหัวเราะคิกคัก กวัดแกว่งสองมือไปมา 

  "ช่วยด้วย ช่วยด้วย หนูถูกโจรปล้นสวาทลักพาตัว" ไป๋อวี่บีบเสียงแหลม ร้องเบาๆ จูอี้หลงหัวเราะเสียงดังลั่น ใช้มือหนึ่งตบบั้นท้ายไป๋อวี่แรงๆ 

 

  "กะ กวนอิง!" ... 

  "หา?" อารมณ์ไม่พอใจที่ถูกกดไว้ตลอดเช้าทำให้ไป๋อวี่ระเบิดเสียง หา ด้วยความหงุดหงิด เขาดิ้นพลิกตัวลงจากบ่าจูอี้หลงเสียงดังตุบ กำลังจะต่อว่าแรงๆ ว่าทำไมจะต้องเอ่ยชื่อเผิงกวนอิงตอนนี้ด้วย... 

  "ขะ ขอโทษ มะ ไม่ได้ตั้งใจ.." เป็นเสียงของเผิงกวนอิงที่เปิดประตูเข้ามาก็เจอฉากโจรปล้นสวาทเข้าพอดี เพราะบริเวณแพนทรีอยู่ทางขวามือของประตูหน้านี่เอง ไม่ต้องเดินไปไหนก็เห็นเต็มตา 

  "จะเข้าบ้านคนอื่นทำไมไม่กดออดก่อน" ไป๋อวี่เสียงเขียว ต่างจากจูอี้หลงที่ยิ้มร่าต้อนรับเพื่อน 

  "ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ มาก็ดีแล้ว กำลังรออยู่เลย" เขาเหยียดแขนข้างหนึ่งออกไป โบกมือเหมือนเรียกให้เข้ามาหา 

  "ผมไม่ได้รอใคร แล้วก็รู้สึกไม่โอเคมากๆด้วย" แต่ไป๋อวี่กลับแสดงความไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง  

  "กวนอิงเดินเข้าเดินออกที่นี่ประจำอยู่แล้ว" จูอี้หลงอธิบาย ทำท่าเหมือนจะว่า...นายนี่เรื่องมากจริง... 

  "ทำไมเกอไม่เปลี่ยนรหัสล็อคประตู" ไป๋อวี่คาดคั้น 

  "ที่จริง ผมไม่รู้รหัสเสียด้วยซ้ำ ต้องมากดออดเรียกทุกที..." ตามด้วยการตัดพ้อต่อว่า 

  "ขอโทษที มันเคยตัว... ฉันกลับไปก่อนดีกว่า..." เผิงกวนอิงเอ่ยขอตัวเพราะรู้ดีว่ามาเป็นก้างขวางคอคนอื่นเข้าให้แล้ว 

  "ไม่ต้อง!" จูอี้หลงกับไป๋อวี่ประสานเสียงกันบอกห้าม คนหนึ่งเพราะกลัวเพื่อนจะไม่พอใจ อีกคนหนึ่งเพราะอยากจะเคลียร์เรื่องที่คาใจ 

  "รหัสอะไร?" ไป๋อวี่หันไปกระชากเสียงถามจูอี้หลง 

  "0218.." จูอี้หลงบอก น้ำเสียงแสดงความรำคาญแต่สายตามองเผิงกวนอิงอย่างขอโทษ 

  "เลขอะไรล่ะเนี่ย" พอถาม ก็นึกขึ้นได้ทันที ไป๋อวี่ถึงกับตาลุกโพลง 

  "ทำไมเป็นวันเกิดเผิงเกอล่ะ" จูอี้หลงหัวเราะ ...ห้องกวนอิงก็ใช้รหัสเป็นวันเกิดเกอ... เขาบอก ยักไหล่เหมือนมันเป็นเรื่องไม่สำคัญ แต่กลับเริ่มรู้สึกไม่สบายใจแล้ว 

  "ผมจะเปลี่ยนรหัส ตอนนี้เลย..." ไป๋อวี่จ้ำพรวดผ่านเผิงกวนอิงไปที่ประตู ใบหน้าดำคล้ำ นึกเสียใจที่ขอร้องให้เผิงกวนอิงอยู่ต่อ... 

