คณานางค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6: ซ่อนความเจ็บปวด [2]

ชื่อตอน : บทที่ 6: ซ่อนความเจ็บปวด [2]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2562 11:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6: ซ่อนความเจ็บปวด [2]
แบบอักษร

 

 

 “รำคาญ บอกให้ทำอะไรก็รีบไปทำเถอะน่า!” เขาตะคอกใส่ลั่นรถ คนหวังดีแอบสะอึกเล็กน้อย รีบหันหลังให้เขาแล้วลงจากรถ เข้าไปจัดการสอบถามห้องพักทั้งของตัวเองและของพนักงาน สถานะห้องประชุม คอนเฟิร์มรายการอาหาร มีหลายอย่างมากที่เฟื่องลดาต้องจัดการก่อนรถตู้พนักงานจะเดินทางมาถึง  

หลังจากเสร็จทุกอย่างแล้วก็ให้พนักงานพารณภพขึ้นไปดูห้อง ส่วนตนเองเดินออกไปดูสถานที่จัดกินเลี้ยงตอนค่ำ 

“ห้องอาหารของเราจะอยู่ชั้นบนนะคะ แต่ถ้าลูกค้าต้องการอยากจัดปาร์ตี้ริมชายหาดก็จะเป็นบริเวณนี้ทั้งหมดค่ะ ไม่ถึงกับว่าติดชายหาดเลย เดินเลียบลงบันไดไปตรงนั้นก็ถึงชายหาดเลยค่ะใกล้มากๆ” 

“ชายหาดส่วนรวมใช่ไหมคะ” 

“ใช่ค่ะ สักประมาณช่วงบ่ายพนักงานของเราจะนำโต๊ะเก้าอี้มาจัดเตรียมไว้ให้นะคะ ส่วนเวทีเล็กๆ ตรงนั้นสามารถใช้ได้เลย มีเครื่องเสียง ไมค์ พร้อมหมดค่ะ สุดท้ายเรื่องอาหารและเครื่องดื่มทางเราจะนำลงมาจัดให้ก่อนงานเลี้ยงเริ่มหกโมงเย็น มีอะไรอยากเพิ่มเติมไหมคะ” 

“ตรงจุดนี้ไม่มีแล้วค่ะ เมนูอาหารกับเครื่องดื่มก็จัดเตรียมตามนี้ได้เลยนะคะ” ส่งเอกสารคอนเฟิร์มคืนให้พนักงานสาว ก่อนจะถามเรื่องต่อไป “แล้วในส่วนเรื่องห้องประชุมล่ะคะ จัดไว้พร้อมหรือยัง” 

“ทุกอย่างเรียบร้อยตามที่ทางบริษัทขอไว้ค่ะ โรงแรมเรามีห้องประชุมทั้งหมดสิบห้อง ของทางบริษัทจะเป็นห้องเบอร์สิบที่ใหญ่ที่สุด ขนม เครื่องดื่มระหว่างเบรกก็จัดไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ” 

“ขอบคุณค่ะ สักประมาณก่อนเที่ยงทุกคนน่าจะมาถึง ถ้าหากลูกค้าเช็คเอ้าท์ออกช้าทำความสะอาดห้องไม่ทัน รบกวนแจ้งดิฉันก่อนนะคะ อาจจะขอห้องสักห้องไว้เก็บกระเป๋าระหว่างเข้าประชุม” 

