ผู้บำเพ็ญเพียรภายในถ้ำ
email-icon

ฝากนิยายด้วยน้า

ตอนที่ 43 อุจิวะ อาจิไซ

ชื่อตอน : ตอนที่ 43 อุจิวะ อาจิไซ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2562 07:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 43 อุจิวะ อาจิไซ
แบบอักษร

สองปีผ่านไป ที่หมู่บ้านทากิงาคุเระ

 

 

 

ปักๆ ๆ

 

 

 

"ท่านพ่อหนูทำได้แล้ว"

 

 

 

เด็กหญิงผมสีม่วงแก่มัดผมทรงขนมปังหัวหอม นัยน์ตาสีดำและริมฝีปากเล็กๆอมชมพูที่กำลังยิ้มแย้มแจ่มใสสมวัย วิ่งไปที่ต้นไม้ใหญ่และเงยหน้าตะโกนใส่ชายหนุ่มผมดำมัดหางม้าต่ำยาวถึงแผ่นหลัง

 

 

 

ชายหนุ่มในรูปร่างวัยสิบห้าสิบหกที่กำลังนั่งอ่านหนังสือกลยุทธพิชิตใจเมีย อยู่บนกิ่งไม้ใหญ่เมื่อได้ยินเสียงของจอมแสบ สายตาของชายหนุ่มเหล่มองเด็กหญิงก่อนจะเก็บหนังสือกระโดดลงไปลูบศีรษะของเด็กหญิงอย่างถนุถนอม

 

 

 

"เก่งมากฝึกเพียงสองชั่วโมงก็ทำได้แล้ว"

 

 

 

"แน่นอนเพราะหนูคือลูกสาวของท่านพ่อ"

 

 

 

ชายหนุ่มมองเด็กหญิงที่กำลังทำท่าทางอวดภูมิก็ช่วยไม่ได้ที่จะหัวเราะ พอนึกถึงเรื่องราวเมื่อสองปีก่อนก็ช่วยไม่ได้ที่จะเหม่อมองออกไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง

 

 

 

หลังจากที่เขาเก็บทารกหรืออาจิไซได้จากซากปรักหักพังก็พาทารกไปหาแม่นมเพื่อคลายหิวให้เธอ ก่อนจะทิ้งอาจิไซไว้ให้แม่นมช่วยดูแล โดยให้ค่าจ้างเป็นเงินจำนวนมากกว่าหนึ่งแสนเรียว

 

 

 

ส่วนตัวเขาก็ออกเดินทางเสาะหาข่าวของกลุ่มแสงอุษาที่กำลังขยายตัวขึ้นในช่วงสองปีมานี้ แสงอุษากลุ่มทหารรับจ้างที่แสวงหาสันติภาพ นำโดยยาฮิโกะ เริ่มสำรวจพื้นที่คอยช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านแห่งฝนที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม

 

 

 

ด้วยความดีที่ได้ทำ ทำให้แสงอุษามีนินจามากมายในแคว้นอาเมะโนคุนิทยอยเดินทางมาสมัครเข้าร่วมกับองค์กรณ์แสงอุษาและคอยช่วยเหลือยาฮิโกะอย่างขยันขันแข็ง จากจำนวนสมาชิกที่มีเพียงสิบก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยและสุดท้ายก็มากกว่าครึ่งพันในที่สุด

 

 

 

แสงอุษานั้นมีหัวหน้าเป็นยาฮิโกะ รองหัวหน้านั้นมีสองคน คนแรกก็คือเทพธิดากระดาษโคนัน เธอคือผู้นำกลุ่มย่อยสองกลุ่ม กลุ่มแรกสืบหาข้อมูลและกลุ่มสนับสนุน ว่ากันว่าความงามและจิตใจอันอ่อนโยนของเธอไม่ต่างอะไรจากเทพธิดาที่ลงมาจุดติจากฟากฟ้า

 

 

 

ส่วนคนที่สองคือชายผมแดงสด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของตระกูลอุซึมากิที่ในอดีตเคยยิ่งใหญ่นางาโตะ เขามีดวงตาแปลกๆที่แสนจะทรงพลัง แต่ก็ยังไม่มีใครเคยเห็นพลังของมันแบบเต็มที่เลยสักครั้ง

 

 

 

นางาโตะควบคุมเสบียงอาหาร และการต่อสู้เป็นหลักเขาจึงควบคุมหน่วยเสบียงและหน่วยบุกทะลวงและป้องกันและคอยรับมือและขับไล่นินจาจากห้าแคว้นใหญ่ที่ลอบเข้ามาโจมตีแคว้นเล็กๆของพวกเขา

 

 

 

นี่เป็นข่าวที่ได้ได้รับมาหลังจากลงทุนลงแรงไปมากกว่าครึ่งปี ในขณะที่สืบข่าวสองเดือนเขาก็จะกลับมาหาอาจิไซสักครั้ง และจ่ายค่าเลี้ยงดูให้แก่แม่นมในทุกๆสองเดือน

 

 

 