 

  "ขอโทษที ...เห็นบอกให้รีบแวะมาถ้าว่าง" เผิงกวนอิงบอกจูอี้หลงเบาๆ 

  "อือ" จูอี้หลงรับรู้ นัยน์ตามองตามไป๋อวี่ไปที่ประตู 

  "มีอะไรเหรอ" เผิงกวนอิงถาม... 

  "หลงเกอจะแต่งงานกับผม เราจะทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน บุพการีและบรรพบุรุษ คารวะน้ำชา ตามขนบทุกอย่าง" เป็นไป๋อวี่ที่ตอบ อดแฝงน้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางไม่ได้ แล้วก็นึกเสียใจบางๆ ...เป็นเราที่ขอให้เผิงเกออยู่ เป็นเราที่ขอให้เผิงเกอช่วย แบบนี้ไม่เท่ากับว่าถึงฝั่งแล้วถีบหัวเรือส่งเหรอว่ะ นัยไป๋อวี่เอ๊ย ... เขานึกตำหนิตัวเอง 

  "อ้อ" เผิงกวนอิงพยักหน้ารับรู้ ผิวหนังใต้ตากระตุกเบาๆ 

  "ขอบคุณเผิงเกอมาก ถ้าไม่ได้เผิงเกอช่วยพูดให้ ทางคุณพ่อคุณแม่ของหลงเกอคงไม่เปิดใจรับผมง่ายๆ" น้ำเสียงของไป๋อวี่อ่อนลง พูดจบเขาก็หันไปง่วนอยู่กับการเปลี่ยนรหัสล๊อคประตู 

  จูอี้หลงมองหน้าเผิงกวนอิง เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม 

  "ก็น้องชายขอความช่วยเหลือมา คนเป็นพี่จะนั่งดูดายได้ยังไง" เผิงกวนอิงอธิบาย 

  "ผมขอโทษที่แสดงกริยาไม่ดี" ไป๋อวี่ตั้งรหัสใหม่เสร็จแล้ว เขาเดินมายืนข้างๆเผิงกวนอิง ตัดสินใจว่าวันนี้จะต้องคุยกันให้รู้เรื่อง 

  "แต่ผมไม่โอเคจริงๆ" เขาจ้องหน้าเผิงกวนอิงตรงๆ 

  "ต่อไปหลงเกอเป็นคนของผม ผมไม่ชอบให้ใครถืออภิสิทธิ์อะไรเข้ามาสนิทสนม" เขาบอกด้วยมาดเคร่งขรึมเอาจริงเอาจัง 

  "อย่า เกอไม่ต้องพูด ผมขอร้อง" ไป๋อวี่ยกมือห้ามจูอี้หลงเมื่อเห็นเขาจะอ้าปากพูด 

  "ผมนับถือเผิงเกอเป็นพี่ชาย แต่ผมก็อยากจะให้มีขอบเขต" ไป๋อวี่พูดกับเผิงกวนอิงต่อ 

  "จะให้ผมไม่คิดไม่ได้ เผิงเกอเข้าใจใช่ไหมว่าผมรู้สึกยังไง" 

  "เข้าใจ ขอโทษที ฉันคิดอะไรตื้นไปหน่อย" เผิงกวนอิงพยักหน้ารับรู้ 

  "นายเรื่องมากไปหรือเปล่า..." จูอี้หลงท้วง 

  "เกอหยุดเลย ผมถามหน่อย ไจ๋เกอรู้รหัสล๊อคประตูมั้ย ...." คำถามของไป๋อวี่ทำเอาจูอี้หลงหน้าเสีย 

  "เห็นไหม แค่นี้ใครๆก็รู้แล้วว่าเกอกับเผิงเกอไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทธรรมดา" ไป๋อวี่จ้องตาจูอี้หลงแล้วหันหน้ากลับมาหาเผิงกวนอิง 

  "ผมขอ... ผมขอร้อง ขยับถอยออกไปห่างๆหลงเกอของผมหน่อย ผมยอมรับว่าผมเป็นคนขี้ระแวง ผมเป็นคนขี้หึง แต่ขอร้องล่ะ ขอร้อง" ไป๋อวี่เอ่ยปากข้อร้องด้วยใบหน้าแดงกำไปด้วยอารมณ์ 