“ได้ค่ะ” พนักงานสาวพาลูกค้ากลับมายังรีเซฟชั่น ส่งต่อให้พนักงานผู้ชายเป็นคนถือกระเป๋าพาขึ้นไปส่งบนห้องพักชั้นสิบสอง เฟื่องลดารับคีย์การ์ดมาถือรอให้พนักงานเดินออกไปก่อนจะเข้าไปพักผ่อน ยังพอมีเวลาเล็กน้อยก่อนพนักงานจะมาถึงจึงออกมานั่งรับลมริมระเบียง อยู่คนเดียวบ่อยๆ บางทีก็เหงา ไม่รู้จะทำอะไร จะพูดกับใคร สมัยก่อนยังดีที่มีอาทิตยาคอยอยู่ข้างๆ ไปไหนก็ไปด้วยกัน พักหอด้วยกัน ทำงานก็ทำที่เดียวกัน แต่พอเพื่อนย้ายไปทำงานที่เชียงใหม่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป อาการป่วยที่เคยคิดว่าหายขาด ก็กลับเป็นแบบเดิม คิดแบบเดิม รู้สึกแบบเดิม บางทีเฟื่องลดาก็สัมผัสได้ว่ามันหนักกว่า ยาที่คุณหมอให้มาออกฤทธิ์ช่วยบรรเทาสารเคมีบางอย่างในสมองของหล่อน ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์และพฤติกรรมโดยตรง หล่อนพยายามกินยา พยายามปรับบุคลิกภายนอก ทำทุกอย่างเพื่ออยากกลับมาเป็นคนธรรมดาที่มีความสุข แต่หล่อนทำไม่ได้ ยังเกิดคำถามเดิมดังอยู่ในหัวว่าตนเองมีชีวิตไปเพื่ออะไร  

เพื่อลูกใช่ไหม? แล้วถ้ามีคนที่พร้อมดูแลแกและดูแลได้ดีกว่าคนป่วยอย่างหล่อน จะยังอยากอยู่เพื่อลูกอีกไหม เฟื่องลดาคิดแล้วหัวใจก็อ่อนไหว ร้องไห้ทอดสายตามองท้องทะเลยิ่งใหญ่ไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา พยายามหาจุดสิ้นสุดของมันเจอเพียงความว่างเปล่า และความเจ็บปวดเหมือนความรู้สึกภายในใจ 

  

รถตู้บริษัทจำนวนหกคันเดินทางมาถึงโรงแรมที่หัวหินเวลาประมาณเกือบสิบเอ็ดนาฬิกา พนักงานทุกคนแยกย้ายเข้าห้องพักเก็บของและกินข้าวเที่ยงรวมในส่วนกับที่ทางบริษัทจ่ายงบให้ทางโรงแรม ก่อนที่ทุกคนจะต้องเข้าห้องประชุมในเวลาบ่ายโมงตรงเพื่อปรึกษาหารือแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และหาข้อสรุปในเรื่องสำคัญของบริษัท โดยผู้รับผิดชอบและจัดตั้งโครงการขึ้นก็คือคุณนายแขไข ท่านติดภารกิจไม่สามารถปลีกตัวมาได้จึงส่งมอบหน้าที่ให้เลขานุการชื่อโสมสุรี แล้วท่านก็มอบหมายให้เฟื่องลดามาคอยช่วยเหลืออีกแรง หัวข้อสัมมนาอยู่คนละส่วนกับการทำงาน เฟื่องลดาแค่นั่งฟังแล้วก็ช่วยเหลือทางด้านเอกสาร การใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปไม่ได้มีอะไรมากแต่ทำไมถึงเกร็งนักก็ไม่รู้ อาจเพราะคนที่นั่งเก้าอี้ถัดจากตนเองคือรณภพ หลังจบการประชุม เฟื่องลดาอยู่ช่วยคุณโสมเคลียร์ห้อง นัดแนะกับคุณโสมเรื่องปาร์ตี้คืนนี้กับโปรแกรมวันพรุ่งนี้ เดินออกมาพร้อมกันแต่แยกกันหน้าลิฟต์เพราะคุณโสมจะขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เฟื่องลดาอยากเดินเล่นมากกว่าไปนอนอุดอู้อยู่ในห้องนอน เห็นริมสระว่ายน้ำมาซุ้มเล็กๆ ขายเครื่องดื่มจึงลองเข้าไปขอดูเมนู ส่วนใหญ่จะผสมแอลกอฮอร์ทั้งนั้น จึงเลือกสั่งแค่น้ำอัดลมกึ่งเกรงใจพนักงาน  

“อ่อยนานแล้วคุณภพไม่เห็นจะหันมามองเราสักที หรือสี่ร้อยซีซีที่ฉันอัปมาจะยังน้อยไปอะแก” ไม่ไกลจากจุดที่กำลังนั่งเล่นเฟื่องลดาได้ยินพนักงานกลุ่มหนึ่งคุยกัน สามสาวสวมบิกินีน้อยชิ้นผลัดเปลี่ยนกันถ่ายรูปพลางอ่อยรองประธานบริษัทที่กำลังนอนรับลมอยู่สระฝั่งตรงข้าม สาวคนนั้นทำหน้าซึม ตั้งคำถาม พลางจับหน้าอกแล้วบีบเล่น แต่เพื่อนๆ มองตามแล้วลงความเห็นว่าน่าจะไม่เกี่ยวกับเรื่องไซส์ 