แม่นมที่เลี้ยงดูอาจิไซเป็นคนจากแควันเล็กๆแคว้นทากิโนคุนิ เป็นแคว้นที่ในอดีตเคยเจริญรุ่งเรือง แต่ในปัจจุบันหลังจากโดนลูกหลงของสงครามจากห้าแคว้นใหญ่ แคว้นทากิโนะคุนิอยู่ติดกับแคว้นอาเมะโนะคุนิ

 

 

 

แม้ทางแคว้นทากิโนะคุนิจะไม่ได้รับผลกระทบหนักหนาเท่ากับแคว้นอาเมะโนะคุนิแต่พวกเขาก็ยังได้รับความเสียหายจากกลุ่มนินจาที่เดินทางมาทำสงครามในดินแดนของพวกเขา

 

 

 

แม้จะได้รับผลกระทบอย่างหนักแต่คนในแคว้นก็ยังรักใคร่กลมเกลียว มีน้อยมากที่จะเป็นคนเลวเขาจึงไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมคาคุซึกลายเป็นเช่นนั้น ซึ่งหลังจากลองถามคนในหมู่บ้านเกี่ยวกับคาคุซึทหารรับจ้างในตำนานยุคเดียวกับท่านตาทวดและปู่ทวด

 

 

 

จากข้อมูลที่ได้รับมาในอดีตคาคุซึเคยเป็นนินจาที่เยี่ยมยอดของหมู่บ้านทากิ เขาเต็มไปด้วยความรักความเมตตาทำให้มีชื่อเสียงโด่งดังมากในยุคเดียวกับมาดาระและฮาชิรามะ

 

 

 

ทว่าเขากลับถูกเพื่อนสนิทในหมู่บ้านทรยศสังหารครอบครัวของเขาไป ตั้งแต่วันนั้นคาคุซึก็เปลี่ยนไปไม่เชื่อใจใคร และถอนตัวจากหมู่บ้าน กลายเป็นทหารรับจ้างที่รักแต่เงินเชื่อแต่เงินแทน

 

 

 

นี่คือข้อมูลที่เขาได้รับมา แถมเขายังได้รับข้อมูลจากแม่นมอีกด้วยว่าหมู่บ้านแห่งนี้กำลังคิดแผนการครอบครองสัตว์หางที่กำลังหลับไหลอยู่ในใต้แคว้นทากินั่นก็คือโจวเมย์หรือเจ็ดหางนั่นเอง

 

 

 

ส่วนข่าวสารทางด้านแคว้นสึจิโนะคุนิหมู่บ้านอิวะงาคุเระก็ก็ได้มาเยอะมากเพราะเขาใช้เวลาส่วนใหญ่กับหมู่บ้านอิวะเป็นหลัก ไม่ว่าจะเกี่ยวกับแผนการร่วมมือกับหมู่บ้านซึนะงาคุเระ หรือการลอบสังหารสถิตร่างสองหางและแปดหางที่ล้มเหลวไม่เป็นท่าเขาก็ได้รับข่าวมาทั้งหมดเมื่อปีที่แล้ว

 

 

 

และนำข่าวที่ได้มาตลอดสองปีส่งไปให้กับฮิรุเซ็นโดยตรงเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ซึ่งหลังจากจบปีที่แล้วสงครามจึงทวีคูณความรุ่นแรงมากยิ่งขึ้นเขาจึงไม่ค่อยได้เดินทางออกหาข่าวและใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับลูกสาวตัวน้อย

 

 

 

ใช่ว่าเขาไม่ต้องการข่าว แต่เป็นเพราะเขามีกองกำลังลับที่สร้างขึ้นในหมู่บ้านทากิงาคุเระโดยมีข้อตกลงระหว่างกันกับหัวหน้าหมู่บ้าน ที่นี่ไม่ได้มีนินจามากมายนัก หัวหน้าหมู่บ้านจึงอยากให้เขาช่วยสอนเด็กในหมู่บ้านซึ่งนี่เป็นข้อตกลง

 

 

 

โดยแลกเปลี่ยนกับนินจาบางส่วนที่จะมาช่วยเขาหาขัอมูลในหมู่บ้านอิวะซึ่งเขาก็ไม่ได้คัดค้านแถมยังสร้างคาถานินจุสสุที่เกี่ยวกับน้ำและดินให้พวกเขาไปด้วยอีกหลายสิบวิชา ไม่แปลกที่ในปัจจุบันเขาจะเป็นที่เคารพในหมู่บ้านทากิ(น้ำตก)

 

 

 

"ท่านพ่อเมื่อไหร่หนูจะได้พบท่านแม่หรือคะ"

 

 

 

"คงใช้เวลาอีกสักระยะ"

 

 

 

"อื้ม แล้วครานี้ท่านพ่อจะเดินทางนานแค่ไหน"

 

 

 

เด็กหญิงดูเศร้าเล็กน้อยเวลากล่าวออกมา เมื่อพ่อของเธอออกเดินทางเมื่อไหร่เขาจะหายไปนานตั้งเดือนสองเดือน แม้การเดินทางจะเป็นภารกิจของพ่อแต่เธอก็ไม่อยากอยู่คนเดียว

 

 

 

"ครั้งนี้เราจะออกจากที่นี่และไปชายแดนแคว้นโอโตะโนะคุนิ คงไม่ได้กลับมาที่นี่แล้ว"

 

 

 

"เรา ?"