  "อย่ากังวลไปเลยน่า นายก็รู้ว่าถ่ายละครเรื่องนี้จบเกอก็จะไปไต้หวันแล้ว" เผิงกวนอิงรีบออกตัว 

  "ทำไม... นายจะต้องระเห็ดไปถึงโน่น" จูอี้หลงเริ่มน้อยใจอีกแล้ว 

  "ไปทำงาน มีงานที่ไหนฉันก็ไปที่นั่นแหละ ถ้าทางมองโกเลียจ้างมา ฉันก็ไปมองโกเลีย อีกอย่าง ฉันสัญญากับไจ๋เกอไว้แล้ว นายอย่าคิดมาก" เผิงกวนอิงอธิบาย ผ่อนลมหายใจเบาๆ 

  "ว่าแต่ให้แวะมานี่มีเรื่องอะไร... เรื่องแต่งงานนี่หรือเปล่า" เขาถามจูอี้หลงกลับ 

  "เหล่าไป๋ ขอเกอคุยกับกวนอิงหน่อย นายกลับไปก่อนนะ" จูอี้หลงหันไปพูดกับไป๋อวี่ 

  "ไม่กลับ จะคุยอะไรก็คุย ผมจะอยู่นี่แหละ" ไป๋อวี่ตอบห้วนๆ ก้าวไปยืนหันหลังพิงเค้าเตอร์ ขวางอยู่ระหว่างจูอี้หลงกับเผิงกวนอิง 

  จูอี้หลงจ้องหน้าไป๋อวี่เขม็ง 

  "ตามใจ" เขาว่า 

  "นายอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนขึ้นทุกที นี่คงมาจากกองถ่ายเลยใช่ไหม ดูในหูนายนี่ ยังมีเศษขี้ดินอยู่เพียบเลย" 

จูอี้หลงไม่สนใจไป๋อวี่อีก สาวเท้าเข้าหาเผิงกวนอิงแล้วเอานิ้วมือแยงหู เผิงกวนอิงรีบปัดมือเขาออก ย่นคอเอียงหัวแสดงอาการจั๊กกระจี้ ร้องเฮ้ยเบาๆ 

   จูอี้หลงหมุนตัวเดินนำไปทางห้องน้ำที่อยู่ข้างตู้เสื้อผ้าแบบเจาะเข้าไปในผนัง 

  "แช่อ่างดีกว่าจะได้คลายเนื้อคลายตัว" เขาบอก แล้วเดินเข้าไปเตรียมน้ำในห้องน้ำ เผิงกวนอิงเปิดประตูตู้เสื้อผ้าเดินเข้าไปเปิดตู้เปิดลิ้นชักด้านในหยิบข้าวของที่ต้องการอย่างคุ้นเคย... 

  ไป๋อวี่ถูกทิ้งให้ยืนงงอยู่หน้าเค้าเตอร์แพนทรี่ เขาหันมามองตามเพื่อนรักสองคน แล้วหันไปมองประตูห้อง เขาเดินไปที่ประตู กดล๊อคมันทุกอันที่มี 

  ถ้าวันนี้คุยกันไม่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องมีใครออกไปไหนแล้ว 

  ไป๋อวี่เดินมายืนไพล่หลัง รอเผิงกวนอิงอยู่ที่หน้าตู้ เผิงกวนอิงเดินออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัว เสื้อคลุมอาบน้ำที่มีตัวอักษร P สีทองปักอยู่บนอกเสื้อ กับเสื้อยืด กางเกงผ้าฝ้ายขายาวกับกางเกงชั้นในสีน้ำเงินเข้ม 

  "เกอมีข้าวของอะไรอยู่ที่นี่ วันนี้ก็ขนกลับไปด้วยให้หมดเลย" ไป๋อวี่บอก 

  "เหล่าไป๋ นายมันจะมากไปแล้วนะ" จูอี้หลงที่ยังยืนอยู่ในห้องน้ำต่อว่าไป๋อวี่ด้วยความไม่พอใจพร้อมก้าวออกมามือดึงประตูห้องน้ำปิดตามหลัง 