“แค่สี่ร้อยก็ใหญ่แทบแตกแล้วแก จะไปอยากหกร้อยเจ็ดร้อยเหมือนสาว พริตตี้ทำไม ฉันว่าคุณภพอาจจะไม่มีรสนิยมชอบผู้หญิงนมใหญ่ก็ได้นะแก ดูอย่างเมียเก็บเขาสิ หน้าจืด นมแบน ไม่เห็นจะสวย” 

“เออจริง เค้าโครงหน้าก็ดีนะ ผิวพรรณ ปาก จมูก แต่ดูยังไงก็ไม่สวยอะ ดูโทรมๆ เศร้าๆ เหมือนคนป่วยยังไงไม่รู้ กินก็ช้า เดินก็ช้า” 

“คุณภพหน้ามืดไปคว้ามาทำเมียได้ยังไงก็ไม่รู้” 

“ทำเป็นพูดไป พวกแกรู้ไหมว่าแต่ก่อนนางน่ารักนะจ๊ะ เป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ในยูทูปด้วยแต่ไม่ได้ลงงานนานแล้ว หายกริบ” 

“ไหนๆ เอามาดูซิ” เพื่อนอีกสองคนเร่ง สาวหน้าอกสะบึมจึงรีบหยิบโทรศัพท์มาเข้ายูทูปค้นหาช่องของเฟื่องลดาที่ตนเองเคยส่อง ในช่องมีราวๆ ยี่สิบกว่าคลิปเป็นคลิปสอนแต่งหน้าลุคต่างๆ แล้วก็พาเที่ยว สำหรับเมื่อห้าหกปีก่อนการจะมียอดแฟนคลับแปดหมื่นคนไม่ใช่เรื่องง่าย ถือว่าเอาดีทางนี้ได้เลย แต่เจ้าหล่อนเลิกอัปวิดีโอแล้ว 

เสียงใสเจื้อยแจ้วของเฟื่องลดาดังขึ้นชัด เพราะเจ้าของโทรศัพท์เปิดเสียงไว้สูงสุด คนอยากเผือกตกใจรีบลดเสียงลง สามสาวลงมานั่งเบียดกันบนเปลอาบแดด เบียดเสียดแม้เนื้อตัวจะสวมเพียงชุดว่ายน้ำผ้าบาง สุมหัวกันเลื่อนดูคลิปต่างๆ ที่เฟื่องลดาเคยอัปโหลด  

“เออ แต่ก่อนนางน่ารักว่ะ แต่ทำไมเดี๋ยวนี้โทรมจัง ไม่แต่งหน้า ไม่แต่งตัว แถมยังผอมเนื้อติดกระดูกเหมือนคนขี้โรคอีกด้วย”  

และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่สาวๆ กลุ่มนั้นออกตัวแรงวิจารณ์เจ้าของคลิป โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวก็นั่งอยู่เปลข้างหลังและบังเอิญได้ยินทุกอย่าง ใบหน้าสวยฉายแววเศร้าหยิบโทรศัพท์กับหูฟังขึ้นมาถือ เดินแยกออกไปทางด้านหลังโรงแรมทอดน่องเดินบนชายหาด เม็ดทรายกลิ้งเข้ามาอยู่ระหว่างฝ่าเท้ากับรองเท้าแตะ รู้สึกไม่ค่อยสบายเท้าจนต้องถอดรองเท้าแตะออกมาถือ ริมชายหาดมีพนักงานบริษัทหลายคนกำลังรวมกลุ่มถ่ายรูป หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน 

 

 

 

ฝากติดตามต่อในอีบุ๊คด้วยนะคะ เนื้อหาฉบับเต็มยังมีให้อ่านอีกยาวไกลเลย ในราคา199 บาท แต่เนื้อหายาวมากกว่าหนึ่งแสนคำ++ ^^ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น