 

 

 

"ถูกต้องพ่อจะพาลูกไปด้วย"

 

 

 

"เอ๊ะจริงนะ รักท่านพ่อที่สุดเลย ?"

 

 

 

ใบหน้าเศร้าสร้อยเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วราวปลากระดี่ได้น้ำ อาจิไซน้อยฟื้นคืนชีพและวิ่งเข้ามากอดคาซึยะและใช้ศีรษะถูไถที่หน้าท้องของเขา ราวลูกแมวน้อยขี้อ้อนมองแล้วกระชุ่มกระชวยหัวใจไม่น้อย

 

 

 

อาจิไซทารกน้อยที่เขาเจอในชายแดนแคว้นอาเมะโนคุนิและรับเป็นลูกบุญธรรม พอเธออายุหนึ่งขวบปีก็ถูกเขาดัดแปลงร่างกายไม่ว่าจะเป็นการปลูกถ่ายดวงตาของอุจิวะที่ถูกปรับแต่งขึ้นใหม่

 

 

 

การถ่ายเลือด ยีนและแปลงเซลล์ในร่างกายให้สามารถรับเลือดและเซลล์ของเขาได้ ก่อนจะปลูกถ่ายเซลล์เข้าไปในร่างของอาจิไซมากกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็น และเขาก็ได้ค้นพบความแปลกใหม่ในการทำงานหนักครั้งนี้

 

 

 

เลือดและเซลล์ของเขาค่อนข้างพิเศษ มันมีพลังในการยึดอำนาจของเนตรวงแหวนได้ ไม่แปลกใจเลยที่ในวันนั้นการปลูกถ่ายดวงตาของเขาถึงเปลี่ยนลายของเนตรวงแหวนกระเงาหมื่นบุปผา

 

 

 

อาจิไซที่ได้รับเซลล์และเลือดของเขาไปทำให้เธอมีพลังบางส่วนคล้ายคลึงกับเขาถึงห้าในสิบส่วน เนตรวงแหวนที่เขาจิ๊กมาจากอาจารย์โอโรจิมารุจึงถูกยึดครองและกลายเป็นเนตรของอาจิไซอย่างสมบูรณ์แบบ ราวกับเธอเป็นคนของตระกูลอุจิวะเอง

 

 

 

และการทดลองในครั้งนี้มันทำให้เขาตัดสินใจเลิกคิดการปลูกถ่ายเซลล์และเลือดของตัวเอง เพราะเกรงว่าถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปโลกนินจาคงจะวุ่นวาย ครอบครัวคงตกอยู่ในอันตรายของผู้ที่กระหายในพลังและอำนาจ

 

 

 

อาจิไซและยูกิมิจะเป็นสองคนสุดท้ายที่อาจจะได้รับเลือดของเขา แม้ในอนาคตจะไม่แน่นอนแต่นั่นก็เป็นเรื่องในอนาคตดังนั้นเขาคิดว่าการจะหยุดที่เด็กสองคนนี้ก่อนน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

 

 

 

"พ่อจะไปเก็บข้าวของ หนูควรไปบอกลานากิและไซย่านะ"

 

 

 

"อื้มหนูจะไปรีบลาน้านากิและไซจัง"

 

 

 

อาจิไซรีบวิ่งไปหานากิผู้ซึ่งคอยดูแลเลี้ยงดูเธอมาตลอดสองปีกับไซซึ่งเป็นลูกชายของน้านากิที่เป็นเพื่อนเล่นให้เธอไม่เหงา แม้เธอจะเศร้าที่ต้องที่ต้องบอกลาทั้งสองคน แต่เธอก็ไม่คิดจะจากพ่อของเธอไปเช่นกัน

 

 

 

"ไว้เจอกันใหม่นะคุณน้า ไซจัง"

 

 

 

"เดินทางระวังๆด้วยนะ"

 

 

 

สองแม่ลูกโบกมือให้กับคาซึยะและอาจิไซ แต่ยังไม่ทันได้ออกจากหมู่บ้านเขาก็พบกลุ่มชาวบ้านทากิตั้งขบวนส่งสิ่งของต่างๆให้กับคาซึยะและอาจิไซ

 

 

 

"ไว้เจอกันใหม่นะ นายท่านคาซึยะ คุณหนูอาจิไซ"

 

 

 

"เดินทางปลอดภัย"

 

 

 

"ว่างๆก็แวะมาที่หมู่บ้านบ้างนะ"

 

 

 

เสียงตะโกนที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของชาวบ้านทำให้อาจิไซรู้สึกเศร้าหมองที่ต้องจากทุกคนไป ทว่าไม่นานนักเธอก็กลับมาร่าเริ่งเมื่อนึกถึงการผจญภัยกับพ่อที่เธอคาดหวังมาอย่างยาวนาน แขนเล็กชูขึ้นฟ้าก่อนตะโกนกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดประดา

 

 

 

"สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น