  "จุ๊จุ๊จุ๊ ไม่เป็นไร ฉันกะจะมาขนไปอยู่แล้ว ไปไต้หวันคราวนี้ต้องขนของไปเยอะหน่อย อาจจะต้องใช้เสื้อผ้าของตัวเองในบางฉากด้วย" เผิงกวนอิงปราม ก้าวเท้าจะเข้าห้องน้ำโดยเบี่ยงตัวหลบไปทางด้านขวาของจูอี้หลง จูอี้หลงยกมือขวาขึ้นจับยันหัวไหล่ซ้ายของเผิงกวนอิงไว้ 

  "เดี๋ยวก่อน รอสักพัก น้ำยังไม่เต็มอ่าง" เขาบอก 

  "ปล่อยมือเถอะ..." เผิงกวนอิงเอ่ยปากเบาๆ ก้มหน้าสบตาจูอี้หลงตรงๆ 

  "ฉันวางมือแล้ว... นายเองก็ปล่อยมือได้แล้ว อย่ายื้อไว้อีกเลย.." น้ำเสียงที่อ่อนโยนทำเอาจูอี้หลงสะท้านไปทั้งตัว มือขวายังยึดหัวไหล่เผิงกวนอิงไว้แน่น เขามองสายตาอ่อนโยนแกมขอร้องของเผิงกวนอิง รู้สึกสะท้านจนริมฝีปากสั่นระริก 

  ในที่สุดจูอี้หลงก็ก้มหน้าลง รั้งมือลงจากไหล่ของเผิงกวนอิง รู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่หน้าอก ...ไหนนายบอกว่ารัก...ฉัน... น้ำเสียงแผ่วเบายิ่งกว่ากระซิบ ... นี่ก็รักเหมือนกัน มันเรียกว่า วางมือ... เผิงกวนอิงกระซิบตอบก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตู ก้าวเข้าห้องน้ำไป... 

  จูอี้หลงห้ามน้ำตาไว้ไม่อยู่ มันไหลพรากลงมาเต็มสองแก้มอย่างปราศจากสุ้มเสียง ไป๋อวี่ที่ยืนเอามือไพล่หลังหน้าบอกบุญไม่รับอยู่รีบเข้ามาโอบกอดจูอี้หลงไว้ ความไม่พอใจเมื่อครู่สลายกลายเป็นอากาศธาตุ เขากดศรีษะจูอี้หลงให้ซบลงบนบ่าเบาๆ น้ำตาเจ้ากรรมดันไหลพรากลงมาด้วย ...ไอ้เผิงเกอเวรนี่...ทำหลงเกอร้องไห้อีกแล้ว... เขาด่าในใจ ความรักและความห่วงใยที่มีอยู่ล้นอกทำให้เขาลืมไปเสียสนิทว่าเมื่อครู่เขายังกะจะพูดคุยกันให้แตกหักกับคนทั้งสองอยู่... 

  "ไม่เป็นไร... ผมอยู่นี่... ผมไม่ปล่อยมือเด็ดขาด ...ผมไม่ปล่อย เกอไม่ต้องกลัว..." ไป๋อวี่กระซิบปลอบ อ้อมแขนกอดรัดแน่นขึ้น 

... 

... 

 

  "ว่ายังไงนายนักสังคมสงเคราะห์" ไจ๋เทียนหลินเอ่ยทักทันทีที่เปิดประตูมาเจอเผิงกวนอิงยืนอยู่หน้าห้องพัก เขากำลังรอเผิงกวนอิงที่จู่ๆก็โทรศัพท์มาบอกว่าจะเอาข้าวของที่จะขนไปไต้หวันด้วยมาฝากไว้ที่ห้องของเขาก่อน พอเขาถามว่าจะรีบไปทำไม ก็ได้คำตอบว่า เผิงกวนอิงแวะไปหาจูอี้หลงกับไป๋อวี่ก่อน เลยตัดสินใจขนของของเขาทั้งหมดออกมาจากที่พักของจูอี้หลงเสีย จะได้ไม่ต้องย้อนกลับไปอีก.... 

  "อย่าเริ่มนะพี่ อย่าเริ่ม" เผิงกวนอิงเตือน เดินเข้ามาในห้องพร้อมกระเป๋าใบเขื่อง 

  "ส่งเด็กกำพร้าสองคนนั่นถึงฝั่งแล้วเรอะ สบายใจแล้วสิ หรือว่ายิ่งปวดใจ" ไจ๋เทียนหลินมองดูกระเป๋าเดินทางสีดำที่มีสติ้กเกอร์ลวดลายต่างๆติดอยู่เปรอะไปหมดอย่างจำได้ เพราะสติ้กเกอร์อันหนึ่งในนั้น เป็นเขาติดเองกับมือ สติ้กเกอร์สีเขียว... นี่ใบของจูอี้หลงสินะ ใบของเผิงกวนอิงเป็นสติ้กเกอร์สีน้ำเงิน... 

  "บอกว่าอย่าเริ่ม...." เผิงกวนอิงคำรามเสียงต่ำ ฟังคล้ายสัตว์บาดเจ็บ 

  "เป็นฉันไม่ได้..... จะพายเรือไปที่ลึกที่สุด แล้วล่มเรือ ตายแม่ง เป็นผีเฝ้าแม่น้ำกันให้หมด...." ไจ๋เทียนหลินแย่งคันชักกระเป๋าจากมือเผิงกวนอิงแล้วลากมันจะเอาไปไว้รวมกับกระเป๋าของเขาที่วางเรียงไว้ตรงหน้าประตูกระจกที่เปิดออกไปสู่ระเบียง 

  "อย่าเริ่ม..." เผิงกวนอิงหน้าแดงไปหมด เขาเดินหนีเข้าห้องน้ำที่เปิดประตูไว้ แล้วปิดประตูตามหลังเปรี้ยงใหญ่ 

 

  เผิงกวนอิงทรุดลงนั่งกับพื้น ลำตัวด้านหนึ่งพิงชักโครกไว้ เจ็บหน้าอกจนหายใจไม่ออก ความรู้สึกที่กดดันไว้ ความรู้สึกที่ถูกผลักไปไว้จนลึกที่สุดในหัวใจของเขาในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จู่ๆก็พุ่งขึ้นมา เหมือนลาวาทะลักไหลจากปล่องภูเขาไฟ เผิงกวนอิงกุมอกไว้แน่น อ้าปากพยายามจะหายใจ แต่ทั้งหายใจเข้าไม่ได้หายใจออกไม่ได้ ความรู้สึกที่เหมือนอกจะระเบิดออกมาทำให้เขาต้องเปล่งเสียงออกจากลำคอ เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนตอนนั่งโรลเลอร์โคสเตอร์ เสียงที่ต้องกรีดร้องออกมาเพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้น ลมที่อัดอยู่ในอกจะทำให้เจ้าตัวหมดสติเสียก่อน 

  เสียงร่ำไห้ที่เปล่งออกมาจนสุด น้ำตาที่ไหลทะลักเหมือนเขือนแตก ผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่นั่งเหยียดขาข้างหนึ่ง งอชันเข่าข้างหนึ่ง ปลดปล่อยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปานขาดใจ... 

.... 

  ไจ๋เทียนหลินยังยืนอยู่ที่เดิม เขาก้มหัวลง ริมฝีปากแสยะยิ้มบูดเบี้ยว แต่นัยน์ตากลับกลบไปด้วยน้ำ.... ร้องเลยไอ้น้อง ร้อง .... นายจะกักจะเก็บจะอดจะกลั้นไว้ทำไม ....นายมีสิทธิ์ที่จะร้อง .... ร้องให้พอ ...แล้ววางมือซะ... ปล่อยมันไปเถอะ... ความรักนี้ ...มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว 

... 

... 

****ทำคลิปให้กับซอฟท์วายบทนี้ไว้ ไม่แน่ใจว่าจะอัพโหลดได้ไหมนะคะ แต่แปะลิ้งค์ไว้ให้คอมเม้นต์ด้านล่างแล้วค่ะ 

https://www.youtube.com/watch?v=nduIJE0OpMA 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว